วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2564

รวมเบอร์โรงพยาบาลสำหรับบริจาคช่วยวิกฤติ Covid19

ทำอาหารไปมอบให้หมอ/พยาบาล/จนท.​ 

กักตัวอยู่บ้านเลยชวนเด็กๆทำอะไรร่วมกันได้มีกิจกรรมดีๆ​ เพื่อช่วยคุณกองทัพชุดขาว​
ตั้งใจให้เป็นหน้าที่เด็กๆทำทุกสัปดาห์ เป็นงานร่วมกัน​ ในครอบครัว รอบนี้ส่งให้ รพ.รามาธิบดี พระราม6





รอบหน้าโรงพยาบาลราชวิถีใครว่างมีกำลังช่วยกันนะครับ
ที่รามาธิบดี​ จนท.บอกว่าประมาณ300ที่ต่อมื้อ​ โควิดรอบนี้ไม่ค่อยมีคนส่งไปเท่าไหร่
ใครจะทำอาหารไปที่​รพ.ขอแนะนำดังนี้

คำแนะนำสำหรับสำหรับคนที่จะทำอาหารไปมอบให้โรงพยาบาล

1.โทรเช็ครพ.ก่อนว่ารับได้เท่าไหร่แต่ละที่จะมีศูนย์​ประสานงาน
2.ส่งอาหารของกินขอให้คิดว่าทำให้เพื่อนทำให้ผู้ใหญ่ที่รักและเคารพทาน
3.คนไปส่งควรป้องกันเต็มที่​ วันนี้เรียกGrabไปส่ง​ ให้แอลกอฮอล์​กับหน้ากากไปด้วย

เอาเบอร์มาฝากสำหรับคนที่อยากร่วมด้วยช่วยกันส่งกำลังหนุนให้นักรบชุดขาว

เบอร์ศูนย์ประสานงานโรงพยาบาล รามาธิบดี  พระราม6

คุณประสาน 0645861208

คุณพัชรนันท์ 0979362693

จนท.บอกมีคนทำงานประมาณ  300+ คน 


โรงพยาบาล ธรรมศาสตร์รังสิต
ผู้ประสานงาน 
คุณนงเยาว์ 0650542565
คุณนภาพร 0632359053



เบอร์โทร โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์
ฝ่ายพิธีการ 
0-2251-7804 0-2256-4000  ต่อ 3229  , 3444





เบอร์โทรประสานงาน โรงพยาบาล ศิริราช
คุณอุ่นเรือน  คุณนงลักษณ์


บริจาคให้โรงพยาบาลราชวิถี



วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

แถลงการณ์​ด่วน​ prime minister speech​นายก​ 23​ April 2564

พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในวันนี้ มีอัตราการติดเชื้อทั่วโลกประมาณ 
8 แสนคน และยังมีแนวโน้มที่จะอยู่ในอัตราที่สูงอยู่ องค์การอนามัยโลกก็ได้เตือนว่าจะเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกอีกรอบ ส่งผลให้จะเกิดการช่วงชิงทรัพยากรเพื่อใช้ในการรักษาทั่วโลก
สำหรับประเทศไทยและประชาชนชาวไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทาน อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาทิ รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย รถตรวจวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ รถเอ็กซ์เรย์, รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องมือทางการแพทย์อื่น ๆ จำนวนมาก เป็นต้น

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในนามของประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือขอขอบใจ และขอเป็นกำลังใจ รวมทั้งขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทั้งด้านทรัพยากรและบุคลากร ให้กับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนชาวไทยทุกคนอีกด้วย

ในวันนี้ประเทศไทยมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 2,070 ราย อันเป็นผลมาจากคลัสเตอร์ล่าสุดช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ที่ยังคงส่งผลสืบเนื่องต่อมาอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยอัตราการ
แพร่ระบาดครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าการแพร่ระบาดมีความรุนแรงและเป็นวงกว้างกว่าระลอกที่ผ่านๆ มา ซึ่งถ้าหากเราสามารถร่วมมือ ร่วมใจกันอีกครั้ง "การ์ดไม่ตก" ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ที่ ศบค.แนะนำ ก็จะช่วยลดภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของเรา และสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมอีกครั้ง ในเร็ววัน

