วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564

บัญญัติ 48 ประการ เปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง อาจารย์ ตรี Tree Methaakkarapat Thebiz Meeting update 2565

  








ฟังคอร์สอัพเดทความรู้ กลยุทธ์การตลาดปี2565 จากอ.ตรี แห่ง TheBiz 

ทึ่งในพลังของอาจารย์มากๆ ที่ใช้เวลาเตรียมตัวกว่า 3 วัน เพื่อมาสอนศิษย์เก่าด้วยการไลฟ์มาราธอน​7ชั่วโมง​  ซึ่งจริงๆแล้ว8ชั่วโมง​ 13.00-21.30​

สอนตั้งแต่​

  • เทรนด์ที่สินค้าธุรกิจ
  • การเลือกสินค้า
  • กลยุทธ์​ ads​ mindmap
  • Mindset​  

พูดแบบแทบไม่หยุดหายใจ

คำถาม คือทำไมถึงสอนฟรี? 

คำตอบ คือ TheBiz=TheBiz 

คำนี้ได้ยินตั้งแต่ไปเรียนที่ทุ่งครุเมื่อหลายปีก่อน วันนี้เนื้อหา สภาพแวดล้อมการทำธุรกิจเปลี่ยนไป การจะสอนแต่นักเรียนใหม่ แล้วทิ้งนักเรียนเก่าไม่ใช่อาจารย์ตรี เลยเอาเนื้อหามาเล่าให้ฟังและเคี่ยวเข็ญ ศิษย์เก่าให้สำเร็จให้ได้

สุดยอดจริงๆครับ ไอดอลเลย

หนึ่งในคำสอนที่จะจำไปจนวันตายเรื่องที่อาจารย์สอนลูกของอาจารย์  

ลูกดู squid game  แล้วคุยกับพ่อว่า ในอินเตอร์เนตบอกว่า เป้าหมายของชีวิตไม่ใช่เงินทอง แต่ คือความสุข อาจารย์ตรี ใช้เวลาอธิบายให้ลูกกว่า 2 ชั่วโมงเพื่อให้เข้าใจความหมายของเป้าหมายชีวิต ไม่ควรตั้งเป้าหมายของชีวิต คือความสุข

เป้าหมายของชีวิต ไม่ใช้ ความสุข เพราะการหาเงินมาเพื่อซื้อความสุข จะไม่มีวันพอ ไม่มีวันจบสิ้น ควรมีเป้าหมายในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและตัวเอง ถึงจะถูก 

ตอนท้ายบทเรียนอาจาย์ได้ทำบัญญัติ 48 ประการ เปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงเอาไว้ เลยขอเอามาบันทึกไว้ใน Blog นี้เผื่อเพื่อนๆที่เรียนด้วยกันจดไม่ทัน 

บัญญัติ 48 ประการ เปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง

อ.ตรี ​thebiz


1.อยากรวยทำอย่างไร

หาสินค้าเปลี่ยนชีวิต (คู่แข่งไม่เยอะ เป็นช่องว่างตลาด)

ถ้าไม่เจอตัวรวย = 3 ออเดอร์+กำไรหลักพันต่อวัน

ถ้าเจอตัวรวย = 30ออร์เดอร์+กำไรหลักหมื่นต่อวัน

2.ยอดขายตกในระยะสั้น ทำอย่างไร

เปลี่ยนคอนเทนต์ทุก 14 วัน

ทดลองเปลี่ยน interest

ใช้กลุ่ม Custom audience ที่แตกต่างจากเดิม

หามุขใหม่ ในการจัดกิจกรรม (ลด แลก แจก แถม) 

3.ยอดขายตกในระยะยาว ทำอย่างไร 

ออกสินค้าใหม่

หากลุ่ม Segment ใหม่ (ขาหมูตรอกซุง ออกSegmentใหม่ ออกงานอีเว้น)

พูดคุยกับลูกค้าเยอะๆเพื่อหาหนทางไปต่อ​(โมเดลธุรกิจ)

Positioning ของเราคืออะไร ถามตัวเองให้ชัดเจน… ลูกค้ารู้สึกว่าเรามีคุณค่าในด้านไหน

4.อยากให้ชีวิตเปลี่ยนทำอย่างไร?

หาสินค้าเปลี่ยนชีวิตให้เจอ (ลงทุนน้อย ได้เงินเยอะ เริ่มต้นยาก Leverage)

ยิงโฆษณาวันละ 100 บาท (และเพิ่มค่าโฆษณษให้ยอดกำไรคิดเป็น 10% ของ ​Gross profit)

5.เก็บเงินมาทั้งชีวิตจากงานประจำควรเริ่มทำธุรกิจอย่างไร

อย่าเอาเงินออกมาใช้เกิน 5% ของที่มี

ใช้คอนเนคชั่น ประสบการณ์จากงานที่เคยทำ ความขยันเสมือนตอนทำงานประจำ หา ดรอปชิปให้ได้ แล้วเราจะรอด X10 

6.ทำงานหนักมาก ตอบลูกค้าทั้งวัน 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจไม่เติบโตเลยแม้แต่น้อย ทำอย่างไรดี

จ้างทีมงาน 10% ของกำไรสุทธิ

เคยจ้างแล้วไม่เวิร์ค ก็ต้องจ้างใหม่จนกว่าจะเวิร์ค

7.คู่แข่งตัดราคาแก้ไขอย่างไร

หากจำนวนคู่แข่งน้อย อย่าไปตัดสู้ ให้เน้นยิงโฆษณาให้เก่งกว่า (เสียโอกาส รีบกอบโกยก่อน) 

หากคู่แข่งเยอะ เอาตัวใหม่ตัดสู้เลย แล้วทำตัวใหม่ที่คุณภาพดีกว่าขายให้ได้กำไรมากกว่าเดิม 

8.ขายอยู่ใน Lazada shopee กำไรบางเฉียบ เหลือเกิน รู้สึกไม่มั่นคง แก้อย่างไร

สามารถใช้ Indirect benefit ได้หรือไม่

เราขายให้ Marketplece เพื่อประคองโรงงานรีป่าว

ถ้าไม่ใช่ 2 ข้อนี้ ควรจะหา Exit plan เพื่อหาทางออกได้แล้วนะ

9.การตั้งราคาควรทำอย่างไร

หากอนาคตจะฝากขายเข้า ​​Modern trade หรือมีตัวแทน เราควร X5 เป็นอย่างน้อย

แต่หากขายเอง X2.5 แล้วยิงแอดขายรัวๆ

10.หาก Lazada shopee ขายสินค้าเหมือนเรา และตัดราคาเราทำอย่างไร

ปัจจุบัน ลูกค้าถือว่ายังเป็นคนละกลุ่ม แต่ในอนาคตจะกลายเป็นกลุ่มเดียวกัน

ดังนั้น เราต้องโกยเงินให้ได้เยอะๆ หากมีเงินทุน จะสามารถขยายไปธุรกิจอื่นได้

หากเป็นไปได้ ให้หลีกเลี่ยงสินค้าที่เหมือนกัน



11.วิธีการรวยทางลัดแบบใช้เงินทุนน้อยสุด

ขายสินค้าให้คนอื่นคือทางรอด ที่สวยงามที่สุดเสมอ

ประเทศมีแต่โรงงานผลิต เราต้องเป็นการตลาดให้เค้า แล้วจะรอดทั้ง2ฝ่าย

12.mindset หาเงินแบบใดถูกต้องที่สุด

ขยันทำในสิ่งที่มีอนาคต และต้องได้เงินตั้งแต่วันแรกที่ทำ (หากยิงโฆษณาไป1สัปดาห์แล้วเงียบ แสดงว่าจบกัน รอป้ายหน้า)

