วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

KBank Blackpink รวมพลังผลักดันคนรุ่นใหม่ แค่เชื่อก็เป็นไปได้



KBank X Blackpink แค่เชื่อก็เป็นได้


Blankpink กสิกรไทย ลุยขยายฐานกลุ่มนิวเจน (New Gen) ที่มีกว่า 10 ล้านคน ด้วยคอนเซปต์ #แค่เชื่อก็เป็นได้  

สร้างปรากฏการณ์ดึงวงเค-ป็อประดับโลก BLACKPINK เปิดตัวโปรเจคท์ใหญ่ KBankxBLACKPINK รวมพลังผลักดันทุกความเชื่อของคนรุ่นใหม่ ปล่อยโปรดักส์แรกเป็นบัตรเดบิต KBankxBLACKPINK Collection เปิดให้สมัคร 21 พ.ย.นี้ ตั้งเป้ายอดบัตร 1 ล้านใบ


นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยี กลุ่มนิวเจนที่มีอายุ 15-25 ปี มีจำนวนประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี เติบโตมาในโลกที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผันเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) เป็นกลุ่มพลังที่ธนาคารกสิกรไทยมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของธนาคารในอนาคตและต้องการมีส่วนร่วมในการผลักดันให้กลุ่มนิวเจนเหล่านี้ได้มีโอกาสเติมเต็มความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในชีวิตยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่

ธนาคารกสิกรไทยได้วางกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้านิวเจนด้วยคอนเซปต์ #แค่เชื่อก็เป็นได้ (KBank Empowers Your Belief) โดยธนาคารได้สร้างสรรค์โปรเจคท์ KBankxBLACKPINK ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกที่ธนาคารได้เชิญวงเค-ป็อประดับโลก “BLACKPINK” มาเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่  โดยวง “BLACKPINK” เป็นกลุ่มศิลปินมากความสามารถมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนและตรงกับคอนเซปต์   #แค่เชื่อก็เป็นได้ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นจากความเชื่อในตัวเอง มุ่งมั่น ทุ่มเท พิสูจน์ความสามารถของตนเองจนสามารถประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ

โดยในเบื้องต้น ธนาคารเตรียมออกและเปิดรับสมัครบัตรเดบิต KBankxBLACKPINK Collection ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสมัครผ่าน K PLUS พร้อมตั้งเป้ายอดบัตรจำนวน 1 ล้านใบ

#แค่เชื่อก็เป็นได้ (KBank Empowers Your Belief) โดยธนาคารกสิกรไทย พร้อมสนับสนุนทุกความเชื่อด้วยพลังของนิวเจน เปิดตัวแผนการสื่อสารการตลาดเต็มรูปแบบทั้งสื่อออนไลน์ทุกแพลทฟอร์มและสื่อออฟไลน์ เริ่มต้นด้วยภาพยนตร์โฆษณาโดยกลุ่มศิลปินทรงพลังระดับโลกวง BLACKPINK เล่าเรื่องผ่านความเชื่อ และเรื่องราวของสมาชิกแต่ละคนที่มุ่งมั่นและลงมือทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง ได้แก่
เจนนี่ (Jennie) : Beyond Yourself ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

ลิซ่า (Lisa) : Keep Winning เอาชนะทุกบททดสอบด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท
จีซู (Jisoo) : Beat the Impossible สนุกกับความท้าทายใหม่ ๆ และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริง

โรเซ่ (Rose) : Never Stop อย่าหยุดที่จะเรียนรู้และฝึกฝน อย่ายอมให้อะไรมาหยุดความสำเร็จ

ติดตามความเคลื่อนไหวของโปรเจคท์ #KBankxBLACKPINK ได้ที่ http://bit.ly/2p9ufer และ KBank Live ทั้ง Twitter, Instagram และ Facebook ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ขับแกร็บดีไหม วันนี้ถามคำถามนี้กับป้านุช Grab driver Hero

ขับแกร็บดีไหม 

วันนี้ได้คุยกับคนขับ Taxi ที่มีสติกเกอร์แกร็บ ได้มีโอกาสนั่งรถของ ป้านุช​ สาว(เหลือ)​น้อยวัยใกล้เกษียณ ที่เปลี่ยนมุมคิดของผมได้มากเลยทีเดียว




อาชีพTaxiของผู้หญิงที่มองโลกในแง่ดี​ บทสนทนาเริ่มขึ้นเมื่อผมกดเรียก​ JustGrab ตอนสามทุ่ม​ เจอรูปคนขับเป็นผู้หญิงผมแดง​ หลังจากรอรถ10นาทีมีเสียงโทรศัพท์เข้ามา​

"คุณค่ะนุชมาถึงแล้วค่ะจอดอยู่หน้าตึกพระรามสามทาวเวอร์"

ผมก็วิ่งไปขึ้นรถเจอ​ Taxi​ บุคคล​ เขียวเหลืองมีสติกเกอร์​ Grab​ และสื่อของGrabเต็มคัน​ พบว่า​ นุช​ ใสเสียงคือสุภาพสตรีผมขาวท่าทางกระฉับกระเฉง

บทสนทนาแรก​ คุณนุชถาม "พึ่งเลิกงานเหรอค่ะ​" คำทักทายของ​ Grab​ เป็นสัญญาณบอกว่า​ วันนี้้เราเจอคนคุยตลอดทางแน่นอน​

ปกติขับgrab ประจำเหรอครับ​ เห็นรถติดสติกเกอร์​

คุณนุชบอก​ ไปหมดเลยค่ะนุชไม่เกี่ยงไม่เลือกลูกค้า​ ส่งgrabเสร็จมีคนโบกไปไหนก็ไป​ มีGrabส่งที่ไหนเดี๋ยวก็มีคนเรียก​
รายได้ต่อวันหากขับแบบรับตลอด

เห็นมีคนบอกว่าขับGrabทำเงินได้เดือนนึงสองสามเหมืนจริงมั๊ยครับ
คุณนุชตอบทันที​ "เป็นแสนก็มีค่ะ"


หลังจากคุยไปซักพักได้อะไรหลายๆอย่างเลย​ เหมือนกับผู้ใหญ่คนนึงกำลังเล่าประสบการณ์​ หาเงินส่งลูกเรียนมหาลัยเอกชน​ มีบ้าน​ มีรถ มีเวลาไปเที่ยว​ม​ีเวลาไปทำบุญ

ค่าผ่อนรถเดือนละสองหมื่นหากเอามาขับแต่Taxiอย่างเดียวอยู่ยาก.. คนรวยคนเดียวเจ้าของอู่กับคนขายรถ

เอามารับGrabด้วยวิ่งถูกกฎหมายไปไหนก็ได้แม้โดนหัก20%แต่ก็คุ้ม... กฎหมายไทยเมื่อไหร่จะให้รถบุคคลมาซะทีนะ

