วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559

Thailand4.0 กับ ทิศทาง Startup ไทยที่รัฐบาลสนับสนุน

นโยบายไทยแลนด์4.0 ออกมาซักระยะหนึ่งแล้ว รัฐบาลต้องการเร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว ทุกกระทรวงเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ บางส่วนให้ความรู้บางส่วนลงมือทำ มีอุตสาหกรรม4.0 พาณิชย์4.0 เกษตร4.0 การศึกษา4.0 ออกมามากมาย

หากย้อยกลับไปดูนโยบายของภาครัฐที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์10อุตสาหกรรมเป้าหมาย

5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) ประกอบด้วย
1)    อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
2)    อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
3)    อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
4)    การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
5)    อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร

5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve)  ประกอบด้วย
1)    อุตสาหกรรมหุ่นยนต์
2)    อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์
3)    อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
4)    อุตสาหกรรมดิจิตอล
5)    อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร




คนที่จะทำธุรกิจ Startup ควรถอดรหัสออกมาดังนี้
- ธุรกิจเราอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่สนับสนุนกลุ่มไหนใน 5 กลุ่มแรกรึป่าว ซึ่งจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มข้น ทั้งกฎหมายและงบประมาณ
- หากไม่อยู่ใน10กลุ่มธุรกิจนี้ หากไม่ปรับตัวรัฐอาจเปิดทางให้เกิดการแข่งขันอย่างเต็มที่



เช่นกลุ่มเกษตร รัฐบาลอัดฉีดเงินลงไปยังเกษตรกร ให้เกิดเกษตรแปลงใหญ่และใช้นวัตกรรม “สมาร์ทฟาร์มเมอร์”

สตาร์ตอัพโต300% ‘สมคิด’หนุนนักรบพันธุ์ใหม่เกษตร-ไบโอเทค
http://www.thansettakij.com/2016/12/08/118639

ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกประเทศไทยเก่งในการทำห้างสรรพสินค้าเพราะพฤติกรรมคนไทยชอบเดินในห้างสรรพสินค้าแต่ตลาดออนไลน์ คนไทยไม่มีบริษัทไหนที่แข็งแรงในการสร้าง Platform จึงเปิดทางหาพันธมิตรต่างชาติ มาเร่งการแข่งในประเทศ

รัฐบาลไทยจับมือกับ Alibaba ยักษ์ใหญ่จากจีน เพื่อร่วมผลักดัน E-commerce และก้าวสู่ Thailand 4.0
http://techsauce.co/news/thai-government-collaborate-with-alibaba-thailand4-0/

หากมองอย่างเป็นกลางนี้คือการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ประเทศ แต่สำหรับในการดำเนินธุรกิจจริงๆ

ทำนาให้ดูดินฟ้า ทำการค้าในดูนโยบายรัฐ

รีบปรับตัวก่อนจะถูกปรับ ยังมีอีกหลายธุรกิจที่กำลังจะโดนสึนามิ4.0
- ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง
- ธุรกิจทัวร์
- ธุรกิจขนส่ง
- ธุรกิจการเงิน

****************************************

โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

We live We learn We Grow KBank

เนื่องในโอกาสได้รับเกียรติไปเล่าประสบการณ์การทำงานให้กับเพื่อนพนักงานใหม่ของธนาคารกสิกรไทยฟัง  น้องๆฝ่ายบุคคลได้ให้คำถามและเราต้องเตรียมคำตอบแบบน้องๆบอกไม่ต้องพูดให้ดูดี แต่พูดให้ดูจริง 5555 เลยต้องเตรียมตัวไว้ซะหน่อย แต่ระหว่างเขียนได้นึกถึงเรื่องราวต่างๆตั้งแต่ทำงานมาจึงเห็นว่าควรเขียนบันทึกไว้เพื่อการจดจำเพราะ ตัวเราในวันนี้คือ กรรมจากอดีต ตัวเราในอนาคต คือบุญกรรมที่ทำในวันนี้ เขียนไว้จะได้ไม่ทำกรรมซ้ำ

We live We learn We Grow ครั้งที่ 1 น้องมิ้น HR สาวสวยมาเป็น MC 



We live We learn We Grow ครั้งที่2 น้อง มิ๊ง HRสาวสวยมาเป็น MC


รบกวนพี่ วีระ เจียรนัยพานิชย์ ช่วยเล่าประวัติส่วนตัวให้พวกเรารู้จักสักนิดค่ะ  

  • เป็นคนบ้านเดียวกับ ณเดช เกิด อำเภอเดียวกับโตโน่ ครับ เป็น คนขอนแก่น เรียนป.ตรีที่ม.รังสิต และปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำงานอยู่ในสายธุรกิจค้าปลีกมา 4 ปีทั้ง CP7-11 และ B2S และทำงานกับสำนักนายก อยู่ 2 ปี ก่อนมาทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย ในผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์การตลาดลูกค้าผู้ประกอบการ  ปัจจุบัน เป็นผู้บริหารงานการตลาดเครือข่ายลูกค้าผู้ประกอบการ 
ตอนนี้พี่รับผิดชอบงานในส่วนไหนอยู่คะ   
  • ดูแลทีม การตลาดเครือข่ายลูกค้าผู้ประกอบการ ในส่วนภูมิภาคต่างๆ ทำ Local Marketing ให้กับทีมลูกค้าผู้ประกอบการ หรือ SME เชื่อมโยงการตลาดระหว่าง สมาคมการค้า หน่วยงานราชการในพื้นที่ กับธนาคาร ให้เราเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า ใน Concept KSME ช่วยเต็มที่ SME มีแต่ได้
พี่ทำงาน Bank มากี่ปีแล้วคะ แล้วเข้างานมาตำแหน่งอะไรคะ
  • 10ปีพอดี ตอนเข้ามาก็เป็นหัวหน้าส่วน ผู้เชี่ยวชาญงานกลยุทธ์การตลาด ทำ Campaign วางแผนสื่อ บริหารสื่อ สร้างสัมพันธ์กับสือ เริ่มสร้างContent เพื่อการ PR โดยจัดอบรม KSME Care จนเป็นตั้งเป็นทีม KSME Care เป็นหัวหน้าทีม ดูแลการอบรม  KSME Care แล้วก็มาดูแล Partnership ก่อนมาตั้งทีมใหม่ที่ดูแล การตลาดและ Partnership ต่างจังหวัด เยอะเนอะ 

โห แปลว่าเราเชิญถูกคนแล้ว พี่ก้าวหน้าเร็วมาก ๆ เลยคะ

  • ก็ไม่เรียกว่าเร็วเท่าไหร่ แต่เปลี่ยนงานบ่อย เปลี่ยน มีวิชาตกเขา เป็นของตนเอง คือตกไปให้ทางทางขึ้นเอง เลยได้ สามปีขั้นนี่ไม่ใช่เรื่องยากเลย

ขอถามคำถามแรกนะคะว่า สำหรับพนักงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ จะมีวิธีการปรับตัวให้เข้ากับงาน เพื่อนร่วมงาน หรือองค์กรอย่างไรคะ

  • ตอนทำงานแรกๆ อาการจะมึนๆ อึ้งๆ เริ่มจากการเรียนรู้โครงสร้างองค์กรก่อนเลย งานเราเกี่ยวกับใคร 
  • รู้หน้าที่ๆชัดเจนของตนเอง เช็คความคาดหวังให้ตรงกับหัวหน้า ความพยายามที่ไม่ตรงกับเป้าหมาย เป็นความพยายามที่สุญเปล่า

อยากให้พี่ช่วยแชร์ประสบการณ์ว่า สำหรับคนทำงานแล้ว อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราเติบโตก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วคะ โดยเฉพาะการเติบโตในธนาคารกสิกรไทยแบบพี่

  • ไม่เร็วนะ สามปีขั้น แต่ได้เรียนรู้อะไรเยอะ พูดซ้ำทำตาประกาย
  • การทำงานที่ KBank อย่างมีความสุข นี่ขึ้นกับวิธีคิดเลย
  1. บ้านไกล ตื่นตี 5 ขึ้นรถเมล์ หลักสี่ อนุเสาวรีย์ ราษบูรณะ ขากลับหารถไปใต้ทางด่วน กลับสองต่อ
  2. มีความสุขมากอ่านหนังสือได้ปีละหลายเล่มเลย
  3. อาหารอร่อย ใครชวนไปกินที่ไหนก็ไม่ไปเพราะ ข้างล่างดุสิตาอร่อย และถูกมาก ประหยัดเงินประหยัดเวลา ส่วนใครที่อยู่ HUB ก็หาข้าวมากินด้วยกันสร้างสังคมการทำงานที่ดี
  4. ที่ทำงานที่ต้องประสานงานกับคนเยอะ มากคนมากความแต่พัฒนาความเป็นมืออาชีพ
  5. หาเวลาคุยกับลูกค้าภายใน ภายนอก เยอะๆ
  6. อย่ากลัวปัญหา คิดซะว่าไม่มีปัญหาเค้าคงไม่จ้างเรา คุณค่าเราขึ้นอยู่กับความสามารถในการแก้ปัญหา

ธนาคารให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานมาก โดยมีหลักสูตรการเรียนรู้ต่าง ๆ มากมาย ไม่ทราบว่านอกจากการเข้าเรียนรู้หลักสูตรต่าง ๆ ที่ธนาคารจัดแล้ว พี่มีวิธีการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นได้อย่างไรคะ

  • เล่นเฟสบุ๊คครับ อนาคตเราจะเป็นอย่างไรนี่ขึ้นอยู่กับเพื่อนที่เราคบ กับหนังสือที่เราอ่าน ผมมักตามเพื่อนพี่ๆผู้บริหารของธนาคารทางเฟสบุ๊ค นักคิดเก่งๆหลายๆคน ไม่ใช้ไปตามกรรมกรออฟฟิต อันนี้เอาไว้ดูขำๆ ตามพี่ฮิม พี่ก้อง 
  • เรียนรู้งานใหม่ๆ ทำงานเดิมๆด้วยวิธีการใหม่ๆ  อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ชีวิตดี๊ดี ใครดูแลลูกค้า ทำบันทึกการเยี่ยมลูกค้าเราจะเก่งไปกับลูกค้าขึ้นทุกๆวัน ใครทำงานหน้างานทำให้ดีขึ้นทำให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ 
  • สร้างวิธีทำให้ง่ายขึ้นเร็วขึ้น ข้อดีของความเป็นคนขี้เกียจ 

พี่โอมีวิธีคิดและทำอย่างไรในการกระตุ้นตัวเองให้มีพลังสูงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ในทุก ๆ เช้าอยากที่จะตื่นขึ้นมาทำงานทุกวัน

  • วิธีเดียวที่จะอยากทำงานคือต้องรู้ว่าเราทำงานไปเพื่ออะไร เป้าหมาย
  • เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัญหา  ปัญหาไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่เรื่องใหม่ที่พึ่งเจอ 
  • อาสาทำงานใหม่ๆ จะเห็นว่าพี่ขี้เบื่อ ย้ายงานภายในบ่อย แต่ไม่ใช่จับจด ต้องทำงานให้ดีแล้วทำงานอื่นๆเพิ่มที่จะทำให้เราไปในงานที่ชอบที่ชอบ 


สุดท้ายนี้ อยากจะให้พี่ช่วยฝากแนวคิดดี ๆ ให้แก่น้อง ๆ ที่จะทำงานที่ KBank อย่างมีความสุข และมีความก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ

  • ฝากให้พลิกป้ายพนักงานขึ้นมา สิ่งที่เราคิดและสิ่งที่เราทำเป็นไปตามสิ่งนี้รึป่าว รวมใจเป็นหนึ่ง เข้าถึงลูกค้า มุ่งมันพัฒนา สมคุณค่ามืออาชีพ หามีวัฒนธรรมแล้วไม่ทำ ไม่ช้าเราก็จะกลายเป็นคนไม่มีวัฒนธรรม 
  • คิด ทำ แบ่งปัน 