13.รู้สึกหมดแรง ไม่มีแรงไปต่อ ไม่อยากทำงาน รู้สึกตนเองไร้ค่า ทำอย่างไร

ออกจากสถานที่เดิมๆ ไปรับแรงใจจากข้างนอก คิดโปรเจคใหม่ คือทางรอด

คนเราทำอะไรเดิมๆ จะกลายเป็นกับดังแห่งความเคยชิน จะอยู่แบบหมดอาลัยตายอยากแม้แต่นิ้วยังกระดิกไม่ไหว (ปัญหานี้ไม่ได้เกิด เพราะคุณไม่เก่ง แต่เกิดเพราะคุณไม่มีโปรเจคใหม่)

14.ไม่เก่งอะไรสักอย่าง ไปอย่างไรต่อ 

ขอให้มีวินัยทำตามที่สอน ทดสอบตลาดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอสินค้าห่านทองคำ

คุณไม่มีทางจำตนเองในวันที่ยังไม่สำเร็จได้

15.ยอดขายตีบตันทำธุรกิจมาก10ปียอดขายเท่าเดิม แต่กำไรลดลงอย่างต่อเนื่องแก้ไขอย่างไร

แล้วคุณคิดว่าแก้ไขอย่างไรดี ทำธุรกิจอื่นดีไหม

คำตอบคือ ขยายแนวลึก ด้วยทรัพยากรที่เรามีเป็นอันดับแรก เช่นร้านกาแฟ เครื่องชงกาแฟ สอนดิฟกาแฟ 

16.ทำธุรกิจใหม่ ต้องแยกเพจหรือไม่

หากลูกค้าเป็นกลุ่มเดียวกันก็ใช้เพจเดียวกันได้เลย

หากลูกค้าคนละกลุ่ม แยกเพจเท่าน้ันเลย

​17.skill set ที่จำเป็นในโลกอนาคต

คอนเนคชั่น

โฆษณาออนไลน์

คิดบวก (มองโลกแง่ดี บวกทุกคน)

Outsourcing

การลงทุน/การเก็งกำไร อันแรกไวลงทุน อันหลังไว้ขึงกับชาวบ้าน 555

การวางกลยุทธ์ 

18.เพิ่มยอดขายจากหลักแสนเป็นหลักล้าน

ยอดขายเพิ่มขึ้น (เทคนิคยิงโฆษณาดีขึ้น)

กำไรเพิ่มขึ้น

คู่แข่งน้อยลง

กลุ่ม  segment  ใหม่

19.เพิ่มยอดขายจากหลักล้าน เป็นสิบล้าน

ช่องว่างทางการตลาด(ลูกอม Nude)

ทรัพยากรพร้อม

คอนแนคชั่นต้องพร้อม

พาร์ตเนอร์(ถ้ามี)

20.เพิ่มยอดขายชั่วคราว 10 เท่า

อันงบโฆษณา

Limited only!!!

เบิกบุญ 

Surprised ตลาด



21.เพิ่มยอดขายถาวร แบบ คุณ10

สร้างแบรนด์ หรือ สร้างตัวตน

คิดกลยุทธ์ใหม่ ได้ทุกไตรมาส

ออกสินค้าใหม่ทุก6เดือน

สร้างคุณค่าและ  Creative destruction ได้ พร้อมทำลายตัวเองก่อนโดนทำลาย

22.เมื่อธุรกิจของเราหาทางไปต่อไม่เจอ

คุยกับลูกค้าให้มากพอ

หลีกเลี่ยงการลงทุนครั้งใหญ่

สร้าง Surprised  ให้ตลาด

สินค้าใหม่ กับลูกค้าเก่า

23.เมื่อตัวเราเอง หาทางออกไม่เจอ

ออกจากสิ่งแวดล้อมเดิม

อยู่ห่างจาก Negative people

คิดโปรเจคเปลี่ยนชีวิต

กำหนด Task & Reward 

24.ช่วยงานที่บ้านแต่เป็นกงสี

ถ้าเราเป็นคนทำยอดขายสูงสุดต้องทำกติกาใหม่

ถ้าเรายังทำผลงานได้ไม่ดีต้องทนต่อไป

25.เมื่อไหร่จะเกษียณ

เมื่อมีเงินทุน 50 ล้าน

นั่นคือทำขายของออนไลน์ให้ได้ 7 ปี โดยไม่เจ๊งมากเกินไป

26.หากเรารู้สึกโง่กว่าคนอื่น เสมือนธุรกิจรอวันเจ๊ง

ภาวะเจอปัญหา แล้วอยากหนีปัญหาเป็นเรื่องปกติ

วิธีแก้ปัญคือคือ อย่าพยายามแก้ปัญหา ให้พยายามหาทางออกด้วยการสร้างคุณค่า

เช่นโดนตัดราคา อย่าตัดราคา ให้ออกสินค้าใหม่เพื่อมาตัดราคาโดยเฉพาะ

27.การตัดสินใจที่ดี คืออะไร (​Decision making)

ตัดสินใจพลาด ชีวิตหายแบบโดนหาร 

ดังนั้นการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของชีวิต

การตัดสินใจที่ดี ควรจะใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ จะจองรถ จองบ้าน ซื้อโกดัง ทำโรงงาน สั่งออร์เดอร์ ควรจะช้าดีกว่าเร็วเสมอ

แต่หากประสบการณ์ครบแล้ว เราจะฟันธงไปแล้วด้วยความรวดเร็วแบบX100 

28.โอกาสสร้างอย่างไร

เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รู้ให้ลึก ใช้เวลาให้มากพอ

ช่วยเหลือคนอื่นให้เยอะ แล้วโอกาสจะมา

29.หากเราอยากรวยควรโฟกัสอะไร

ทำธุรกิจอะไรก็ได้ที่ได้เงิน

ลงทุนหุ้น

อสังหาริมทรัพย์

30.เหตุผลที่เรายังไม่รวย

ยังไม่แต่งงาน ไม่มีลูก 

ภาระไม่มากพอ 

วัยเด็ก เพอร์เฟคเกินไป (น้ำเต็มแก้ว)

เริ่มทำงาน เจ้านายที่รักมากเกินไป



31.ความฉลาดทาง EQ สร้างได้อย่างไร

อยู่ห่างจาก Nagative people 

คิดบวก รู้สึกขอบคุณกับเหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิต

ถ่อมตน แต่ไม่อ่อนแอ

มีโปรเจคใหม่ หรือความท้อทายใหม่ตลอดเวลา (เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเหตุผลที่ยังมีลมหายใจ)

