วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แจกโพยวันหยุดธนาคาร ปี 2562

ประกาศวันหยุดธนาคาร ปี 2562
ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ วันหยุดประจำปี ธนาคารปี 2562 เป็นปีแรกที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ยกเลิกวันหยุดภาคครึ่งปี (1 กรกฎาคม)  เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการเงินมีระบบการปิดบัญชีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถดำเนินการได้โดยไม่กระทบกับการให้บริการของสถาบันการเงิน ซึ่งสถาบันการเงินสามารถให้บริการในทุกช่องทางได้ตามปกติ จึงไม่จำเป็นต้องมีการกำหนดวันหยุดภาคครึ่งปีอีกต่อไป

ตามประกาศวันหยุดอย่าเป็นทางการเป็นดังวันต่อไปนี้ ส่วนท่านที่สนใจว่านำไปใช้ประโยชน์อย่างไรว๊าปไปตอนท้ายได้เลย

วันหยุดธนาคารเดือนมกราคม2562 
วันอังคาร 1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่

วันหยุดธนาคารเดือนกุมภาพันธ์2562
วันอังคาร 19 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา

วันหยุดธนาคารเดือนเมษายน2562
วันจันทร์ 8 เมษายน ชดเชยวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ (วันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2562)
วันจันทร์ 15 เมษายน วันสงกรานต์
วันอังคาร 16 เมษายน ชดเชยวันสงกรานต์
(วันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2562 และ วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน 2562)

วันหยุดธนาคารเดือนพฤษภาคม2562
วันพุธ 1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติ
วันจันทร์ 20 พฤษภาคม ชดเชยวันวิสาขบูชา​ (วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2562)

วันหยุดธนาคารเดือนกรกฎาคม2562
วันอังคาร 16 กรกฎาคม วันอาสาฬหบูชา
วันจันทร์ 29 กรกฎาคม ชดเชยวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2562)

วันหยุดธนาคารเดือนสิงหาคม2562
วันจันทร์ 12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

วันหยุดธนาคารเดือนตุลาคม2562
วันจันทร์ 14 ตุลาคม ชดเชยวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  (วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562)
วันพุธ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช

วันหยุดธนาคารเดือนธันวาคม2562
วันพฤหัสบดี 5 ธันวาคม วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ
วันอังคาร 10 ธันวาคม วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ
วันอังคาร 31 ธันวาคม วันสิ้นปี



สำหรับสาขาของสถาบันการเงินทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา 
ให้หยุดในวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี (วันรายอปอซอ) และวันตรุษอีดิ้ลอัฎฮา (วันรายอฮัจยี) ตามประกาศสำนักจุฬาราชมนตรี ​และวันตรุษจีน เป็นการเพิ่มเติม หากวันดังกล่าวไม่ตรงกับวันหยุดตามที่กล่าวข้างต้นหรือวันหยุดประจำสัปดาห์

หมายเหตุ 

1/ เริ่มตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไป ธปท. เห็นควรกำหนดให้วันอาสาฬหบูชาซึ่งเป็นวันสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนตามความเห็นของสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นวันหยุดทำการแทนวันเข้าพรรษา

2/ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป ธปท. ยกเลิกวันหยุดภาคครึ่งปี (1 กรกฎาคม) ซึ่งเดิมกำหนดเพื่อให้สถาบันการเงินมีเวลาในการปิดงวดบัญชีครึ่งปี อย่างไรก็ดี เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการเงินมีระบบการปิดบัญชีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถดำเนินการได้โดยไม่กระทบกับการให้บริการของสถาบันการเงิน ซึ่งสถาบันการเงินสามารถให้บริการในทุกช่องทางได้ตามปกติ จึงไม่จำเป็นต้องมีการกำหนดวันหยุดภาคครึ่งปีอีกต่อไป


แจกโพยวันหยุดมนุษย์ธนาคาร 

สำหรับภาคธุรกิจ ปรับตัวเตรียมรับมือช่วงพนักงานธนาคารหยุดยาวซึ่งมีผลต่อการเดินทาง ท่องเที่ยว พักผ่อน ช่วงดังต่อไปนี้

วันหยุดยาวธนาคารเดือนกุมภาพันธ์2562  ช่วงโบนัสของธนาคารออกพอดี
16,17,(ลา18),19 กุมภาพันธ์   สายวัดสายทำบุญ

วันหยุดยาวธนาคารเดือนเมษายน2562
6,7,8 เมษายน
13,14,15,16, เมษายน
หรือใจแข็ง ลาต่ออีกสามวัน จะกลายเป็นมหาวันลา 13,14,15,16,(ลา17,18,19),20,21 เป็นหยุดต่อเนื่อง 9 วันเลยทีเดียว

วันหยุดยาวเดือนพฤษภาคม2562
18,19,20 พฤษภาคม

วันหยุดยาวเดือนกรกฎาคม2562 
13,14,(ลา15),16 กรกฎาคม
27,28,29 กรกฎาคม

วันหยุดยาวเดือนสิงหาคม2562
10,11,12 สิงหาคม

วันหยุดยาวเดือนตุลาคม2562
12,13,14 ตุลาคม

วันหยุดยาวเดือนธันวาคม2562
5,(ลา6),7,8 ธันวาคม
และสุดท้ายหากวันลาเหลือ
28,29(ลา30),31ธันวาคม ต่อ 1 มกราคม2563

ทั้งหมดนี้ทำรายการขึ้นมาเพื่อให้ภาคธุรกิจวางแผนการรับมือการท่องเที่ยวนะครับ

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บัตรแมงมุม ในรูปแบบบัตรเดบิตใช้เป็นบัตร MRT ได้ k-mangmoom

มาแล้วในที่สุดหลังจากรอคอยมาแนน 
บัตรเดบิตที่ใช้แตะจ่ายค่าเดินทางจ่ายค่า Grab Taxi และที่สำคัญน้ำตาไหล จ่ายแตะค่ารถไฟฟ้า MRT ได้ด้วย แม้จะเป็นแค่รถMRTสายสีม่วง และMRTสายสีน้ำเงิน


นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษอีกมากมาย
1) โปรโมชั่น ดูหนัง 100 บาท ที่ Major Cineplex
2) โปรโมชั่น ดูหนัง 100 บาท ที่ SF Cinema City
3) โปรโมชั่น ซื้อชุดอร่อยสุดคุ้มขนาดกลาง หรือ ชุดแมคไก่ใหญ่เผ็ด 3 ในราคา 100 บาท ที่ร้านแมคโดนัลด์
4) รับส่วนลดบริการ Grab ใช้ฟรี 100 บาท หรือ ลด 10% (ส่วนลดสูงสุด 50 บาท/ครั้ง) เมื่อจ่ายค่าบริการด้วย GrabPay ผ่านบัตรเดบิตกสิกรไทย
5) รับส่วนลดเมื่อจองที่พักกับ Expedia
6) ช้อปออนไลน์กับ Lazada รับส่วนลด 15% ตลอดทั้งปี
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่  บัตรเดบิตแมงมุม





วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Micro Moment คืออะไร หนึ่งใน 8 E commerce market trend 2018

ภาพจาก K ONLINESHOP SPACE
Micro Moments คืออะไร

เป็นที่ทราบกันดีว่า Smartphone เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากยิ่งขึ้นทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยยะสำคัญ ในความเป็นจริงแล้วความต้องการของผู้บริโภคนั้นไม่ได้เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือสภาวะแวดล้อมซึ่งกำหนดพฤติกรรมของเขาเหล่านั้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลใน Micro moment  (เวลาที่เขาเกิดความต้องการที่จะทำในทันที)