คนดูถูกอาชีพtaxiแต่นุชว่ามันเป็นอาชีพที่ดีตอนนี้เพื่อนที่ทำงานใกล้เกษียณ​มาปรึกษาหลายคนแล้ว...Active​ income​ ทำถูกที่ก็อยู่สบาย

งานบริการเราทำให้คนพอใจ+สะดวก++ปลอดภัย​ ส่งคนถึงที่หมายก็มีค่าตอบแทนตามคุณค่าที่มอบให้... ให้มากได้มาก

พอบริการดีคนจองเหมาไปต่างจังหวัดเที่ยวละ5พันก็มีเพราะเค้าชอบเราไว้ใจเรา...Behind​ the​ premium price

งานบุญ​ งานวันเกิด​ งานฉลองเพื่อนๆนุชไปได้หมดเพราะเราเป็นนายตัวเอง...เจ้านายนั่งหลังพวงมาลัย​บางทีเท่ห์กว่านั่งเก้าอี้หนังพนักสูง

รายได้นอกจากการขับยังมีสะสมแต้มชวนคนให้คำแนะนำคนใหม่ๆ​ นุชได้เป็น​ GrabHeroด้วยนะ... Grabมีระบบดูแลสมาชิกที่ดีเลยนะเนี่ยแม้ไม่ใช่ลูกจ้างแต่เค้ามีส่วนอินกับบริษัทมาก
ป้านุชเปิดให้ดูว่าสัปดาห์ที่แล้วได้เท่าไหร่

นี่ดูนะวันนี้นุชได้2,781ยังไม่รวมของคุณอีก500​หากจะพอก็เข้าบ้านนอนหลับให้สบายรู้สึกดีค่อยลุกมาขับต่อ...คนทำงานประจำอาจตาลุกวาวสัปดาห์ละ17,000โดยเฉลี่ย

สิ่งที่ได้จากคุณนุชมนุษย์GrabHeroคือ​
1.คุณค่าที่ส่งมอบให้=คำขอบคุณที่คืนมาเป็นรายได้​
2.ทัศนคติ​ที่ดีพาชีวิตไปสู่จุดที่ดี
3.ไม่ว่าอาชีพอะไรวัยไหนปรับตัวได้ก็อยู่ได้อย่างมีความสุข

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562

เรื่องที่ได้เรียนรู้จาก แอนโทนี่ ร็อบบินส์ Personal Power Ability to take actions

พื้นฐาน เคล็ดลับความสำเร็จ จากแนวคิดของ แอนโทนี่ ร็อบบินส์ คือการให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า Personal Power  Ability to take actions.  เพอร์ซันเนิล พาวเวอร์ หรือ พลังแห่งตน ความสามารถที่จะลงมือปฎิบัติเป็นยิ่งใหญ่ เมื่อมีเป็าหมายที่ชัดเจนแต่ไม่ลงมือปฎิบัติ มันก็จะไม่สามารถพัฒนาไปสู่เป้าหมายได้ หากเข้าใจในความหมายนี้จะเปิดประตูสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงของตนเองตามแบบฉบับของ แอนโทนี่ ร็อบบินส์

กุญแจ สำคัญสู่การมี Personal power 

การที่คุณจะมีพลังที่จะลงมือปฏิบัติอย่างมหาศาล คุณจะด้องมี องค์ประกอบที่สนับสนุนมัน
อย่างน้อย สามอย่าง


  1. พลังงาน ถ้าคุณไม่มีพลังงานคุณก็ไม่สามารถจะลงมือปฏิบัติอย่างมหาศาลที่ต้องการเพื่อความสำเร็จได้ ดังนั้นคุณจะต้องดูแล ร่างกายของคุณให้มีสุขภาพที่ดีที่สุดในเรื่องการกิน การนอน การพักผ่อน การออกกำลังกาย
  2. ทักษะ มี 2 ด้านนหลักที่คุณจะต้องทำให้เกิดขึ้นมาเพื่อความสำเร็จในโลกนี้
    1.  ความสามารถที่จะระบุได้อย่างแน่นอนว่าเราต้องการอะไร สมองคนเราเรียนรู้ที่จะล็อกเป้าหมาย หากคุณไม่สามารถระบุได้แน่นอนว่าเป้าหมายที่คุณต้องการคืออะไรแน่ สมองก็จะทำงานอย่างไร้ทิศทาง แต่เมื่อใดที่คุณระบุได้อย่างแน่ชัดว่าคุณต้องการอะไร มองเห็นได้ในใจและรู้สึกได้ในหัวใจ เมื่อนั้นชีวิตของคุณ จะก้าวไปข้างหน้าสู่จุดหมายไม่ว่าการไปถึงนั้นจะช้าหรือเร็ว
    2. ความสามารถที่จะระบุได้อย่างแน่นอนว่าคนอื่นต้องการอะไร และสามารถที่จะเติมเต็มสิ่งนั้นได้ด้วยวิธีที่เลิศหรูที่สุดการอยู่ในโลกนี้เหมือนการแลกเปลี่ยนสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกันและกัน ถ้คุณไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่คนอื่น ผู้นั้นก็จะหันหาคนที่ให้ประโยชน์แก่เขาได้มากกว่า มันไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินอย่างเดียวแต่มันหมายถึงทุกรื่องในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน หรือเรื่องการเงินก็ตาม 
  3. เปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นพลัง คุณต้องสามารถเข้าถึงสถาวะจิตที่เปี่ยมพลังได้เพื่อที่คุณจะสามารถลงมือปฏิบัติ การเดินลุยไฟ คือจุดประสงค์ของโทนี่ที่จะทำให้คนตระหนักในเรื่องนี้ และเมื่อคนเราตระหนักว่าเราสามารถทำสิ่งที่เราเคยกลัวได้ ลองคิดดูลิว่า โลกจะเปิดกว้างแก่เขาอย่างไร ต่อไปนี้เขาจะคิดเปรียบเทียบได้ว่า แม้เรื่องยากๆ เช่นนี้ก็สามารถทำได้ เรื่องอื่นๆ ก็จะทำได้เช่นกัน

พระปิดตานาคราชราหู หลวงพ่อคล้อย อโนโม วัดภูเขาทอง จังหวัดพัทลุง รุ่นสร้างหอฉัน ร้าน Kree Amulet




พระปิดตานาคราชราหู หลวงพ่อคล้อย อโนโม วัดภูเขาทอง จังหวัดพัทลุง รุ่นสร้างหอฉัน 

พุทธาภิเษกเกจิสายเขาอ้อ 9 รูป 29 ตุลาคม 56 ตะกรุดมหายันต์นะ 108 เนื้อนวโลหะ บูชามาจากร้าน Kree Amulet 

ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากออกจากงานประจำมาทำงานใหม่ มีคนติดต่อให้มาช่วยงานด้วย แบบทำแทบไม่ทัน ผลตอบแทนที่นับว่าดี เหนื่อยมากแต่ก็คุ้มค้า