32.โปรเจค 10X สร้างได้อย่างไร

คิดโปรเจค10X ใหม่แล้วล้มเหลวให้เร็วที่สุด

สร้างโปรเจค 10X ให้ครบ 10 อันใน 10ปี

โปรเจคที่ล้มเหลวคือ โปรเจคที่ไปไม่ถึง 10X แต่สุดท้ายมักจะได้ 1X-3X

เก็บประสบการณ์ และรื้อฟื้นหลายโปรเจคที่เราล้มเหลว รวมกันมักจะได้ 10X เสมอ

33.เงินเก็บหลักล้าน

หาธุรกิจเปลี่ยนชีวิต 2 สัปดาห์ 1 ธุรกิจแล้วลุยยิงโฆษณา 

โดนปกติ 3 เดือนต้องเจอธุรกิจหลักล้าน

ปัญหาเป็นแค่ปลายทาง แก้ไขไปลุยไปใช้ความท้าทายนำทาง

34.เงินเก็บหลักสิบล้าน

รันธุรกิจให้ได้ 3-5ปี

อดทนต่อสิ่งเร้า ให้ได้มากที่สุด

ออกสังคม หาคอนเนคชั่นให้เยอะ อนาคตได้ใช้ประโยชน์แน่นอน

แบ่งเวลาให้เป็นธุรกิจหลักต้องโฟกัส ธุรกิจใหม่ต้องทำ และลงทุน

35.เงินเก็บหลักร้อยล้าน

ต้องเป็นเบอร์1ในธุรกิจที่เราทำ (Positioningของเรา)

ธุรกิจต้องไม่เจ๊งติดกัน 10 ปี

ทำธุรกิจควบคู่การลงทุน

หมั่นตรวจสอบ Net worth ทุก 3 เดือน (สินทรัพย์ทั้งหมด บ้านหุ้นเงินสดอสังหาฯ - หนี้สิน)

36.เงินเก็บหลักหลายร้อยล้าน

มีพาร์ตเนอร์ที่แข็งแรง

ลงทุน 3 อย่างพร้อมกัน (ธุรกิจ หุ้น อสังหาริมทรัพย์ )

ใช้ทรัพยากรที่มี ในการเปิดธุรกิจใหม่เท่านั้น

คิดโปรเจค 10X ทุกปี

37.ความฝันนั้น สำคัญไฉน

ปราศจากโปรเจคใหม่ ชีวิตไร้ซึ่งแรงผลักดัน

ความฝันที่ดีควรเรียงจาก ($$$-$$-$-ความฝันที่ไม่เกี่ยวกันตัวเงิน)

ภาระ จะช่วยให้ความฝันสำเร็จไวขึ้นเสมอ

38.เคล็ดลับความสำเร็จส่วนตัว

ให้ธนาคาร เป็นตัวกำหนดเป้าหมาย (หนี้ดี เช่นหนี้ในการทำธุรกิจ)

ค่าเช่า = ค่าใช้จ่าย คือ นิพพาน   ค่าเช่า>ค่าใช้จ่าย5เท่า สบายมาก

จับหยิบจับโหย่ง คือ เรื่องดี หากรู้ใจตัวเองว่ายังไม่ใช่

39.เราจะเลิกเปรียบเทียบได้อย่างไร

เตือนสติ ตนเองให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ว่าเรากำลังเปรียบเทียบอยู่ (อย่าไปห้ามมัน อย่าไปหลอดตัวเอง แค่เตือนสติ)

เมื่อเราเริ่มมีเพียงพอแล้ว และพอดีแล้ว

เมื่อเรามีโปรเจคใหม่ที่ใหญ่เพียงพอ 10X 

40.จะคิดโปรเจคที่ดีได้อย่างไร

ไปทะเล

สวดมนต์

ไหว้น้ำ

วิ่งออกกำลังกาย

เดินช็อปปิ้ง

เข้าร้านหนังสือ

41.ใช้เงินอย่างไรถึงเรียกว่าฉลาด

ใช้เงินซื้อสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่า (สิ่งที่ใช้ทุกวันย่อมไม่มีคำว่าแพง)

ซื้อทรัพย์สินที่ก่อเกิดรายได้

Ray Krock model(ใช้เงินธนาคารสร้างทรัพย์สินทางธุรกิจ)

42.หนทางสู่ความสำเร็จ

พ่ายแพ้ให้หมอก่อน ที่เหลือจะมีแต่คำว่าชนะ

ฝึกต้นให้ครบ 10,000 ชั่วโมง

โฟกัสเฉพาะสิ่งที่มีอนาคต และได้เงินเยอะพอเมื่อเที่ยบกับเวลาที่เสียไป

43.Step  ในการพัฒนาตนเอง

20-30 ปีทำทุกอย่างที่มีโอกาส

30-40 ปีเลือกที่จะไม่ทำ

40-50ปี ใช้คอนเนคชั่นและทรัพยากรที่มีในการสร้างรายได้

50ปีขึ้นไป ใช้ประสบการณ์ เติมเต็มคุณค่า

44.จุดสูงสุดของชีวิต

มีเงินออมหลักร้อยล้าน

ได้ทำในสิ่งทีตนเองรัก

ได้อยู่กับคนที่เรารักและเขารักเรา

45.เราควรซื้ออะไร

สิ่งที่ทำให้เรารวยขึ้น ไม่มีคำว่าแพง

คุณค่าทางใจ สำคัญกว่าคุณค่ทางกายเสมอ

เจ็บตัวกับโปรเจคที่เจ๊ง อย่างไรก็คุ้มค่า (เพราะถือเป็นเงินทุนที่ซื้อประสบการณ์)

46.Step ของคนรวย

สร้างคุณค่าให้กับสังคมและตนเอง

ทำในส่ิงที่รัก ได้เงิน และมีอนาคตเท่านั้น

คำนวญค่าตัวต่อชั่วโมงเสมอ

47.ความเข้าใจผิดของการใช้ชีวิต

เราหาเงินเพิ่ม เพื่อซื้อความสุขให้ตนเอง (จะไม่มีวันจบสิ้น แม้มีเงินเท่าไหร่ก็ตาม)

ต้องสร้างคุณค่าให้กับสังคมและตนเอง ไม่ใช่หาแต่ความสุข

การสร้างความสุขเพื่อผู้อื่นและไม่ผิดกับตนเอง คือคำตอบในการใช้ชีวิต

ความพอดีคือ การอยู่แบบไม่ต้องหาเพิ่ม (การตั้ง ​Challenge และพอใจกับผลลัพท์คือหัวใจของการอยู่แบบพอดี )

48.สโลแกน คนสำเร็จ

เพราะความจนมันน่ากลัว

เราต้องอยู่อย่างพอดีและดีพอ

การสร้างคุณค่าต่อตนเองและผู้อื่น คือ นิพพาน


หมายเหตุ เป็นเนื้อหาการเรียนการสอนในแบบลูกศิทย์ที่สนิทกันมุมมองที่ถ่ายทอดในบริบทของคนทำธุรกิจออนไลน์มาระยะหนึ่งแล้ว

วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2564

เมื่อลูกสาวต้องพูดหาเสียง lower school speech day



ปีที่สองของโรงเรียนใหม่ ผิงผิงปรับตัวได้ เริ่มมีส่วนร่วมกับกิจกรรมโรงเรียนมากขึ้นจนปีนี้ กล้าลงสมัครเป็น Head girl เข้าใจง่ายๆก็เรียกว่าลงสมัครประธานนักเรียน ตอนผิงผิงมาบอกว่าปีนี้จะลงสมัคร พ่อแม่ก็มองหน้ากันเอาจริงรึ ไม่ได้อยู่ที่มาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ดีใจที่ลูกกล้าเริ่มอยากทำสิ่งใหม่ๆ

.

