วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ธุรกิจร้านอาหารปี2564 ไปต่อยังไงดี

ธุรกิจ SME ของประเทศไทยจำนวนมากมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ ร้านอาหารจำนวนมาก ทั้งที่เป็น ผู้ประกอบการร้านอาหารเอง หรือเป็นผู้จำหน่ายวัตถุดิบให้กับร้านอาหาร หรือแม้กระทั้ง เป็นลูกค้าร้านอาหารจ้างทำอาอาหารให้กับพนักงานหรือเป็นผู้จัดงานอีเว้นท์ 

ซึ่งแน่นอนในสภาวะโควิด ระลอก 3 นี้ ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นแบ่งเป็นสองส่วน  คือผลกระทบจากปัจจัยภายนอก และ ปัจจัยภายใน

ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยภายนอก 

จากวิกฤติไวรัส โดยภาวะวิกฤติไวรัสที่สามารถแพร่ระบาดไปได้ผ่านการรวมกลุ่มในที่แคบ ร้านอาหารจึงเป็นจุดที่ทำให้เกิดความกังวล ที่ผู้บริโภคจะเข้ามาใช้บริการ แม้ร้านอาหารจะทำความสะอาดดีอย่างไร ก็ยังไม่สามารถแก้ความกังวลใจของผู้บริโภคได้
จากนโยบายภาครัฐ การแบ่งโซนพื้นที่จังหวัดสีแดง สีส้ม บางพื้นที่ห้ามไม่ให้บริการทานที่ร้านบางพื้นที่เปิดให้เข้าได้บางส่วน ซึ่งร้านอาหารต้องดำเนินตาม หากไม่ดำเนินตามอาจได้รับการลงโทษ 
จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จากวิกฤติโควิท รอบแรกที่ผ่านมาพฤติกรรมลูกค้าได้ปรับเปลี่ยนจนคุ้นชินกับการสั่งอาหารจากที่บ้าน จนเป็นพฤติกรรมปกติจากการสั่งอาหารมาทานที่บ้านเมื่อมีการจัดงานเลี้ยง เป็นการสั่งอาหารมาเพื่อกินในการดำเนินชีวิตปกติ  ร้านอาหารที่ไม่ปรับตัวมีบริการแบบนี้จะเสียโอกาสไป


ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยภายในของผู้ประกอบการ

การไม่ปรับตัว เมี่อพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป แต่ร้านอาหารยังคงดำเนินการในแบบเดิม หวังเพียงการผ่านไปของวิกฤติโควิด เป็นปัจจัยสำคัญที่ร้าน
ขาดเงินทุน วิกฤติที่กินเวลามายาวนาน ธุรกิจร้านอาหารที่เป็นธุรกิจหมุนเงินสด จะได้รับผลกระทบหนักเพราะมีต้นทุนค่าเช่าค่าพนักงานสูง ในขณะที่รายได้ลดลงไปอย่างมากกินเวลายาวนาน 


แนวทางในการปรับตัวสู้วิกฤติสำหรับธุรกิจร้านอาหาร

ทั้งจากในมุมมองของผู้บริโภคและเห็นการปรับตัวของร้านอาหารช่วงวิกฤติขอยกตัวอย่างและกลยุทธที่จะทำให้ปรับตัวสู้เป็นสองเรื่องดังนี้

ปรับตัวที่สินค้า พัฒนาช่องทาง 


ปรับที่ตัวสินค้าและบริการ 

    เมื่อโจทย์เปลี่ยนคำตอบก็ต้องเปลี่ยน ร้านอาหารต้องปรับเมนู และรูปแบบการทานที่เหมาะสม
1. สินค้าเดิมกับลูกค้าเดิม
    เมื่อลูกค้าไม่ได้ทานที่ร้าน แต่ทานที่บ้านแทน ธุรกิจอาหารจำเป็นต้องออกแบบ อาหารให้สามารถคงรสชาติได้คงเดิมเหมือนทานที่ร้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่เหมาะสมและสร้างความแตกต่าง ใส่ใจในรายละเอียดวิธีการทานให้ได้รสชาติเดียวกับที่ร้าน มีตัวอย่างของ ร้านก๋วยเตียวเรือทองสมิทธ์ ที่มีการออกแบบกล่องที่สามารถนำเข้าไมโคเวฟได้ แยกห่อน้ำ เนื้อ ผัก และเขียนวิธีการอุ่นอาหารให้ได้ความอร่อยเหมือนอยู่ที่ร้าน สร้างประสบการที่ดีเหมือนทานที่ร้าน


2. สินค้าเดิมลูกค้าใหม่
    จากเดินเราเคยให้บริการลูกค้าที่มาผ่านหน้าร้านเรา หรือในพื้นที่ใกล้ๆ ในห้างสรรพสินค้าที่เราอยู่ เมื่อลูกค้าอยู่บ้านและเรามีบริการดิลิเวอร์รี่ เราก็สามารถขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจากเดิมไปได้มากขึ้น ใครจะคิดว่าอาหารทะเลจากสุดปลายด้ามขวานจะส่งมาขายให้คนกรุงเทพ อีสาน คนเหนือผ่านการพูดทางเฟสบุ๊ค กรณีศึกษาของบังฮาซัน น่าจะเป็นที่คุ้นกระปิ เอ๊ย คุ้นเคย 