 

ตอนนี้กลายเป็นเครื่องประดับติดมือไปทุกที่ ที่ทำงานด้วยเลยอยากเขียนบันทึกเอาไว้ โปรเจคใหม่เป้าหายสิ้นปีนี้ปิดเป้า 10,000,000 ให้ได้แล้วจะมารีวิวให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง 

สีผึ้งกวยเกร๊าะ หลวงพ่อสมบูรณ์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหารสีผึ้งในตำนานอีสานใต้กวยเกร๊าะ แปลว่า คนหลง อีกหนึ่งของติดตัวที่ไปเจรจาการค้างานขายจำเป็นต้องมีไว้เพื่อความมั่่นใจ

ปล. เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ได้รับค่าจ้างมารีวิว 

ประวัติหลวงพ่อคล้อย อโนโม วัดภูเขาทอง


       พระครูพิพิธวรกิจ (คล้อย อโนโม) เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2472 ปัจจุบันอายุ 84 ปี ( พรรษา62 )เดิมชื่อ คล้อย ทองโอ่ บิดาชื่อ นายแสง ทองโอ่ มารดาชื่อ นางเอียด ทองโอ่ เกิดที่ ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง จบการศึกษาชั้นประถม 4 จากโรงเรียนวัดไทรงาม ตำบลนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เมื่อถึงวัยบวชเรียนท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2491 ณ วัดดอนศาลา ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พระอุปัชฌาย์ คือ พระครูสิทธิยารัตน์ (พระอาจารย์เอียด) และ อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อขึ้นปีขาล วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2493 ณ วัดควนปันตาราม ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยมีพระครูรัตนาภิรัตเป็นอุปัชฌาย์ พระมหาเจิม ฐิตเปโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูกาชาด วัดดอนศาลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังบวชเรียนแล้วได้ศึกษาจนสอบได้เป็นนักธรรมเอก จากสำนักเรียนวัดดอนศาลา เมื่อปี พ.ศ. 2497 ต่อมาได้เป็นครูสอนนักธรรมตรี แผนกธรรมที่สำนักเรีนยวัดดอนศาลาและวัดภูเขาทอง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดภูเขาทองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501จวบจนปัจจุบัน 

      - ปี พ.ศ. 2518 ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลมะกอกเหนือ

     - ปี พ.ศ. 2522  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูพิพิธวรกิจ

     - ปี พ.ศ. 2542  ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอควนขนุน

     - ปี พ.ศ. 2546  ถึงปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอควนขนุน(ชั้นเอก)

     ตลอดเวลากว่า 54 ปี ที่หลวงพ่อคล้อยได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง ท่านได้พัฒนาวัดมาอย่างต่อเนื่องไม่เคยว่างเว้น เสนาสนะแทบทุกอย่างภายในวัดภูเขาทอง อาทิ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ เมรุ กุฏิสงฆ์ กำแพงแก้ว หอระฆัง ฯลฯ ล้วนเกิดจากความมีวิริยะ อุตสาหะของท่านทั้งสิ้น แต่กาลเวลาเนิ่นนานย่อมทำให้เสนาสนะและสิ่งปลูกสร้างต่างๆภายในวัดเกิดการเสื่อมสภาพ ต้องได้รับการฟื้นฟูบูรณะให้มีสภาพดีคงเดิม อุโบสถของวัดภูเขาทองหลังนี้ก็เช่นกัน หลวงพ่อคล้อยสร้างมาตั้งแต่ปี 2522 ปัจจุบันยังเสร็จไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์  ท่านจึงมีดำริที่จะทำการบูรณะปฎิสังขรณ์ให้มีความงดงาม สามารถใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้อย่างสมบูรณ์ โดยจะให้มีการผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิตในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มีความยั่งยืน จึงอยากบอกบุญมายังพุทธศาสนิกชนได้ร่วมในบุญครั้งนี้ด้วย

      แม้นว่าหลวงพ่อคล้อยจะได้รับการยอมรับจากชาวไทยและชาวต่างประเทศว่า ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์สายใต้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า เข้มขลัง มีอาวุโสสูงรูปหนึ่งในสายเขาอ้อ(ตักศิลาทางไสยเวทของเมืองไทย) แต่ด้านการสอนสั่งในพระพุทธศาสนาท่านก็ถือยึดแนวตามหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ สอนให้พุทธศาสนิกชนทุกคนจงใช้สติ ระลึกได้ก่อนกระทำ พูด คิด และมีสติสัมปชัญญะ รู้ตัวขณะทำ พูดและคิด มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย

      ปัจจุบันวัยของหลวงพ่อคล้อยล่วงเลยมาจนครบ 7 รอบ 84 ปีแล้ว แต่ทุกวันนี้หากไม่มีกิจนิมนต์ที่ต้องเดินทางไกล ผู้มีโอกาสไปวัดภูเขาทองจะเห็นภาพของพระเกจิร่างเล็กผู้เรืองเวทกวาดใบไม้ลานวัดหน้ากุฏิอยู่เสมอๆ ท่านบอกว่าอยากให้วัดมีความสะอาดมีความเป็นระเบียบ ใครมาวัดก็จะได้ดูร่มรื่นสบายใจ และถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย ท่านเป็นพระเกจิที่มีสุขภาพจิตดีและมีอารมณ์ขันมากๆ เวลาท่านมีบรรดาญาติโยมไปกราบนมัสการ ท่านก็มีเมตตาออกรับแขกทุกคนโดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะ จะมีเรื่องเก่าๆเล่าให้ฟังแฝงด้วยคติคำสอนตลอดเวลา ก่อนญาติโยมจะลากลับท่านก็จะเรียกลูกศิษย์ที่คอยดูแลปรนนิบัติให้เข้าไปในกุฏิเพื่อหยิบเอาวัตถุ มงคลของท่านมาแจกให้ทุกครั้งคนละหนึ่งองค์ แล้วก็จะกล่าวกำชับเชิงหยอกล้อว่า " รูปของเรา ของแท้ๆจงเก็บรักษาไว้ให้ดีนะ อย่าให้ใครมาหลอกเอาไปอีกล่ะ " แล้วก็มีเสียงหัวเราะตามมาทั้งผู้รับและผู้ให้...

*** หลวงพ่อคล้อย อโนโม ได้ละสังขารด้วยอาการอันสงบ เมื่อเวลา 16.19 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2557 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑) ณ กุฏิภายในวัดภูเขาทอง สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่บรรดาศิษย์ฯ ขอให้ท่านสู่สุขคติครับ...