หลักการ ABC สำหรับคนทำงาน
Attitude  ทัศนคติการทำงานต้องเป็นบวกเท่านั้น ไม่กลัวปัญญา ปัญหามีไว้แก้
Believe  เชื่อมั่นว่าเราทำงานได้ สร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง และให้เจ้านาย
Commitment มีพันธสัญญากับตัวเองว่าต้องทำให้ได้ เขียนเป้าหมายประจำปี เขียนเป้าหมายประจำวัน

หนังสือที่แนะนำ สองเล่มในวันนี้



Link หนังสือ 10 เล่มที่ผมชอบที่สุด
http://oweera.blogspot.com/2014/09/10-book-list-challenge-on-facebook.html

Link หนังสือ 7 อุปนิสัยสู่ความสําเร็จ


****************************************

โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

รวมสูตร EXCEL สำหรับ ธุรกิจ SME

หลายคนคงเคยใช้ Excel ในการทำรายงาน ทำตารางการทำงาน แต่ต้องมานั่งคำนวนหาสูตรเองก็ไม่สนุกนัก เลยขอรวบรวม สูตร EXCEL สำหรับนักธุรกิจ เพื่อไว้ให้ใช้ในการทำงานกันครับ
เป็นสูตรที่มีการรวบรวมไว้ให้ใช้กันง่ายๆเปิดแล้ว Save ลงมาในเครื่อง หรือเปิดด้วย Google drive / One drive ทำงานออนไลน์ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น สูตรคำนวนเงินกู้ , ตารางใบกำกับภาษี ,คำนวนการผ่อนชำระ , ตารางงบดุล ,งบกำไรขาดทุน


01. เครื่องคิดเลขสำหรับการลงทุนรายปี Download

02. แผ่นงานวิเคราะห์เงินกู้ Download 

03. การลงทะเบียนสมุดเช็ค Download

04. กำหนดการผ่อนชำระเงินกู้ Download 

05. งบประมาณรายเดือนส่วนบุคคล Download

06. ผลประกอบการจากการลงทุนในหลักทรัพย์ Download 

07. ใบกำกับภาษี Download

08. บิลเงินสด ใบกำกับภาษี Download 

09. สูตรการแปลงค่าเงิน สกุลเงินต่างๆ Download

10. แปลงค่าเงินสกุลต่างๆ Download 

11. หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย Download

12. ตารางคำนวณการแลกเงิน Download

13. สร้างฟอร์มใบเสร็จรับเงิน Download

14. ตารางคำนวณงบดุล Download 

15. สูตรการสร้างใบเสร็จรับเงิน Download

16. สูตรหาค่าเสื่อมราคาแบบร้อยละเท่ากัน Download 

17. ตารางคำนวณงบกำไรขาดทุน Download

18. สูตรหาค่าเสื่อมราคา Download

19. NPV IRR Payback Calculation Download


เครดิตที่มา
 http://www.nongit.com/blog/formula-excel.html
https://reportingengineer.com/2015/05/11/projectfeasibility/

แต่หากเป็นนักธุรกิจอยากทำบัญชีให้ถูกต้องตามหลักบัญชี บันทึกรายรับรายจ่ายออกใบกำกับภาษีในระบบ แนะนำ https://flowaccount.com ครับ ใช้งานง่ายไม่ต้องรู้บัญชีก็ใช้ได้ ฟรีสำหรับ 1 Account ด้วย
 


วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พาเด็กกรุงเดินป่าเขาใหญ่ kids hiking khao yai

การปีนเขา หรือ เดินป่า หรือที่เรียก กันในภาษาอังกฤษว่า “ไฮกิ้ง (hiking)” ก็คือการเดิน ขึ้นเขาและ/หรือ เข้าป่า เป็นระยะทางไม่ไกลมาก เหมาะกับเด็กๆได้เรียนรู้ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ปลูกฝังจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อม

ทริปเดินป่าสำหรับเด็ก ครั้งนี้จึงเกิดขึ้นสำหรับน้องจิงจิง 8ขวบ และน้อง ผิงผิง 4 ขวบ พร้อมกับเพื่อนซี้ของทั้งคู่พี่มิ้นกับน้องเอลลี่

การเตรียมตัวสำหรับการเดินป่าสำหรับเด็ก
- ทำความเข้าใจกับเด็กก่อนว่าเราจะไปทำอะไร สิ่งนี้สำคัญอย่างไร ในภาษาเด็กคือจะสนุกอย่างไร จนได้ข้อตกลงว่าอยากจะไป
ในครั้งนี้คือชวนไปเที่ยวกับเพื่อนรักได้ไปเที่ยวเขาใหญ่และจะได้เดินสำรวจป่าด้วยกัน ลูกจึงยอม (เด็กแต่ละคนมีจุดสนใจต่างกัน)
- นัดเจ้าหน้าที่นำเดินป่า Ranger ควรมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นผู้นำทางเพื่อได้ช่วยถ่ายทอดความรู้
- เตรียมร่างกายสุขภาพให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ
- ชุดแต่งกายรัดกุม ป้องกันทากและแมลง


สำหรับการเดินป่าที่เขาใหญ่มีเส้นทางหลากหลายเส้นทางให้ได้สำรวจ หากเด็กเล็กแนะนำเส้นทางข้างจุดบริการนักท่องเที่ยว 1.24 KM 


เริ่มจากการดูการแสดงประวัติเขาใหญ่ ฟังบรรยายภาพรวมและดูสัตว์สตาฟที่จัดแสดงในจุดบริการก่อน 

จากนั้นRanger เจ้าหน้าที่นำทางจะพาเดินตามเส้นทางและอธิบายเรื่องราวต่างๆ หยุดพักให้ชมให้สังเกตุตลอดทาง


ที่พักของอุทยานแห่งชาติบนเขาใหญ่ 025620706 

เบอร์ Ranger เขาใหญ่ คุณประยูร 0870507253

ช่วงเวลาที่แนะนำ ปลายเดือนตุลาคม ต้นเดือนพฤษจิกายน ช่วงนี้ปลายฝน คนยังไม่เยอะครับ




วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วิธีการเลี้ยงลูกของสมเด็จย่าที่ทรงคุณค่าและควรนำมาเป็นแบบอย่างThe Most Efficient Way to Raise Up A Child


ได้อ่านหนังสือ เจ้านายเล็กๆยุวกษัตริย์ เมื่อตอนทำงานที่สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ เสียดายมากไม่มีโอกาสได้ซื้อมาเก็บไว้ ตอนนี้หาไม่เจอแล้ว
จำได้ว่าเป็นหนังสือที่ดีมากๆในเรื่องการสอนลูกเป็นบันทึกที่ทำให้เห็นว่าสมเด็จย่าเลี้ยงเจ้านายทั้งสามพระองค์อย่างไร จำได้คร่าวๆ ท่านให้เล่นอย่างธรรมชาติ ไม่มีของเล่นราคาแพง ส่วนใหญ่ประดิษฐ์ขึ้นเอง คิดทำทดลอง เล่นและแบ่งปัน ไม่แบ่งชนชั้น ฝึกความเป็นผู้นำ
โชคดีเจอ Twitter  นี้โดยบังเอิญ
ไฟล์หนังสือ "เจ้านายเล็กๆยุวกษัตริย์" ประพันธ์โดยพระพี่นาง เล่าเรื่องสามพี่น้องโดยละเอียด โหลดได้ที่ https://goo.gl/CI4CW7

ทวิตโดย @p_prchy
จึงขอนำมาเก็บบันทึกไว้


*******************************************

อีกหนึ่งเนื้อหาดีๆเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับในหนังสือมากๆ



โรงเรียนทอสีได้จัดสัมมนาเรื่อง “เลี้ยงลูกแบบสมเด็จย่า” โดยคุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา อดีตข้าหลวงในพระองค์ มาร่วมเล่าประสบการณ์และแบ่งปันคำสอนของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ถึงวิธีการเลี้ยงดูลูกของพระองค์ ที่มีทั้งความปราดเปรื่อง หลักแหลม และมีเป้าหมายที่ชัดเจน จนสมควรใช้เป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่ง

1.  ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น 
สมเด็จย่าทรงเริ่มจากการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ทำเป็นต้นแบบในเรื่องของการมีวินัย การรักการค้นคว้าศึกษาหาความรู้ การประพฤติตัวที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ทั้งหมดนี้คือการตั้งตนเป็นแบบอย่างให้กับลูก เพราะเด็กเล็กจะมีพฤติกรรมเลียบแบบจากคนใกล้ชิด เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องลองตั้งคำถามกลับมาที่ตัวเองว่า ทุกวันนี้ที่เราอยากให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ แล้วเราล่ะ เป็นแล้วหรือยัง

2. ตั้งเป้าหมายในการเลี้ยงลูก 
สมเด็จย่าทรงเป็นพระมารดาที่มีเป้าหมายในการเลี้ยงลูกอย่างชัดเจน คือทรงตั้งใจพัฒนาอบรมลูกๆ ให้ดีในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง ทรงไม่คิดถึงประโยชน์ของพระองค์เอง ของพระโอรส หรือ พระธิดา แต่ทรงมองถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ในปัจจุบันหลายครั้งที่เราเห็นพ่อแม่ส่งลูกเรียนพิเศษในทุกวิชา โดยที่ไม่ได้ถามลูกว่าอยากเรียนอะไร หรือ พ่อแม่ที่คาดหวังเรื่องผลการเรียนสูงๆ เหล่านั้น คือ การตั้งเป้าหมายกับลูก โดยเอาความคาดหวังของตัวเองไปให้กับลูก เราจึงต้องมองย้อนกลับมาดูใหม่ว่า เป้าหมายที่เราตั้งไว้ หรือ ความคาดหวังนั้น เป็นไปเพื่อใคร เพื่อลูก เพื่อตนเอง หรือ เพื่อคนอื่นๆ ด้วย

3. จัดแบบแผนและสร้างระเบียบวินัยตั้งแต่ลูกยังเล็ก
สมเด็จย่าทรงวางแผนการดำเนินชีวิตให้กับพระโอรส พระธิดา ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เนื่องจากต้องทรงเป็นทั้ง “พ่อ” และ “แม่” ในเวลาเดียวกัน ทรงจัดการทุกอย่างเป็นเวลา โดยมีผู้ช่วย คือพระพี่เลี้ยงเพียงหนึ่งคนเท่านั้น เนื่องจากในเวลาที่เด็กยังเล็ก เขาไม่มีความรู้เรื่องขอบเขตของเวลา พ่อแม่จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องจัดเวลาให้กับพวกเขา เช่น นอน รับประทานอาหาร เล่น ไปโรงเรียน อาบน้ำ ออกกำลังกาย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะสร้างวินัยให้กับลูก ซึ่งสมเด็จย่าทรงเน้นเรื่องวินัยในการดำเนินชีวิต พระองค์รับสั่งถึงคำว่า “ระเบียบวินัยอย่างมีหลักการ” คือ การกำหนดขอบเขตของเวลา ในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสมดุลให้กับชีวิต ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเติบโตของเด็กๆ ต่อไป

4. เล่นอย่างถูกวิธี
เมื่อถึงเวลาเล่น จะปล่อยให้พระโอรสและพระธิดาเล่นอย่างอิสระ โดยจะทรงให้เล่นกับธรรมชาติ ต้นไม้ น้ำ ทรงเน้นให้เล่นกับสิ่งที่มีในธรรมชาติ มากกว่าของเล่น ทรงอนุญาตให้พระโอรสเล่นจุดไฟ แต่จะทรงบอกวิธีในการเล่นที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ผลจากการเล่นที่พระโอรส พระธิดา ได้ทรงเล่นคลุกดินคลุกทราย หรือ ได้ทำการทดลองกับธรรมชาติเหล่านี้ ส่งผลให้ทั้งสามพระองค์ ได้พัฒนาความคิดและความสามารถ โดยไม่ทรงรู้ตัว ตัวอย่างเช่น พระบาทสมเด็จพระเจาอยู่หัว ทรงสร้างหลุมที่เกิดจากการปลูกต้นไม้ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทดลองขุดดิน ใส่น้ำ ปลูกต้นไม้ จนสามารถสร้างแอ่งน้ำ ได้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งนับเป็นรากฐานที่ดีงามที่ทรงนำมาใช้พัฒนาประเทศชาติ จนถึงทุกวันนี้ การเล่นอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะการเล่นกับธรรมชาติ จึงมีความสำคัญ ซึ่งเด็กๆ ชาวเมืองยุคใหม่อาจจะขาดไป