3. สินค้าใหม่ลูกค้าเดิม
    มองหาความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง (unmed need) ของลูกค้า นอกจากสินค้าเดิมที่เราขายอยู่ยังมีอะไรที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อีก กรณีศึกษาที่น่าสนใจของ ร้านขายชาบู ชื่อ เพนกวิ้นอี๊ดชาบู penguineatshabu ที่เมื่อเจอวิกฤติโควิทรอบแรก ไม่สามารถให้ลูกค้ามานั่งกินชาบูในร้านได้ การขายสินค้าชุดชาบูจำกัดที่ลูกค้าเฉพาะคนที่ มีหม้อชาบูที่บ้าน ร้านนี้จึงนำหม้อชาบูมาขายคู่กับชุดชาบู จนได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากทั้งลูกค้าและสื่อต่างๆ
เมื่อมาถึงวิกฤติรอบสามที่หนักกว่าเดิม โดยเฉพาะคนกรุงเทพที่มีการระบาดอย่างหนัก การขายสินค้าเดิมอย่างเดียวไม่สามารถช่วยพยุงร้านอาหารได้ จึงต้องสรรหาสินค้าใหม่ มาให้บริการ โดยการหาสินค้านั้นหาจากเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ ทางร้าน เพนกวิ้นชาบู วิเคราะห์เทรนด์จากการใช้เครื่องมือมอาทิ Google trend ซึ่งในขณะนั้น มีเทรนด์ค้นหาเรื่องทุเรียนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เจ้าของร้านจึงตัดสินใจวิ่งไปที่สวนทุเรียนเพื่อหาโอกาสในการขาย และทำอาร์ตเวิร์คโปรโมทส่งให้ลูกค้าทางไลน์ ทันที กลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่พร้อมขายสร้างรายได้ในวันรุ่งขึ้น


4.หาสินค้าใหม่ที่เป็นที่ต้องการขายให้กับลูกค้าใหม่ที่มีกำลังซื้อ
    อีกหนึ่งวิธีคือการหาสินค้าใหม่ที่มีโอกาสทางการขายมากกว่า  โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยธนาคารออมสินได้รวบรวมข้อมูลเทรนด์ที่น่าสนใจไว้   https://www.thumbsup.in.th/stategy-food-business 


พัฒนาช่องทาง

หากเป็นยุคสมัยก่อนการเปิดร้านอาหาร ธุรกิจร้านอาหาร ทำเล คือสิ่งสำคัญ ต้องมีคนผ่านเยอะต้องเข้าถึงง่ายต้องจอดรถสะดวก

แต่สำหรับในยุคใหม่จากนี้เป็นต้นไปปัจจัยดังกล่าวเริ่มไม่เพียงพออีกแล้ว ช่องทางที่ดีที่สุด คือ ช่องทางที่ลูกค้าสะดวกที่สุด 
1. สะดวกง่ายดาย ด้วยการให้ลูกค้าสั่งผ่านมือถือ ซึ่งปัจจุบันมีมากมายหลาย ช่องทาง สามารถศึกษาวิธีการสมัคร Lineman Grap Foodpanda ในลิงค์นี้ 
2.เข้าใกล้ลูกค้าใกล้แหล่งชุมชน อาจจะเข้าไปในรูปแบบ ฟู๊ดทรัค( Food truck) หรือ ร้านอาหารขนาดเล็กชั่วคราว Pop up restaurant 

3.ปรับร้านอาหารสำหรับดิลิเวอรี่ โดยตรง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ ที่ธุรกิจเริ่มปรับตัว โดยปัจจุบันธุรกิจหลายแห่งเริ่มปรับตัวจากการในร้านที่ต้องเอาพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นที่นั่งทาน จึงต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ มีที่จอดรถ แต่หากเป็นกาาขายดิลิเวอรี่ ขอเพียงมีที่ให้มอเตอร์ไซด์รับส่งอาหารจอดสะดวก ก็สามารถเปิดให้บริการได้ ตัวอย่างเช่น Ghost kitchen หรือ Cloud Kitchen ของ iberry group ที่รวมอาหารหลายแบรนด์ไว้ในที่เดียว และอีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นถึงเทนด์นี้ ได้แก่ ปตท. ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มองเห็นโอกาส เปิดครัวกลางร่วมกับ lineman


สิ่งที่นำเสนอนี้เป็นหนึ่งในมุมมองและกรณีศึกษาที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ได้เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป


ข้อมูลเพิ่มเติม




ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

marketing5.0 การตลาดยุคที่ 5 ดร.เอกก์ ภทรธนกุล และสัตว์5ประเภทที่จะพารอดโควิด

Marketing5.0  หรือ การตลาดยุคที่ 5 โดย ดร.เอกก์ ภทรธนกุล 

ดร.เอกก์ได้ชื่อว่าเป็น "ดาวเด่น" นักวิชาการวงการการตลาดไทย เป็นหนึ่งในอาจารย์ที่เล่าเรื่องการตลาดให้ฟังได้สนุกย่อยง่าย ไม่ได้กางตำราสอน วันนี้อาจารย์มาถอดความรู้เรื่องการตลาด 5.0 ให้เราได้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ 