การสมัครก็เริ่มจากกรอกใบสมัครเขียนเล่าว่า เป็นใคร ทำไมถึงอยากสมัคร สมัครแล้วอยากทำอะไร กับโรงเรียน ผ่านรอบใบสมัครเข้ามาได้ ไปสู่รอบสัมภาษณ์ ซึ่งเห็นว่ามีหลายคนพอสมควร

.

รอบสัมภาษณ์ เตรียมตัวเตรียมใจกันพอสมควรกับการเจอกรรมการที่ไม่ใช่ครูตัวเองที่เคยสอน ไม่รู้ว่าครูจะถามอะไร พ่อแม่ลองโยนคำถามเล่นให้ตอบซ้อมกันนิดหน่อยไม่อยากให้ลูกเครียดมากแต่ก็เพื่อให้อุ่นใจไม่ตื่นเต้นมาก

.

และเมื่อวันพุธก็ได้ทราบผลว่าผ่านรอบสัมภาษณ์เรียบร้อย มีเด็กผู้หญิง 3 ที่ผ่านเข้ารอบ ต้องเตรียมมาพูด Speech ต่อหน้านักเรียนและครูทุกคน ผ่านทางออนไลน์และให้เพื่อนๆนักเรียนโหวต

.

มีเวลาสองวัน ผิงผิงร่างเนื้อหาทำ google slide แล้วก็ซ้อมๆๆๆ ผมมีต้องไปทำงานสอนสองวันไม่มีเวลามาช่วยเลย มีขุ่นแม่ช่วยเตรียมตัวให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งตอนนำเสนอ ก็เป็นดังในภาพที่พี่จิงจิง แอบถ่ายการให้กำลังลูกในสไตล์แม่จูน 555

.

.

การหาเสียงของผิงผิงครั้งนี้ผิงผิงเลือกที่จะพูดในแนวทางที่ต่างจากคนอื่นผิงผิงบอกว่าที่จริงแล้ว แม้จะมีไอเดียเสนอปรับปรุงพัฒนาอะไรในโรงเรียนก็ต้องรอความพร้อมของโรงเรียนและรอได้เปิดไปเรียนอยู่ดี 

.

เธอเลยเลือกเริ่มจากการพูด appoachable,open minded and eampathiec 

.

ผมมาเห็นคลิปตอนพูดนี้ครั้งแรกจาก แม่เอม และน้าเจส่งมาให้ดู ต้องบอกตรงๆว่าแอบน้ำตาซึม และดีใจที่ลูกเลือกพูดอย่างนี้ แม้ไม่ได้รับเลือกเพราะคงเข้าใจยาก แต่แสดงว่าลูกเข้าใจอะไรบางอย่างที่ดีมากสำหรับเด็กๆที่ควรมีความรู้สึกอย่างนี้

.

จบการนำเสนอไปแล้วที่เหลือก็รอลุ้นว่าผลโหวตจะเป็นอย่างไร ได้เป็นหรือไม่ได้เป็นแต่ถึงตอนนี้ก็ชนะใจพ่อแม่ไปเรียบร้อยแล้ว 


เบื้องหลังความพยามของลูก

ไม่ว่าจะยังไงพ่อแม่ก็ยังจะคอยส่งแรงใจให้ลูกเสมอ



วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

คน introvert คือ คนที่ไม่ชอบออกสังคม แต่ก็สามารถสร้าง Connection ได้นะ

ไม่ชอบออกสังคม เลยไม่มีคอนเนคชั่น แล้วจะทำธุรกิจได้เหรอ

.

วันนี้ขอนำเทคนิคที่ลองแล้วได้ผมสำหรับคนที่เป็น introverts ในการเข้างานสังคมงานประชุมต่างๆเพื่อสร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆเพิ่มโอกาสการทำธุรกิจให้ขยายเติบโตได้

.



.

1. ทำการบ้านเตรียมตัวให้พร้อม

ก่อนจะไปงานสัมมนา หรืองานอีเว้นท์ งานปาร์ตี้ต่างๆ ศึกษารายละเอียดของงาน กิจกรรมสำคัญพิธีการต่างๆ ข้อมูลผู้บรรยาย ไว้ก่อน นอกจากเราเองจะไม่พลาดกิจกรรมสำคัญของงานแล้ว ยังเป็น หัวข้อสนทนาที่ชวนทุกคนคุยได้หรือช่วยให้คำแนะนำคนอื่นๆที่มางาน เป็นการเปิดบทสนทนาที่ดี

.

กิจกรรมในยุคใหม่มีการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คเข้ามาร่วมในการจัด ลองศึกษาผู้ลงทะเบียนในอีเว้นท์นั้นๆดูว่ามีใครที่เรารู้จักหรือน่ารู้จักบ้าง คนที่รู้จักอาจเป็นเพื่อนแก้เขินได้ หรือแนะนำเพื่อนใหม่ให้คนที่รู้จักก็เป็นอีกหนึ่งบทสนทนาสร้างเน็ตเวิร์คที่ดี

.

.

2. ตั้งเป้าหมายกำหนดเกมส์

กำหนดเป้าหมายท้าทายตัวเองไปเลยว่ามางานนี้จะต้องได้แลกนามบัตรกับคน50 คน หรือได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่เชื่อมต่อใน social network อีก10 คนที่จะเป็นเพื่อนกันติดตามกันต่อ การตั้งเป้าหมายไว้เมื่อเราเริ่มเกมส์จะเกิดความท้าทาย ได้แรงขับดันเพิ่มขึ้น

.

.

3. สร้างจุดเด่นเป็นแรงดึงดูด

หากคุณอยู่ในบริษัทที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วลองยืมพลังของแบรนด์มาดึงดูดคนด้วยการใส่เสื้อผ้าที่บอกว่าคุณเป็นคนจากบริษัทอะไร หากใส่สูทอาจใช้เข็มกลัดเพื่อให้รู้ว่ามาจากบริษัทอะไร คนจะเข้ามาหาทักทายได้ง่ายขึ้น ซึ่งดีกับตัวเราที่ไม่กล้าทักทายคนไม่รู้จักก่อน หรือ การสร้างการจัดจำให้คนในงานด้วยนามบัตรที่ออกแบบเฉพาะดูโดดเด่น หรือ แต่งตัวที่แปลกตา สะดุดตา เช่นการใส่หูกระต่าย หรือ การใส่สร้อยเครื่องประดับที่ดูโดดเด่นสำหรับผู้หญิง เห็นแล้วจำได้

.

.

4. ใช้หูในการสื่อสาร

ในเมื่อเรารู้ตัวว่าพูดไม่เก่ง ก็จงเป็นคนฟังที่เก่ง ให้ความสนใจกับการสนทนาอย่างจริงจัง ตั้งใจฟังผู้สนทนาแสดงอาการเปิดรับกับสิ่งที่คนอื่นกำลังพูด แน่นอนในวงสนทนาหากใครแสดงอาการรับฟังคนที่พูดก็จะให้ความสนใจคนนั้น ฟังเรื่องราวแล้วตั้งคำถามที่เกี่ยวข้อง เป็นการสร้างบรรยากาศการสนทนาที่ดี

.

.

5. หากเป็นกิจกรรมสัมมนาออนไลน์

เราก็สามารถสร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆได้ ด้วยการใช้ช่องแชตให้เป็นประโยชน์ ด้วยการถามคำถามกับวิทยากร หรือ ร่วมตอบคำถามที่วิทยากรถามคำถาม

.