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562

Digital tranformation คืออะไร ทำอย่างไรให้ต่อเนื่อง

Digital tranformation คืออะไร 

เรื่องฮิตมากสำหรับผู้บริหารที่ต้องเข้าร่วมสัมมนา กิจกรรมแบบนี้สีปีที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมหลายครั้ง และได้มีโอกาสมีส่วนร่วมกับหลายองค์กร ในการทำกิจกรรมนี้ พบว่า การสร้างการพาองค์กร ไปสู่การเปลี่ยนแปลง มีสามช่วงใหญ่ๆ

ช่วงแรกคือ ช่วงตระหนักรู้ 
ผมแนะนำให้ดูวีดีโอนี้หรือเปิดให้ผู้บริหารพนักงานได้ดู  คุณสมชัย ผู้บริหาร AIS ผู้ให้บริการมือถืออันดับหนึ่งของเมืองไทยทำกำไรมาตลอด ปีล่าสุด 29,682 ล้านบาท ยังต้องตั้งคำถามตัวเอง ถ้า....ว่าแล้วAIS จะไปอยู่ที่ไหน?
.
การปรับยุทธศาสตร์องค์กรสำคัญมากสำหรับผู้บริหาร ที่ต้องคิดตลอดเวลา วีดีโอนี้น่าจะฉุดให้นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและทายาทที่รู้สึกสะบายดี ได้ฉุกคิดและรุกมาลงมือทำอะไรซักอย่าง Thestandart สัมภาษณ์ไว้ดีมากๆ
https://www.facebook.com/watch/?v=526289584805549


 ‘บ่อน้ำมัน’ แห่งใหม่ของ AIS ที่ไม่ใช่โทรคมนาคม

ช่วงที่สอง ลงมือทำ

Digital tranformation เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์วางแผนไม่ใช่เหรอ จากประสบการณ์ ช่วงวางแผนไม่จำเป็นต้องอยู่ในแผน แต่ควรอยู่ในช่งการลงมือทำ เพราะส่วนใหญ่ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำ digital tranformation มักทุกพลังในการวางแผนแล้วหมดไฟในการลงมือทำ

อยากชวนดู คุณกระทิง  กับการเล่าภารกิจ การเปลี่ยนที่เริ่มจากการตั้งคำถาม และการลงมือทำให้ดูว่าการเปลี่ยนองค์กรใหญ่ๆทำอย่างไร
วีดีโอนี้ Techsauce ทำไว้ดีมากๆ
https://www.facebook.com/watch/?v=1161567860897424


เจาะภารกิจนำ KBTG สู่บริษัท Tech ที่ดีที่สุดใน SEA ของ คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล
.

ช่วงที่สาม เรียนรู้ปรับปรุงจากการลงมือทำ

เมื่อผู้บริหารอยากเปลี่ยนแปลงและลุกขึ้นมาทำ สั่ง HR เราต้องเปลี่ยนไปจัดกิจกรรม สร้าง employee engagement ปลุกพลังกระตุ้นให้คิดใหม่ทำไม่ ลองดูงานวิจัยนี้นิสนึง ว่าทำอย่างไร ไม่ควรทำอย่างไร หลุมพรางความมีส่วนร่วมที่พนักงานได้รับจากกิจกรรมการสร้างความผูกพันธ์ต่างๆมันดี..แล้วรึยัง Brand inside เค้าจะเล่าให้ฟัง
https://www.facebook.com/watch/?v=1161567860897424




ไม่อยากให้พนักงานอยู่เฉย แต่ให้มีส่วนร่วมเกินไปก็ไม่ดี อ่ะงงงง
กับดักสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม

  1. ถ้าสร้างวัฒนธรรมให้คนติดกับงานมากไปจะทำให้รักสถานะนั้นๆ
  2. มีส่วนร่วมมากจน..ความหมดไฟ
  3. ทุกคนไม่ได้ต้องการอย่างเดียวกันหมด 
  4. อย่าดถูกความคิดมองโลกในแง่ร้าย
.
หากใครดูวีดีโอสามตัวนี้ครบผมว่าจะเห็นแนวทางอะไรบางอย่างกระตุกต่อมคิดที่จะวางแผนสำคัญเพื่อสามเดือนสุดท้ายของปี เกิดกิจกรรมดีๆเหมาะสมให้กับพนักงาน ให้กับองค์กร เพื่อให้ปีหน้า เรามีเราอยู่
ด้วยรัก
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME

ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562

การทำโฆษณาออนไลน์แบบสลับฟันปลา อาจารย์ตรี



เทคนิคการยิงโฆษณาแบบสลับฟันปลา ของอ.ตรี เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่นำมาใช้แล้วได้ผลมากครับ
ที่บอกว่าได้ผลคือการกำหนดเวลาการทำงานที่ชัดเจน มีการแบ่งเวลาการทำงานการพักผ่อน 

ขั้นตอนการทำโฆษณาสำหรับสร้างโอกาสการขายสินค้าออนไลน์

สัปดาห์ที่ 1 
วันที่ จันทร์ถึงพุธ การสร้างคอนเทนต์ และ ยิงโฆษณาเฟสบุ๊ค ใช้เวลา สามวัน
บทความ ภาพต่อๆ วีดีโอ สามารถทำได้หมด 
ทำคอนเทนต์เพื่อสร้างกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แล้วยิงโฆษณา interest หรือ custom audience

วันที่ พฤหัส-เสาร์ เริ่มมาดู Keyword ใหม่ๆ ใน Keyword plannerยิงโฆษณาทาง Google Ad 

อาทิตย์หยุดพัก

สัปดาห์ที่ 2 หากลยุทธ์ใหม่ 
จันทร์ถึงพุธ ยิงโฆษณา ทำPromotion ประชาสัมพันธ์ ใช้คำที่ทำให้เกิดยอดซื้อ
ลด30% ซื้อ1แถม1 

พฤหัส ถึง เสาร์ สร้าง Sale page ใหม่ + ยิงโฆษณา Faebook Google รู้ว่าคำไหนทำเงิน Keyword ทำเงิน เอามายิงโฆษณาเพื่อขายแยกออกมา  different landing page

อาทิตย์หยุกพัก

สัปดาห์ที่ 3 เริ่มออกสู่น่านน้ำใหม่และหาทางลดต้นทุนการบริหาร
จันทร์ถึงพุธ หาสินค้าใหม่ยิงโฆษณา Facebook Google
พฤหัสถึงเสาร์ ปรับปรุงระบบ ลดขั้นตอนการทำงาน ลดค่าใช้จ่าย 

หลังจากนั้นทำเหมือนสัปดาห์แรกใหม่ 

ผมชอบการลองทำตารางการทำงานของตัวเองในการทำธุรกิจแบบนี้เป็นกรอบแนวทางการปฎิบัติที่ชัดเจนดี ลองทำกันดูนะครับ


วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562

5 คำถามสำคัญของการทำธุรกิจของปี 2019

ในยุคนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสาร มีข่าวสารมากมาย วิธีการทำธุรกิจที่ใครก็เปิดสอนออนไลน์ สอนหลักสูตรต่างๆมากมาย แต่สำหรับคนทำธุรกิจ เราควรจะเลือกเรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง เรามาลองตอบคำถามนี้กัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ 5 questions
คำถามสำคัญของการทำธุรกิจ ข้อที่ 1

1.สินค้าของเราคืออะไร
คนทำธุรกิจมาแล้ว มีสินค้าอยู่แล้วรู้หรือยังว่าสินค้าเราคืออะไร ลูกค้าเอาไปใช้ทำอะไร เค้ามีปัญหาในการใช้สินค้าอย่างไรบ้างมั๊ย 
1.1 สินค้าของเราคือ................................................................................................................
1.2 จุดเด่น 5 ข้อของสินค้าเราคือ
1_______________________________
2_______________________________
3_______________________________
4_______________________________
5_______________________________
1.3 ถ้าจะมีสินค้าที่มาทดแทนสินค้าเราได้ คิดว่าเค้าจะทำอย่างไร หรือ ถ้าเค้าทำสิ่งนี้แล้วลูกค้าจะไปซื้อ....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
1.4 แล้วเราจะทำอะไรให้สินค้าและบริการของเราดีขึ้น
............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................