ทั้งนี้ รัฐบาลและ ศบค. มีการประเมินสถานการณ์-อย่างใกล้ชิด อยู่ตลอดเวลา โดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องปรับมาตรการให้เข้มงวดขึ้น จะมีการเร่งพิจารณา และประกาศล่วงหน้าให้ได้รับทราบโดยทันที ในขณะเดียวกัน เพื่อความไม่ประมาท ผมได้สั่งการ
ให้มีความเตรียมพร้อมระบบสาธารณสุขของประเทศในด้านต่างๆ เพื่อสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เร่งรัดกระบวนการจัดหาและฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง รวมทั้งพิจารณาการฟื้นฟูเยียวยาในอนาคตด้วย

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนที่ได้รับมอบแล้ว จำนวน 2.1 ล้านโดส ที่สามารถฉีดได้ 1.05 ล้านคน โดยนับถึงวันนี้ ได้มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 8.4 แสนคน กว่าครึ่งหนึ่ง เป็นการฉีดให้กับบุคลาการทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงตลอดเวลา ซึ่งบุคลากรทั้งหมดจะได้รับวัคซีนครบถ้วนภายในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ รัฐบาลและ ศบค. ก็มิได้นิ่งนอนใจ โดยได้เร่งจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าหมายว่าจะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ให้ครบ 100 ล้านโดส เพื่อฉีดให้กับประชาชน 50 ล้านคน ภายในสิ้นปี 64 นี้ ที่ผ่านมาเราจัดหาแล้ว 64 ล้านโดส ประกอบด้วย AstraZeneca 61 ล้านโดส เริ่มส่งมอบเดือน มิถุนายนนี้ 6 ล้านโดส และเดือนต่อ ๆ ไปอีก เดือนละ 10 ล้านโดส, Sinovac 2.5 ล้านโดส ส่งมอบแล้ว 2 ล้านโดส พรุ่งนี้ มาอีก 500,000 โดส ล่าสุดเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า รัฐบาลจีนได้แจ้งความประสงค์บริจาควัคซีนให้ไทยอีก 500,000 โดสในส่วนที่จะต้องจัดหาเพิ่มเติมอีก 36 ล้านโดส นั้น รัฐบาลก็ประสบความสำเร็จในการเจรจาจัดหาวัคซีนสปุตนิค วี จำนวน 5-10 ล้านโดส และ

ไฟเซอร์ อีก 5-10 ล้านโดส มาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนแล้ว และเพื่อเป็นการเติมเต็มภาครัฐ และเกิดการทำงานเชิงรุกมากขึ้น ผมได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ขึ้น ซึ่งประกอบด้วย คณะแพทย์-ในกระทรวงสาธารณสุข องค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน โดยมีนายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน ซึ่งได้รับรายงานว่าสภาหอการค้าไทย จะช่วยรัฐบาลจัดหาให้กับพนักงานลูกจ้างเองด้วย ประมาณ 10-15 ล้านโดส และในอาทิตย์หน้า ผมก็จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย เพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดหาและแจกจ่ายวัคซีน ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้ประเทศไทยของเราสามารถมีวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนให้ครบ 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้

ผมขอยืนยันว่า รัฐบาลและ ศบค. มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้อย่างเต็มที่ องค์การเภสัชกรรมได้มีการสำรอง และกระจายยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนมากกว่าสามแสนเม็ด โดยมีการกระจายไปสำรองในพื้นที่ต่างๆ แล้ว และกำลังนำเข้าเพิ่มอีก 2 ล้านเม็ด ในด้านการจัดเตรียมเตียงให้กับผู้ป่วย เรามีเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วย