5. ประหยัดอดออมไม่ฟุ่มเฟือย
สมเด็จย่าทรงสอนพระโอรส พระธิดาให้รู้จักใช้เงินของขวัญ ที่ทั้งสามพระองค์จะได้มีวันเดียว คือ วันคล้ายวันประสูติ ถ้าพระองค์ใดอยากได้สิ่งใดนอกจากนั้น ต้องทรงเก็บเงินเพื่อซื้อ หรือ ทรงได้รับอนุญาตให้หุ้นกัน เพื่อซื้อมาได้ หรือ จะทรงซื้อให้ก็ต่อเมื่อ ต้องใช้ประโยชน์ เช่น แผ่นเสียง ถ้าเป็นเพลงโปรดของแต่ละพระองค์ จะทรงให้เก็บสตางค์ซื้อเอง แต่ถ้าเป็นเพื่อการศึกษา เช่น เพลงคลาสสิค จะทรงซื้อให้

6. เรียนไปพร้อมๆ กับลูก
สมเด็จย่าจะไม่เคยเน้นเรื่องคะแนนของพระโอรส และ พระธิดา แต่ทรงช่วยในทุกขั้นตอนของการเรียน ไม่ว่าจะช่วยทำการบ้าน ช่วยศึกษาค้นคว้า จะทรงใช้วิธีทำให้ลูกดู เพื่อให้ลูกได้ทำตาม เช่น ถ้าไม่ทรงทราบเรื่องไหน จะต้องไปค้นคว้าจาก Encyclopedia หรือ มีครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ต้องทรงท่องกลอนเป็นภาษาเยอรมัน แต่ไม่ทรงโปรดที่จะท่อง สมเด็จย่าทรงไม่เคยเรียนภาษาเยอรมันมาก่อน ได้เสด็จไปหาคุณครู เพื่อเรียนท่องคำกลอนนั้นจนคล่อง และนำมาท่องให้พระโอรสฟัง ทำให้พระโอรสรู้สึกประหลาดใจ และเป็นแรงบันดาลใจ ให้ทรงหันมาเริ่มท่องกลอนนั้น การสอนของสมเด็จย่า จึงเน้นที่กระบวนการ หรือ วิธีการมากกว่าคำตอบ ทำให้พระองค์ รวมถึงพระโอรส พระธิดาทั้งสาม เป็นผู้ที่ทรงรู้อะไร รู้ลึก และ รู้จริง ในทุกๆ เรื่องที่ทรงค้นคว้า

7. เน้นการพัฒนา EQ มากกว่า IQ 
ทรงสอนให้พระโอรสพระธิดารู้จักความรับผิดชอบ นั่นคือ มาตรฐานในการใช้ชีวิต ที่ทรงอบรม เวลาพระโอรส พระธิดา ทรงทำผิด จะทรงเรียกมาอธิบายเหตุผล ให้เข้าใจเสียก่อน ทรงเน้นในเรื่องการทำตัวเป็นคนดี ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย และ แข็งแรง โดยทักษะเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานในการเผชิญกับโลกเมื่อลูกโตขึ้น ทรงมีหลักในการพัฒนาพระโอรส พระธิดา เช่นต้องมีจริยธรรม ซื่อตรง ที่สำคัญคือการเน้นเรื่องการพัฒนาจุดแข็ง โดยทรงตรัสไว้ว่าในโลกนี้ ไม่มีใครดี 100% ต้องหาจุดอ่อน และ จุดแข็งของลูกให้เจอ เพื่อพัฒนาในส่วนนั้นได้ตรงจุด
นอกจากนี้ ยังทรงเน้นในอีกหลายเรื่องเช่น ต้องเสวยให้หมดจาน ห้ามทิ้งอาหาร หรือ ช่วยให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเองได้ คำสอนของพระองค์ทรงเป็น Practical Wisdom คือทำตามได้อย่างง่ายดาย เหล่านี้ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่อาจลืมไป เพราะมัวไปโฟกัสในสิ่งอื่นๆ ในชีวิต

วิธีการเลี้ยงลูกของสมเด็จย่าเป็นวิธีที่พ่อแม่ทุกคน สามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างง่ายดายและแน่นอนว่ามีประสิทธิภาพ โดยสามารถดูได้จากพระโอรส พระธิดาทั้งสามพระองค์ ที่เติบโตมาเป็นบุคคล ทรงคุณภาพที่สุดสามพระองค์ เท่าที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยเคยมีมา

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก นิตยสาร Custard Dec 2015

****************************************************************
รวมเนื้อหาดีๆที่ให้เราได้เรียนรู้การเลี้ยงดูลูกจากสมเด็จย่า

เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์ https://goo.gl/PDop75


กษัตริย์ยอดกตัญญู

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธุรกิจ SME 4.0 การสร้างเครือข่ายลูกค้าที่มีประสบการณ์ดีๆร่วมกัน

SME4.0 นิยามใหม่ของธุรกิจ SME ที่พัฒนามาจาก
SME ยุคที่1 เป็นผู้ผลิตสินค้าแล้วขาย มาสู่การเป็น
SME ยุคที่2 มองเห็นความต้องการลูกค้าที่แตกต่างกันเริ่มผลิตตามความต้องการของลูกค้า ที่หลากหลาย สร้างแบรนด์วางตำแหน่งในใจลูกค้า
SMEยุคที่3 สร้างแบรนด์ที่ดีต่อสังคม เพิ่มมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น สร้างประสบการณ์ที่ดี
และยุคนี้ยุคที่สื่อSocial Media internet อิทธิพลต่อการตัดสินใจของลูกค้า
SME ยุคที่4 สร้างสังคมที่ดีให้กับธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า สร้างประสบการณ์ที่ดีจนเกิดการบอกต่อ และการเชื่อมต่อเครือข่ายลูกค้ากับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี
ยกตัวอย่างเช่น Builk.com software บริหารต้นทุนรับเหมาก่อสร้าง ที่ให้ผู้รับเหมาได้ใช้บริการฟรี ช่วยผู้รับเหมาบริหารต้นทุนได้ มีSupplier เสนอราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างให้ผู้รับเหมาเลือก
นอกจากให้ผู้รับเหมาใช้บริการฟรีแล้วยังช่วยเชื่อมต่อพันธมิตรธุรกิจให้กับลูกค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ จนทำให้เกิดชุมชนคนใช้software แลกเปลี่ยนข่าวสาร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ศรีจันทร์ / snail white แบรนด์เครื่องสำอางค์ไทยที่เริ่มต้นนำสินค้าเข้าสู่ตลาดด้วยการทำให้เกิดการทดลองใช้ เกิดประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้และแนะนำสินค้าจากผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค และเกิดการสื่อสารที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้าผ่านโลกออนไลน์ เปลี่ยนผู้ใช้ให้กลายเป็นผู้แนะนำ
SME ในยุคใหม่ต้องทำให้สินค้ามีตัวตนบนโลกออนไลน์เกิดภาพในใจลูกค้า
จากสินค้าดีมีคุณค่า ทำให้เกิดการทดลองใช่ แชร์ รีวิว บอกต่อผ่านสื่อ เกิดเครือข่ายของผู้บริโภค
ส่วนหนึ่งจากการให้สัมภาษณ์จาก MVTV

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

20 สิ่งที่คนรวยทำเป็นประจำ

1. กินอาหารขยะ (JunkFood) น้อยกว่า 300 แคลลอรี่ต่อวัน : อย่าลืมกินอาหารมีประโยชน์ด้วยหล่ะ
2. ตั้งเป้าหมายในความสำเร็จอย่างมุ่งมั่น : เขียนไว้ให้ตัวเองเห็นทุกๆวัน
3. ออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 วัน : ไม่นับรวมการเดินห้างช๊อปหนักมาก
4. ฟัง AudioBook (หนังสือเสียง) ระหว่างไปทำงาน : OokBee / Skill lane / Youtube ดีๆมีให้ดูเยอะมาก
5. สร้างรายการที่ต้องทำในแต่ละวัน (To do list) : ผมใช้ Trello ทำทั้ง list งานตัวเองและเริ่มใช้กับทีม
6. ให้ลูกๆอ่านหนังสือ (ไม่ใช่นิยาย) 2 เล่มต่อเดือน : เริ่มจากนิทานภาพ สู่วรรณกรรมเด็ก อย่าให้เริ่มอ่านจากtablet
7. ให้ลูกๆทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อเดือน : พ่อแม่ต้องทำให้เห็นก่อน และพาลูกๆทำด้วยกัน
8. โทรศัพท์เพื่ออวยพรวันเกิดผู้อื่น : มันให้ความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นจริงๆและเป็นการบริหารconnection ที่ดีมากๆ
9. เขียนเป้าหมายของเขาออกมา : เป้าหมายที่อยู่ในใจ กับ ฝันกลางวันมันคล้ายกันมากๆ
10. อ่านหนังสืออย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน : อ่านถึงข้อนี้ได้แสดงว่าคุณอ่าน30นาทีต่อวันได้แน่ๆ
11. พูดในสิ่งที่เขาคิด : ตรงไปตรงมาเสมอ
12. พบปะพูดคุยเพื่อสร้างสังคม อย่างน้อย 5 ชั่วโมงต่อเดือน : สังคมที่หลายหลายนำมาซึ่งรายได้จากหลายทาง
13. ดูทีวีน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน : รวมถึง Social Media ด้วย
14. ไม่ดูรายการ Reality : มันติดจริงๆนะอย่าลองเลย
15. ตื่นก่อนเวลาทำงาน 3 ชั่วโมง : 3ชั่วโมงที่มีคุณค่าหลายคนใช้เวลานี้จัด/ปรับตารางงาน งานเสร็จตั้งแต่ครึ่งวัน
16. สอนสิ่งดีๆเพื่อสร้างความสำเร็จในแต่ละวันให้กับลูกๆ : หนึ่งในเรื่องที่ควรคุยกับลูกทุกๆวัน365วันจะได้365วิธีใช้ชีวิตที่โรงเรียนไม่ได้สอน
17. เชื่อว่านิสัยที่ดีสร้างความสำเร็จมากกว่าโชค : ถ้าไม่เชื่ออ่านข้อต่อไป
18. เชื่อว่านิสัยแย่สร้างโชคร้ายแบบสุดๆ : ถ้าไม่เชื่ออ่านข้อก่อนหน้า
19. เชื่อในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเรียนรู้มันตลอดชีวิต : คนที่หยุดการศึกษาจะกลายเป็นคนไร้การศึกษาในอนาคต
20. รักการอ่าน (อย่างน้อยก็อ่าน 20 ข้อนี้จนจบและแชร์ต่อ ^^)
ที่มา :
Tom Corley, RichHabits.net
20 Things The Rich Do Every Day by Tom Corley

ภาพประกอบเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมและสร้างเครือข่าย ชีวิตทำงานประจำทำงานธนาคาร เอาเวลาที่มีส่วนหนึ่งไปทำงานด้านวิชาการแบ่งความรู้ให้นักศึกษา เป็นโค้ชให้น้องๆรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ความเป็นผู้ประกอบการ Startup

วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

การสร้างความเป็นผู้ประกอบการให้กับพนักงาน business owner mindset

ตั้งแต่รับตำเหน่ง ผู้บริหารงานการตลาดเครือข่ายลูกค้าผู้ประกอบการคนแรกนี่ นับได้ว่าเราใช้คนเปลืองติดอันดับต้นๆ ในการทำงาน 