มาเริ่มกันที่ การนับยุคของการตลาดของแต่ละยุคว่ามีหลักสำคัญอะไรของแต่ละยุค

การตลาด1.0 เน้นสินค้าเป็นสำคัญ การทำตลาดต้องเน้นที่สินค้าดี สินค้าดีเป็นอันใช้ได้ ตอนนี้ผ่านยุคนั้นไปแล้ว (ที่เรารู้จักกันในนาม 4Ps)
การตลาด2.0 เน้นที่ลูกค้าเป็นสำคัญ  (ที่เราจำกันแม่น 4Ps to 4Cs)
การตลาด3.0 บอกให้มองใหม่อย่ามองลูกค้าเป็นแค่ลูกค้าต้องมองให้เป็นมนุษย์ อย่าดูแลแค่ลูกค้าใด้ดูแลมนุษย์เราจะเข้าใจจิตวิญญาณเค้ามากขึ้น เป็นการตลาดที่เกาะกุมใจลูกค้าในระดับที่เป็นมนุษย์มากขึ้น มองดูว่าเค้าต้องการอะไรอะไรที่เราช่วยแก้ปัญหาเค้าได้มากขึ้น

ถ้ามองคนเป็นลูกค้า  เราจะทำอย่างไรให้เค้ามาจ่ายเงินให้เรา ทำยังไงให้เค้ามาซื้อเยอะซื้อซ้ำมองว่าคนไหนให้ประโยชน์กับเราเยอะเราดูแลดี
ถ้ามองลูกค้าเป็นคน ไม่ได้มองที่ประโยชน์ที่ลูกค้าจะให้เรา แต่มองที่เราจะให้ประโยชน์อะไรกับลูกค้าได้บ้าง

การตลาด 4.0 เน้นเทคโนโลยี เอาเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น 

การตลาด 5.0 เอา 3.0+4.0 เอาเทคโนโลยีมาช่วยดูแลมนุษย์ นำเทคโนโลยีมาช่วยให้ธุรกิจดูแลลูกค้าแบบเป็นมนุษย์มากขึ้น มีส่วนประกอบห้าเรื่องที่สำคัญ
  1. Mix reality การซื้อการขายอะไรต่อไปนี้จะเป็น Mix reality มากขึ้น เราไม่รู้ว่าเราอยู่ในโลกไหน จะออนไลน์ออฟไลน์ ให้เครื่องมือ AR VR มาช่วยทำให้ลูกค้าสะดวกขึ้น 
  2. Agile marketing การตลาดที่รวดเร็ว ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ไม่ต้องยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ไม่ต้องมีสีบังคับ ไม่ต้องวางตำแหน่งโลโก้ตรงเดิมตลอดเวลา ทดลองไปเรื่อยๆอันไหนดีก็เอาอันนั้น พอไม่ดีก็เริ่มเปลี่ยนใหม่
  3. Data driven การใช้ข้อมูลมาสร้างโอกาสทางธุรกิจ มองเห็นทั้งข้อมูลบุคคลและพฤติกรรมมาสร้างโอกาสใหม่ๆทางธุรกิจ
  4. Predictive marketing เดาใจลูกค้าจากดาต้าที่เรามี การตั้งราคาที่ที่โดนใจลูกค้าและกำไรสูงสุด เหมือนจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เพราะเราซื้อของออนไลน์กันมากขึ้น 
    1. การตั้งราคาโดยดูจากต้นทุน ทุนเท่าไหร่บวกกำไรที่ต้องการเข้าไปเป็นราคาขาย
    2. การตัั้งราคาตามคู่แข่ง คู่แข่งตั้งเท่าไหร่เราก็ตั้งตามนั้นเพื่อสู้
    3. การตั้งราคาตามคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ เหมือนหลุยวิคตอง ตั้งตามคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ
  5. Contextual marketing การทำการตลาดเปลี่ยนไปตามลูกค้า โฆษณาไปโผล่ในเว็บที่เน้นความหรูหรา หรือเป็นการตลาดแบบกิ่งก่า เปลี่ยนสีไปตามสภาวะแวดล้อม





นอกจากนี้อาจารย์ยังช่วยแนะนำให้มองสัตว์ต่างๆเป็นทางรอดที่จะทำให้เราผ่านช่วงนี้ไปได้