ผู้คนต้องการตอบสนองความต้องการของตัวเองอย่างรวดเร็วทันทีเช่น หากเกิดสงสัยผู้บริโภคมีความต้องการที่จะรู้ในเดี๋ยวนั้น  หากเห็นโฆษณาแล้วอยากได้มีความต้องการที่จะไปในเดี๋ยวนั้น เกิดปัญหารถเสีย บ้านน้ำรั่วมีความต้องการที่จะทำในเดี๋ยวนั้น หรือกำลังเดินทางค้นหาที่หมายก็มีความต้องการแผนที่เส้นทางและข้อมูลสถานที่ในเดี๋ยวนั้น

ช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องการในทันทีทันใดนั่นแหละที่ Google นิยามว่ามันเป็น Micro Moments ซึ่งผู้บริโภคสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ด้วยการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่าน Smartphone ในทันทีทันใดเช่นกัน

micro moments


I want to know moments: ในเวลาที่อยากรู้...  ถ้าเขาเกิดสงสัยหรืออยากรู้เรื่องอะไรขึ้นมา เขาสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ในทันที คนซื้อของออนไลน์ค้นหาข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 65% และส่วนใหญ่ใช้การค้นหาผ่าน Smart phone
I want to go moments:เวลาที่ต้องการไป...   ถ้าเขาเกิดอยากรู้เส้นทางหรือแผนที่ในการไปยังสถานที่ที่เขาอยากจะไป เขาสามารถเข้าถึงเปิด Maps ใน Smartphone ได้ในทันที หรือค้นหาเส้นทางผ่าน Google ได้ในทันที ปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นสองเท่าตัว เลยทีเดียว
I want to do moments:เวลาที่ต้องการทำอะไรบางอย่าง  ถ้าเขาเกิดอยากรู้วิธีในการทำอะไรสักอย่างเช่นการซ่อมก๊อกน้ำ เขาสามารถเข้าถึงเปิด Youtube ใน Smartphone เพื่อดูวิธีการได้ในทันที ยกตัวอย่างใน Blog นี้มีคนเข้ามาอ่านวิธีการล้างท่อตัน ติดอันดับเรื่องราวที่คนมาอ่านมากที่สุดจากการค้นหาใน Google งูเหล็กทะลวงท่อตัน แก้ปัญหาท่อตันด้วยตัวเองง่ายๆ
I want to buy moments:ช่วงเวลาที่อยากจะซื้อ  Micro moment สำคัญ ที่นักการตลาดคุ้นเคยกันมากที่สุด ถ้าหากลูกค้าเกิดอยากซื้อสินค้าขึ้นมาเมื่อไหร่ เขาสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ที่ขายสินค้าชิ้นนั้นได้ในทันที การค้นหาข้อมูลไม่ว่าลูกค้าจะค้นจากช่องทางใด จะหาเพื่ออ่านรีวิว จะหาเพื่อซื้อ หรือจะหากเพื่อเปรียบเทียบราคา ต้องทำให้สินค้าเราไปเจอให้ได้

เราควรทำอะไรเพื่อให้สอดรับกับ Micro Moments

แล้วเราควรทำอะไรบ้างเพื่อให้สอดรับกับเรื่อง Micro Moments สิ่งที่สำคัญเลยก็คือถ้าผู้บริโภคหรือว่าที่ลูกค้าต้องการสิ่งใด เขาจะตอบสนองความต้องการในเวลาเดี๋ยวนั้นทันที แบรนด์และนักการตลาดต้องมั่นใจว่าพร้อมที่จะมอบสิ่งที่ตอบสนองความต้องการนั้นให้กับผู้บริโภคในทันที

ข้อมูลที่ออกมาจาก Brand จะต้องเข้าไปอยู่ใน Touch-point ของลูกค้า (เตรียมเอาไว้ในแต่ละจุดสัมผัสกับลูกค้า) เพื่อที่เวลาเขานึกถึงเราขึ้นมา เราก็จะได้สามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้ในทันที เช่นถ้าเราทำธุรกิจร้านอาหารเราจะต้องมั่นใจได้ว่าข้อมูลแผนที่ร้านอาหารของเราจะสามารถค้นเจอได้จาก Google Maps ได้ทันทีที่ลูกค้าเริ่มค้นหามัน ข้อมูลใน Google Map มีเวลาเปิดปิด มีเบอร์โทรที่กดโทรออกได้ทันทีหลัง Search

หรือถ้าลูกค้าต้องการสั่งซื้อสินค้า เราจะต้องรีบนำพาเอาสินค้าของเราเข้าไปปรากฎอยู่ในสายตาของลูกค้ารายนั้นในทันทีที่เขาเริ่มออกตามหามัน สินค้าต้องไปอยู่ใน Marketplace ที่ลูกค้าเข้าใช้ประจำมีประสบการณ์ซื้อ ไม่ว่าจะเป็น Shopee Lazada JD.com หรือ จะขายสินค้าใน App การเงินของธนาคารกสิกรไทย KPlus Market  เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่เขาเกิดความรู้สึกอยากได้สินค้ามากที่สุด ต้องมองให้ออกว่าถ้าลูกค้าเกิดความต้องการแล้ว Touchpoint ต่อไปที่ลูกค้าจะไปสัมผัสนั้นมันอยู่ที่ไหนแล้วเอาตัวของเราไปปรากฎอยู่ที่นั่น



https://www.thinkwithgoogle.com/collections/micromoments.html

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Viral marketing ปุ่มดันยอด มีอยู่จริง และ เจ้จูวัสดุก่อสร้าง


แต่ละปีก็จะมีคนทำไวรัล Viral Marketing  ทำอะไรให้เรา สงสัย สนใจ ติดตาม บางอันจับไต๋ได้ บางอันพอเดาแต่ไม่มั่นใจ บางอันหลอกกันหัวคว่ำ ออกมาหลายแคมเปญ
แต่ก็มีสองอันที่เป็นธุรกิจ Startup ไทย ทำออกมา แล้วผมว่ามันแจ๋วมาก เลยขอนำมาแบ่งปันและเขียนบันทึกความรู้ที่ได้จากสองแคมเปญนี้
#เจ๊จู ของ   +Patai Padungtin 
#ปุ่มดันยอด ของ +Vik Akharavat

.
เพราะสองแคมเปญนี้ไม่ได้มีการจ้างม้าที่ไหนแต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำในเวลาอันสั้น
#เจ๊จูวัสดุก่อสร้าง เกิดการพูดถึงถามถึงในโลกออนไลน์ออฟไลน์วัสดุก่อสร้างและการตลาดออนไลน์
#ปุ่มดันยอดมีอยู่จริง เกิดการพูดถึงในกลุ่มคนขายของออนไลน์สายเทคนิค สายยิงแอด และค้าขายออนไลน์แถวๆ #KOS #KONLINESHOPSPACE
.
แคมเปญการตลาดออนไลน์ที่ทำให้เกิดการรับรู้แก่กลุ่มเป้าหมายให้มาสนใจติดตาม ความลึกลับ ความฮา ในเวลาอันสั้น ตัดจบให้คนรับรู้ได้เข้าใจ สารที่ต้องการสื่อ
.
ไม่ต้อง Talk of the town ให้คนพูดถึงทั้งบ้านทั้งเมือง เอาให้เกิดการรับรู้กับกลุ่มเปาหมายและคนมีอิทธิพลกับกลุ่มเป้าหมาย
.
ปุ่มดันยอด  สร้างกระแส เหมือนทำเครื่องราง ของขลัง ทำในภาษาคนที่สนใจขายของออนไลน์ ใช้แล้วยอดพุ่ง ใช้แล้วยอดขายวันเป็นแสน    เป็นการสร้างการรับรู้แล้วส่งต่อการรับรู้สู่ OneChat  https://onechat.ai/
ChatBot สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยากเพิ่มยอดขายเวลายิงแคมเปญโฆษณาแล้วมีผลตอบรับเยอะๆตอบไม่ทัน หรือให้Chatbot เฝ้าร้านเวลาอยากพัก หรือเพิ่มประสิทธิภาพการบริการลูกค้า
เจ๊จู วัสดุก่อสร้าง สร้างการรับรู้ให้ BUILK Thailand: บิลค์ ไทยแลนด์ & #JUBILI  https://www.builk.com/th/jubili_by_builk/
JUBILI เป็นเครืองมือบริหารการขายให้ร้านวัสดุก่อสร้างยุคใหม่ มีระบบ CRM และระบบบริหารงานขายดีๆ โดยเฉพาะคนขาย Project พูดในภาษาคนทำการตลาดออนไลน์ยุคหนึ่ง ที่สอนกันว่า ไปฝากร้านตามเพจดารา ไปฝากร้านตาม IG คนดังแล้วจะมียอด สุดท้ายปิดจบด้วยมันไม่ได้ใช่วิธีที่ถูกอยากขายดีใช้ Jubili
.
ขอฝากเกร็ดความรู้การสร้าง Viral Marketing ไว้ดังนี้

1. เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

ก่อนจะเริ่มการตลาดนี้ได้ เราต้องค้นหาและทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนเสียก่อน เพราะการตลาด Viral marketing จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเราเลือกสื่อสารในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ จดจ่ออยู่กับเนื้อหาของเรา หรือยิ่งถ้าได้กลุ่มเป้าหมายที่ชอบการแชร์ข้อมูลไปให้เพื่อนๆ อยู่เสมอจะยิ่งเกิดกระแสได้เร็ว ดังนั้น ต้องหาโอกาสไปคุยกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรสำคัญกับเขา สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อ และเหตุผลที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายแชร์เนื้อหาออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้เรามีข้อมูลในการทำตลาดได้ตรงจุดและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น


2. ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียที่เหมาะสม

กลับไปที่ข้อแรก กลุ่มเป้าหมาใช้อะไรเราก็ไปที่นั่น โซเชียลมีเดียแต่ละประเภทมีเอกลักษณ์และบุคลิกที่แตกต่างกัน เนื้อหาที่เราจะสร้างจึงต้องทำขึ้นมาให้เหมาะสมกับ Instagram, Twitter, และ Facebook รวมถึงเหมาะสมกับการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายด้วย หากลูกค้าเป็นกลุ่มที่ใช้ Facebook เป็นหลักก็ไม่จำเป็นต้องทำไวรัลทุกช่องทาง

3. สร้าง Content ที่กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสมีส่วนร่วมสูง

รูปแบบการใช้งานของโซเชียลมีเดีย จะถูกกำหนดโดยอัลกอริทึ่มที่ชัดเจน คือ เนื้อหาที่โดดเด่นมีการเข้าถึง คอมเมนต์และยอดแชร์สูง จะได้รับการจัดอันดับให้อยู่ลำดับต้นๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนเนื้อหาที่มีปริมาณการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้งานต่ำ จะค่อยๆ ถูกดันตกอันดับไปเรื่อยๆ และไม่แสดงผลอีก ดังนั้น พยายามวิเคราะห์เนื้อหาที่ดี น่าสนใจ เพื่อให้ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย คอมเมนต์และแชร์เนื้อหาอย่างต่อเนื่อง หรือต่อให้เราโพสต์ไปแล้ว 1 อาทิตย์ก็ยังเกิดการแชร์ซ้ำได้อยู่ ซึ่งจะส่งผลดีกับ Content และการตลาดของเรา แต่ถ้าไม่เกิดต้องรีบเปลี่ยนกลยุทธ์


4. หาความร่วมมือกับ Social media influencer

สำหรับ Social media influencer ก็คือกลุ่มผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ เช่น เน็ตไอดอล เซเลบ เพจที่โด่งดัง หรือบล็อกเกอร์ เป็นต้น หากเราสามารถให้ influencer เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา ช่วยประชาสัมพันธ์ หรือโพสต์เนื้อหาที่น่าสนใจของเราได้ ก็จะช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้ง่ายขึ้น แต่หากใช้เงินจ้าง เรายังมีคนรอบข้างที่สามารถช่วยให้เกิดการรับรู้ได้ ก็พนักงานเรา เพื่อนของเรานี่หล่ะ กำหนดเนื้อหา เรื่องราวและขอความรู้มือ แม้ไม่ใช้คนดังแต่เพื่อนพนักงานเราอาจเป็นคนดังก็ได้ใครจะรู้

สอง Campaign นี้ไม่ได้ดังเปรี้ยงแบบทั้งบ้านทั้งเมืองสนใจแต่กลุ่มเป้าหมาย และ กลุ่มผู้มีอิทธิพลกับกลุ่มเป้าหมายรับรู้และมีส่วนร่วม ที่สำคัญไม่ได้ใช้เงินอย่างมหาศาล แต่ใช้ไอเดียกับความอดทน(โดนถามแล้วไม่บอก)

อย่างนี้ต้องขอเชิญเพื่อนสองคนมาถ่ายทอคความรู้ที่ KOS ซะแล้ว

อ้างอิง
https://www.beartai.com/news/it-thai-news/94534


https://www.facebook.com/akharavat/posts/1122093294624679



K ONLINESHOP SPACE “KOS” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5 (ติดโซน Isetan)
เปลี่ยนให้รู้ใจ online seller
#KSME #SME #KOS #KONLINESHOPSPACE

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561

สสว. เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการพันธ์ใหม่ในวัยเตรียมเกษียณ จัดงานเสวนา “SME ฟิฟตี้พลัส ในยุคที่มากกว่าการออมเงิน”


สสว. เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการพันธ์ใหม่ในวัยเตรียมเกษียณ จัดงานเสวนา “SME ฟิฟตี้พลัส ในยุคที่มากกว่าการออมเงิน” ตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป



        สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เดินหน้าการส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจ SME ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงยุค 4.0 จัดงานเสวนา “SME ฟิฟตี้พลัส ในยุคที่มากกว่าการออมเงิน” ที่โรงแรมอโนมา ราชดำริ เพื่ออบรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ และนักธุรกิจหน้าใหม่หรือกลุ่มสตาร์ตอัพ วัย 40 ปี ขึ้นไป หวังจุดประกายไอเดียแก่กลุ่มคนเตรียมเกษียณ สร้างความรู้ความเข้าใจพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเงิน ที่บางครั้งเงินออมสะสมก็ไม่เพียงพออีกต่อไป

        นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) กล่าวว่า “งานเสวนาครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อม ที่จะนำไปสู่การยกระดับผู้ประกอบการให้เป็น SME พันธุ์ใหม่ ตามแผนดำเนินการในปี 2562 ที่มุ่งเน้นการยกระดับ สร้างศักยภาพและจุดเด่นของคนทำธุรกิจ ให้มีการทำงานเชิงรุก มีประสิทธิภาพ และปรับกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งรวมถึงกลุ่มคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ทางสสว.วางแผนไว้รองรับสังคมผู้สูงอายุ พร้อมต้องการให้มีความมั่นคงภายหลังเกษียณ เรียนรู้กลไกทำธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

        โดยภายในงาน ได้เชิญ นายวีระ เจียรนัยพานิชย์ รองผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายบริหารการตลาดลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นกูรูด้าน SME มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ชวนคิดจุดประกายไอเดีย แก่ผู้สนใจทำธุรกิจในช่วงวัยใกล้เกษียณ ว่ายังมีอะไรท้าทายให้ทำ และสานต่อได้ โดยการสัมนาครั้งนี้ยังมีการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อช่วยประเมินความพร้อมของผู้ประกอบการในการเริ่มต้นทำธุรกิจ พร้อมมองเทรนด์การทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน 5 ประการ

1.ทำนาดูดินฟ้า ทำการค้าดูนโยบายรัฐ ซึ่งผู้ประกอบการควรศึกษาให้เข้าใจเรื่องการลงทุน การสนับสนุนจากรัฐบาลยุค 4.0 มองกลุ่มธุรกิจ First S-curve and New S-Curve