ทีมSME  Network Marketing Development สองปีครึ่ง ทีมงานจากกว่า20 คนออกไป6คน!!! 
คำถามคือ ทำไม
งานทีม SME Network Marketing Development เป็นงานที่ยากและท้าทายศักยภาพมากๆ หน้าที่ชัดๆคือ
  • ทำอย่างไรให้คนในพื้นที่เชื่อว่าธนาคารแห่งนี้ คือผู้มีส่วนร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ที่จะทำให้คนในพื้นที่รักและเชื่อใจให้ทำงานร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายธุรกิจ
  • งานต้องทุ่มเทคลุกตัวกับผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ SME รู้จักคนเยอะและมีแรงกดดันหลายๆอย่างโดยเฉพาะภาพลักษณ์องค์กร
  • การทำงานจึงต้องสอนงานในการทำงาน On the jobs training และให้เวลาในการเรียนรู้หลังจากนั้นให้คิดและลงมือทำร่วมกันกับเค้าแล้วปล่อยคอยสนับสนุนชี้แนวทาง
  • ต้องรู้จักธุรกิจที่หลากหลาย
  • ต้องรู้จักนักธุรกิจเยอะๆ
  • ต้องรู้จักการทำงานให้สำเร็จด้วยพลังของทีม

ดังนั้นวิธีการเดียวที่จะทำให้ทีมงานที่ทำงานคนเดียวในแต่ละจังหวัดสามารถบริหารตัวเองได้ คือ ต้องสร้างความเป็นเจ้าของกิจการให้กับพนักงาน 

เหรียญมีสองด้าน ผลงานสองปีออก6คนเสียดายแต่เห็นเค้าเติบโตก็ดีใจ
คนหนึ่ง ลาออกไปเรียนดร.และสร้างกิจการตนเอง
คนหนึ่ง ซี้กับผู้ประกอบการเลยอยากย้ายไปดูแลผู้ประกอบการด้วยตัวเองทำงานหน้างาน
คนหนึ่ง ทำงานเก่งสร้างconnection เป็นออกไปสร้างฝันมีโรงแรมตนเอง
คนหนึ่ง ทำงานจนวันสุดท้ายได้เลี้ยงอำลาเกษียน
คนหนึ่ง ออกไปตามทางที่ถนัด
คนหนึ่ง ย้ายไปทำงานใกล้ครอบครัวและดูแลกิจการโรงแรมที่สร้างเสร็จแล้ว

ตอนนี้รับสมัครทีมงานใหม่ก็คงต้องทำวิธีเดิม แต่คงต้องหาคนที่สนใจพัฒนาตัวอย่างต่อเนื่องในองค์กรจะได้เหมาะกับการทำงานด้วยกันนานๆ

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

ข้อคิด ของแจ็คหม่า Jack Ma Alibaba

ช่วงอายุกับการทำธุรกิจ
ก่อนอายุ 20 Be a good Student / จงตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด
ก่อนอายุ 30 Follow somebody / ตามคนอื่น ลองทำงานบริษัทเล็กๆ
30-40 Working for yourself / ทำงานเพื่อตนเองเพื่อความสำเร็จ
40-50 Do the thing that you are good at / ทำงานที่คุณชำนาญที่สุด
50-60 Work for young people /  ทำงานเพื่อคนรุ่นหลัง เพราะเค้าเก่งกว่าคุณ
60 Spend time for yourself / ใช้เวลาเพื่อตัวเองอย่างเต็มที่
CR. แจ๊ค หม่า
https://youtu.be/TW1Uk2Y7Y4M

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

การเสียโอกาสที่น่าเสียหายที่สุดอย่างหนึ่งในยุคนี้ คือ..การเสียโอกาสสร้างประสบการณ์ดีๆให้กับลูกค้า Customer Experience Management



Customer Experience Management เป็นแนวคิดของการตลาดในยุคที่ 3 ที่ให้ความสำคัญของการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าการทำเพียงแค่รักษาความสัมพันธ์

ในยุคการตลาดยุคแรก สินค้าถูกผลิตออกมาน้อย คู่แข่งแต่ละสินค้ามีไม่มาก การตลาดจึงสร้างการรับรู้ให้ลูกค้าจดจำในความแตกต่างของสินค้า การขายเน้นที่การทำให้เห็นความแตกต่างในคุณลักษณะของสินค้า

ในยุคต่อมาเรียกว่าการตลาดยุคที่สอง คู่แข่งทางธุรกิจเริ่มมีมาก สินค้าถูกผลิตออกมาจากคู่แข่งหลายราย ผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะ การสร้างความแตกต่างของสินค้าทำได้ยาก การตลาดจึงต้องเน้นความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น ลูกค้าที่ซื้อไปแล้วทำอย่างไรให้ซื้อเยอะ ซื้อซ้ำ ซื้อต่อเนื่อง ซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เอาเทคโนโลยีมาสร้างความสัมพันธ์ของลูกค้า ให้เกิดการซื้อซ้ำหรือไม่ย้ายไปหาคู่แข่ง

ในยุคนี้ การตลาดยุคที่สาม ยุคของผู้บริโภคที่มีตัวตนบนโลกออนไลน์ตลอดเวลา ความเป็นปัจเจกของบุคคลมากขึ้น คิดอะไรทำอะไรไม่ใช่แค่ตัวเค้าเองที่รับรู้ แต่โลกรับรู้ด้วย ผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้นว่าอะไรคือโฆษณาอะไรคือประสบการณ์จริงของผู้บริโภค พลังของประสบการณ์ที่ดีและได้รับการบอกต่อ เป็นลมใต้ปีกที่หนุนแบรนด์ให้เติบโตโดดเด่นอยู่ในใจผู้บริโภค และอยู่เหนือคู่แข่ง ในทางตรงกันข้ามหากไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีนอกจากจะเป็นการเสียลูกค้าแล้วยังเป็นกำแพงกันลูกค้าใหม่ไม่ให้เข้ามาหาแบรนด์ด้วย

ดังนั้น ประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า คือโอกาสธุรกิจที่สำคัญอย่างยิ่งในการตลาดยุคใหม่ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ ธุรกิจ SME หลายๆแห่งไม่ค่อยให้ความสนใจ ยังคงเน้นไปที่การขายให้ได้มากที่สุด

ต้นเหตุของความเสียโอกาสสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ามีหลายอย่าง

  • - ขายตามหน้าที่ คือพยายามขายให้ทะลุเป้ายัดเยียดสินค้าที่ลูกค้าไม่ต้องการ
  • - เป็นระบบฉลาดเกินไป ทุกคนได้รับการอบรมเหมือนๆกันก็ทำแบบเดียวกันมีระบบที่ฉลาดรู้ว่าลูกค้ายังไม่ได้ใช้บริการอะไรก็ยัดเยียดเสนอบริการให้ลูกค้า
  • - ให้ตามเงื่อนไข บริการได้ดีให้ลูกค้าเท่าที่ต้องเสียต้นทุนน้อยที่สุดเท่าที่ให้ได้ เพราะระบบรู้ว่าลูกค้าสร้างรายได้ให้เท่าไหร่ให้คืนได้เท่าไหร่

การตลาดการขายในยุคใหม่ต้องเติมหัวใจเข้าไปในบริการและนำเทคโนโลยีการจัดการเข้ามาเสริม ตัวอย่างสถานการณ์แบบนี้
มือถือค่ายหนึ่ง ลูกค้าขอคำปรึกษาค่าใช้บริการที่รู้สึกแพงเกินไป เนตก็หมดเร็ว พนักงานเปิดข้อมูลดูอ๋อที่แพงเพราะมีส่ง SME มากแนะนำให้ทำเหมาจ่ายถูกกว่า ค่าโทรที่จ่ายเยอะแต่ใช้ไม่เคยถึงลดแพ็คลงมาแล้วเพิ่นเนตขึ้น
*รายได้รวมลดลงแต่ได้ใจมากขึ้น
ขายกระเป๋าเก็บความเย็นลูกค้าซื้อผิดใบเอามาแล้วใหญ่ไปพกไม่สะดวกต้องหิ้วอุปกรณ์ปั๊มนมเยอะ คนขายเปลี่ยนใบใหม่เล็กลงให้คืนเงินส่วนต่างให้ด้วยเพราะเข้าใจมนุษย์แม่
*รายได้ครั้งนี้ลดลงแต่เค้าแนะนำเพื่อนมาซื้ออีกหลายสิบใบ
ลูกค้าซื้อของฝาก ในร้านขายของฝากคุยกับลูกค้าแล้วรู้ว่าเอาของไปฝากผู้ใหญ่ แนะนำของที่ดีที่สุดห่อสวยที่สุดให้ แทนที่จะให้ลูกค้าเอากล่องบุบๆไป
*กล่องบุบไม่ถูกขายแต่ลูกค้ากลายเป็นลูกค้าประจำ
ให้บริการการเงินลูกค้าธุรกิจจนสนิทกับลูกค้า ทุกวันเกิดส่งคำอวยพรไปให้ ลูกค้าอยากขยายโรงงานแนะนำช่องทางการขอให้ ลูกค้าทำเครื่องใช้ไฟฟ้าแค่เอ่ยปากว่าอยากไปCLMV ควานหาคู่ค้าชายแดนให้เจอกัน
*ขายวงเงินระหว่างปวระเทศไม่ได้แต่ของลูกค้าก็ไปต่างประเทศสำเร็จ

**********************************
การตลาดการขาย ที่ขยายเอาระบบจัดการทันสมัยเข้ามาอย่ามัวแต่สร้าง KPI แล้วลืมเอาหัวใจไปดูแลลูกค้า 
KPI มีไว้พัฒนา..ไม่ได้มีไว้ฆ่าคน
สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพิ่มคุณค่าให้กับกิจการ
ทำดีเสมอตัว ทำชั่วคนเดียวเสียหายทั้งองค์กร แล้วทำไมต้องทำแค่ดี ทำให้เกิดความประทับใจสร้างสรรค์วันดีๆให้กับลูกค้าดีกว่ามั๊ย


วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

ไม่ใช่แค่ Jack Ma คนเดียวที่ซื้อ KFC

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของธุรกิจ KFC มีการปรับตัวครั้งใหญ่ในเชิงยุทธศาสตร์ ต้องการเปลี่ยนธุรกิจเป็น Franchisor (ผู้พัฒนาแบรนด์และให้สิทธิแฟรนไชส์มาใช้แบรนด์) อย่างเดียวเพื่อมุ่งมันพัฒนาในการทำตลาดและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับสินค้า

จากข่าวที่่ Jack Ma เจ้าพ่อค้าขายออนไลน์ Alibaba ซื้อกิจการ KFC ในเมืองจีน หลังจากที่ได้ยินข่าวนี้แล้วทำได้หาข้อมูลต่อจนพบว่า KFC ไม่ได้ขายสาขากิจการแต่ในเมืองจีน แม้แต่ในประเทศไทย ก็ได้ทำการขายให้กับผู้ลงทุนรายใหม่บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ (อาร์ดีซีแอล) ราว 130 สาขา แบ่งเป็น ภาคใต้ 50% กรุงเทพฯ 50% จะเริ่มมีผลทางการปลายปีนี้ โดยเชื่อว่าโมเดลนี้จะเป็นโมเดลที่สร้างการเติบโตของสาขาได้เร็วกว่าเดิม เป็นโมเดลที่ใช้สร้างการเติบโตในอังกฤษ รัสเซีย ออสเตรเลียมาแล้ว และการตัดสินใจขาย 130 สาขาดังกล่าว ไม่ได้เกียวกับเทรนด์การทานฟาสฟู๊ดลดลง เพราะยังขายดีอยู่!!!