โควิด และผู้เสี่ยงติดเชื้อ รวมกว่า 28,000 เตียง ทั้งที่อยู่ในโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel ซึ่งในขณะนี้มีผู้ป่วยหลักพันต่อเนื่องกันหลายวัน ทำให้จำนวนเตียงลดลงอย่างมาก แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้จัดเตรียมมาตรการเพื่อจัดหาเตียงให้กับผู้ป่วยทุกคนให้ได้ในส่วนของมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้อีกประมาณ 3.8 แสนล้านบาท โดยมาจาก พรก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของเงินกู้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2.4 แสนล้านบาท งบกลางปีงบประมาณ 2564 อีก 9.9 หมื่นล้านบาท และค่าใช้จ่ายบรรเทาโควิด-19 อีก 4 หมื่นล้านบาท โดยฝ่ายเศรษฐกิจได้เตรียมโครงการที่จะช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภค รวมไปถึงโครงการที่จะก่อให้เกิดการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอที่จะใช้ในการช่วยเหลือเยียวยา รวมทั้งการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเจริญเติบโตให้ได้โดยเร็ว

ผมขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ให้ความช่วยเหลือในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล อสม. เจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละ อดทน แม้ว่าตนเองจะเสี่ยงอันตรายและเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่ยังคงมุ่งมั่นทุ่มเททำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ผมขอยกย่องทุกท่านจากใจจริงดังนั้นพวกเราทุกคนจึงต้องช่วยกันปกป้องทีมแพทย์ของประเทศไทย ด้วยการระมัดระวังตัว ลดความเสี่ยงให้มากที่สุดในช่วงเวลานี้ คือ การเว้นระยะห่าง ล้างมือ และใส่แมสก์ให้มากที่สุดเมื่อต้องพบเจอผู้อื่น
ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า ผมและรัฐบาลจะทำทุกทางเพื่อให้เราผ่านวิกฤต
ในระลอกนี้ไปให้ได้ พวกเราทุกคนจะสู้ไปด้วยกันอีกครั้ง และผมเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของเราทุกคนประเทศไทยจะต้องเอาชนะโรคร้ายในครั้งนี้-ได้อย่างแน่นอน ขอบคุณครับ

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564

Mdm.Hua's Speech​ วิธีการปกครองของจีน​ (1)

@สุนทรพจน์ช็อกโลก

มาดามหัวชุนยิง โฆษกหญิงประจำกระทรวงต่างประเทศของจีน ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่แหลมคมและลึกซึ้งต่อชาวโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้

หล่อนพูดถ้อยคำเหล่านี้:

*ชาวต่างประเทศที่กินข้าวของจีน ห้ามทำจานข้าวของจีนแตก!

ถ้อยคำเหล่านี้ถือได้ว่ามีความหมายลึกซึ้งและกินความมาก...

1.จีนจะไม่ยอมอดทนต่อชาวต่างชาติที่มาทำมาหากินอยู่ในจีนแต่ยังจ้องทำลายล้างจีน
2.จีนจะไม่ยอมให้ชาวต่างชาตินำเรื่องการค้ามาใช้เป็นเรื่องการเมือง
3.ไม่ต้องมาบอกจีนว่า ให้ทำอะไร หรือไม่ทำอะไร ดูแจ๊คหม่าเป็นตัวอย่าง
4.จีนจะไม่ยอมให้ต่างชาติคนหนึ่งคนใด บริษัทใด ๆ  มหาเศรษฐีคนใด กองทุนที่ทรงอิทธิพล ฯลฯ ใด ๆ มากดดันจีน ไม่ว่าจะเป็นทางหนึ่งหรือทางใด!