แล้วทำไมเราไม่ทำหล่ะครับ ^_^  ลงมือทำเดี๋ยวนี้


คำถามสำคัญของการทำธุรกิจ ข้อที่ 2
2.ลูกค้าของเราคือใคร
หากสินค้าที่ขายอยู่มีลูกค้าอยู่แล้ว เราลองมาดูกันว่าลูกค้าของเราเค้าเป็นใครหน้าตาเป็นอย่างไรทำความเข้าใจตัวลูกค้าให้มากขึ้นแล้วตอบคำถามเหล่านี้
2.1 ลูกค้าหลักเราคือใคร เค้าทำอาชีพอะไร อายุเท่าไหร่ 
2.2 ปัญหาของลูกค้าคืออะไร แล้วสินค้าเราไปแก้ปัญหาอะไรของเค้า
2.3 ในวันนี้เค้ารับข่าวสารจากอะไรบ้าง


Download Persona Template คลิ๊ก


คำถามสำคัญของการทำธุรกิจ ข้อที่ 3
3.วางแผนการตลาดใหม่
สินค้าของเราคือ..................... เราแก้ปัญหา........................ลูกค้า...............................ดีขึ้น
ลูกค้ายินดีจะจ่ายให้เราในราคา..............................................................................................
วันนี้ลูกค้าจะได้พบข้อมูลสินค้าเราจาก................................................................................


คำถามสำคัญของการทำธุรกิจ ข้อที่ 4
4.เครื่องมือการตลาดที่เราจะนำมาใช้
ทำให้ลูกค้ารู้จัก สินค้าเราด้วยอะไร
สร้างการรับรู้ว่ามีสินค้าเราจากช่องทางไหนบ้าง
ลูกค้าสนใจข้อมูลสินค้าจะค้นหาจากคำว่าอะไร
ลูกค้ามีปัญหาจะค้นหาคำว่าอะไรที่ควรจะเกี่ยวข้องกับสินค้าเรา
เราจะทำContent อะไรบ้าง


ลองนำเครื่องมือนี้มาใช้ปรับปรุงเนื้อหากัน


เมื่อเจอContent ที่เกี่ยวข้องแล้วลูกค้าสนใจจะซื้อสินค้าเราจากที่ไหน Lazada shopee web facebook Line หากลูกค้าไปในช่องทางเหล่านั้นแล้วเราเรียนรู้วิธีการขายแล้วหรือไม่ หากยังไม่รู้

วิธีการขายของใน Marketplace


เราจะรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำอย่างไร
แนะนำศึกษาจากช่อง LINE FOR Business

คำถามสำคัญของการทำธุรกิจ ข้อที่ 5
5.เราจะสร้างเครือข่ายขยายธุรกิจเราได้อย่างไร
ปัญหาของลูกค้าเรานอกจากเราแล้วใครช่วยแก้ได้บ้าง ถ้าร่วมกันจะทำให้แก้ปัญหาลูกค้าได้ดีขึ้น
Grab+KBank แก้ปัญหาให้คนจ่ายเงินในการใจ Grab ได้ง่ายขึ้น
ไทยสไมล์ กับ อาฟเตอร์ยู แก้ปัญหาเมนูอาหารบนเครื่องบินซ้ำซากน่าเบื่อไม่สร้างรอยยิ้ม
โรงแรมราคาประหยัด กับ แอร์เอเชียร์ แก้ปัญหาลูกค้าที่วางแผนเที่ยวไม่ต้องหาจากหลายที่
แล้วปีนี้ใครคือคนที่จะร่วมมือกันกับเรา
แก้ปัญหาลูกค้าให้มีความสุขมากขึ้น
ร่วมกับเราไปหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆขึ้นมา


************************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera 
BLOG http://oweera.com
Fanpage
https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562

สรุปรายงาน Internet Trends 2019 โดย BOND MaryMeeker

สรุปรายงาน Internet Trends 2019  โดย BOND ออกแล้วเรามาดูเทรนด์ของอินเตอร์เนต ในปี 2019 ขัอมูลล่าสุดจาก  #MaryMeeker กัน
โหลดสไลด์ได้ที่นี่ครับ http://bit.ly/IT2019bond

หากไม่มีเวลาอ่าน สรุปเนื้อหาคร่าวๆดังนี้ครับ

ปล.ไม่ได้เรียงหมวดหมู่ตามนี้นะครับ^_^


1.ผู้ใช้งานอินเตอร์เนตเกิน50% ของโลกแล้ว 3.8B  จำนวนคนเข้าสู่อินเตอร์เนตโตขึ้นในอัตราที่ช้าลง การซื้อมือถือใหม่ลดลง เทคโนโลยีครองโลกธุรกิจ5อันดับแรกของโลกเป็น Tech Company 4 ราย

2.ecommerce โตขึ้นในอัตราที่ลดลงนิดหน่อยแต่ยังโต งบโฆษณาผ่านอินเตอร์เนตสูงขึ้น เมื่อเทียบกัน ใช้จอคอมพิวเตอร์กับมือถือรวมกันกินเวลามากกว่าการอยู่หน้าจอทีวี รวมทั้งงบโฆษณารวมกันสูงกว่าการจ่ายผ่านทีวีแล้ว

3.โฆษณาที่จะขายของได้ = ตรงกลุ่มเป้าหมาย+ครีเอทีฟ+ซื้อของได้+มีความเชื่อมโยงกับคนดู

4.กลยุทธ์การขายแบบ Freemium เติบโตได้สูง ทำของที่ดี ให้ได้ใช้ก่อน หาวิธีเก็บเงินทีหลังมีโอกาสมากขึ้น แถมบอกต่อด้วย ทั้งเกมส์ เล่นฟรีก่อนชอบค่อยเสียเงินบริการธุรกิจ อาทิ G Suite ,slack มีให้ใช้ฟรีแต่จำกัดบางฟังชั่น คนใช้ดีแล้วยอมเสียเงิน สินค้าคอนซูมเมอร์ แอบฟังเพลง app podcast คนใช้มากขึ้นเสียตังค์เพื่อไม่ต้องการรับโฆษณา