สัตว์5ประเภทที่จะพารอดโควิด

  1. แมลงปอ แมลงปอมีตาหลายเลนส์ ต้องมีมุมมองใหม่ๆตลอดเวลา ต้องเปลี่ยนวิธีมองโลก เอาตัวตนตัวเองลดลงมองในมุมของลูกค้าบ้างคู่แข่งบ้าง สินค้าทดแทนบ้าง 
  2. ไก่ชน แม้จะอ่อนแรงยังไง จะแพ้ยังไงก็ต้องสู้ไม่สู้ก็ตาย ต้องเป็นไก่ชน ไก่ชนไม่เคยหนีปัญหาพร้อมไม่พร้อมโดดลงมาแล้วก็ต้องสู้
  3. ปลากัด มองเห็นกันนิดเดียวก็สร้างความสัมพันธ์ได้แล้ว ไม่ใช่เฉพาะต้องสวย ต้องรวย เราสร้างความสัมพันธ์ไปทั่ว เก็บลูกค้าทุกคน
  4. ลิง มีแก้มลิง กินเยอะกินน้อยยังไงก็ยังเหลือเก็บไว้ที่แก้ม ใช้งบประมาณการตลาดหรือลงทุนอะไรเหลือเผื่อในวันที่ขาดแคลนไว้หน่อย
  5. หมี จำศีลเป็นในวันที่มีอาหารมากมายกินเต็มที่ แต่วันที่มีอาหารน้อยลงไม่ใช่ตายแต่จำศีลเป็น
สัตว์ที่อาจารย์บอกห้ามเป็นเลยคือ นกกระจอกเทศ เวลาเจอปัญหาหรือภัยเข้ามา เอาหัวมุดทรายไม่มองปัญหา ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเลย


ผมกำลังมองถึงธุรกิจหนึ่งที่อาจารย์ได้ยกตัวอย่างและขอเขียนในส่วนที่เคยได้พบเห็นเพิ่มเติมคือ 
เพนกิ้วชาบู หนึ่งในธุรกิจที่เติบโตมาจากการทำการตลาดออนไลน์ ร้านตัวเองจนโด่งดัง และทำ CEO Branding ที่ดี พอเจอโควิดรอบแรก เป็นร้านที่ต้องเอาตัวรอดให้ได้ ด้วยการเป็นคนแรกที่มองเห็นปัญหาของคนอยู่บ้าน ไม่ได้อยากกินข้าวกล่อง อยากกินอาหารเหมือนตอนไปกักตัว จึงทำชุดชาบูดิลิเวอรี่ แต่ยังไม่หยุดแค่นั้น มองหาช่องว่างทางการตลาดเจาะคนที่อยู่หอ คอนโด พื้นที่เล็กๆ ไม่มีอุปกรณ์ครัว จะกินชาบูยังไง จึงริเริ่มเป็นคนแรกที่แถมหม้อชาบูแบบกินคนเดียว จนเป็นที่โด่งดัง




ตอนเจอโควิดรอบสาม จากขายอาหารก็ยังไม่พอ ยังรู้สึกว่ารอบนี้น่าจะหนักจึงเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ ใช้สายตาแมลงปอ มองดูว่ามีโอกาสอะไรบ้าง หาความต้องการของลูกค้าด้วยเทคโนโลยี มีการค้นหา ทุเรียนมาก จึงตัดสินใจ วิ่งไปหาสวนทุเรียน ขอซื้อมาแม้แต่ปลอกยังปลอกไม่เป็น ทำอาร์ตเวิร์ค ออกแบบกล่อง ทำ แบบฟอร์มรับลูกค้า และเริ่มโปรโมทภาพเฟสบุ๊คส่วนตัว ขอให้เพื่อนๆช่วยกันซื้อและช่วยกันแชร์ ก็กลายมาเป็นอีกธุรกิจหนึ่งได้ ในทุกวิกฤติมีโอกาส



ยุคต่อไปของการตลาดคืออะไร
entrepreneurial marketing 

นักการตลาดในยุคต่อไปอาจไม่สามารถเข้าใจเฉพาะการตลาดอย่างเดียว ต้องรู้เรื่องบัญชี เรื่องการเงิน เรื่องการบุคคลด้วย เพราะที่สุดแล้วต้องมองภาพรวมธุรกิจให้ออก

วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2564

รวมเบอร์โรงพยาบาลสำหรับบริจาคช่วยวิกฤติ Covid19

ทำอาหารไปมอบให้หมอ/พยาบาล/จนท.​ 

กักตัวอยู่บ้านเลยชวนเด็กๆทำอะไรร่วมกันได้มีกิจกรรมดีๆ​ เพื่อช่วยคุณกองทัพชุดขาว​
ตั้งใจให้เป็นหน้าที่เด็กๆทำทุกสัปดาห์ เป็นงานร่วมกัน​ ในครอบครัว รอบนี้ส่งให้ รพ.รามาธิบดี พระราม6





รอบหน้าโรงพยาบาลราชวิถีใครว่างมีกำลังช่วยกันนะครับ
ที่รามาธิบดี​ จนท.บอกว่าประมาณ300ที่ต่อมื้อ​ โควิดรอบนี้ไม่ค่อยมีคนส่งไปเท่าไหร่
ใครจะทำอาหารไปที่​รพ.ขอแนะนำดังนี้

คำแนะนำสำหรับสำหรับคนที่จะทำอาหารไปมอบให้โรงพยาบาล

1.โทรเช็ครพ.ก่อนว่ารับได้เท่าไหร่แต่ละที่จะมีศูนย์​ประสานงาน
2.ส่งอาหารของกินขอให้คิดว่าทำให้เพื่อนทำให้ผู้ใหญ่ที่รักและเคารพทาน
3.คนไปส่งควรป้องกันเต็มที่​ วันนี้เรียกGrabไปส่ง​ ให้แอลกอฮอล์​กับหน้ากากไปด้วย