2.การท่องเที่ยวแบบอัตลักษณ์ไทย ขายจุดเด่นความเป็นท้องถิ่น เอาความเป็นไทยเอกลักษณ์ท้องถิ่นประเภณีโบราญมาสร้างการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยว หรือ นำวิธีชีวิตแบบเก่ามาให้บริการคนยุคใหม่ ตัวอย่างเช่น สวนตาเล็ก หรือ ฟาร์มตาเล็ก หรือ http://www.farmdelek.com/ ที่เอาวิถีชาวบ้านท้องถิ่นมาให้ความรู้แก่เด็กเยาวชนรุ่นใหม่
Image may contain: 1 person

Image may contain: one or more people, child and outdoor
3.ความเป็นคนเมืองต่างจังหวัด ความสะดวกสบายแบบคนเมืองด้วยต้นทุนท้องถิ่น  สังคมเมืองต่างจังหวัดที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วต้องการความสะดวกสบาย หากใครย้ายกลับถิ่นฐานนำประสบการณ์จากกรุงเทพไปให้บริการที่่ต่างจังหวัด เช่น บริการดิลิเวอร์รี่ การซ่อมแซมบ้านดูแลบ้าน ซ่อมรถแบบมืออาชีพ



4. ซิลเวอร์เอจ (Silver Age) แม้สูงวัยก็ทำธุรกิจได้ถ้าเข้าใจคนวัยเดียวกัน


5.ธุรกิจแบ่งปันsocial enterprise ไม่มุ่งหวังที่รายได้อย่างเดียวแต่ทำให้สังคมเติบโต เกื้อหนุนไปพร้อมๆกัน

นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำ K ONLINESHOP SPACE พื้นที่แบ่งปันความรู้สำหรับคนที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจในโลกออนไลน์ มีบริหารให้คำปรึกษา และหลักสูตรสัมมนา ให้บริการทุกวันที่ ชั้น 5 ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิร์ด ฝั่งอิเซตัน

 และสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนทำธุรกิจ แนะนำให้เลือกการทำธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ผ่านโครงการ K Franchise Credit




        นอกจากนี้ “เจ้จง” นางจงใจ กิจแสวง เจ้าของธุรกิจหมูทอดเงินล้าน ยังร่วมเล่าถึงประสบการณ์การทำธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จ จากแห่งแรกพระราม 4 ขยายร้านสาขาได้ถึง 10 สาขา จากเดิมที่เคยเป็นแม่ค้าร้านขายของชำหนี้สินล้นตัว ก่อนจะผันตัวมาเป็นแม่ค้าร้านข้าวแกงเงินล้านที่ยึดคอนเซปต์ขายถูกแต่มีคุณภาพ ขณะที่เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายฐานลูกค้า สร้างคอนเนคชั่น และสร้างออเดอร์อื่นๆที่นอกเหนือจากขายหน้าร้านเพียงอย่างเดียว


        “ตลอด3 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของภาคเอสเอ็มอีในไทย โดยเฉพาะโครงการที่ สสว. รับผิดชอบอย่างโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ตลอดปี 2559-2561 มีการปรับการอบรมให้เข้มข้นในทุกๆปี ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงทางบริบทของประเทศและทั่วโลก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเช่นในปีนี้ สสว.ได้เน้นการอบรมที่เกี่ยวกับด้านดิจิทัล ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกจับตา เพราะหากไม่รีบพัฒนาองค์ความรู้ด้านนี้ให้กับผู้ประกอบการ ฐานรากอย่างเอสเอ็มอีไทยจะตายลง ไม่มีฐานที่มั่นทางธุรกิจของประเทศ เมื่อพัฒนามาถูกทาง ประเทศก็จะเดินหน้าได้ถูกต้อง แข่งขันระดับนานาชาติได้ ซึ่งนี่คือก้าวแรกของความสำเร็จที่รัฐบาลเล็งเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบปรับปรุง โดย สสว.ได้ทำหน้าที่นี้อย่างตั้งใจและไม่ใช่แค่เรา แต่มาจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน” นายสุวรรณชัยกล่าว

สไลด์การบรรยาย 
https://goo.gl/xUynNB





วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561

ยกระดับ Farm outlet สู่ธุรกิจที่ยั่งยืนในยุค 4.0

ขอบพระคุณพี่วิทย์ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน นักการตลาดนักกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ แถวหน้าของเมืองไทย พี่วิทย์ เป็นมืออาชีพและเป็นไอดอลทั้งในการทำงานการใช้ชีวิต (รวมถึงการเคารพภรรยา) พี่วิทย์ดำเนินรายการได้ดีเยี่ยมมาก

สัปดาห์ก่อนพี่วิทย์โทรมาบอกอยากได้คนเก่งที่โอรู้จักมาช่วยเล่าและแชร์ประสบการณ์ เกี่ยวกับด้านการเกษตร และ farm outlet จากประสบการณ์เลยเสนอว่าเราต้องชวนคนที่ซื้อพืชผลเกษตรมาเล่าจะได้เห็นภาพมากกว่าแค่การผลิตแล้วหาช่องทางขาย

คนแรกที่นึกถึงคือ พี่วีระ เจ้าของแบรนด์ แม่ละมาย วุ้นมะพร้าว  วรรคทองของวันนี้คือความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอนของการทำธุรกิจอาหารที่ต้องการส่งมอบความสุขให้กับกิน คัดสรรคุณภาพละเอียดถึงระดับคนญี่ปุ่นมาดูงานต้องร้อง wow wow wow เม็ดแมงลักที่ใส่ในของหวานทุกเม็ดผ่านการคัดด้วยการแช่น้ำพองตัวแล้วใช้คนนั่งคัด ใช่ครับ คัดเม็ดแมงลัก ด้วยคนใช้ที่คีบพลอยคีบออกทีละเม็ดเพราะหากมีเม็ดที่ด้านไม่สมบูรณ์คนกินจะไม่ฟิน

แต่การนั่งคัดเม็ดแมงลักนี่หล่ะคือปรัชญการบริหารที่สุดยอด พนักงานใหม่จะได้ทำงานนี่ก่อนเพื่อคัดกรองความละเอียดของคน ฝึกความอดทน  และนอกจากนั้นเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันตลอดหลายสิบปีที่ขายใน 7-11 ยังไม่มีใครแทรกตลาดนี้เข้ามาได้เพราะความใส่ใจระดับนี้ทำได้ยาก 

ที่มาของเม็ดแมงลักก็ไม่ได้สั่งจากโรงงานใหญ่แต่เป็นการไปสอนชาวบ้านให้ปลูกให้ดูแลกระบวนการผลิตสอนให้มีมาตรฐานหากทำได้จะซื้อในราคาที่สูง ผลคือธุรกิจมีเม็ดแมงลักที่มีคุณภาพเม็ดเสียแค่5เม็ดต่อถาดในขณะที่โรงงานใหญ่ผลิตมาจะมีถึง50เม็ดต่อถาด การไปส่งเสริมลูกไร่การใส่ใจร่วมพัฒนากับผู้ผลิตไม่ใช่เป็นการเพิ่มต้นทุนแต่เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่า

อีกหนึ่งโจทย์คือฟาร์เอาเลทต้นแบบควรเป็นอย่างไร ผมจึงเชิญ คุณแบงค์ บ้านขนมคุณภัทรา โคราช มาช่วยเล่าประสบการณ์การสร้างร้านของฝาก การบริหารร้านของฝาก ที่ไม่ใช่แค่ขายดีแต่ต้องสร้สงประสบการณ์ที่ดีแล้วคนบอกต่อเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

คุณแบงค์ใส่ใจทุกอย่าง ตั้งแต่การออกแบบ องศาของรถจะเลี้ยวเข้า รถเข็นทางลาดเอียงสำหรับคนพิการ ห้องน้ำที่แห้งสะอาดตลอดเวลา ห้องน้ำชาย หญิง เด็กเล็ก และสัตว์เลี้ยง