5.โฆษณาออนไลน์ อนุมัติยากขึ้นเป็นอุปสรรคกับการโฆษณา แต่ก็ตรงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

6.การเสพสื่อดิจิตอลเติบโตขึ้น+ใช้dataมากขึ้นมาก Facebook+Youtube เกินครึ่งนึงของการใช้ เวลาในการใช้ข้อมูล

7.วีดีโอสั้นๆใน Story และ ทวิตเตอร์ได้รับการรับชมมากขึ้น

8. อาเซียน Mobile-first social commerce โตสองเท่า

9.กระเป๋าเงิน ออนไลน์ออฟไลน์ อย่าง Alipay , Tossโตสองเท่า  Grab โตสี่เท่า

10.การสื่อสารด้วยภาพสร้างการสื่อสารได้ดีกว่า สื่อที่เคยเป็นแต่ตัวอักษรอย่างทวิตเตอร์ก็ปรับตัว เพราะข้อความ+VDO,รูปภาพจะได้รับความสนใจมากขึ้น

11.การสื่อสารด้วยภาพ นำไปสู่การซื้อสินค้า IG/Pinterest ขายของจากรูปได้  AR google len ยกกล้องมาส่องสินค้าแล้วสั่งซื้อได้ พาลูกค้ามาซื้อของได้

12.เกมส์เป็นความบันเทิงข้ามรูปแบบ เล่น เล่นด้วยกัน เล่นแล้วคุยกัน เล่นให้คนอื่นดู เกิดธุรกิจต่อเนื่องเยอะ

13. ธุรกิจแบบFreemium model เติบโตมากทำให้ Cloud service เติบโตสูงขึ้นด้วย

14. การโจมดีทางไซเบอร์ เป็นเรื่องน่ากลัวทั้งระดับบุคคลและระดับประเทศ

15. On demand สร้างโอกาสให้ทั้งภาคธุรกิจSME ซื้อของจากที่ต่างๆได้ทั่วโลก ร้านอาหารขยายด้วยบริการส่งอาหารที่สะดวกขึ้นมาก มีบริการ ondemand มาสนับสนุนมากขึ้น

16. on demand / remote workers เติบโตทั่วโลก

17. Online education รายใหญ่โดดลงมาเล่น และเติบโตมากๆ โลกการเรียนออนไลน์ทั้งคนในอุตสาหกรรมเก่า และ คนใหม่เกิดขึ้นมาก

18. ดราม่า อเมริกาผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจเริ่มไม่ใช่คนประเทศตัวเอง และ เรื่องสุขภาพ+เทคโนโลยี

19. ยุคSuper App จากโลกตะวันออก ทำได้ทุกอย่างจบในapp เดียวพาลูกค้ามาซื้อสินค้าได้  wechat , Kakao, line แชทช็อปจ่าย สั่งอาหาร โอนเงิน ขายคูปอง Facebook ก็กำลังเป็น Super App

20. Live Streaming ขายของ เติบโตไปพร้อมกับ New retail

ความเร็วอินเตอร์เนตที่สูงขึ้นทำให้ข้อจำกัดต่างๆลดลง คนที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างโอกาสได้มาก ในขณะที่คนที่ไม่ใช้จะถูกทิ้งห่างอย่างไม่เห็นฝุ่น

************************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera 
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage
https://facebook.com/SMENetworkingThailand






วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562

คำแนะนำสำหรับ Startup ที่เริ่มทำธุรกิจแล้วต้องหา Partner

มีคำถามจากน้องสาวแสนสวยคนหนึ่งที่กำลังทำโปรเจค แล้วเลือกโปรเจคดีๆที่จะช่วยให้คนทำธุรกิจสตาร์ทอัพเข้าสังคมเป็นหาพันธมิตรธุรกิจได้ ส่งเป็นคำถามมาไม่มีเวลาคุยกันเลยเขียนเป็นคำตอบแบบ Q&Aไว้

Image may contain: 18 people, including Dell Bu, Chanakan Sriratanaban, Oweera Chearanaipanit, Jackkit Sangkittiwan and Worawut Saibua, people smiling

สมมติเหตุการณ์ว่าอยู่ในงาน networking event ค่ะ
Q1.ขอคำแนะนำสำหรับวิธีที่ startup ใหม่ๆ จะเข้ามาพูดคุยกับพี่โอค่ะ เช่น พี่โอสะดวกแบบให้นัดล่วงหน้าก่อน (เพราะในฐานะ speaker เค้าจะเห็นว่าเราจะมาอยู่แล้ว ให้หาเมลมาขอคุยด้วยไว้ก่อน) หรือสะดวกที่จะให้พบเจอและขอคุยด้วยได้ในงาน networking event หรือแบบอื่นช่วยแนะนำได้เลยค่ะ

A1.เวลามาที่งานสัมมนาแล้วบรรยาย เวลาที่จะเหมาะสุดคือเวลาหลังจากบรรยายไม่จำเป็นต้องนัดก่อน แต่ควรเตรียมตัวที่จะแนะนำตัวเองให้น่าสนใจอยากพูดคุยด้วย ในฐานะวิทายากรหลังงานมักจะมีเวลาพูดคุยไม่มากมีหลายคนที่จะคุย จะไม่พยายามเสียเวลากับใครคนใดคนหนึ่งนานนาน
เทคนิคการสร้างเครือข่าย หากต้องการ Networking ควรไปก่อนเวลา จะเป็นเวลาที่วิทยากรมาเตรียมตัวก่อน เมื่อเตรียมตัวเสร็จแล้วก็สามารถมีเวลาว่างคุยกับคนต่างๆก่อนเข้าร่วมงานได้ ทักทายสั้นๆ และระหว่างบรรยาย ควรแสดงตัวให้รู้ว่าเราสนใจตั้งใจฟัง มีส่วนร่วม พอหลังจากงานวิทยากรจะคุ้นเคยและพร้อมเปิดใจคุยได้ง่ายขึ้น

Q2. ในมุมมองของลักษณะนิสัย ท่าทาง คำพูด เวลาคุยกันครั้งแรก จะมองจากอะไรในตัวคนที่เข้ามาคุยด้วย และอะไรที่จะทำให้สนใจจะคุยด้วยต่อ