เอาเบอร์มาฝากสำหรับคนที่อยากร่วมด้วยช่วยกันส่งกำลังหนุนให้นักรบชุดขาว

เบอร์ศูนย์ประสานงานโรงพยาบาล รามาธิบดี  พระราม6

คุณประสาน 0645861208

คุณพัชรนันท์ 0979362693

จนท.บอกมีคนทำงานประมาณ  300+ คน 


โรงพยาบาล ธรรมศาสตร์รังสิต
ผู้ประสานงาน 
คุณนงเยาว์ 0650542565
คุณนภาพร 0632359053



เบอร์โทร โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์
ฝ่ายพิธีการ 
0-2251-7804 0-2256-4000  ต่อ 3229  , 3444





เบอร์โทรประสานงาน โรงพยาบาล ศิริราช
คุณอุ่นเรือน  คุณนงลักษณ์


บริจาคให้โรงพยาบาลราชวิถี



วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

แถลงการณ์​ด่วน​ prime minister speech​นายก​ 23​ April 2564

พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในวันนี้ มีอัตราการติดเชื้อทั่วโลกประมาณ 
8 แสนคน และยังมีแนวโน้มที่จะอยู่ในอัตราที่สูงอยู่ องค์การอนามัยโลกก็ได้เตือนว่าจะเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกอีกรอบ ส่งผลให้จะเกิดการช่วงชิงทรัพยากรเพื่อใช้ในการรักษาทั่วโลก
สำหรับประเทศไทยและประชาชนชาวไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถตรวจวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ รถเอ็กซ์เรย์, รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือทางการแพทย์อื่น ๆ จำนวนมาก เป็นต้น

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในนามของประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือขอขอบใจ และขอเป็นกำลังใจ รวมทั้งขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทั้งด้านทรัพยากรและบุคลากร ให้กับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนชาวไทยทุกคนอีกด้วย

ในวันนี้ประเทศไทยมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 2,070 ราย อันเป็นผลมาจากคลัสเตอร์ล่าสุดช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ที่ยังคงส่งผลสืบเนื่องต่อมาอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยอัตราการ
แพร่ระบาดครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าการแพร่ระบาดมีความรุนแรงและเป็นวงกว้างกว่าระลอกที่ผ่านๆ มา ซึ่งถ้าหากเราสามารถร่วมมือ ร่วมใจกันอีกครั้ง "การ์ดไม่ตก" ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ที่ ศบค.แนะนำ ก็จะช่วยลดภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของเรา และสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมอีกครั้ง ในเร็ววัน

ทั้งนี้ รัฐบาลและ ศบค. มีการประเมินสถานการณ์-อย่างใกล้ชิด อยู่ตลอดเวลา โดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องปรับมาตรการให้เข้มงวดขึ้น จะมีการเร่งพิจารณา และประกาศล่วงหน้าให้ได้รับทราบโดยทันที ในขณะเดียวกัน เพื่อความไม่ประมาท ผมได้สั่งการ
ให้มีความเตรียมพร้อมระบบสาธารณสุขของประเทศในด้านต่างๆ เพื่อสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เร่งรัดกระบวนการจัดหาและฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง รวมทั้งพิจารณาการฟื้นฟูเยียวยาในอนาคตด้วย

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนที่ได้รับมอบแล้ว จำนวน 2.1 ล้านโดส ที่สามารถฉีดได้ 1.05 ล้านคน โดยนับถึงวันนี้ ได้มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 8.4 แสนคน กว่าครึ่งหนึ่ง เป็นการฉีดให้กับบุคลาการทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงตลอดเวลา ซึ่งบุคลากรทั้งหมดจะได้รับวัคซีนครบถ้วนภายในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ รัฐบาลและ ศบค. ก็มิได้นิ่งนอนใจ โดยได้เร่งจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าหมายว่าจะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ให้ครบ 100 ล้านโดส เพื่อฉีดให้กับประชาชน 50 ล้านคน ภายในสิ้นปี 64 นี้ ที่ผ่านมาเราจัดหาแล้ว 64 ล้านโดส ประกอบด้วย AstraZeneca 61 ล้านโดส เริ่มส่งมอบเดือน มิถุนายนนี้ 6 ล้านโดส และเดือนต่อ ๆ ไปอีก เดือนละ 10 ล้านโดส, Sinovac 2.5 ล้านโดส ส่งมอบแล้ว 2 ล้านโดส พรุ่งนี้ มาอีก 500,000 โดส ล่าสุดเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า รัฐบาลจีนได้แจ้งความประสงค์บริจาควัคซีนให้ไทยอีก 500,000 โดสในส่วนที่จะต้องจัดหาเพิ่มเติมอีก 36 ล้านโดส นั้น รัฐบาลก็ประสบความสำเร็จในการเจรจาจัดหาวัคซีนสปุตนิค วี จำนวน 5-10 ล้านโดส และ

ไฟเซอร์ อีก 5-10 ล้านโดส มาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนแล้ว และเพื่อเป็นการเติมเต็มภาครัฐ และเกิดการทำงานเชิงรุกมากขึ้น ผมได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ขึ้น ซึ่งประกอบด้วย คณะแพทย์-ในกระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน โดยมีนายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน ซึ่งได้รับรายงานว่าสภาหอการค้าไทย จะช่วยรัฐบาลจัดหาให้กับพนักงานลูกจ้างเองด้วย ประมาณ 10-15 ล้านโดส และในอาทิตย์หน้า ผมก็จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย เพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดหาและแจกจ่ายวัคซีน ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้ประเทศไทยของเราสามารถมีวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนให้ครบ 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้