และอีกหนึ่งวิธีที่ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่คือเขียนโน๊ตสรุปเนื้อหาระหว่างการสัมมนาหากมีช่องแชตที่สามารถพิมพ์ได้ตลอดเพียงเราเขียนสรุปเนื้อหาที่สำคัญแต่ละช่วงที่วิทยากรพูดเป็นข้อๆหรือพิมพ์สรุปทุกช่วงเบรคหรือตามหัวข้อก็ทำให้คนในห้องสัมมนาสนใจและมักได้รับการทักทายจากวิทยากรด้วย

.

เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่คนขี้อาย หรือ ไม่ใช่นักปาร์ตี้จะมีเน็ตเวิร์คดีๆกลับมาจากการออกไปร่วมงานสังคม หากลองไปใช้ดูแล้วเป็นอย่างไรบ้าง หรือมีเทคนิคอะไรที่ลองใช้แล้วได้ผลลองคอมเมนท์มาดูนะครับ

************************************************

โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์

นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME

ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้

Twitter @oweera

LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera 

BLOG http://oweera.blogspot.com

Fanpage

https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ธุรกิจร้านอาหารปี2564 ไปต่อยังไงดี

ธุรกิจ SME ของประเทศไทยจำนวนมากมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ ร้านอาหารจำนวนมาก ทั้งที่เป็น ผู้ประกอบการร้านอาหารเอง หรือเป็นผู้จำหน่ายวัตถุดิบให้กับร้านอาหาร หรือแม้กระทั้ง เป็นลูกค้าร้านอาหารจ้างทำอาอาหารให้กับพนักงานหรือเป็นผู้จัดงานอีเว้นท์ 

ซึ่งแน่นอนในสภาวะโควิด ระลอก 3 นี้ ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นแบ่งเป็นสองส่วน  คือผลกระทบจากปัจจัยภายนอก และ ปัจจัยภายใน

ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยภายนอก 

จากวิกฤติไวรัส โดยภาวะวิกฤติไวรัสที่สามารถแพร่ระบาดไปได้ผ่านการรวมกลุ่มในที่แคบ ร้านอาหารจึงเป็นจุดที่ทำให้เกิดความกังวล ที่ผู้บริโภคจะเข้ามาใช้บริการ แม้ร้านอาหารจะทำความสะอาดดีอย่างไร ก็ยังไม่สามารถแก้ความกังวลใจของผู้บริโภคได้
จากนโยบายภาครัฐ การแบ่งโซนพื้นที่จังหวัดสีแดง สีส้ม บางพื้นที่ห้ามไม่ให้บริการทานที่ร้านบางพื้นที่เปิดให้เข้าได้บางส่วน ซึ่งร้านอาหารต้องดำเนินตาม หากไม่ดำเนินตามอาจได้รับการลงโทษ 
จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จากวิกฤติโควิท รอบแรกที่ผ่านมาพฤติกรรมลูกค้าได้ปรับเปลี่ยนจนคุ้นชินกับการสั่งอาหารจากที่บ้าน จนเป็นพฤติกรรมปกติจากการสั่งอาหารมาทานที่บ้านเมื่อมีการจัดงานเลี้ยง เป็นการสั่งอาหารมาเพื่อกินในการดำเนินชีวิตปกติ  ร้านอาหารที่ไม่ปรับตัวมีบริการแบบนี้จะเสียโอกาสไป


ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยภายในของผู้ประกอบการ

การไม่ปรับตัว เมี่อพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป แต่ร้านอาหารยังคงดำเนินการในแบบเดิม หวังเพียงการผ่านไปของวิกฤติโควิด เป็นปัจจัยสำคัญที่ร้าน
ขาดเงินทุน วิกฤติที่กินเวลามายาวนาน ธุรกิจร้านอาหารที่เป็นธุรกิจหมุนเงินสด จะได้รับผลกระทบหนักเพราะมีต้นทุนค่าเช่าค่าพนักงานสูง ในขณะที่รายได้ลดลงไปอย่างมากกินเวลายาวนาน 


แนวทางในการปรับตัวสู้วิกฤติสำหรับธุรกิจร้านอาหาร

ทั้งจากในมุมมองของผู้บริโภคและเห็นการปรับตัวของร้านอาหารช่วงวิกฤติขอยกตัวอย่างและกลยุทธที่จะทำให้ปรับตัวสู้เป็นสองเรื่องดังนี้

ปรับตัวที่สินค้า พัฒนาช่องทาง 


ปรับที่ตัวสินค้าและบริการ 

    เมื่อโจทย์เปลี่ยนคำตอบก็ต้องเปลี่ยน ร้านอาหารต้องปรับเมนู และรูปแบบการทานที่เหมาะสม
1. สินค้าเดิมกับลูกค้าเดิม
    เมื่อลูกค้าไม่ได้ทานที่ร้าน แต่ทานที่บ้านแทน ธุรกิจอาหารจำเป็นต้องออกแบบ อาหารให้สามารถคงรสชาติได้คงเดิมเหมือนทานที่ร้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่เหมาะสมและสร้างความแตกต่าง ใส่ใจในรายละเอียดวิธีการทานให้ได้รสชาติเดียวกับที่ร้าน มีตัวอย่างของ ร้านก๋วยเตียวเรือทองสมิทธ์ ที่มีการออกแบบกล่องที่สามารถนำเข้าไมโคเวฟได้ แยกห่อน้ำ เนื้อ ผัก และเขียนวิธีการอุ่นอาหารให้ได้ความอร่อยเหมือนอยู่ที่ร้าน สร้างประสบการที่ดีเหมือนทานที่ร้าน


2. สินค้าเดิมลูกค้าใหม่
    จากเดินเราเคยให้บริการลูกค้าที่มาผ่านหน้าร้านเรา หรือในพื้นที่ใกล้ๆ ในห้างสรรพสินค้าที่เราอยู่ เมื่อลูกค้าอยู่บ้านและเรามีบริการดิลิเวอร์รี่ เราก็สามารถขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจากเดิมไปได้มากขึ้น ใครจะคิดว่าอาหารทะเลจากสุดปลายด้ามขวานจะส่งมาขายให้คนกรุงเทพ อีสาน คนเหนือผ่านการพูดทางเฟสบุ๊ค กรณีศึกษาของบังฮาซัน น่าจะเป็นที่คุ้นกระปิ เอ๊ย คุ้นเคย 



3. สินค้าใหม่ลูกค้าเดิม
    มองหาความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง (unmed need) ของลูกค้า นอกจากสินค้าเดิมที่เราขายอยู่ยังมีอะไรที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อีก กรณีศึกษาที่น่าสนใจของ ร้านขายชาบู ชื่อ เพนกวิ้นอี๊ดชาบู penguineatshabu ที่เมื่อเจอวิกฤติโควิทรอบแรก ไม่สามารถให้ลูกค้ามานั่งกินชาบูในร้านได้ การขายสินค้าชุดชาบูจำกัดที่ลูกค้าเฉพาะคนที่ มีหม้อชาบูที่บ้าน ร้านนี้จึงนำหม้อชาบูมาขายคู่กับชุดชาบู จนได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากทั้งลูกค้าและสื่อต่างๆ
เมื่อมาถึงวิกฤติรอบสามที่หนักกว่าเดิม โดยเฉพาะคนกรุงเทพที่มีการระบาดอย่างหนัก การขายสินค้าเดิมอย่างเดียวไม่สามารถช่วยพยุงร้านอาหารได้ จึงต้องสรรหาสินค้าใหม่ มาให้บริการ โดยการหาสินค้านั้นหาจากเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ ทางร้าน เพนกวิ้นชาบู วิเคราะห์เทรนด์จากการใช้เครื่องมือมอาทิ Google trend ซึ่งในขณะนั้น มีเทรนด์ค้นหาเรื่องทุเรียนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เจ้าของร้านจึงตัดสินใจวิ่งไปที่สวนทุเรียนเพื่อหาโอกาสในการขาย และทำอาร์ตเวิร์คโปรโมทส่งให้ลูกค้าทางไลน์ ทันที กลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่พร้อมขายสร้างรายได้ในวันรุ่งขึ้น