ในร้านสามารถมองเห็นกระบวนการผลิตกลิ่นหอมของการผลิตขนมและการใช้ข้อมูลในการบริหารจัดการรายการสินค้าฟีดแบ็คกับผู้ที่นำของมาฝากขายเพื่อให้เติบโตไปด้วยกัน

นับเป็นเสวนาที่มีคุณค่ามากจริงๆครับ วันนี้ตลอดการเสวนาไม่ได้ขายของเลย แค่ตอนสุดท้ายคนขึ้นมาถามจำชื่อผมไม่ได้ "ขอสอบถามคุณKค่ะ" บนเวที มีสองวีระกับหนึ่งแบงค์ ใครคือคุณKนะ 55555 ขอบคุณประสบการณ์จากลูกค้าทั่วประเทศให้เป็นเคสมาเล่าว่าเราดูแลลูกค้าอย่างไร

ขอบคุณกรมการค้าภายในที่จัดงานดีๆอย่างนี้
ขอบคุณมิตรสหายพี่น้องที่ร่วมกันสร้างความรู้ดีๆในวันนี้

โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
@oweera
https://www.facebook.com/SMEnetworkingThailand/

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Taiwan Expo 2018 ครั้งแรกในเมืองไทย 30 สิงหาคมนี้

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (Bureau of Foreign Trade, MOEA) ร่วมกับ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council) และสมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน (Thai-Taiwan Business Association) พร้อมด้วยสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (Thailand Convention and Exhibition Bureau - TCEB) จัดงาน Taiwan Expo 2018 ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Let’s Tie Together” ชูเทคโนโลยีเพื่อให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม และกระตุ้นความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับไต้หวัน งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2561 ณ อีเว้นท์ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา



นายเฟลิกซ์ เฮช. แอล. ชิว ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดอุตสาหกรรม สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักในการจัดงาน Taiwan Expo ว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไต้หวัน ผู้คนต่างพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น และมีศักยภาพทางด้านธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง จึงกำหนดจัดงาน ไต้หวัน เอ็กซ์โป 2018 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “Let’s Tie Together” เพื่อแสดงถึงความร่วมมือกันระหว่างไทยกับไต้หวัน ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานในครั้งนี้จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนมีความสุขและสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกับสร้างโอกาสสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการค้าในภูมิภาคอาเซียน




ภายในงานไต้หวัน เอ็กซ์โป 2018 จะได้พบกับสินค้า เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไต้หวันที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากขึ้น และได้รู้จักไต้หวันอย่างใกล้ชิดขึ้นในมุมมองใหม่ที่หลากหลายผ่าน 7 โซนแสดงสินค้าไฮไลท์ ได้แก่

  • โซนเทคโนโลยีเพื่อชีวิตคนเมือง (Smart City) 
  • โซนเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Tech) 
  • โซนสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพ (Health Care) 
  • โซนศิลปวัฒนธรรม (Culture) 
  • โซนการท่องเที่ยว (Talents & Tourism) 
  • โซนสินค้าการเกษตร (Agricultural) 
  • โซนสินค้าเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น (Good Living) 

จากผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธกว่า 210 ราย นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังมีสิทธิ์ลุ้นตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ไทเป จำนวน 2 รางวัล นายเฟลิกซ์ กล่าว

นายชู-เทียน หลิว ประธาน สมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน กล่าวว่า จัดงาน Taiwan Expo 2018 ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในเมืองไทย หลังจากที่ได้มีการจัดงานหลากหลายประเทศในเอเซียมาแล้ว เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยแต่ละประเทศได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เฉลี่ยมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 18,000 คน ซึ่งในปี 2560 ที่ผ่านมาไต้หวันเข้ามาลงทุนในประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 14,307 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 480,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะมีความร่วมมือทางการค้าเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้น การจัดงาน ไต้หวัน เอ็กซ์โป 2018 ครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนสื่อกลางของนักลงทุนไทยและไต้หวันได้พบปะแลกเปลี่ยนมุมมองธุรกิจและการเจรจาทางการค้าต่อไปในอนาคต ผ่านกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ พร้อมส่งเสริมความรู้ผ่านงานสัมมนาในอุตสาหกรรมต่างๆ (Industry Forums) อาทิ Taiwan Excellence Smart Transportation Forum, Taiwan Smart Machinery Forum และ Taiwan Digital Commerce & Startups Forum ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ฟรี ทาง https://thai.taiwanexpoasean.com/en_US/index.html

นายเจสัน ฮู ผู้อำนวยการ ฝ่ายการค้า สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เผยว่า ไต้หวัน ตั้งเป้าลงทุนในตลาดอาเซียน และประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southbound) ของรัฐบาลที่มุ่งก่อให้เกิดความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ และผลักดันให้ผู้ประกอบการไต้หวันก้าวออกไปลงทุนในประเทศต่างๆ มากขึ้น โดยประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพทางการค้า มีวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตที่คล้ายคลึงกัน จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะมีการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม เทคโนโลยี การศึกษา รวมทั้งการร่วมลงทุนทางธุรกิจ



นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (TCEB) กล่าวว่างาน Taiwan Expo 2018 ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนไทยที่ได้สัมผัสกับความเป็นไต้หวันทั้งในแง่ของผู้บริโภคที่สนใจนวัตกรรมช่วยเสริมการใช้ชีวิตให้สะดวกสบายขึ้น และกลุ่มผู้ทำธุรกิจที่อยากต่อยอดทั้งเรื่องเทคโนโลยีและการค้า ในภาพรวมหวังว่าจะเห็นความร่วมมือที่ได้รับการต่อยอดอย่างมีคุณภาพต่อไป
(ข่าวประชาสัมพันธ์)

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ชีวิตดีขึ้นแค่ใช้เวลา 5 นาทีวางแผนกิจวัตรในวันพรุ่งนี้


ใช้เวลา 5 นาทีก่อนนอนวางแผนเพื่อชีวิตที่ดี กันนะครับ 



เผื่อเวลาให้กับสิ่งที่รัก 
ในการวางตารางกิจวัตรประจำวัน ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานเพียงอย่างเดียว ควรจะเผื่อเวลาไว้เพื่อได้ทำในสิ่งที่รักบ้าง อาจจะเป็น งานอดิเรก เช่น การอ่านหนังสือเล่มโปรดหรือดูซีรีส์ที่ชอบ แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม แต่เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่รักเป็นประจำวันทุกวันจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ความเครียดทั้งหลายจะลดลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการทำงาน ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อตัวเองเท่านั้น ยังส่งผลไปยังคนรอบข้างเราอีกด้วย

เช็คให้ชัวร์ว่าใช้เวลาไปกับสิ่งที่สำคัญ 
ข้อนี้อาจจะดูใกล้เคียงกับข้อที่แล้วสักหน่อย เพราะสิ่งที่รักกับสิ่งที่อยากทำ มีเพียงเส้นแบ่งบางๆ เท่านั้น การเขียนตารางกิจวัตรจะช่วยให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่สำคัญกับชีวิต แต่ในขณะที่เขียนควรจะต้องพิจารณาว่าสิ่งที่เขียนไปนั้นจำเป็นจริงๆ หรือไม่ วิธีสังเกตง่ายๆ ถ้าเดือนต่อๆ ไปกิจวัตรเหล่านั้นเราเริ่มจะไม่ค่อยใส่ใจที่จะทำหรือไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แสดงว่าสิ่งนั้นกลายเป็นกิจกรรมขยะที่กินตารางเวลาของเราไป พิจารณาทบทวนกิจวัตรและลำดับความสำคัญใหม่อย่างละเอียดอีกครั้ง ผมชอบวีดีโอนี้ของคุณ รวิศ หาญอุตสาหะ สอนเรื่องการตามหาสิ่งน้อยอย่างมีวินัย เป็นเรื่องของการบริหารเวลาที่ดีมากครับ