ผมขอยืนยันว่า รัฐบาลและ ศบค. มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้อย่างเต็มที่ องค์การเภสัชกรรมได้มีการสำรอง และกระจายยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนมากกว่าสามแสนเม็ด โดยมีการกระจายไปสำรองในพื้นที่ต่างๆ แล้ว และกำลังนำเข้าเพิ่มอีก 2 ล้านเม็ด ในด้านการจัดเตรียมเตียงให้กับผู้ป่วย เรามีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วย

โควิด และผู้เสี่ยงติดเชื้อ รวมกว่า 28,000 เตียง ทั้งที่อยู่ในโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel ซึ่งในขณะนี้มีผู้ป่วยหลักพันต่อเนื่องกันหลายวัน ทำให้จำนวนเตียงลดลงอย่างมาก แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้จัดเตรียมมาตรการเพื่อจัดหาเตียงให้กับผู้ป่วยทุกคนให้ได้ในส่วนของมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้อีกประมาณ 3.8 แสนล้านบาท โดยมาจาก พรก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2.4 แสนล้านบาท งบกลางปีงบประมาณ 2564 อีก 9.9 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายบรรเทาโควิด-19 อีก 4 หมื่นล้านบาท โดยฝ่ายเศรษฐกิจได้เตรียมโครงการที่จะช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภค รวมไปถึงโครงการที่จะก่อให้เกิดการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอที่จะใช้ในการช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเจริญเติบโตให้ได้โดยเร็ว

ผมขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ให้ความช่วยเหลือในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล อสม. เจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละ อดทน แม้ว่าตนเองจะเสี่ยงอันตรายและเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเททำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ผมขอยกย่องทุกท่านจากใจจริงดังนั้นพวกเราทุกคนจึงต้องช่วยกันปกป้องทีมแพทย์ของประเทศไทย ด้วยการระมัดระวังตัว ลดความเสี่ยงให้มากที่สุดในช่วงเวลานี้ คือ การเว้นระยะห่าง ล้างมือ และใส่แมสก์ให้มากที่สุดเมื่อต้องพบเจอผู้อื่น
ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า ผมและรัฐบาลจะทำทุกทางเพื่อให้เราผ่านวิกฤต
ในระลอกนี้ไปให้ได้ พวกเราทุกคนจะสู้ไปด้วยกันอีกครั้ง และผมเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของเราทุกคนประเทศไทยจะต้องเอาชนะโรคร้ายในครั้งนี้-ได้อย่างแน่นอน ขอบคุณครับ

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564

Mdm.Hua's Speech​ วิธีการปกครองของจีน​ (1)

@สุนทรพจน์ช็อกโลก

มาดามหัวชุนยิง โฆษกหญิงประจำกระทรวงต่างประเทศของจีน ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่แหลมคมและลึกซึ้งต่อชาวโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้

หล่อนพูดถ้อยคำเหล่านี้:

*ชาวต่างประเทศที่กินข้าวของจีน ห้ามทำจานข้าวของจีนแตก!

ถ้อยคำเหล่านี้ถือได้ว่ามีความหมายลึกซึ้งและกินความมาก...

1.จีนจะไม่ยอมอดทนต่อชาวต่างชาติที่มาทำมาหากินอยู่ในจีนแต่ยังจ้องทำลายล้างจีน
2.จีนจะไม่ยอมให้ชาวต่างชาตินำเรื่องการค้ามาใช้เป็นเรื่องการเมือง
3.ไม่ต้องมาบอกจีนว่า ให้ทำอะไร หรือไม่ทำอะไร ดูแจ๊คหม่าเป็นตัวอย่าง
4.จีนจะไม่ยอมให้ต่างชาติคนหนึ่งคนใด บริษัทใด ๆ  มหาเศรษฐีคนใด กองทุนที่ทรงอิทธิพล ฯลฯ ใด ๆ มากดดันจีน ไม่ว่าจะเป็นทางหนึ่งหรือทางใด!

นี่คือเรื่องที่ขอร้องไปยังโกลด์แมน แซ็กส์ ซิติแบงก์ เอชเอ็นบีซี แอปเปิล ซัมซุง ร็อธชายด์ ฯลฯ และคนที่มีคุณสมบัติคล้ายโซลอส, วอร์เร็น บัฟเฟ่ต์ ฯลฯ ด้วย

*จีนจะไม่ยอมอ่อนข้ออย่างเด็ดขาดอีกต่อไปที่จะให้ใครก็ตาม มารุมย่ำยีบรรพบุรุษจีนให้แปดเปื้อนด้วยเรื่องฝิ่น และผู้ที่ต้องการให้จีนตกเป็นเมืองขึ้น รวมทั้งผู้ที่ต้องการทำลายล้างทุกชนชาติ