นับโมเดลธุรกิจใหม่ที่น่าติดตาม เจ้าของแฟรนไชส์เริ่มธุรกิจจากการสร้างธุรกิจด้วยตนเองสร้างแบรนด์ ดำเนินธุรกิจเก็บประสบการณ์ พัฒนาจนเกิดมาตรฐานและวิธีในการทำธุรกิจ จนสามารถขยายสาขาได้และทำซ้ำธุรกิจได้ จึงขายสิทธิให้กับผู้อื่นมาดำเนินการตาม และได้ส่วนแบ่งค่าสิทธิ

แต่ครีั้งนี้เจ้าของสิทธิอย่าง ยัม เรสเทอรองตส์ ขายสาขาในแต่ละประเทศไปจนหมดโดยบอกว่าการให้สิทธิแก่ผู้อื่นจะทำให้เกิดการขยายสาขาได้เร็วกว่า โมเดลนี้เหมือนกับ 7-11 ที่ขายสิทธิขาดในแต่ละประเทศให้กับบริษัทท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการบริหารที่คล่องตัว และเกิดความเป็นเจ้าของร่วมกัน

แต่จะประสบความสำเร็จหรือไม่ต้องฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้กับคนดูแลสิทธิในประเทศนั้นๆ เป็นสิ่งที่น่าติดตามมากๆ

ข้อดี

  • บริษัทโฟกัสแต่เรื่องพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆไม่ต้องสนใจเรื่อง Operation มาก
  • ใช้ความเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นในการขยายธุรกิจ
  • ลดต้นทุนการบริหาร การดูแลคนจำนวนมาก
ข้อเสีย

  • ไม่มีสาขาเป็นของตัวเองที่จะใช้รับข้อมูลจากลูกค้าในการพัฒนากิจการ อยากได้ข้อมูลต้องพึ่งงานวิจัยอย่างเดียว
  • ความเสี่ยงหากผู้ได้สิทธิไม่ทำตามเงื่อนไข หรือไม่ตั้งใจพัฒนา


Cr ข่าว
http://www.posttoday.com/biz/news/451354
ภาพ
http://goo.gl/sYfT8E

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

เริ่มต้นธุรกิจอย่างไร จดทะเบียนบริษัท ดีหรือไม่ สมัคร KSME ยังไง


เริ่มต้นธุรกิจ อย่างไร

อันนี้คำตอบที่สุดคลาสสิค คือ ใจอยากทำธุรกิจอะไร และ ใครคือลูกค้า หากมีความชัดเจนมากพอ ถึงเริ่มพัฒนาขึ้นมาเป็นธุรกิจ
หากชอบบริการ ทำงานบริการให้เป็นธุรกิจ หากไม่ชอบบริการอย่าเข้ามาเลยธุรกิจบริการ
หากชอบประดิษฐ์ ธุรกิจการผลิตจะได้เปรียบคนอื่นเพราะเป็นการสร้างสินค้าด้วยตนเอง
หากชอบค้าขาย อันนี้กลายเป็นเรื่องยาก ต้องแยกจากจะค้าขายอะไร หาแหล่งสินค้าที่จะขายได้หรือไม่
แต่ทั้งหมดควรเริ่มจากเล็กๆ ค่อยๆพัฒนา
อยากขายเครื่องสำอางค์ เริ่มจากซื้อมาขายไปก่อน แล้วค่อยไปสู่การเป็นผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์เอง
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ ถนันทางไหน ไปทางนั้นก่อน

หากจะเลือกประเภทธุรกิจ ว่าควรทำอะไรดี ก็ต้องดูตามเทรนด์
http://oweera.blogspot.com/2016/04/holy-vision-sme-tcdc.html
อยากมีความสุขต้องมีเป้าหมายชีวิต อยากทำธุรกิจต้องดูนโยบายรัฐ
http://oweera.blogspot.com/2015/12/10-thailand-industrial-target.html

จดทะเบียนธุรกิจ จดทะเบียนบริษัท ดีหรือไม่


อ่านจากหลายๆคนท่านบอกว่าให้ดูจากลูกค้า และขนาดธุรกิจ
ดูจากลูกค้า
กรณี1 รับงานจากบุคคลธรรมดา เวลาเขาจ่ายเงินเรา จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย  รายได้เราสามารถหลบหลีกสรรพากรได้
กรณี2 รับงานจากนิติบุคคล เวลาเขาจ่ายเงินเราจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย  หรือ ไม่หัก เราก็ต้องรับรู้รายได้ และยื่นสรรพากรเพราะนิติบุคคลนั้นๆเขาลงค่าใช้จ่าย ส่วนเราต้องรับรู้รายได้ หลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นหากทำการค้ากับนิติบุคคลมากกว่า แนะนำให้เปิดบริษัท

ดูจากรายได้
หากรายได้ไม่เยอะ ไม่ถึงล้านบาทต่อไป ทำเล็กๆ ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปเปิด
แต่หากรายได้มากกว่า ล้านบาทต่อปี แล้วมีทางที่จะโตต่อไป เปิดเลยดีกว่าครับ แนะนำว่าเปิด บริษัทจำกัดไปเลย
เมื่อเปิดแล้วค่าใช้จ่ายจะตามมา
ค่าใช้จ่ายในกรณี เป็นนิติบุคคล
1. ตรวสอบบัญชี ผู้สอบบัญชี 15,000-35,000/ ปี  (มือปืน)
    1.1 ขึ้นอยู่กับทุนจดทะเบียน ทุนไม่เกินล้าน ~ 15,000
    1.2 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ,เอกสารประกอบ
2. ค่าทำบัญชี 3,000/ เดือน
   2.1 ยื่นแบบสรรพากร ยื่นแบบประกันสังคม

ปีหลังๆมานี้ทางรัฐบาลพยายามให้เข้าระบบ ยังไงต้องคิดไว้เลยว่า ภาษี หนีได้ไม่นาน จงเข้าระบบซะดีๆ

สมัคร KSME ยังไง

อีกหนึ่งคำถามเพราะทุกคนที่ฟังบรรยายมักจะได้รับรู้ว่า KSME เป็นบริการธุรกิจของธนาคารกสิกรไทย ที่ให้บริการที่มากกว่าบริการทางการเงิน สมัครได้แม้ไม่ต้องเป็นลูกค้าสินเชื่อ
ก็แนะนำไปที่หน้านี้ได้เลยครับ
http://www.kasikornbank.com/TH/SME/Pages/SME.aspxe
เป็นที่รวมบริการต่างๆของ ลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกสิกรไทย



วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

นิยาม SME Small and Medium Enterprises ในธุรกิจต่างๆ

SME  ย่อมาจาก small and medium enterprises 

SME ในภาคภาษาไทย นิยามว่า ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  (ทำไมต้องขนาดกลางและขนาดย่อมก็ไม่รู้ ทำไมไม่ขนาดเล็กและขนาดกลาง) หมายถึง ธุรกิจที่มีขนาดของธุรกิจไม่ใหญ่ จำง่ายๆ คือมีพนักงานไม่เกิน 200 คน มีทรัพย์สินไม่เกิน 200 ล้านบาท ที่ต้องมีนิยามของกลุ่มธุรกิจ SME ขึ้นมาเพราะ รัฐบาลเห็นว่าธุรกิจเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทย มีการจ้างงานคนจำนวนมาก และเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจของประเทศ แต่หากจะแบ่งให้ละเอียด สามารถแบ่งตามประเภทธุรกิจได้ดังนี้

(ข้อมูลจากสสว.)
SMEกิจการผลิตสินค้า หมายความครอบคลุมถึง การผลิตที่เป็นลักษณะของการประกอบการอุตสาหกรรมทุกประเภท โดยความหมายที่เป็นสากลของการผลิตก็คือการเปลี่ยนรูปวัตถุให้เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ด้วยเครื่องจักรกล หรือเคมีภัณฑ์ โดยไม่คำนึงว่างานนั้นทำโดยเครื่องจักรหรือด้วยมือ ทั้งนี้กิจการผลิตสินค้าในที่นี้รวมถึงการแปรรูปผลิตผลการเกษตรอย่างง่ายที่มีลักษณะเป็นการอุตสาหกรรม การผลิตที่มีลักษณะเป็นวิสาหกิจชุมชน และการผลิตที่เป็นการประกอบอุตสาหกรรมในครัวเรือนด้วย

SMEกิจการการบริการ หมายความครอบคลุมถึง การศึกษา การสุขภาพ การบันเทิง การขนส่ง การก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ การโรงแรมและหอพัก การภัตตาคาร การขายอาหาร การขายเครื่องดื่มของภัตตาคารและร้านอาหาร การให้บริการเช่าสิ่งบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ การให้บริการส่วนบุคคล บริการในครัวเรือน บริการที่ให้กับธุรกิจ การซ่อมแซมทุกชนิด และการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
             
SMEกิจการค้าส่งและค้าปลีก  หมายถึง การให้บริการเกี่ยวกับการค้า โดยที่การค้าส่ง หมายถึง การขายสินค้าใหม่และสินค้าใช้แล้วให้แก่ ผู้ค้าปลีก ผู้ใช้ในงานอุตสาหกรรม งานพาณิชยกรรม สถาบัน ผู้ใช้ในงานวิชาชีพ และรวมทั้งการขายให้แก่ผู้ค้าส่งด้วยกันเอง ส่วนการค้าปลีก หมายถึง การขายโดยไม่มีการเปลี่ยนรูปสินค้าทั้งสินค้าใหม่และสินค้าใช้แล้วให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อการบริโภคหรือการใช้ประโยชน์เฉพาะส่วนบุคคลในครัวเรือน การค้าในที่นี้มีความหมายรวมถึง การเป็นนายหน้าหรือตัวแทนการซื้อขาย  สถานีบริการน้ำมัน และสหกรณ์ผู้บริโภค

ซึ่งแต่ละธุรกิจ ก็จะมีการกำหนดขนาดของธุรกิจแยกให้เห็นว่าเป็นขนาดย่อม หรือขนาดกลางตามตารางนี้


โดยการแบ่งนี้เพื่อให้ภาครัฐและหน่วยงานสนับสนุนต่างๆได้จัดแผนการสนับสนุนได้อย่างถูกต้อง 

หน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนการทำธุรกิจของ SME ที่ใช้นิยามนี้
  • กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงอุตสาหกรรม
  • สำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
  • ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

องค์กรเอกชนที่ให้การสนับสนุน SME

  • สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สำหรับธุรกิจอื่นๆในการจัดกลุ่ม SME อาจมีนิยามที่ต่างไป อาทิ กลุ่มของธุรกิจธนาคาร ไม่ได้ใช้นิยามนี้ แต่นิยามในด้านของตัวเลขยอดขาย

นิยามธุรกิจ SME ของธนาคารพาณิชย์
ธุรกิจขนาดกลาง Medium ยอดขาย 50-400 ล้านบาทต่อปี
ธุรกิจขนาดเล็ก Small ยอดขาย 10-50 ล้านบาทต่อปี
ธุรกิจขนาดย่อม Micro ยอดขาย ไม่เกิน 10 ล้านบ้านต่อปี

นอกจากนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในมุมของ บริษัทด้านไอที อย่าง Microsoft หรือ IBM ที่มองตามจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้

จะเห็นได้ว่าการแบ่งกลุ่มSME ที่ต่างกัน เกิดจากการ จัดกลุ่มลูกค้า Segmentation เพื่อให้ธุรกิจ หรือ องค์กรสามารถกำหนด การตอบสนองให้ตรงความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด

แล้วธุรกิจของท่านหล่ะครับ กำหนดลูกค้าไว้อย่างไรบ้าง 

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559

โปเกม่อนและสแตมป์เซเว่นกับโอกาสธุรกิจSME

ณ เวลานี้ Trend สองอย่างที่น่าจับตาและนำมาสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับธุรกิจ ของเราคือ โปเกมอน โก และ แสตมป์เซเว่น