นี่คือเรื่องที่ขอร้องไปยังโกลด์แมน แซ็กส์ ซิติแบงก์ เอชเอ็นบีซี แอปเปิล ซัมซุง ร็อธชายด์ ฯลฯ และคนที่มีคุณสมบัติคล้ายโซลอส, วอร์เร็น บัฟเฟ่ต์ ฯลฯ ด้วย

*จีนจะไม่ยอมอ่อนข้ออย่างเด็ดขาดอีกต่อไปที่จะให้ใครก็ตาม มารุมย่ำยีบรรพบุรุษจีนให้แปดเปื้อนด้วยเรื่องฝิ่น และผู้ที่ต้องการให้จีนตกเป็นเมืองขึ้น รวมทั้งผู้ที่ต้องการทำลายล้างทุกชนชาติ

บุคคลหนึ่งบุคคลใด บริษัทใด ๆ สถาบันการเงินหรือสถาบันที่คล้ายคลึงกัน เอ็นจีโอ ซึ่งนิ่งเฉยเงียบกริบ ไม่ยอมเข้าใจคำพูดของมาดามหัว จะถูกโยน(ขับไล่)ออกจากจีน

*คนทั้งหลายซึ่งไม่เข้าใจวลี สุภาษิต หรือสำนวนของจีน ต้องเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของจีน

*เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทเอชและเอ็ม บริษัทข้ามชาติของสวีเดนถูกสั่งปิดกิจการและห้ามประกอบกิจการในจีน

*จีนขอบอกสหรัฐและประเทศตะวันตก ว่า
...พวกคุณมีระบบการเมืองเป็นของคุณเอง และเราก็มีระบบที่เป็นของเราเหมือนกัน
- การที่คุณต้องการให้ประเทศของคุณดำเนินไปตามระบบของคุณเอง นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
- ในประเทศจีน เราก็มีกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นของเราเอง เราจึงต้องการให้บรรดาเด็ก ๆ ของเรามีสัมมาคารวะ มีความประพฤติดี และเชื่อฟังคำสั่งสอน
นี่คือวัฒนธรรมของจีน และเมื่อพวกคุณมาอยู่ที่นี่แล้ว พวกคุณก็จะต้องยึดถือปฏิบัติตามนี้ ถ้าพวกคุณไม่สามารถปฏิบัติตามได้ พวกเราก็จะโยน(ขับไล่)พวกคุณออกไปจากจีน!

Cr. ชำเลือง ตรีเดชา แปลจาก Mdm.Hua's Speech

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2564

Steve Harvey​ และ​ การเขียนความฝัน

การเขียนความฝันสำคัญจริงหรือเปล่า ลองมาดูตัวอย่างกัน

Steve Harvey หรือ Broderick Stephen Harvey พิธีกรชื่อดังชาวอเมริกันหรือใครยังนึกไม่ออกให้ลองนึกถึงพิธีกรบนเวทีMiss Universe ที่บ้านเราเป็นเจ้าภาพเมื่อไม่นานมานี้ นั่นแหละเขา

ก่อนจะโด่งดังเป็นพลุแตกในวันนี้ ใครจะรู้ว่าเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย

เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน ต้องย้ายบ้านอยู่บ่อย ๆ

วันหนึ่งคุณครูมาที่บ้านเพื่อพบพ่อของเขาคุณครูบอกกับพ่อเขาว่า "ลูกของคุณทำตัวอวดฉลาด" 

พ่อของเขาถามว่า เขาอวดฉลาดอย่างไร
คุณครูตอบกลับมาว่า เขาเขียนในข้อสอบว่า "มีความฝันอยาก
ออกทีวี" นี่มันเป็นความอวดดี มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

หลังจากที่พ่อของเขาพยายามจะบอกว่าลูกของเขาไม่ได้อวดฉลาด นั่นคือความฝันของเขา นั่นไม่ใช่ความผิดของเด็ก
แต่ก็ป่วยการ คุณครูยืนยันหนักแน่นว่ามัน "เป็นไปไม่ได้"