4.หาสินค้าใหม่ที่เป็นที่ต้องการขายให้กับลูกค้าใหม่ที่มีกำลังซื้อ
    อีกหนึ่งวิธีคือการหาสินค้าใหม่ที่มีโอกาสทางการขายมากกว่า  โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยธนาคารออมสินได้รวบรวมข้อมูลเทรนด์ที่น่าสนใจไว้   https://www.thumbsup.in.th/stategy-food-business 


พัฒนาช่องทาง

หากเป็นยุคสมัยก่อนการเปิดร้านอาหาร ธุรกิจร้านอาหาร ทำเล คือสิ่งสำคัญ ต้องมีคนผ่านเยอะต้องเข้าถึงง่ายต้องจอดรถสะดวก

แต่สำหรับในยุคใหม่จากนี้เป็นต้นไปปัจจัยดังกล่าวเริ่มไม่เพียงพออีกแล้ว ช่องทางที่ดีที่สุด คือ ช่องทางที่ลูกค้าสะดวกที่สุด 
1. สะดวกง่ายดาย ด้วยการให้ลูกค้าสั่งผ่านมือถือ ซึ่งปัจจุบันมีมากมายหลาย ช่องทาง สามารถศึกษาวิธีการสมัคร Lineman Grap Foodpanda ในลิงค์นี้ 
2.เข้าใกล้ลูกค้าใกล้แหล่งชุมชน อาจจะเข้าไปในรูปแบบ ฟู๊ดทรัค( Food truck) หรือ ร้านอาหารขนาดเล็กชั่วคราว Pop up restaurant 

3.ปรับร้านอาหารสำหรับดิลิเวอรี่ โดยตรง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ ที่ธุรกิจเริ่มปรับตัว โดยปัจจุบันธุรกิจหลายแห่งเริ่มปรับตัวจากการในร้านที่ต้องเอาพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นที่นั่งทาน จึงต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ มีที่จอดรถ แต่หากเป็นกาาขายดิลิเวอรี่ ขอเพียงมีที่ให้มอเตอร์ไซด์รับส่งอาหารจอดสะดวก ก็สามารถเปิดให้บริการได้ ตัวอย่างเช่น Ghost kitchen หรือ Cloud Kitchen ของ iberry group ที่รวมอาหารหลายแบรนด์ไว้ในที่เดียว และอีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นถึงเทนด์นี้ ได้แก่ ปตท. ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มองเห็นโอกาส เปิดครัวกลางร่วมกับ lineman


สิ่งที่นำเสนอนี้เป็นหนึ่งในมุมมองและกรณีศึกษาที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ได้เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป


ข้อมูลเพิ่มเติม




ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

marketing5.0 การตลาดยุคที่ 5 ดร.เอกก์ ภทรธนกุล และสัตว์5ประเภทที่จะพารอดโควิด

Marketing5.0  หรือ การตลาดยุคที่ 5 โดย ดร.เอกก์ ภทรธนกุล 

ดร.เอกก์ได้ชื่อว่าเป็น "ดาวเด่น" นักวิชาการวงการการตลาดไทย เป็นหนึ่งในอาจารย์ที่เล่าเรื่องการตลาดให้ฟังได้สนุกย่อยง่าย ไม่ได้กางตำราสอน วันนี้อาจารย์มาถอดความรู้เรื่องการตลาด 5.0 ให้เราได้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ 

มาเริ่มกันที่ การนับยุคของการตลาดของแต่ละยุคว่ามีหลักสำคัญอะไรของแต่ละยุค

การตลาด1.0 เน้นสินค้าเป็นสำคัญ การทำตลาดต้องเน้นที่สินค้าดี สินค้าดีเป็นอันใช้ได้ ตอนนี้ผ่านยุคนั้นไปแล้ว (ที่เรารู้จักกันในนาม 4Ps)
การตลาด2.0 เน้นที่ลูกค้าเป็นสำคัญ  (ที่เราจำกันแม่น 4Ps to 4Cs)
การตลาด3.0 บอกให้มองใหม่อย่ามองลูกค้าเป็นแค่ลูกค้าต้องมองให้เป็นมนุษย์ อย่าดูแลแค่ลูกค้าใด้ดูแลมนุษย์เราจะเข้าใจจิตวิญญาณเค้ามากขึ้น เป็นการตลาดที่เกาะกุมใจลูกค้าในระดับที่เป็นมนุษย์มากขึ้น มองดูว่าเค้าต้องการอะไรอะไรที่เราช่วยแก้ปัญหาเค้าได้มากขึ้น

ถ้ามองคนเป็นลูกค้า  เราจะทำอย่างไรให้เค้ามาจ่ายเงินให้เรา ทำยังไงให้เค้ามาซื้อเยอะซื้อซ้ำมองว่าคนไหนให้ประโยชน์กับเราเยอะเราดูแลดี
ถ้ามองลูกค้าเป็นคน ไม่ได้มองที่ประโยชน์ที่ลูกค้าจะให้เรา แต่มองที่เราจะให้ประโยชน์อะไรกับลูกค้าได้บ้าง

การตลาด 4.0 เน้นเทคโนโลยี เอาเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น 

การตลาด 5.0 เอา 3.0+4.0 เอาเทคโนโลยีมาช่วยดูแลมนุษย์ นำเทคโนโลยีมาช่วยให้ธุรกิจดูแลลูกค้าแบบเป็นมนุษย์มากขึ้น มีส่วนประกอบห้าเรื่องที่สำคัญ
  1. Mix reality การซื้อการขายอะไรต่อไปนี้จะเป็น Mix reality มากขึ้น เราไม่รู้ว่าเราอยู่ในโลกไหน จะออนไลน์ออฟไลน์ ให้เครื่องมือ AR VR มาช่วยทำให้ลูกค้าสะดวกขึ้น 
  2. Agile marketing การตลาดที่รวดเร็ว ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ไม่ต้องยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ไม่ต้องมีสีบังคับ ไม่ต้องวางตำแหน่งโลโก้ตรงเดิมตลอดเวลา ทดลองไปเรื่อยๆอันไหนดีก็เอาอันนั้น พอไม่ดีก็เริ่มเปลี่ยนใหม่
  3. Data driven การใช้ข้อมูลมาสร้างโอกาสทางธุรกิจ มองเห็นทั้งข้อมูลบุคคลและพฤติกรรมมาสร้างโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจ
  4. Predictive marketing เดาใจลูกค้าจากดาต้าที่เรามี การตั้งราคาที่ที่โดนใจลูกค้าและกำไรสูงสุด เหมือนจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เพราะเราซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น 
    1. การตั้งราคาโดยดูจากต้นทุน ทุนเท่าไหร่บวกกำไรที่ต้องการเข้าไปเป็นราคาขาย
    2. การตัั้งราคาตามคู่แข่ง คู่แข่งตั้งเท่าไหร่เราก็ตั้งตามนั้นเพื่อสู้
    3. การตั้งราคาตามคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ เหมือนหลุยวิคตอง ตั้งตามคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ
  5. Contextual marketing การทำการตลาดเปลี่ยนไปตามลูกค้า โฆษณาไปโผล่ในเว็บที่เน้นความหรูหรา หรือเป็นการตลาดแบบกิ่งก่า เปลี่ยนสีไปตามสภาวะแวดล้อม