บุคคลหนึ่งบุคคลใด บริษัทใด ๆ สถาบันการเงินหรือสถาบันที่คล้ายคลึงกัน เอ็นจีโอ ซึ่งนิ่งเฉยเงียบกริบ ไม่ยอมเข้าใจคำพูดของมาดามหัว จะถูกโยน(ขับไล่)ออกจากจีน

*คนทั้งหลายซึ่งไม่เข้าใจวลี สุภาษิต หรือสำนวนของจีน ต้องเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของจีน

*เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทเอชและเอ็ม บริษัทข้ามชาติของสวีเดนถูกสั่งปิดกิจการและห้ามประกอบกิจการในจีน

*จีนขอบอกสหรัฐและประเทศตะวันตก ว่า
...พวกคุณมีระบบการเมืองเป็นของคุณเอง และเราก็มีระบบที่เป็นของเราเหมือนกัน
- การที่คุณต้องการให้ประเทศของคุณดำเนินไปตามระบบของคุณเอง นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
- ในประเทศจีน เราก็มีกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นของเราเอง เราจึงต้องการให้บรรดาเด็ก ๆ ของเรามีสัมมาคารวะ มีความประพฤติดี และเชื่อฟังคำสั่งสอน
นี่คือวัฒนธรรมของจีน และเมื่อพวกคุณมาอยู่ที่นี่แล้ว พวกคุณก็จะต้องยึดถือปฏิบัติตามนี้ ถ้าพวกคุณไม่สามารถปฏิบัติตามได้ พวกเราก็จะโยน(ขับไล่)พวกคุณออกไปจากจีน!

Cr. ชำเลือง ตรีเดชา แปลจาก Mdm.Hua's Speech

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2564

Steve Harvey​ และ​ การเขียนความฝัน

การเขียนความฝันสำคัญจริงหรือเปล่า ลองมาดูตัวอย่างกัน

Steve Harvey หรือ Broderick Stephen Harvey พิธีกรชื่อดังชาวอเมริกันหรือใครยังนึกไม่ออกให้ลองนึกถึงพิธีกรบนเวทีMiss Universe ที่บ้านเราเป็นเจ้าภาพเมื่อไม่นานมานี้ นั่นแหละเขา

ก่อนจะโด่งดังเป็นพลุแตกในวันนี้ ใครจะรู้ว่าเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย

เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน ต้องย้ายบ้านอยู่บ่อย ๆ

วันหนึ่งคุณครูมาที่บ้านเพื่อพบพ่อของเขาคุณครูบอกกับพ่อเขาว่า "ลูกของคุณทำตัวอวดฉลาด" 

พ่อของเขาถามว่า เขาอวดฉลาดอย่างไร
คุณครูตอบกลับมาว่า เขาเขียนในข้อสอบว่า "มีความฝันอยาก
ออกทีวี" นี่มันเป็นความอวดดี มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

หลังจากที่พ่อของเขาพยายามจะบอกว่าลูกของเขาไม่ได้อวดฉลาด นั่นคือความฝันของเขา นั่นไม่ใช่ความผิดของเด็ก
แต่ก็ป่วยการ คุณครูยืนยันหนักแน่นว่ามัน "เป็นไปไม่ได้"

พ่อของเขาจึงมาคุยกับเขา และบอกเขาว่า คุณครูอยากให้ลูกเขียนอะไร

เด็กชาย Steve ตอบพ่อว่า ครูคงอยากให้เป็นหมอ วิศวกร หรือเป็นนักบาสเกตบอลเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ
พ่อของเขาจึงบอกว่า อย่างนั้นลูกเขียนว่ามีความฝันอยากเป็นนักบาสส่งครูไป แล้วไม่ต้องสนใจมัน

แต่สิ่งที่ลูกต้องทำและให้ความสำคัญคือ
นำสิ่งที่เป็นความฝันที่แท้จริงของลูกเขียนใสกระดาษแล้วเก็บมันไว้ให้ดี

ทุกเช้าให้เอาออกมาอ่าน และทุกคืนก่อนนอน นำมันออกมาอ่านอีกครั้ง จงทำอย่างนี้ทุกวัน

หลังจบมหาวิทยาลัยเขาต้องทำงานหลายอย่าง เช่น เป็น​นักมวย ช่างซ่อมรถยนต์ คนขายประกัน บุรุษไปรษณีย์ และคนทำความสะอาดพรม เป็นต้น

แต่เขายังไม่ลืมความฝันที่พ่อของเขาให้อ่านทุกเช้าและก่อนนอน

ช่วงปี 1985 เขาเริ่มแสดงตลกตามคลับและบาร์ต่าง ๆแต่กลับไปได้ไม่ดีเลย ทำให้ในช่วงปลายปี 1890 เขาตกต่ำจนต้องเป็นคนร่อนเร่พเนจรไร้บ้าน ไร้ที่อยู่อาศัยอยู่หลายปี ต้องเอาตัวรอดด้วย
การนอนในรถยนต์ แล้วอาบน้ำตามปั๊มน้ำมันและสระว่ายน้ำโรงแรมต่าง ๆ จนเพื่อนต้องเข้ามาช่วยเหลือ

ด้วยความมุ่งมั่น​ ทำให้ช่วงปี ค.ศ.1990 ชีวิตเริ่มดีขึ้นจากการเล่นตลก เริ่มมี
ชื่อเสียงและเริ่มได้ทั้งเล่นละครและเป็นพิธีกรรายการทีวี