พ่อของเขาจึงมาคุยกับเขา และบอกเขาว่า คุณครูอยากให้ลูกเขียนอะไร

เด็กชาย Steve ตอบพ่อว่า ครูคงอยากให้เป็นหมอ วิศวกร หรือเป็นนักบาสเกตบอลเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ
พ่อของเขาจึงบอกว่า อย่างนั้นลูกเขียนว่ามีความฝันอยากเป็นนักบาสส่งครูไป แล้วไม่ต้องสนใจมัน

แต่สิ่งที่ลูกต้องทำและให้ความสำคัญคือ
นำสิ่งที่เป็นความฝันที่แท้จริงของลูกเขียนใสกระดาษแล้วเก็บมันไว้ให้ดี

ทุกเช้าให้เอาออกมาอ่าน และทุกคืนก่อนนอน นำมันออกมาอ่านอีกครั้ง จงทำอย่างนี้ทุกวัน

หลังจบมหาวิทยาลัยเขาต้องทำงานหลายอย่าง เช่น เป็น​นักมวย ช่างซ่อมรถยนต์ คนขายประกัน บุรุษไปรษณีย์ และคนทำความสะอาดพรม เป็นต้น

แต่เขายังไม่ลืมความฝันที่พ่อของเขาให้อ่านทุกเช้าและก่อนนอน

ช่วงปี 1985 เขาเริ่มแสดงตลกตามคลับและบาร์ต่าง ๆแต่กลับไปได้ไม่ดีเลย ทำให้ในช่วงปลายปี 1890 เขาตกต่ำจนต้องเป็นคนร่อนเร่พเนจรไร้บ้าน ไร้ที่อยู่อาศัยอยู่หลายปี ต้องเอาตัวรอดด้วย
การนอนในรถยนต์ แล้วอาบน้ำตามปั๊มน้ำมันและสระว่ายน้ำโรงแรมต่าง ๆ จนเพื่อนต้องเข้ามาช่วยเหลือ

ด้วยความมุ่งมั่น​ ทำให้ช่วงปี ค.ศ.1990 ชีวิตเริ่มดีขึ้นจากการเล่นตลก เริ่มมี
ชื่อเสียงและเริ่มได้ทั้งเล่นละครและเป็นพิธีกรรายการทีวี

ปัจจุบันเขาเป็นทั้งดีเจ นักแสดง และพิธีกรอันดับต้น ๆ​ ของอเมริกา ที่มีรายได้สูงถึงประมาณ 140 ล้านเหรียญ

จากเด็กคนหนึ่งที่มีฝันว่า อยากออกทีวีที่คุณครูบอกว่า​ "เพ้อเจ้อ" วันนี้เขาทำให้คุณครูได้เห็นแล้วว่าเขาสามารถออกทีวีได้​ ครอบครองมันได้

Harvey บอกว่า

"อะไรที่คุณสามารถจินตนาการถึงมันได้ คุณครอบคองมันได้" 

ทุกวันนี้ เมื่อถึงวันคริสต์มาสของทุก ๆ ปี เขาจะส่งทีวีเป็นของขวัญให้ครูของเขาเสมอจนวันหนึ่งเมื่อมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง

คุณครูพูดกับเขาว่า "เฮ้!... Harvey ไม่ต้องส่งทีวีมาให้ครูแล้ว ที่เธอส่งมามันมากมายจนครูต้องเอาไปแจกชาวบ้าน
แล้วเนี่ยเขาตอบว่า "...ผมแค่อยากให้ครูเห็นว่าผมได้ออกทีวีแล้ว แถมยังออกทีวี 7 วันต่อสัปดาห์อีกต่างหาก!"

นี่คือตัวอย่างของอานุภาพของการเขียนเป้าหมาย เขียน​ความฝันของเราครับ

~ พอล​ ภัทรพล​ #Theone%

อีกหนึ่งเล่มที่เหมาะกับการอ่านในช่วงสงกรานต์​นี้​ เขียนอ่านง่ายดี​ รวมความรู้จากหนังสือหลายเล่มมาผสมกับเคสชีวิตจริง

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...