เทคนิคการบริหารเวลา ของ รวิศ หาญอุตสาหะ


จัดสรรกิจวัตรที่ใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน 
ถ้าเราลองสังเกตดูดีๆ กิจวัตรบางอย่างอาจมีความใกล้เคียงกันและสามารถทำในสถานที่เดียวกันได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นการรีดผ้าชุดทำงาน แทนที่จะรีดวันละชุดก่อนไปทำงาน ลองเปลี่ยนเป็นรีดวันเดียวเพื่อสำหรับใส่ทั้งสัปดาห์ เราอาจใช้เวลามากเพียงหนึ่งวัน ส่วนวันที่เหลือเราสามารถจัดสรรเวลาไปทำงานอย่างอื่นได้ ลองจัดกลุ่มกิจวัตรดูใหม่ จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ เพราะไม่ต้องเสียเวลาในการทำสิ่งเดิมที่น่าเบื่อซ้ำๆ ทุกวัน ก่อนจะเปลี่ยนไปทำกิจวัตรถัดไป ประสิทธิภาพในการทำงานส่วนอื่นก็จะเพิ่มมากขึ้นโดยอัตโนมัติ



กำหนดเดดไลน์ 
เป็นที่ทราบกันดีว่าเส้นตายเป็นแรงผลักดันอันมหาศาลที่ทำให้งานเราสำเร็จลุล่วงได้ตามกำหนด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกำหนดเดดไลน์เข้าไปในตารางกิจวัตรประจำวันของเราด้วย เพราะนอกจากจะทำให้สิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้เสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดแล้ว มันยังช่วยให้เราเลิกนิสัยผัดวันประกันพรุ่งได้



ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ทุกวัน 
ไม่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ใดเกิดขึ้นได้ในเวลาอันสั้น การค่อยๆ ทำสิ่งเล็กๆ สะสมไปเรื่อยๆ ทุกวัน เมื่อถึงเวลาเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ก็สำเร็จได้ เพียงแค่รักษาวินัยอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่นการฝึกใช้ภาษาอังกฤษให้เชี่ยวชาญ ด้วยการเขียนตารางการฝึกฝนเป็นกิจวัตรประจำวันและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เชื่อว่าไม่นานความฝันในการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษก็จะบรรจุอยู่ในลิสต์ความสำเร็จของเราได้ในที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

How to be single in bkk city By pink_siripipat ปิ๊ง ฐิตาภา สิริพิพัฒน์


Blogร่วมยินดีกับ​ @pink_siripipat ปิ๊ง ฐิตาภา สิริพิพัฒน์ นักข่าวสาวสวยจากไทยรัฐทีวี​ กับการเปิดตัวหนังสือ How to be single in bkk city   

วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 @ Rewind Bar ทองหล่อ ซ.6 เป็นงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ How To Be Single In BKK city โดย ปิ๊ง ฐิตาภา สิริพิพัฒน์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐทีวี  เจ้าของเพจ pinkreport หนึ่งในสาวโสดสายสตรอง ที่ตัดสินใจตีแผ่การใช้ชีวิตโสดในกรุงเทพมหานคร ผ่านนิยายผสม How to ที่ Based On True Stories 

เป็นงานเปิดตัวหนังสือที่น่ารัก เหมาะกับหนุ่มโสดสาวสวยสายสตรอง จริงๆ เพราะรอบตัวนี่เต็มไปด้วยสาวสวยโสด​ งานอบอุ่น​ สนุกสนาน​ ได้เจอ​ Blogger​ และคนดังมากมายหลากหลายวงการ คุณเอิ้ก ,พี่ขุนเขา   , @MasterPopWorld ,คุณอู๋ แอดมินเพจ ตัวกลม ที่วาดรูปการ์ตูนถ้ำหลวง , ซาบรีน่า The face Thailand , Amanda นักปั่นเหรียญเอเชียนเกมส์   เว็บท่องเที่ยว​ อีกหลายเว็บ ส่วนผมได้รับเชิญไปในฐานะอะไรไม่รู้(ฮา)



งานนี้ได้ทั้งเพื่อนใหม่และความรู้ใหม่

ผู้หญิงสวยเก่งและโสดมีอีกมากมายชีวิตเค้าน่าสนใจเรียนรู้ได้ในหนังสือ​#HowToBeSingleInBKKCity​ นี่คือ​ Segment ที่มีพลังมากๆ กำลังซื้อ หากเจาะกลุ่มนี้ได้พลังขับเคลื่อนแบรนด์ที่สูงมาก

หนังสือเล่าเนื้อหาดำเนินเรื่องโดย 4 สาวโสด วัย 30 ที่ใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ เพื่อให้ได้โสดอย่างมีความสุขและคุ้มค่าในดินแดน ที่ชื่อว่า “กรุงเทพมหานคร” เมืองที่ไม่เคยหลับไหล

เจน PR วัย 33 ปี ของสายการบินแห่งหนึ่ง ผู้มีอาชีพเสริมเป็นแอดมินเพจพาเที่ยวทรงอิทธิพล เจนโสดมา 5 ปี หลังแฟนที่คบมานาน 7 ปี ทั้งทุบตีนอกใจ และล่มงานวิวาห์ไปแต่งกับคนอื่น #โสดเพราะเข็ด

แซนดี้ เลขาประจำสถานทูตแห่งหนึ่งในกรุงเทพ วัย 32 ปี สาวไทยหัวใจ ฝ. ที่เพอร์เฟคเกินไปจนคนไม่เข้ามาจีบ และไม่กล้าจีบใครเพราะตำแหน่งมันค้ำคอ แต่เธอก็หาได้แคร์ไม่ และยังคงเชื่อว่าคู่ที่คู่ควรมีอยู่จริง #โสดเพราะเลือก

แป้ง นักข่าวสาววัย 30 ปี ผู้ใช้ชีวิตโสดได้คุ้มค่าและสุดเหวี่ยง แป้ง เป็นคนที่สนุกกับการบริหารความโสดอย่างมาก  หลังนางค้นพบสัจจธรรมที่ว่า ความโสด = เซ็กซี่ #โสดเพราะรักสนุก

ทิชา นักข่าวไอที วัย 29 ปี น้องเล็กสุดท้อง ผู้มีไอดอลเกาหลีเป็นสามีและเฝ้ารอความรักสุดโรแมนติกอย่าใจจดใจจ่อ หลังโสดมาตั้งแต่เกิด #โสดเพราะรักไม่เป็น

 แม้ทั้งสี่สาวจะโสดด้วยเหตุผลแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดก็มีเป้าเดียวกัน คือการเป็นผู้หญิงที่พึ่งพาตัวเองได้ เป็นลูกสาวที่ดีหรือ เป็นพี่สาวที่เป็นแบบอย่าง และ เป็นพนักงานดีเด่น ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กับการเป็นทุกอย่างให้ได้ท่ามกลางการแข่งขันในสังคม และ บริบทความคิดแบบเก่าๆที่มองว่า

คนโสด คือ คนที่น่าสงสาร,

คนโสด คือ คนที่มีปัญหาสักอย่างสองอย่าง

หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณจะได้พบวิธีเอาตัวรอดของสาวโสดในกรุงเทพ ผ่านเรื่องตลกดราม่า และ แอคชั่น จนกลายเป็นบทเรียนชีวิตครั้งสำคัญที่คู่ควรแก่การส่งต่อไปยัง

คนโสดทั่วราชอาณาจักร

สำหรับคนที่อยากศึกษาชีวิตสาวสังคมเมืองที่ยังโสดใช้ชีวิตอย่างไร หาซื้อได้ที่
http://www.masterpopworld.com/product/how-to-be-single-in-bkk-city/

หรือสั่งซื้อผ่าน Inbox Fanpage หรือ ID line : jurysiri
ทุกๆ10บาทของหนังสือเล่มนี้จะถูกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิเพื่อผู้พิการทางสายตาในประเทศไทย






วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

Our iceberg is melting ภาษาไทย เมื่อทุกอย่างปกติดี​ ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง

แม้จะเคยอ่านหนังสือเล่มนี้มาแล้วแล้วหนึ่งครั้ง​ ชื่อไทยว่า​ เมื่อภูเขาน้ำแข็งละลาย​ ตอนนี้มีการพิมพ์ใหม่ออกมากับสำนักพิมพ์​ we learn​ ชื่อ Our iceberg is melting เมื่อทุกอย่างปกติดี​ ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง การได้อ่านอีกครั้งในเวลานี้ยิ่งเห็นภาพ​ ยิ่งรู้สึกว่าเป็นหนังสือที่มีคุณค่ามากๆ​ สมควรเป็นอย่างยิ่งที่​ ต้องอ่านในเวลานี้

เวลาที่รู้สึกว่าทุกอย่างมันนิ่งจนเกินไปสบายจนเกินไป​ ต้องรีบเปลี่ยนแปลง​
เล่มนี่เป็นการปลุกตัวเองให้รู้จักสังเกตุ​และวิธีการสร้างการเปลี่ยนแปลงเล่าในรูปแบบนิทานสอนการเปลี่ยนแปลงที่อ่านแล้วเห็นภาพ​ สอดแทรกเทคนิค​ ขั้นตอน​ ตัวอย่างการสร้างการเปลี่ยนแปลง​ และสรุปเป็นขั้นเป็นตอน
บันได 8 ขั้นสู่การเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จ​ ลองอ่านแล้วจะรู้ว่า​ เพียงรู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง​ ต่อให้การเปลี่ยนแปลง​จะยากเย็นแค่ไหน​ เราก็สามารถทำให้สำเร็จได้​

#ปูทาง

การเปลี่ยนแปลงขั้นที่ 1 สร้างความรู้สึกเร่งด่วนทำให้คนอื่นเห็นความจำเป็น ของการเปลี่ยนแปลงและความสำคัญของการลงมือทำในทันที​ ต้องเห็นความ​ ใหญ่​ หนัก​ รุนแรงของปัญหา
การเปลี่ยนแปลงขั้นที่ 2 ก่อตั้งทีมที่จะกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลง ทำให้แน่ใจว่า มีทีมที่ทรงพลัง คอยผลักดันการเปลี่ยนแปลงสมาชิกในทีม ต้องมีทักษะความเป็นผู้นำ มีความน่าเชื่อถือมีทักษะการสื่อสาร มีอำนาจ และมีทักษะการคิดวิเคราะห์ ที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคนในทีมต้องรู้สึกถึงความเร่งด่วน

#ตัดสินใจว่าจะทำอะไร
การเปลี่ยนแปลงขั้นที่ 3 กำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลง ระบุให้ชัดเจนว่าอนาคตจะแตกต่างจากอดีตอย่างไร และจะทำอนาคตให้เป็นจริงได้อย่างไร​ ทำให้ทุกคนเห็นภาพอนาคตภาพเดียวกัน

#ลงมือทำ
การเปลี่ยนแปลงขั้นที่ 4 สื่อสารให้คนอื่นเข้าใจและยอมรับทำให้แน่ใจว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจและยอมรับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์​ ขั้นนี้สำคัญมากต้องใช้พลังในการสื่อสารให้เกิดการมีส่วนร่วม​ ตระหนักและอยากร่วมมือ​
การเปลี่ยนแปลงขั้นที่ 5 มอบอำนาจให้คนอื่นลงมือทำ กำจัดอุปสรรคทิ้งไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้คนที่อยากทำให้วิสัยทัศน์กลายเป็นความจริงสามารถลงมือทำได้
การเปลี่ยนแปลงขั้นที่ 6 คว้าชัยชนะระยะสั้นให้ได้ก่อน สร้างความสำเร็จที่ชัดเจนขึ้นมาบางส่วนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
การเปลี่ยนแปลงขั้นที่ 7 อย่าละความพยายาม เมื่อประสบความสำเร็จครั้งแรกแล้ว ก็ให้เดินหน้าต่อไป จงมุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่าวิสัยทัศน์จะกลายเป็นจริง

#ทำให้มันติดหนึบ
การเปลี่ยนแปลงขั้นที่ 8 สร้างวัฒนธรรมใหม่ ยึดมั่นในแนวทางใหม่และทำให้ทุกคนยอมรับ จนกระทั่งมันมีพลังมากพอ จะแทนธรรมเนียมปฏิบัติแบบเติมได้

8ขั้นตอน การเปลี่ยนแปลงนี้ สามารถนำมาปรับใช้ ได้ทั้ง ในองค์กรขนาดใหญ่ หน่วยงานเล็กๆในองค์กร หรือแม้กระทั่ง การเปลี่ยนแปลงในครอบครัว
#ChangeTeam #OurIcebergIsMelting

The 8-Step Process to Accelerate Change.
http://www.ouricebergismelting.com/#

***********************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ @oweera อย่าลืมมี @ ด้วยนะครับ http://line.me/ti/p/%40oweera
เพิ่มเพื่อน
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เจาะลึกการตลาด แจ๊ค หม่า มาไทย ทำอย่างไรให้รอด | รายการ Biz Genius





แจ็คหม่า ทำ MOU สี่ด้าน ดิจิตอล ท่องเที่ยว EEC  และการศึกษา ยักษ์จีนมาถึงไทย ทั้ง Alibaba และ JD คลื่นใหญ่อย่างไรก็มาถึง เมื่อโลกเปลี่ยนสิ่งที่ห้ามทำคือ โวยวาย เอาเวลามาหากลยุทธ์แก้

1.ขึ้นไปด้วยตามขบวนไปสู่ดิจิตอลคอมเมิร์ซ

2.หาตลาดเฉพาะที่รายใหญ่ไม่มา หาตลาดเล็กที่มีกำไรสูง

แนวคิดการออกสินค้าเก่าตลาดใหม่ในแบรนด์ใหม่ทำได้ หากเติมสิ่งที่ลูกค้าใหม่นั้นต้องการ


KBank เปิดให้ร้านค้าออนไลน์ Pay with K PLUS บน Facebook

Social Commerce ในไทยคงไม่มีใครไม่เคยใช้บริการไม่ว่าจะซื้อสินค้าผ่านเพจ ผ่านFacebookบุคคล ผ่าน IG หรือผ่าน Line ความลำบากอย่างหนึ่งของผู้ซื้อคือการต้องจำเลขที่บัญชี หรือ พร้อมเพย์ ของร้านค้าเพื่อโอนเงิน จากประสบการณ์ผมคือลูกค้าที่ทักคุยจนขอราคาจนส่งเลขที่บัญชีไปแล้วหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง สาเหตุหนึ่งในนั้นคือ ยังไม่สะดวกโอนตอนนั้นแล้วก็ลืมหรือเลิกอยากได้ กับอีกส่วนหนึ่งคือลำบากที่จะต้องจำเลขบัญชีแล้วไปโอน ตอนนี้มีวิธีที่ง่ายมากๆ ที่แม่ค้าพ่อค้าออนไลน์จะปิดการขายให้โอนตังค์ในการพูดคุยเลย



สำหรับในประเทศไทยต้องยอมรับเลยว่า Facebook กลายเป็นสื่อหลักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เข้าถึงคนทุกกลุ่ม แม้จะมีสื่อ Social Media อย่างอื่น ทั้ง Twitter  IG แต่ก็ยังใช้ Facebook ควบคู่ไปด้วย
มีข้อมูลที่น่าสนใจ เรื่องสถิติเหล่านี้

  • ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีคนใช้มากที่สุดเป็นลำดับที่12 ของโลก 
  • จำนวนผู้ใช้ Facebook ภาษาไทย มีประมาณ 52 ล้านบัญชี
  • คนไทยใช้เวลาออนไลน์ในอินเตอร์เนต9ชั่วโมงต่อวัน เป็นปริมาณสูงที่สุดในโลก
  • คนไทยใช้เวลาบน Social Media 3 ชั่วโมงต่อวัน 