นอกจากนี้อาจารย์ยังช่วยแนะนำให้มองสัตว์ต่างๆเป็นทางรอดที่จะทำให้เราผ่านช่วงนี้ไปได้

สัตว์5ประเภทที่จะพารอดโควิด

  1. แมลงปอ แมลงปอมีตาหลายเลนส์ ต้องมีมุมมองใหม่ๆตลอดเวลา ต้องเปลี่ยนวิธีมองโลก เอาตัวตนตัวเองลดลงมองในมุมของลูกค้าบ้างคู่แข่งบ้าง สินค้าทดแทนบ้าง 
  2. ไก่ชน แม้จะอ่อนแรงยังไง จะแพ้ยังไงก็ต้องสู้ไม่สู้ก็ตาย ต้องเป็นไก่ชน ไก่ชนไม่เคยหนีปัญหาพร้อมไม่พร้อมโดดลงมาแล้วก็ต้องสู้
  3. ปลากัด มองเห็นกันนิดเดียวก็สร้างความสัมพันธ์ได้แล้ว ไม่ใช่เฉพาะต้องสวย ต้องรวย เราสร้างความสัมพันธ์ไปทั่ว เก็บลูกค้าทุกคน
  4. ลิง มีแก้มลิง กินเยอะกินน้อยยังไงก็ยังเหลือเก็บไว้ที่แก้ม ใช้งบประมาณการตลาดหรือลงทุนอะไรเหลือเผื่อในวันที่ขาดแคลนไว้หน่อย
  5. หมี จำศีลเป็นในวันที่มีอาหารมากมายกินเต็มที่ แต่วันที่มีอาหารน้อยลงไม่ใช่ตายแต่จำศีลเป็น
สัตว์ที่อาจารย์บอกห้ามเป็นเลยคือ นกกระจอกเทศ เวลาเจอปัญหาหรือภัยเข้ามา เอาหัวมุดทรายไม่มองปัญหา ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเลย


ผมกำลังมองถึงธุรกิจหนึ่งที่อาจารย์ได้ยกตัวอย่างและขอเขียนในส่วนที่เคยได้พบเห็นเพิ่มเติมคือ 
เพนกิ้วชาบู หนึ่งในธุรกิจที่เติบโตมาจากการทำการตลาดออนไลน์ ร้านตัวเองจนโด่งดัง และทำ CEO Branding ที่ดี พอเจอโควิดรอบแรก เป็นร้านที่ต้องเอาตัวรอดให้ได้ ด้วยการเป็นคนแรกที่มองเห็นปัญหาของคนอยู่บ้าน ไม่ได้อยากกินข้าวกล่อง อยากกินอาหารเหมือนตอนไปกักตัว จึงทำชุดชาบูดิลิเวอรี่ แต่ยังไม่หยุดแค่นั้น มองหาช่องว่างทางการตลาดเจาะคนที่อยู่หอ คอนโด พื้นที่เล็กๆ ไม่มีอุปกรณ์ครัว จะกินชาบูยังไง จึงริเริ่มเป็นคนแรกที่แถมหม้อชาบูแบบกินคนเดียว จนเป็นที่โด่งดัง




ตอนเจอโควิดรอบสาม จากขายอาหารก็ยังไม่พอ ยังรู้สึกว่ารอบนี้น่าจะหนักจึงเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ ใช้สายตาแมลงปอ มองดูว่ามีโอกาสอะไรบ้าง หาความต้องการของลูกค้าด้วยเทคโนโลยี มีการค้นหา ทุเรียนมาก จึงตัดสินใจ วิ่งไปหาสวนทุเรียน ขอซื้อมาแม้แต่ปลอกยังปลอกไม่เป็น ทำอาร์ตเวิร์ค ออกแบบกล่อง ทำ แบบฟอร์มรับลูกค้า และเริ่มโปรโมทภาพเฟสบุ๊คส่วนตัว ขอให้เพื่อนๆช่วยกันซื้อและช่วยกันแชร์ ก็กลายมาเป็นอีกธุรกิจหนึ่งได้ ในทุกวิกฤติมีโอกาส



ยุคต่อไปของการตลาดคืออะไร
entrepreneurial marketing 

นักการตลาดในยุคต่อไปอาจไม่สามารถเข้าใจเฉพาะการตลาดอย่างเดียว ต้องรู้เรื่องบัญชี เรื่องการเงิน เรื่องการบุคคลด้วย เพราะที่สุดแล้วต้องมองภาพรวมธุรกิจให้ออก

วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2564

รวมเบอร์โรงพยาบาลสำหรับบริจาคช่วยวิกฤติ Covid19

ทำอาหารไปมอบให้หมอ/พยาบาล/จนท.​ 

กักตัวอยู่บ้านเลยชวนเด็กๆทำอะไรร่วมกันได้มีกิจกรรมดีๆ​ เพื่อช่วยคุณกองทัพชุดขาว​
ตั้งใจให้เป็นหน้าที่เด็กๆทำทุกสัปดาห์ เป็นงานร่วมกัน​ ในครอบครัว รอบนี้ส่งให้ รพ.รามาธิบดี พระราม6





รอบหน้าโรงพยาบาลราชวิถีใครว่างมีกำลังช่วยกันนะครับ
ที่รามาธิบดี​ จนท.บอกว่าประมาณ300ที่ต่อมื้อ​ โควิดรอบนี้ไม่ค่อยมีคนส่งไปเท่าไหร่
ใครจะทำอาหารไปที่​รพ.ขอแนะนำดังนี้

คำแนะนำสำหรับสำหรับคนที่จะทำอาหารไปมอบให้โรงพยาบาล

1.โทรเช็ครพ.ก่อนว่ารับได้เท่าไหร่แต่ละที่จะมีศูนย์​ประสานงาน
2.ส่งอาหารของกินขอให้คิดว่าทำให้เพื่อนทำให้ผู้ใหญ่ที่รักและเคารพทาน
3.คนไปส่งควรป้องกันเต็มที่​ วันนี้เรียกGrabไปส่ง​ ให้แอลกอฮอล์​กับหน้ากากไปด้วย

เอาเบอร์มาฝากสำหรับคนที่อยากร่วมด้วยช่วยกันส่งกำลังหนุนให้นักรบชุดขาว

เบอร์ศูนย์ประสานงานโรงพยาบาล รามาธิบดี  พระราม6

คุณประสาน 0645861208

คุณพัชรนันท์ 0979362693

จนท.บอกมีคนทำงานประมาณ  300+ คน 


โรงพยาบาล ธรรมศาสตร์รังสิต
ผู้ประสานงาน 
คุณนงเยาว์ 0650542565
คุณนภาพร 0632359053



เบอร์โทร โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์
ฝ่ายพิธีการ 
0-2251-7804 0-2256-4000  ต่อ 3229  , 3444