ปัจจุบันเขาเป็นทั้งดีเจ นักแสดง และพิธีกรอันดับต้น ๆ​ ของอเมริกา ที่มีรายได้สูงถึงประมาณ 140 ล้านเหรียญ

จากเด็กคนหนึ่งที่มีฝันว่า อยากออกทีวีที่คุณครูบอกว่า​ "เพ้อเจ้อ" วันนี้เขาทำให้คุณครูได้เห็นแล้วว่าเขาสามารถออกทีวีได้​ ครอบครองมันได้

Harvey บอกว่า

"อะไรที่คุณสามารถจินตนาการถึงมันได้ คุณครอบคองมันได้" 

ทุกวันนี้ เมื่อถึงวันคริสต์มาสของทุก ๆ ปี เขาจะส่งทีวีเป็นของขวัญให้ครูของเขาเสมอจนวันหนึ่งเมื่อมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง

คุณครูพูดกับเขาว่า "เฮ้!... Harvey ไม่ต้องส่งทีวีมาให้ครูแล้ว ที่เธอส่งมามันมากมายจนครูต้องเอาไปแจกชาวบ้าน
แล้วเนี่ยเขาตอบว่า "...ผมแค่อยากให้ครูเห็นว่าผมได้ออกทีวีแล้ว แถมยังออกทีวี 7 วันต่อสัปดาห์อีกต่างหาก!"

นี่คือตัวอย่างของอานุภาพของการเขียนเป้าหมาย เขียน​ความฝันของเราครับ

~ พอล​ ภัทรพล​ #Theone%

อีกหนึ่งเล่มที่เหมาะกับการอ่านในช่วงสงกรานต์​นี้​ เขียนอ่านง่ายดี​ รวมความรู้จากหนังสือหลายเล่มมาผสมกับเคสชีวิตจริง

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Marketing 5.0 Philip kotler

Marketing5.0 Technology for Humnity

หนังสือเล่มนี้คือภาคต่อของ Markteing 4.0 โมเดลการตลาด 5.0 มีธีมคือการนำเทคโนโลยีมาช่วยทั้งคนทำการตลาดและลูกค้าได้พบกันและสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อกันตั้งแต่คนไม่รู้จักกัน จนทำให้เป็นคนรักและบอกต่อ  โดย Philip kotler ยังคงใช้หลักการของ 4.0 เหมือนเดิมเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยี  

A-Awareness (สร้างการรับรู้)  

A-Appeal (สร้างการจดจำ)

A-ASK (สร้างการปฏิสัมพันธ์)

A-Act (สร้างการลงมือ เช่นการซื้อหรือทดลองใช้)

A-Advocate (สร้างการกระตุ้นให้บอกต่อ)

เส้นทางลูกค้ายังคงเหมือเดิมแต่เพิ่มเติมด้วยการใช้เทคโนโลยีการตลาดใหม่ๆ Marketing Technology หรือ Martech เข้าไปเติมเต็ม

Marketing5.0

เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยทำให้การตลาดดีขึ้ได้อย่างไรบ้าง

1. DATA DRIVEN MARKETING

    การให้ข้อมูลนำการตลาด เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ทำPERSONALIZED ข้อมูลให้เฉพาะเจาะจงกับลูกค้าแต่ละคนไปเลย ทั้งการเก็บจากพฤติกรรมการดูรายการทีวี การเข้าเยี่ยมเว็บไซด์ การเข้าออกร้าน นำมาปรับปรุงให้เกิน Segment ใหม่ๆมากมาย เป็น Segment of One หรือหมายถึงการตลาดเพื่อลูกค้าคนนั้นโดยเฉพาะ

2.Predictive Marketing    

    คาดการณ์ผลลัพธ์ของกลยุทธ์การตลาดและกลยุทธ์ ได้แม่นยำมากขึ้นจากฐานข้อมูลที่ใหญ่ รู้ผลก่อนเริ่มทำการตลาดจริงๆ

3. Contextual marketring   

สร้างประสบการณ์ใหม่ในโลกดิจิตอล จากโลกออนไลน์มาโลกออฟไลน์ ตั้งแต่หน้าเว็บไซด์เฉพาะตัวลูกค้า โฆษณาที่ใช้ภาษาและคำที่เหมาะกับลูกค้าคนนั้นๆ มาจะถึงหน้าร้านที่มีเซ็นเซอร์ช่วยจับให้รู้ว่าใครเข้าร้านต้องการอะไรให้เราสำเสนออะไรที่เหมาะบ้าง 

4. Augment marketing    

การทำงานอัตโนมัติทางการตลาด เช่นการออกใบเสนอราคา การติดตามชำระเงิน ด้วยระบบที่วางแผนมาอย่างดีทำงานแทนคน แล้วให้คนไปช่วยดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้า 

5.AGILE MARKETING

การทำการตลาดแบบ AGILE ก็คือการทำทุกอย่างให้เร็วทั้ง กระบวนการ วิธีการ และการได้มาซึ่งผลลัพธ์ ให้ได้เร็วและเก็บ TEST และวัดผลนั้นเองครับ


LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...