A2. การแต่งตัวแต่งหน้าบุคลิกภาพ คือสิ่งแรกที่เราประเมินจากคนไม่รู้จักกัน หากจะ networking ควรแต่งกายพร้อมในภาพลักษณ์ที่อยากให้คนอื่นรู้จัก สร้างความโดดเด่นคนเป็น Startup หากยังไม่มีคนรู้จักใช้เสื้อยืดสกรีนแบรนด์ตัวเอง ก็เป็นนามบัตรที่ดี
การคุยกันครั้งแรกหากเป็นวงสนทนา แสดงการรับฟัง คือคำพูดที่ดีที่สุดคำหนึ่ง เพื่อให้คนในวงสนทนารู้ว่าเราสื่อสารด้วย เริ่มจากพูดคุยในเรื่องที่น่าจะมีความสนใจตรงกันก่อน เรื่องสถานที่ เรื่องรถ เรื่องการเดินทาง เรื่องทั่วไปที่คุยกันได้30วินาทีแรก หากคู่สนทนาคุยด้วยจึงหาเรื่องเกี่ยวข้องกับที่เราจะคุยค่อยๆเปิดประเด็น เริ่มประเด็นจากการแนะนำตัวเองให้น่าสนใจมีประโยคเปิดให้คู่สนทนาคุยได้ต่อ เช่น หากในงานประชุมนักธุรกิจ เราทำธุรกิจบัญชี แทนที่จะแนะนำว่าเราทำบริษัทบัญชี อาจเพิ่มให้แตกต่าง เช่นการเป็นที่บริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชี ที่ถนัดในการช่วยยื่นงบที่ถูกจ่ายภาษีให้ประหยัด เป็นต้น

Q3. ให้คุณค่าต่อการ refer มามากน้อยแค่ไหน
A3. ให้มากๆ การอยู่ในงาน วิธีขยายเครือข่ายเปิดการพูดคุยใหม่ๆ ทำได้โดยการช่วยแนะนำคนที่เราพึ่งคุยด้วย กับคนที่เรากำลังจะคุยต่อ หากแนะนำดีนอกจากจะได้รับคำขอบคุณจากเพื่อนที่ได้รับการแนะนำแล้วยังทำให้คู่สนทนาใหม่มีความรู้สึกว่าเราสนใจใส่ใจคน (แต่การrefer ต้องถูกต้องนะครับ)

Q4. ลักษณะนิสัย ท่าทาง คำพูด อะไร/แบบไหนที่ Thai startups ยังขาดอยู่เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ
A4. เริ่มต้นด้วยการ Pitch ควรอุ่นเครือง เช็คอินกันก่อน
การแสดงการรับฟังในวงสนทนา เพราะสตาร์ทอัพพูดเก่งครองการสนทนาคนเดียวทำให้คู่สนทนาเบื่อ
ความรู้รอบตัวนอกธุรกิจ หากคุยกับคนนอกวงการเอาศัพท์สตาร์ตอัพมาใช้อาจทำให้คนอื่นไม่เข้าใจ

Q5. ขอ key skills ที่ Thai startup ควรจะมีเพื่อประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจค่ะ
A5. การมองหาพันธมิตรที่จะมาเสริมธุรกิจ กับ การรีเฟอร์ซึ่งกันและกัน

Q6. หากมีสถานการณ์จำลองเพื่อให้ thai startup ได้ซ้อมเพื่อพูดคุยกับ partner หรือ investor คิดว่าควรเป็นสถานการณ์แบบไหน และคิดว่าจะได้ประโยชน์นำมาใช้จริงได้ไหมค่ะ
A6.กำหนดเป้าหมายในการไปร่วมกิจกรรมnetworking ก่อนจะเสียเวลาไปงานใดงานหนึ่ง สำหรับคนไทยคือเสียเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ดังนั้นต้องไปอย่างมีเป้าหมาย
ศึกษาให้ดีว่างานที่ไปใครคือคนสำคัญที่จะคุย มีใครบ้างหรือไม่ที่จะช่วย refer ให้ได้คุยด้วย การมีคนแนะนำทำให้มีโอกาสได้พูดคุยด้วยสูงขึ้นเท่าตัว
เลือกเอาว่าจะเน้นปริมาณหรือคุณภาพ บางงานที่ใหญ่มากๆและเรามีเวลามากกว่า1วัน วันแรกควรเน้นปริมาณ คุยกับแต่ละคนไม่ควรเกิน 5นาทีหากไม่ใช้ potential
เตรียมสื่อที่จะทำให้เชื่อมต่อคอนเคชั่นได้ เช่น โทรศัพท์เครืองที่พร้อมจะแลกไลน์ นามบัตร หรืออื่นที่หลังจากจบการสนทนาแล้วอยากคุยต่อเราจะเชื่อมกับเค้าได้

Image may contain: 12 people, including Oweera Chearanaipanit and Worawut Saibua, people smiling, selfie

ใครอ่านมาถึงตรงนี้แสดงว่าสนใจเรื่องการสร้างคอนเนคชั่น ไปตามต่อกันได้ที่ลิ้งต่างๆข้างล่างนี้เลยครับ

รวมบทความที่เขียนเกี่ยวกับการสร้างคอนเนคชั่นทางธุรกิจ

รวมบทความที่เขียนเกี่ยวกับการทำ Networking

************************************************ โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์ นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้ Twitter @oweera LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera BLOG http://oweera.blogspot.com Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เป็นคน Introverts ก็สร้างคอนเน็คชั่นทางธุรกิจได้


introverts คนที่มีโลกส่วนตัวสูง มีความสุขมากกว่าที่จะอยู่คนเดียวแต่ต้องมาทำงานที่ต้องพบคนได้รับมอบหมายให้ไปในงานเลี้ยง อาจรู้สึกอิจฉาคนที่กล้าไปพบกันคนใหม่ๆชอบการอยู่ในที่สาธารณะพร้อมจะรู้จักทุกคน หรือคนกลุ่ม Extroverted ส่วนตัวเองเดินเข้างานเลี้ยง งานสังคม พุ่งตรงไปที่บาร์น้ำฝังตัวเองตรงนั้น หรือ หาจานมาถือในมือเพื่อให้ดูไม่ว่างกำลังทานอะไรอยู่

วันนี้ขอนำเทคนิคที่ลองแล้วได้ผมสำหรับคนที่เป็น introverts ในการเข้างานสังคมงานประชุมต่างๆเพื่อสร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆเพิ่มโอกาสการทำธุรกิจให้ขยายเติบโตได้

1. ทำการบ้านเตรียมตัวให้พร้อม
ก่อนจะไปงานสัมมนา หรืองานอีเว้นท์ งานปาร์ตี้ต่างๆ ศึกษารายละเอียดของงาน กิจกรรมสำคัญพิธีการต่างๆ ข้อมูลผู้บรรยาย ไว้ก่อน นอกจากเราเองจะไม่พลาดกิจกรรมสำคัญของงานแล้ว ยังเป็น หัวข้อสนทนาที่ชวนทุกคนคุยได้หรือช่วยให้คำแนะนำคนอื่นๆที่มางาน เป็นการเปิดบทสนทนาที่ดี