เบอร์โทรประสานงาน โรงพยาบาล ศิริราช
คุณอุ่นเรือน  คุณนงลักษณ์


บริจาคให้โรงพยาบาลราชวิถี



วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

แถลงการณ์​ด่วน​ prime minister speech​นายก​ 23​ April 2564

พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในวันนี้ มีอัตราการติดเชื้อทั่วโลกประมาณ 
8 แสนคน และยังมีแนวโน้มที่จะอยู่ในอัตราที่สูงอยู่ องค์การอนามัยโลกก็ได้เตือนว่าจะเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกอีกรอบ ส่งผลให้จะเกิดการช่วงชิงทรัพยากรเพื่อใช้ในการรักษาทั่วโลก
สำหรับประเทศไทยและประชาชนชาวไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถตรวจวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ รถเอ็กซ์เรย์, รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือทางการแพทย์อื่น ๆ จำนวนมาก เป็นต้น

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในนามของประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือขอขอบใจ และขอเป็นกำลังใจ รวมทั้งขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทั้งด้านทรัพยากรและบุคลากร ให้กับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนชาวไทยทุกคนอีกด้วย

ในวันนี้ประเทศไทยมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 2,070 ราย อันเป็นผลมาจากคลัสเตอร์ล่าสุดช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ที่ยังคงส่งผลสืบเนื่องต่อมาอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยอัตราการ
แพร่ระบาดครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าการแพร่ระบาดมีความรุนแรงและเป็นวงกว้างกว่าระลอกที่ผ่านๆ มา ซึ่งถ้าหากเราสามารถร่วมมือ ร่วมใจกันอีกครั้ง "การ์ดไม่ตก" ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ที่ ศบค.แนะนำ ก็จะช่วยลดภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของเรา และสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมอีกครั้ง ในเร็ววัน

ทั้งนี้ รัฐบาลและ ศบค. มีการประเมินสถานการณ์-อย่างใกล้ชิด อยู่ตลอดเวลา โดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องปรับมาตรการให้เข้มงวดขึ้น จะมีการเร่งพิจารณา และประกาศล่วงหน้าให้ได้รับทราบโดยทันที ในขณะเดียวกัน เพื่อความไม่ประมาท ผมได้สั่งการ
ให้มีความเตรียมพร้อมระบบสาธารณสุขของประเทศในด้านต่างๆ เพื่อสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เร่งรัดกระบวนการจัดหาและฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง รวมทั้งพิจารณาการฟื้นฟูเยียวยาในอนาคตด้วย

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนที่ได้รับมอบแล้ว จำนวน 2.1 ล้านโดส ที่สามารถฉีดได้ 1.05 ล้านคน โดยนับถึงวันนี้ ได้มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 8.4 แสนคน กว่าครึ่งหนึ่ง เป็นการฉีดให้กับบุคลาการทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงตลอดเวลา ซึ่งบุคลากรทั้งหมดจะได้รับวัคซีนครบถ้วนภายในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ รัฐบาลและ ศบค. ก็มิได้นิ่งนอนใจ โดยได้เร่งจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าหมายว่าจะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ให้ครบ 100 ล้านโดส เพื่อฉีดให้กับประชาชน 50 ล้านคน ภายในสิ้นปี 64 นี้ ที่ผ่านมาเราจัดหาแล้ว 64 ล้านโดส ประกอบด้วย AstraZeneca 61 ล้านโดส เริ่มส่งมอบเดือน มิถุนายนนี้ 6 ล้านโดส และเดือนต่อ ๆ ไปอีก เดือนละ 10 ล้านโดส, Sinovac 2.5 ล้านโดส ส่งมอบแล้ว 2 ล้านโดส พรุ่งนี้ มาอีก 500,000 โดส ล่าสุดเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า รัฐบาลจีนได้แจ้งความประสงค์บริจาควัคซีนให้ไทยอีก 500,000 โดสในส่วนที่จะต้องจัดหาเพิ่มเติมอีก 36 ล้านโดส นั้น รัฐบาลก็ประสบความสำเร็จในการเจรจาจัดหาวัคซีนสปุตนิค วี จำนวน 5-10 ล้านโดส และ

ไฟเซอร์ อีก 5-10 ล้านโดส มาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนแล้ว และเพื่อเป็นการเติมเต็มภาครัฐ และเกิดการทำงานเชิงรุกมากขึ้น ผมได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ขึ้น ซึ่งประกอบด้วย คณะแพทย์-ในกระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน โดยมีนายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน ซึ่งได้รับรายงานว่าสภาหอการค้าไทย จะช่วยรัฐบาลจัดหาให้กับพนักงานลูกจ้างเองด้วย ประมาณ 10-15 ล้านโดส และในอาทิตย์หน้า ผมก็จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย เพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดหาและแจกจ่ายวัคซีน ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้ประเทศไทยของเราสามารถมีวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนให้ครบ 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้

ผมขอยืนยันว่า รัฐบาลและ ศบค. มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้อย่างเต็มที่ องค์การเภสัชกรรมได้มีการสำรอง และกระจายยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนมากกว่าสามแสนเม็ด โดยมีการกระจายไปสำรองในพื้นที่ต่างๆ แล้ว และกำลังนำเข้าเพิ่มอีก 2 ล้านเม็ด ในด้านการจัดเตรียมเตียงให้กับผู้ป่วย เรามีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วย

โควิด และผู้เสี่ยงติดเชื้อ รวมกว่า 28,000 เตียง ทั้งที่อยู่ในโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel ซึ่งในขณะนี้มีผู้ป่วยหลักพันต่อเนื่องกันหลายวัน ทำให้จำนวนเตียงลดลงอย่างมาก แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้จัดเตรียมมาตรการเพื่อจัดหาเตียงให้กับผู้ป่วยทุกคนให้ได้ในส่วนของมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้อีกประมาณ 3.8 แสนล้านบาท โดยมาจาก พรก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2.4 แสนล้านบาท งบกลางปีงบประมาณ 2564 อีก 9.9 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายบรรเทาโควิด-19 อีก 4 หมื่นล้านบาท โดยฝ่ายเศรษฐกิจได้เตรียมโครงการที่จะช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภค รวมไปถึงโครงการที่จะก่อให้เกิดการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอที่จะใช้ในการช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเจริญเติบโตให้ได้โดยเร็ว

ผมขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ให้ความช่วยเหลือในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล อสม. เจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละ อดทน แม้ว่าตนเองจะเสี่ยงอันตรายและเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเททำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ผมขอยกย่องทุกท่านจากใจจริงดังนั้นพวกเราทุกคนจึงต้องช่วยกันปกป้องทีมแพทย์ของประเทศไทย ด้วยการระมัดระวังตัว ลดความเสี่ยงให้มากที่สุดในช่วงเวลานี้ คือ การเว้นระยะห่าง ล้างมือ และใส่แมสก์ให้มากที่สุดเมื่อต้องพบเจอผู้อื่น
ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า ผมและรัฐบาลจะทำทุกทางเพื่อให้เราผ่านวิกฤต
ในระลอกนี้ไปให้ได้ พวกเราทุกคนจะสู้ไปด้วยกันอีกครั้ง และผมเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของเราทุกคนประเทศไทยจะต้องเอาชนะโรคร้ายในครั้งนี้-ได้อย่างแน่นอน ขอบคุณครับ

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...