Trend คือ แนวโน้มพฤติกรรมของคนในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
Insight คือความต้องการที่อยู่ในใจลึกๆของคนที่มีผลมาจากเทรนด์
(สมาน ตานเฮือด แห่งโฮลี่วิชั่น กล่าวได้ไว้)
หากไม่มีเกมส์โปเกม่อน โก ที่อยู่ๆเปิดให้เล่นในเมืองไทยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากระแสการล่าแสตมป์เซเว่น ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ เพราะใครๆก็สะสมเพื่อแลกของรางวัลและยิ่งปีนี้เป็น M Stamp ด้วยมันจะติดอยู่ในมือถือ ของลูกค้าไปไหนไปด้วย
ส่วนเกมส์โปเกม่อนโก ก็มีการเล่นการล่าโปเกม่อน การเก็บไอเท็มต่างๆตามและการต่อสู้แย่งชิงพื้นที่
แล้วเราจะเล่นอะไรกับเทรนด์นี้ได้บ้างขอแยกตามเป้าหมายทางการตลาดดังนี้
1.การเพิ่มจำนวนคนมาที่หน้าร้าน
- หากหน้าร้านเรามีเสา PokeStop ก็ถือเป็นโชคดี เสริมโชคด้วยการปล่ายซากุระเพื่อให้มี โปเกม่อน ปรากฎเยอะๆ ให้คนเข้ามาที่หน้าร้าน เมื่อมาถึงทำสื่อหน้าร้านให้ชัดเจน สื่อด้วยป้ายหรือใช้เสียงเชิญชวนให้เข้ามาใช้บริการ
- ลูกค้าที่มี แสตมป์เซเว่น ได้สิทธิพิเศษ อะไรในร้าน เพราะแสตมป์ที่อยู่ในกระเป๋าลูกค้าหรือในโทรศัพท์ เป็น ตัวเชื่อมเรากับลูกค้าได้ดี เชิญชวนให้ใช้บริการ โดยอาจใช้แสตมป์เป็นส่วนลด เรียกลูกค้าได้มากเพราะใครๆก็มีแสตมป์
2.การเพิ่มยอดขาย
- โชว์โปเกม่อน ได้รับสิทธิพิเศษ ซื้อของแล้วได้ของแถม ซื้อข้าวแถมน้ำ ซื้อสินค้าแถมของชำร่วยโปเกม่อน (ขอให้แจกของลิขสิทธ์นะครับ)
- ใช้แสตมป์เซเว่นแทนบัตรส่วนลด โดยปกติหากลูกค้าไม่มีร้านอะไรในใจ ร้านที่มีส่วนลดมากกว่าลูกค้าจะเลือกใช้บริการ
- แนะนำให้ใช้กลยุทธ์การเพิ่มยอดขาย ให้ส่วนลดเฉพาะบางรายการ อย่าให้แบบเหมารวม หรือซื้อแล้วได้ของแถม
3.สร้างฐานข้อมูลลูกค้า
- ชวนลูกค้าใหม่ที่ใช้บริการสมัครสมาชิกเพื่อสร้างฐานข้อมูล ใช้stamp หรือ pokemon ที่จับได้ในร้านแลกสมัครสมาชิกร้านฟรีแล้วเก็บ email / เบอร์โทรลูกค้า
4.สร้างประสบการณ์ที่ดี
- ให้ชาร์ตแบต เพราะโปเกม่อนกินแบตมากๆหากให้ชาร์ตไปลูกค้าคงต้องการแน่นอน เดินสายให้ที่โต๊ะ หรือ มีจุดชาร์ตแบตให้ลูก้า
- ให้ใช้ Wifi ร้านเล่นเกมส์
- ให้สิทธิพิเศษ กับทีมสีที่ต่างๆของโปเกม่อน
5.ให้ลูกค้าช่วยประชาสัมพันธ์ร้าน
- ถ่ายรูปกับโปเกม่อนในร้าน หรือ จับตัวในร้านได้ เซฟภาพหน้าจอแชร์+เช็คอินร้าน ได้สิทธิพิเศษ
- ให้ลูกค้าแชร์ ว่าใช้ แสตมป์เซเว่น นอกเซเว่นก็ได้ที่ร้าน........ พร้อมเช็คอินตำแหน่งร้าน
โอกาสทางการตลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอยู่ที่ใครจะมีวิธีคว้าไว้ให้ได้ และการเชื่อมต่อออนไลน์สู่ออฟไลน์ ได้จะยิ่งสร้างความน่าสนใจและสร้างยอดขายได้
ใครมีวิธีนำสองเทรนด์นี้มาสร้างธุรกิจ ร่วมแบ่งปันกันนะครับ
************************
Line@ @oweera
http://oweera.blogspot.com
https:facebook.com/oweerablog
http://line.me/ti/p/%40oweera

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กลอนวันแม่ แม่คือธนาคาร

#วันแม่  วันอวดแม่ ทั้งคุณแม่ผมและคุณแม่ภรรยา ได้ทานข้าวกับคุณแม่มีความสุขและความจุกมากๆ

แม่ผู้สร้างคนให้เป็นคนแม่คือทุกสิ่งทุกอย่าง
แม้แต่...ธนาคาร

เห็น กลอนวันแม่ แม่คือธนาคาร บทแรกนี้มีคนเขียนไว้เลยขอนำมาต่อบทต่อๆไป ใครอยากต่อเรีบนเชิญนะครับ

แม่คือแบงก์แห่งชาติไม่ขาดแบงก์

ลูกจัดแจงเบิกได้แม้ไม่ฝาก

เบิกค่าเทอมค่าเที่ยวเดี๋ยวน้อยมาก

แม่ลำบากก็ให้เบิกไม่เลิกรา

.

แม่ให้กู้แบบไม่เคยคิดดอกเบี้ย

กู้ไม่เสียค่าธรรมเนียมแม้ล่าช้า

กูผ่านไลน์ก็ได้สบายอุรา

แม่นี้หนา คือ Fintech เทพกว่าใคร

.

แม่คือตู้ ATM+AI แสนทันสมัย

(AI คือระบบเครื่องกลเรียนรู้พัฒนาตัวเองได้)

ฝากเงินไป ได้รอยยิ้มพริ้มกลับมา

ส่งสายตา ดีใจ ได้เงินคืน

เวลาลูก...จะถอน...แม่จะถาม

แม่ติดตาม ถามก่อน จะถอนไปไหน

ตอบคำถาม...ได้ไม่ดี นี้บรรลัย

สงบใจ เงินไม่ได้ แต่ได้ธรรม

"อย่าใช้ฟุ่มเฟือย เอาเงินไปทำอะไร ที่มีประโยชน์ สร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัว ดีกว่านะลูก"
.
.
.
.
.

แม่ไม่เคยคิดจะเรียกเงินจากลูก

แม่ให้ลูกเก็บไว้ใช้ศึกษา

ยามแม่แก่แม่ไม่หวังคืนเงินมา

ขอแค่เวลา...แค่ความรัก...เท่านั้นเอย

*กลอนออนไลน์นำมาแต่งเติมเพื่อความบันเทิงมิได้มีเจตนาล้อเลียนลบหลุ่เสียดสีใดๆทั้งสิ้น ทำด้วยความรักล้วนๆ

#วันแม่ #รักแม่ทุกวัน #วันสำคัญทำพิเศษกันซักนิด #วันอื่นๆก็รักแม่ทุกวัน

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

AIS The Startup Connect หนึ่งในการทำ Business Co Creation ที่ดีที่สุดงานหนึ่ง

มาเจอเพื่อนๆstartupชั้นนำระดับประเทศเลย ในงานแถลงข่าว ais The New Content for new startup มาช่วยกันสร้าง Content เจ๋งๆในโลกออนไลน์ และมีการคัดเลือกผู้สร้าง VDO contentดีๆมาworkshop กับ พี่เต๋อ นวพล ส่งวีดีโอประกวดได้ที่

http://the5minvideochallenge.ais.co.th/

และ AIS เปิดทางเชื่อมต่อเพื่อให้Startupเติบโตแบบก้าวกระโดดได้เร็วขึ้นกับ AIS The Startup Connect ให้ Tech Startup จากทั่วประเทศและทั่วทุกมุมโลกเชื่อมต่อธุรกิจกับ AIS ได้ทางออนไลน์ ผ่าน

http://www.ais.co.th/thestartup/
ได้24ชั่วโมงและนัดpresentงานผ่าน VDO conference

จากที่ทำงานร่วมกับAISมานานเห็นได้ชัดเจนในการเชื่อมต่อธุรกิจกับเหล่าStartup แบบ Win-Win-Win เป็นกลยุทธ Co-Creation ทางธุรกิจที่ควรศึกษาโมเดลในการทำงานอย่างยิ่ง
มีVDO ส่วนหนึ่งของงาน ติดตามชมได้ครับ
AIS THE START UP  MODEL
https://facebook.com/oweerablog

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

8 Step ปรับเปลี่ยน องค์กรออฟไลน์สู่ออนไลน์ organization to online-nization

เมื่อพฤติกรรมการบริโภค การซื้อของ การใช้จ่าย การรับสื่อ ของลูกค้าปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้วองค์กรเราปรับเปลี่ยนตามกันบ้างรึยัง หรือจะต้องรอให้คู่แข่งปรับก่อนแล้วเราปรับตาม

สามารถกรอกใบสมัครได้ที่ http://goo.gl/forms/41QFZHuJyIwuubJI2


ผมมีความลับจะบอกการแข่งรถยนต์หรือการแข่งวิ่ง ชัยชนะเฉือนกันที่ตอนเข้าโค้งนี้หล่ะครับ ในช่วงที่ธุรกิจของโลกกำลังก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหลังยุคอินเตอร์เนตนี้หล่ะช่วงเวลาสำคัญ

บทบาทของเจ้าของกิจการในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงย่อมหนีไม่พ้นภาระการนำองค์กรเข้าสู่การเป็นองค์กรยุคใหม่ ที่กระชับ ฉับไว ตอบสองความต้องการลูกค้าได้รวดเร็ว และปรับตัวหนีคู่แข่งได้อย่างรวดเร็ว

6คำถาม เรายังเป็นองค์กรอย่างนี้อยู่รึป่าว

__ ขายสินค้าแบบเดิมเหมือนเมื่อ 5 ปีที่แล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลง

__ ขายผ่านช่องทางจัดจำหน่ายหลายช่องทางใช้เวลานานกว่าจะได้ยอดขายจริงของช่องทางต่างๆกลับมา

__ทีมงานออกไปสำรวจตลาดกลับมาด้วยข้อมูลบรรยายไม่เห็นภาพจริง

__วิ่งซื้อสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี แบบเดาว่าจะมีคนดูเท่าไหร่

__ทีมงานเอกสารกองเต็มโต๊ะแต่กระดาษA4มีเท่าไหร่ก็ไม่พอเพราะต้องพิมพ์รายงานเอกสารการประชุม

__ส่งเอกสารกันด้วยไฟล์ แผนการตลาด.doc แผนการตลาด(Final).doc แผนการตลาด(Final1).doc แผนการตลาด(Final1.1).doc

__รับออร์เดอร์คีย์ข้อมูลหนึ่งครั้งพิมพ์รายงานขายส่งเอกสารให้บัญชีกับเบิกของที่คลังสินค้าขายของหนึ่งครั้งพิมพ์เอกสารมากว่า3รอบ

หากใช่มากกว่า 5 ข้อแสดงว่าเป็นองค์กรดั่งเดิม ควรรีบปรับเปลี่ยน

แต่...อย่าคิดว่าจะหาเครื่องมือ Software ต่างมาให้พนักงานใช้และสั่งให้เริ่มใช้เลยทันที
ขอแนะนำให้วางแผนการปรับเปลี่ยนองค์กรให้ดีซะก่อนที่จะส่งเครื่องมืออะไรดีๆให้ไปใช้ เครื่องมือดีๆ จะกลายเป็นง่อยไปเลยทันที เมื่อคนไม่ยอมรับ