กิจกรรมในยุคใหม่มีการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คเข้ามาร่วมในการจัด ลองศึกษาผู้ลงทะเบียนในอีเว้นท์นั้นๆดูว่ามีใครที่เรารู้จักหรือน่ารู้จักบ้าง คนที่รู้จักอาจเป็นเพื่อนแก้เขินได้ หรือแนะนำเพื่อนใหม่ให้คนที่รู้จักก็เป็นอีกหนึ่งบทสนทนาสร้างเน็ตเวิร์คที่ดี

2. ตั้งเป้าหมายกำหนดเกมส์
กำหนดเป้าหมายท้าทายตัวเองไปเลยว่ามางานนี้จะต้องได้แลกนามบัตรกับคน50 คน หรือได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่เชื่อมต่อใน social network อีก10 คนที่จะเป็นเพื่อนกันติดตามกันต่อ การตั้งเป้าหมายไว้เมื่อเราเริ่มเกมส์จะเกิดความท้าทาย ได้แรงขับดันเพิ่มขึ้น

3. สร้างจุดเด่นเป็นแรงดึงดูด
หากคุณอยู่ในบริษัทที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วลองยืมพลังของแบรนด์มาดึงดูดคนด้วยการใส่เสื้อผ้าที่บอกว่าคุณเป็นคนจากบริษัทอะไร หากใส่สูทอาจใช้เข็มกลัดเพื่อให้รู้ว่ามาจากบริษัทอะไร คนจะเข้ามาหาทักทายได้ง่ายขึ้น ซึ่งดีกับตัวเราที่ไม่กล้าทักทายคนไม่รู้จักก่อน หรือ การสร้างการจัดจำให้คนในงานด้วยนามบัตรที่ออกแบบเฉพาะดูโดดเด่น หรือ แต่งตัวที่แปลกตา สะดุดตา เช่นการใส่หูกระต่าย หรือ การใส่สร้อยเครื่องประดับที่ดูโดดเด่นสำหรับผู้หญิง เห็นแล้วจำได้

4. ใช้หูในการสื่อสาร
ในเมื่อเรารู้ตัวว่าพูดไม่เก่ง ก็จงเป็นคนฟังที่เก่ง ให้ความสนใจกับการสนทนาอย่างจริงจัง ตั้งใจฟังผู้สนทนาแสดงอาการเปิดรับกับสิ่งที่คนอื่นกำลังพูด แน่นอนในวงสนทนาหากใครแสดงอาการรับฟังคนที่พูดก็จะให้ความสนใจคนนั้น ฟังเรื่องราวแล้วตั้งคำถามที่เกี่ยวข้อง เป็นการสร้างบรรยากาศการสนทนาที่ดี

เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่คนขี้อาย หรือ ไม่ใช่นักปาร์ตี้จะมีเน็ตเวิร์คดีๆกลับมาจากการออกไปร่วมงานสังคม หากลองไปใช้ดูแล้วเป็นอย่างไรบ้าง หรือมีเทคนิคอะไรที่ลองใช้แล้วได้ผลลองคอมเมนท์มาดูนะครับ

************************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera 
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage
https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เทคนิคการสร้างเครือข่ายธุรกิจในการทำงาน How to build business network


Networking การสร้างความสัมพันธ์ในธุรกิจ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะสร้างการเติบโตของการงานและอาชีพ บทความข้างล่างนี้เป็น 7 คำแนะนำจาก James Nelson ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายการทำงาน จากบริษัท Massey Knakal Realty Services ในนิวยอร์ก ซึ่งจะช่วยให้เราพัฒนาเครือข่ายในการทำงานได้มากขึ้น



1. ทำความรู้จักคนที่มีคุณภาพ 2-3 คนให้ดีก่อน
ลองหาคนที่คุณสนใจจริงๆและอยากรู้จัก
ยกตัวอย่างเช่น ในงานแสดงสินค้า แทนที่คุณจะเดินหานามบัตรของทุกๆ บริษัท ลองค้นหาความสนใจของคุณกับบริษัทที่ตอบโจทย์สักสองสามคน ลองพูดคุยสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขาให้แน่นแฟ้นก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับคนหรือบริษัทอื่นๆ



2. ฉายเดี่ยวงานอีเวนท์
ลองพูดคุยกับคนที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อน
เคล็ดลับ: เดินเข้าไปหาคนที่คุณรู้จัก ที่กำลังพูดกับคนที่คุณไม่รู้จักอยู่ พยายามเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนา
หรืออาจจะพูดคุยกับคนแปลกหน้าในบาร์หรือร้านกาแฟก็ได้


3.จัดตั้งกลุ่มธุรกิจ
จัดตั้งกลุ่ม หรือเข้าร่วมกลุ่มสมาคมการค้าหรือกลุ่มเครือข่ายธุรกิจต่างๆ คุณจะได้รู้จักกับคนที่ทำธุรกิจนั้นจริงๆ และพวกเขาก็จะแนะนำคุณให้รู้จักกับคนอื่นๆ อีกด้วย
เคล็ดลับ การสร้างกลุ่ม ทางFacebook เฉพาะธุรกิจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ




4. ฝึกขึ้นพูดในที่สาธารณะ
เป็นผู้นำด้านความคิดและเป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่คุณถนัด เสนอตัวเองขึ้นพูดในงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับสมาคมธุรกิจหรือการค้า (บางงานอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อให้คุณได้ขึ้นไปบนเวที แต่นั่นก็ถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด)

5. ใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้เป็นประโยชน์
ลองผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ เกี่ยวกับความรู้ความเชี่ยวชาญของคุณผ่านทางบล็อก LinkedIn Facebook twitter จดหมาย ข่าวหรือวิดีโอ หรือใน Pantip ใช้สื่อออนไลน์ในการเผยแพร่สู่วงกว้าง เนื้อหาเหล่านี้สามารถทำให้คุณเชื่อมต่อกับคนที่สนใจในเรื่องเดียวกันได้ง่าย



6. ลิสต์รายชื่อ Top 100 ของคนที่คุณควรรู้จัก
เคล็ดลับจาก Rod Santomassimo ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายของ Massimo Group กล่าวว่า คุณควรลิสต์รายชื่อบุคคลชั้นนำในสาขาต่างๆ ในอุตสาหกรรมของคุณ คนที่คุณต้องการทำความรู้จักและติดต่อกับพวกเขาเป็นประจำ ทำการศึกษาข้อมูลเค้าไว้เมื่อได้เจอจริงๆเราจะได้มีเรื่องพูดคุย

7. ติดตามผลและยกระดับความสัมพันธ์
นัดทานอาหารหรือดื่มกาแฟกับคนที่คุณเพิ่งได้รู้จัก เพื่อเพิ่มระดับความสัมพันธ์ให้มากขึ้น ทักทายบนสื่อสังคมเมื่อเป็นเพื่อนกันแล้ว


ที่มา SME Networking Thailand

************************************************** 
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์ 
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME 
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้ 
Twitter @oweera 
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera 
BLOG http://oweera.blogspot.com 
Fanpage 
https://facebook.com/SMENetworkingThailand

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...