วันนี้ขอนำ 8 ขั้นตอนในการปรับเปลี่ยนองค์กร (8-Step Process of Transformation) ของ John P. Kotter ที่เสนอ 8 ขั้นตอนของการปรับเปลี่ยนองค์กร (Transformation) ดังนี้

1) Establishing a greater sense of urgency สร้างการตระหนักของความเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลง  ต้องทำให้เห็นให้ได้ว่าตอนนี้ เรากับคู่แข่งต่างกันแค่ไหน หรือ กราฟยอดขายของเราลดลงอย่างไร หากไม่ปรับองค์กรให้สือสารกันได้รวดเร็วทำงานเชื่อมต่อกันทั้งระบบ จะเกิดอะไรขึ้น

2) Creating the guiding coalition สร้างทีมนำการเปลี่ยนแปลง  รวบรวมทีมงานที่จะเป็นกลุ่มนำการเปลี่ยนแปลงมาร่วมเป็นทีมงาน ยิ่งน้อยยิ่งดีแต่ขอให้หลากหลาย มาเป็นที่มงาน สร้างข้อจำกัดการทำงานสื่อสารกันด้วยระบบออนไลน์ ไม่ใช้การพิมพ์เอกสารการประชุม

3) Developing a vision and strategy พัฒนาวิสัยทัศน์และยุทธ์ศาสตร์ที่ชัดเจน  ทำเป้าหมายให้ชัดว่าจะเปลี่ยนแปลงไปทิศทางไหน จะไปอยู่ที่จุดไหน

4) Communicating the change vision สื่อวิสัยน์ทัศน์ในการเปลี่ยนแปลงให้พนักงานเข้าใจและมีส่วนร่วม  ว่าจะทำอะไรเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จะใช้เครื่องมืออะไร ผลกระทบเป็นอย่างไร

5) Empowering others to act มอบอำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติ  ไม่ใช่เจ้าของธุรกิจที่ต้องกุมอำนาจทั้งหมด ผู้นำไม่ใช่สั่งให้คนเดิมตาม ต้องทำให้เค้าอยากเดินตาม สร้างทีมงานผู้นำในแต่ละหน่วยสื่อสารตรงกับผู้บริหารสูงสุด

6) Creating short-term wins สร้างแผนชัยชนะในระยะสั้น  อย่าเริ่มการเปลี่ยนโดยใช้เวลา1ปีจึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลง ทำทีละส่วน ชนะที่ละขั้น ชนะแล้วฉลอง อาจเริ่มจาก การไม่ใช้กระดาษ การใช้สื่อโฆษณาที่วัดผลได้อย่าโฆษณาออนไลน์

7) Consolidating gains and producing even more change สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง  Plan Do Act วางแผน ลงมือทำ ประเมินผล ปรับปรุงแผน ลงมือทำ ประเมิน เป็นวงจรต่อเนื่องตลอดเวลา

8) Institutionalizing changes in the culture สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร  การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่กิจกรรม ต้องทำให้อยู่เป็นนิสัยสำคัญขององค์กร

นี่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เก็บมาจากงานสัมมนา 360 Online Business




7 Modules กับ 7 วิทยากรระดับเทพ ตัวจริงเสียงจริงในด้านธุรกิจ Online
Best Practices ได้เรียนรู้จากความสำเร็จในการทำธุรกิจ Online จากสุดยอดเพจดังที่ขายจริง และทำกำไรได้จริง
http://www.armcpall.com/UserFiles/file/The%20Ultimate%20Guide%20ONLINE%20BUSINESS.pdf
http://goo.gl/forms/41QFZHuJyIwuubJI2


วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

rairuenrom (ไร่รื่นรมย์) ตัวอย่าง Social Enterprise ด้านเกษตรสมัยใหม่

การเดินทางมาประชุมที่เชียงรายสัปดาห์นี้ โชคดีที่ได้มีโอกาสรับฟังเรื่องราวของคุณเปิ้ล ศิริวิมล กิตะพาณิชย์ สาวอายุ28 จบการศึกษานิเทศศาสตร์จากต่างประเทศ กลับมาเมืองไทย อยากทำการเกษตร เข้าร่วมอบรม โครงการ1ไร่1แสน จึงคิดว่าธุรกิจการเกษตรแบบสมัยใหม่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ และหากทำเกษตรอินทรีย์ยิ่งเป็นผลดีต่อสังคม

คุณเปิ้ล ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว (ตระกูลกิตะพาณิชย์ มีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ SAT สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี )ทั้งเงิน ที่ดิน และกำลังใจ ลงทุนสร้างพื้นที่การเรียนรู้เกษตรธรรมชาติ ที่ อ.เทิง จังหวัดเชียงราย ชื่อไร่รื่นรมย์ ไว้ให้คนสนใจการเกษตรสมัยใหม่การเกษตรแบบคุณภาพ
ทั้งโครงการ
"เตรียมกลับบ้าน" ให้มาเรียนรู้ว่าชีวิตเกษตรเป็นอย่างไร
"ชวนเพื่อนทำนา" เรียนรู้การทำนาเกษตรอินทรีย์ เป็นหนึ่งแหล่งที่ควรชวนลูกหลานมาเรียนรู้ร่วมกัน
เมื่อรู้เรื่องราวแล้วโชคดีที่มีเวลา ได้ เขตอู๋ ชัยพิชิต โฆษิตพิพัฒน์ ผู้จัดการเขต ดูแลลูกค้า SME ของธนาคารกสิกรไทย พาไปชม

พูดได้คำเดียวว่าทึ่งและนับถือหัวใจเธอจริงๆ
ภาพของสาวนักเรียนนอกที่มาคลุกตัว ตั้งแต่ออกแบบปรับปรุงที่จนเป็นแหล่งเรียนรู้การทำการเกษตรที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
https://m.facebook.com/rairuenrom/

ข้อมูลไร่รื่นรมย์จาก Sanook.com
http://travel.kapook.com/view144056.html

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Srethai Superware ทำอย่างไรให้ เสือ สิง กระทิง แรด ยอมเดินร่วมกันในทางที่เราต้องการ


วันนี้ฟังเรื่องกลยุทธการบริหารการเปลี่ยนแปลงจากเจ้าพ่อเมลามีนเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง ‪#‎Srithai‬
ในยุคแรกๆของศรีไทยคือผู้ผลิตพลาสติกถ้วยถังกะละมัง พลาสติกแบบที่ไม่มีนวัตกรรมอะไร ใครๆก็เข้ามาแข่งขันนับวันก็เจอแต่ของถูกมาแข่ง
ผู้บริหารศรีไทยในยุคนั้นได้คุณสนั่นเข้ามาบริหารงาน คุณสนั่น นักเรียนนอกทำบริษัทเยอรมัน ลาออกมาทำงานกับบริษัทที่เป็นการบริหารแบบครอบครัวด้วยการถูกชะตากับผู้บริหาร แต่การบริหารบริษัทครอบครัวที่มีระบบบริหารแบบครอบครัวใหญ่ภรรยา3ลูกหลานอีกเพียบ ไม่เก่งจริงไม่มีทางรอด
นักบริหารทั่วไปคงเอาเวลามาวางแผนจัดการกำหนดกฎระเบียบเพื่อให้บริหารได้ คุณสนั่นก็ทำแต่ระเบียบอะไรออกมาใช้กับลูกหลานก็ยาก คุณสนั่นจึงคิดว่าแทนที่จะไปสู้รบกับครอบครัวเถ้าแก่ เอาเวลามาบริหารสร้างรายได้ให้บริษัท พาบริษัทไปในทางที่ถูกต้องดีกว่า "เพราะธุรกิจครอบครัวอย่างไรก็ต้องการคนที่เป็นตัวสร้างเงินสร้างทอง"(ไม่ใช่ตัวเงินตัวทอง)
จึงเริ่มหาโอกาสธุรกิจใหม่ๆ เริ่มทำพลาสติกคุณภาพสูงที่ในตลาดยังไม่มี คุณสนั่นมองเห็นโอกาสทางธุรกิจหนึ่งที่ใช้พลาสติกคุณภาพคือตลาดลังน้ำอัดลมที่ส่งตามร้านต่างๆ สมัยนั้นใช้ลังไม้ส่งและมีค่ามัดจำลัง ลังละ7บาท ศรีไทยไปเสนอให้มโค๊ก แป๊ปซี่ กรีนสปอร์ต ไม่มีใครยอมเอาซักคน
เพราะหากเป็นลังพลาสติก ทุกอย่างดีกว่าคุ้มค่าแต่ลูกค้าร้านค้าคงต้องจ่ายค่ามัดจำลัง ลังละ60บาท หากเจ้าไหนเปลี่ยนก่อนก็ต้องให้ลูกค้าจ่าย ซึ่งอาจกลายเป็นการที่ร้านค้าปฎิเสธและแบรนด์นั้นก็โดนคู่แข่งแย่งตลาดไป
กลยุทธที่จะทำให้ บิ๊กๆทั้งหลายยอมใช้การไปเจรจาทีละรายไม่สำเร็จจึงต้องหาวิธีรวมทุกคนมาและเล่าให้ฟังพร้อมกันให้ทุกๆคนเห็นว่าเป็นประโยชน์ร่วมกัน
ด้วยเทคโนโลยีกาผลิตพลาสติกที่ซื้อลิขสิทธิ์มานี่มาจากฝรั่งแถมเป็นบริษัทที่มีเชื้อพระวงศ์ด้วย จึงใช้โอกาสนี้เชิญผู้บริหารจากทุกค่ายทั้งโค๊ก เปปซี่ มิรินด้า กรีนสปอร์ต มาทานอาหารร่วมกัน (เป็นการทานอาหารที่มีเสริ์ฟแต่เบียร์เท่านั้นไม่มีน้ำอัดลมน้ำเปล่าให้เลือก) แล้วก็เสนอให้ทุกๆบริษัททำร่วมกัน"ทุกๆคนได้ประโยชน์" และ"เริ่มพร้อมๆกัน" เริ่มจากพื้นที่ชลบุรีประสบความสำเร็จและขยายไปทั่วประเทศและประเทศใกล้เคียง
วิธีการที่จะทำให้เสือ สิงห์ กระทิง แรด เดินทางไปด้วยกันมีอยู่สองทาง คือ ไฟไหม้ป่า กับ ทำให้อาหารสมบูรณ์อยู่บนเส้นทางเดียวกัน
กลยุทธ์ธุรกิจก็เช่นกัน
หากทำให้คู่แข่งทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันคู่แข่งก็จับมือกันได้ โมเดลนี้นอกจากตลาดน้ำอัดลมจะใช้ลังแบบเดียวกันแล้วยังมีการร่วมทำบริษัทฝาจีบ ร่วมกันด้วยในเวลาต่อมา
ติดตามเกร็ดเล็กผสมน้อยช่วยพัฒนาธุรกิจได้ที่
โอ วีระ SMEช่วยเต็มที่
http://oweera.blogspot.com
http://line.me/ti/p/%40oweera
http://facebook.com/oweerablog
Twitter @oweera

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ENSOGO เป็นตัวอย่างของทฤษฏีต้มกบ คือไปแบบไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวแต่ไม่ยอมปรับตัว


http://www.ensogo.co.th/th



ยุคแรกของ Ensogo ปลุกตลาด อีคอมเมิร์ช ในเมืองไทย ในกลุ่มเว็บขายดีล ซึ่งประยุกต์มาจากเว็บ GroupBuy
Logo ensogo ในยุคแรก


ปี2010-2011 ยุคที่คนยังไม่ชินกับการซื้อของออนไลน์เพราะไม่คุ้นเคย ไม่รู้สึกแตกต่างจากการซื้อตามห้าง กระแสการใช้ Social media เริ่มเติบโตขึ้น คนไทยอย่างพวกเราเริ่มรู้จัก Hi5 foursquare

เว็บขายของแบบดีล เริ่มเป็นที่รู้จักในโมเดลของ Group buy รวมกันซื้อได้ราคาถูก เมื่อมียอดซื้อมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้เจ้าของเว็บก็ขาย
เกิดความนิยมมากเพราะเหมือนได้ซื้อในราคาขายส่ง คนขายก็win ได้ขายมากๆเหมือนขายส่ง คนซื้อก็ได้ในราคาถูก

แต่ในเมืองไทย เว็บดิลรายใหญ่ของโลก อย่าง Groupon เข้ามาในตลาดนี่ไม่สำเร็จเพราะมีบริษัทไทยที่แข็งแกร่งอย่าง Ensogo หลายคนไม่ทราบว่านี่ตั้งโดยคนไทย

Ensogo เสนอตัวเป็นผู้ให้บริการขายดีล ในแบบที่คนไทยชอบมากกว่าคือ ซื้อได้เลยไม่ต้องรอครบจำนวน แต่มีเวลาที่จำกัด รูปแบบนี้ถูกใจคนซื้อมาก สำหรับคนขาย Ensogo ขายไอเดียการตลาดคือการช่วยให้ร้านค้ารายเล็กๆ สามารถเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากๆได้ในเวลาอันรวดเร็วจากฐานข้อมูลของสมาชิก Ensogo ซึ่งมีหลักแสนที่มีการจัดหมวดหมู่อย่างดีแยกSegmentมากมาย 

ในยุคปี 2011-2012 ย้อนไป5ปีที่แล้วไม่ค่อยมีเครื่องมือหรือช่องทางใดๆที่ง่ายเหมือนสมัยนี้ SME และ ร้านอาหาร โรงแรมใหม่ๆ จึงเลือกใช้ Ensogo ในการโฆษณาสินค้าที่ราคาพิเศษสุดๆ ลูกค้าได้ซื้อของในราคาถูก มาทดลองใช้บริการหากติดใจจะมาใช้บริการซ้ำ  ยอดขายดีลพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็น Startup ที่เติบโตมาก ทั้งฐานลูกค้าและ รายได้ แต่รูปแบบธุรกิจนี้มีบางอย่างที่เกิดคำถามคาใจ

คนไปซื้อดิลได้ในราคาพิเศษมาใช้บริการแล้วร้านค้าจะได้อะไร?
ลูกค้าจะใช้บริการมากกว่าที่จ่ายซื้อดิลมั๊ย?
ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำจริงเหรอ?

คำถามนี้ผมไม่ขอเขียนคำตอบ




ยุคของการเติบโต รายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมูลค่าธุรกิจเติบโตทั้งจำนวนและรายได้ เป็นตัวอย่างของ StartUp ไทยที่สามารถเติบโตหลายสิบเท่าในเวลาอันรวดเร็วและส่งต่อธุรกิจอย่างสวยงาม ให้กองทุนธุรกิจ อีคอมเมิร์ชระดับโลกเข้ามาซื้อกิจการเอาทั้งคนเอาทั้งเทคโนโลยีเข้ามาต่อเติมให้ธุรกิจเจริญต่อไป จนเป็นเว็บดีลอันดับหนึ่งของเมืองไทย

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี จาก PC สู่ยุค Smart Phone อินเตอร์เนตที่ดีขึ้นเข้าถึงคนมากขึ้น Social Media และเครื่องมือการตลาดที่มีให้เลือกมากขึ้น ผู้ขายของผ่านเว็บดิลมีทางเลือกมากขึ้น กระแสร้อนแรงของ Social media marketing ทำให้ธุรกิจเว็บดีลที่กินส่วนต่างสร้างรายได้..ร้อนระอุ

จุดแข็งของธุรกิจEnsogoที่มีฐานข้อมูลให้ผู้ค้าเข้าถึงคนได้มากๆเริ่มไม่ใช่จุดแข็งที่แข็งแรงอีกต่อไป เพราะคู่ค้าก็เลือกซื้อสื่อแบบเจาะจงได้มากขึ้น ราคาไม่แพงและทำได้มากกว่าการลดราคาและต้องเสียค่าส่วนต่าง ดิลที่น่าสนใจเริ่มลดลง

เหมือนกบที่ว่ายอยู่ในหม้อน้ำกำลังอุ่นขึ้นเรื่อยๆ กบที่ว่ายอยู่ไม่รู้สึกเป็นภัยหรือแม้จะรู้สึกแต่ก็ยังมีความสุขดีอยู่ จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว ขาที่แข็งแรงไม่สามารถพาตัวเองหนีไปสู่บ่อน้ำใหม่ กลายเป็นกบต้ม อย่างน่าเสียดาย

ในวันนี้ที่มีข่าวปิดEnsogo ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทยจึงทำให้นักธุรกิจไทย SME และ Startup ต้องเรียนรู้เป็นประสบการณ์



*******************************
จงสำรวจตัวเองอยู่เสมอว่าเรายืนหยัดในธุรกิจนี้ได้เพราะอะไร
สำรวจว่าจุดแข็ง จุดขาย ของธุรกิจเรายังเป็นสิ่งที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันหรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจอยู่รึป่าว
เรายังเป็นธุรกิจที่ Win-Win อยู่ใช่มั๊ย
ยิ่งยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วยิ่งต้องหมั่นตรวจสอบธุรกิจตัวเอง

โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera 
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand
คลิปวีดีโอดีๆ ที่ทำให้เห็นคุณค่าของเครือข่ายธุรกิจ https://goo.gl/qAr4e0

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ด้วยความฉลาดเกินไปของGoogle Bill due ทำให้ผมต้องโทรไปโวยวายกับais Call center และนี่คือสิ่งที่ได้รับ





เปิดมือถือตอนเช้ามีแจ้งเตือนครบดิลจ่ายเงินค่ามือถือais 1,160.95 จำได้ว่ายอดนี้จ่ายไปแล้ว เลยโทรไปถาม ais 1148
ข้อความอัตโนมัติ ไล่เรียงลำดับเมนูยืดยาวให้ฟัง (*เบ้ปากมองบน)จะเยอะไปไหน กด 0 ทันที เจออีกหนึ่งชุดเมนูจะถามพนักงานเรื่องอะไร กดเสร็จรับสายทันที
ช่อทิพย์ : สวัสดีค่ะคุณจิตต์รักษ์วันนี้มีอะไรให้รับใช้ค่ะ
ผม : ผมพึ่งชำระค่าบริการไป ผ่าน K Mobile banking Plus ยอด 1160.95 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำไมยังมีemailเตือนให้จ่ายอีก
ช่อทิพย์ : ได้เลยค่าคุณจิตต์รักษ์ เดี๋ยวช่อทิพย์เช็คขอมูลให้รอสักครู่นะค่ะ
(นี่เค้าคิดว่าเราชื่อจิตต์รักษ์เหรอเนี่ยนั่นชื่อภรรยาผมไม่เคยชื้ออะไรในชื่อตัวเองอยู่แล้วภรรยาบริการให้ตลอด)
......
ไม่เกิน10วินาที
......
ช่อทิพย์ : สวัสดีค่ะคุณจิตต์รักษ์ ( ผมวีระเฟ้ย) ได้ตรวจสอบเรียบร้อยค่ายอดดังกล่าวชำระเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่ต้องกังวลค่ะ
(ระหว่างนั้นเปิดดูemailเค้าส่งมาตั้งแต่25เดือนที่แล้วระบบแค่แจ้งเตือน อายอ่ะไปโวยวายเค้า)
ผม : *พูดแก้เขิล เอ่อ..ค่าใช้บริการผมทำไม่เกินpackage บราๆๆๆๆ คำถามอีกเป็นชุด
ช่อทิพย์ : รอสักครู่ค่ะ
......
ไม่เกิน10วินาที
......
ช่อทิพย์ : สวัสดีค่ะคุณจิตต์รักษ์ ขออภัยที่ให้ถือสายรอ(ไม่นานเลยครับเร็วจนตกใจต่างหาก)
*คำตอบล้านแปดที่ถามไปเธอหามาได้หมด มีค่าSMS 20 ครั้ง
ผม : ค่าSMSแพงจัง มีpackageอะไรมั๊ยครับ
(ปกติผมจะส่งSMSแนะนำตัวให้ทุกคนที่ได้แลกนามบัตรและมีเบอร์มือถือเพื่อให้เค้าจำเราได้)
ช่อทิพย์ : คำนวนการใช้ย้อนหลังให้แล้วค่ะขอแนะนำ packageเสริม 50 SMS 50บาทค่ะ
ผม : โอเคครับเอาเลยครับ 50บาท (เห้ย50เองถูกมาก)
ช่อทิพย์ : เดี๋ยวช่อทิพย์คำนวนให้นะค่ะเนื่องจากรอบนี้ยังไม่ตัดบิลเดี๋ยวช่อทิพย์คำนวนค่าใช้จ่ายให้เป็นเฉลี่ยนะค่ะไม่ต้องจ่ายเต็ม50บาท ..... ทั้งหมดเดือนนี้จ่ายเพิ่ม12บาทค่ะ
***********************
อึ้ง+ปลื้ม+ประทับใจ มากกับความพร้อมในการให้บริการ ข้อมูลเราดีเยี่ยมให้คำแนะนำเสนอการให้บริการด้วยหัวใจจริงๆ ไม่เคยโดนหลอกขายpackage ที่เราไม่ควรซื้อ ทุกๆครั้งที่ถามโปร พนักงานAis จะเลือกเสนอให้บริการที่ใกล้เคียงประวัติการใช้งานเราเสมอ และที่น่าประทับใจคือทุกครั้งเราจ่ายแบบประหยัดขึ้นด้วย ais อาจได้เงินเราน้อยลงแต่ได้หัวใจเรามากขึ้น
นี่สินะ ‪#‎บริการด้วยหัวใจ‬
ปล.ที่ระบบandroidเตือนวันครบกำหนดจ่ายโดยที่เรายังไม่ได้ตั้งอะไรเลยนี่เกิดจากการที่gmailอ่านจดหมายเราใช่ป่าวเนี้ย

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เสื้อผ้าเด็ก ชุดพี่น้อง Sisterly Bangkok

นึกยังไงถึงทำเสื้อผ้าเด็ก
ทำไมถึงทำเฉพาะเด็กอายุ3-10ขวบ
ทำไมใช้แบรนด์ SisterlyBangkok ถึงมีชุดเด็กผู้ชายด้วย
ทำไมถึงมีรุ่นนึงไม่กี่ตัว
ทำไมถึง Position เป็นเสื้อผ้าเด็กชุดพี่น้อง

ผมและคุณจูน Jitrak Chiaranaipanich มีลูกสาวสองคนน้องจิงจิงผิงผิง คุณจูนชอบแต่งตัวให้ลูกไปเที่ยวไปงานมีคนชอบสไตล์แบบนี้เยอะ กองเชียร์เลยบอกทำเสื้อผ้าขายเลยอยากแต่งแบบจิงจิงผิงผิง

การออกแบบเสื้อผ้าทุกแบบลูกต้องใส่แล้วโอเค ดังนั้น Sisterly จะโตไปพร้อมอายุลูกเพราะเป็นหุ่นให้ทำแบบ หานายแบบได้บ้างก็เพื่อนๆของลูก Sisterly เลยเป็นเสื้อผ้าสำหรับพี่น้องใส่ พี่น้องทุกคู่มีความเป็นตัวของตัวเองไม่ต้องแต่งตัวเหมือนกันเป๊ะ เลยเป็นที่มาของการออกแบบสำหรับเด็กเล็กเด็กโตเหมือนกันแต่ไม่เป๊ะเด็กเล็กจะใส่ง่ายกว่านิดหน่อยแล้วเลือกผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ให้พี่น้องใส่ไปเที่ยวไปเล่นไปออกงานได้ มีโทนการแต่งตัว เก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร

จึงเป็นที่มาของเสื้อผ้าเด็กชุดพี่น้อง Brand #SisterlyBangkok
เชิญติดตามได้ในเพจครับ
https://m.facebook.com/SisterlyBangkok/

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...