ประกอบกับคนไทยเป็นนักช้อป ชอบคุยกับแม้ค้าได้เจรจาต่อรอง การเพิ่มโอกาสการขายบน Social Media จึงเป็นการเพิ่มโอกาสของธุรกิจในไทย






รับชำระเงินง่ายด้วย Pay with K PLUS บน Facebook

​​​​เพิ่มโอกาสในการปิดยอดขายได้เร็วขึ้นด้วยฟีเจอร์ใหม่ “Pay with K PLUS บน Facebook”
ช่วยให้การขายจบง่ายในที่เดียว โดนใจลูกค้าผู้ใช้แอปฯ K PLUS กว่า 8.4 ล้านราย
ร้านค้า >  ปิดการขายเร็วขึ้น รับเงินง่าย สะดวก ปลอดภัย
ลูกค้า >  ไม่ต้องเหนื่อยสลับแอปฯ ไม่ต้องจำเลขที่บัญชี ไม่โอนผิด ไม่ลืมโอน


โปรโมชัน:
• สำหรับร้านค้า: เพียงผูกบัญชีธนาคารกสิกรไทยกับ Facebook เพื่อรับชำระเงินผ่าน Facebook Inbox และมียอดผู้ช้อปชำระเงินสำเร็จตามจำนวนรายการที่กำหนด (นับรวมทั้งการชำระด้วยการโอนผ่าน K PLUS บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต) ก็รับโบนัสสูงสุด 5,000 บาท วันนี้ - 31 ก.ค. 61 อย่ารอช้า สมัครเลยครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ

ขั้นตอนการสมัคร  Pay with K PLUS บน Facebook 



ในฐานะที่ทำงานในธุรกิจธนาคาร ก็พึ่งรู้พร้อมๆกับคนนอกคือ ว่า KBank เปิด Push to Pay ผ่าน Facebook message ให้คนขายส่งสั่งซื้อให้ลูกค้า กดแล้วเชื่อมไปบน App KPlus ได้เลยต้องบอกว่ามันดีต่อร้านค้ามากๆ

แม้ผมจะสนับสนุนให้คนขายออนไลน์ผ่านเว็บ อย่าง BentoWeb / Page365 เพราะบริหารจัดการได้ดีกว่าแล้วใช้ Facebook IG Twitter และ Marketplace ต่างๆ Lazada Alibaba Shopee มาช่องทางการขาย

แต่ก็ไม่อยากให้พลาดโอกาสบริการลูกค้าให้รวดเร็วช่วยลูกค้าสะดวกขึ้นเวลาชำระเงิน และ ปิดการขายได้หลังพูดคุย ด้วยการผูกการรับชำระเงิน Facebook กับบัญชี KBank

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
FAQ สำหรับบริการ Pay with K PLUS ขออนุญาตแจ้งข้อมูลเป็นข้อๆ ดังนี้

Pay With K PLUS ร้านค้าได้รับเงินทันทีมั้ย
สำหรับการรับเงินจะแบ่งเป็น 3 กรณีดังนี้
    - ลูกค้าจ่ายด้วย Pay with K PLUS  รอบตัดเงิน ทุกวัน 23:30 น. รอบเงินเข้า วันทำการถัดไป (หากผูกกับบัญชีธนาคารกสิกรไทย)
    - ลูกค้าจ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต รอบตัดเงิน ทุกวันอังคาร 20:30 น. รอบเงินเข้า ทุกวันศุกร์ และ รอบตัดเงิน ทุกวันพฤหัสบดี 20:30 น. รอบเงินเข้า ทุกวันอังคาร
    - ร้านค้ารับโบนัสเข้าบัญชี รอบตัดเงิน ทุกวันอังคาร 20:30 น. รอบเงินเข้า ทุกวันศุกร์ และ รอบตัดเงิน ทุกวันพฤหัสบดี 20:30 น. รอบเงินเข้า ทุกวันอังคาร
หมายเหตุ ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ หรือ วันหยุดราชการ เงินจะเข้าบัญชีในวันถัดไป

Pay With K PLUS ร้านค้าต้องเสียค่าธรรมเนียมมั้ย
ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในการสมัครบริการนี้ค่ะ และขณะนี้ทาง Facebook ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียม ทั้งการจ่ายด้วย Pay with K PLUS และการจ่ายด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิต หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในอนาคต ทางร้านค้าจะได้รับข้อมูลล่วงหน้าทันที

Pay With K PLUS ทำแล้วร้านค้าได้ประโยชน์อะไรบ้าง
ร้านค้าสามารถ ปิดการขายเร็วขึ้น รับเงินง่าย สะดวก และปลอดภัยมากขึ้น และยังสามารถรู้ทันที่ที่ลูกค้าจ่ายเงินไม่ต้องรอให้ลูกค้าส่งสลิป หรือ ลูกค้าส่งสลิปมาแล้วไม่แน่ใจว่าเป็นรายการเดียวกันรึป่าว
นอกจากนี้ยังช่วยแจ้งสถานะการส่งให้กับลูกค้าด้วย

Pay With K PLUS ทำแล้วธนาคารได้ประโยชน์อะไรบ้างเพราะไม่เก็บค่าธรรมเนียม
ธนาคารได้จำนวนบัญชีเพิ่มขึ้น ได้ร้านค้าที่ขายของบนFacebook มากขึ้นเห็นข้อมูลมากขึ้น พัฒนาบริการให้ลูกค้าธนาคารได้มากขึ้น

Pay With K PLUS ลูกค้าได้ประโยชน์อะไรบ้าง
 สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ สามารถซื้อสินค้าได้สะดวก โดยไม่ต้องจำเลขที่บัญชีร้านค้า ปลอดภัย และมีหลักฐานการทำรายการ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kasikornbank.com/facebook-payment ได้เลยนะ
Cr https://pantip.com/topic/37862188

บทความที่น่าสนใน ปรับธุรกิจให้ทัน รับกระแส E-Commerce โต

 ***********************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ @oweera อย่าลืมมี @ ด้วยนะครับ http://line.me/ti/p/%40oweera
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

รับชำระเงินด้วย อาลีเพย์ (Alipay) และ วีแชทเพย์ (WeChat Pay) ทำยังไง

จำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่น ‘อาลีเพย์’ ทั่วโลก อยู่ที่ 520 ล้านคน และส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่เดินทางไปทั่วโลกรวมถึงมาเยือนประเทศไทยทั้งการมาทำธุรกิจและการมาในฐานะท่องเที่ยว  การขยายตลาดมายังประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ประมาณปีละ 10 ล้านคนสามารถมาต่อยอดระบบการจ่ายเงินที่ใช้งานอยู่แล้ว

วีแชทเพย์  (WeChat Pay) เป็นบริการ Mobile Payment ที่อยู่ในแอพพลิเคชั่น WeChat อันเป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการรับส่งข้อความ ซึ่งเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจีน Tencent บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีนผู้ให้บริการ  ปัจจุบันมีผู้ใช้ WeChat แบบ monthly active กว่า 889 ล้านบัญชี และจำนวนผู้ใช้แบบ active กว่า 8.06 พันล้านบัญชี ดังนั้น WeChat Pay ซึ่งเป็นบริการของ WeChat จึงมีฐานผู้ใช้ที่แข็งแกร่งมาก ๆ ในประเทศจีนกำลังเติบโตตาม

ประเทศจีนเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตั้งแต่ปี2017


ธุรกิจในประเทศไทยทั้ง SME และ ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะให้บริการแก่ลูกค้าชาวจีนให้สะดวกมากขึ้นด้วย การรับชำระเงินด้วย อาลีเพย์ (Alipay) และ วีแชทเพย์  (WeChat Pay)
ขณะนี้มีผู้ให้บริการรับที่ลงนามกับ Alibaba 7 ราย

  1. ธนาคารกสิกรไทย (Kasikorn Bank)
  2. บัตรกรุงไทย (KTC)
  3. True Money ในเครือ Ascend Group
  4. Counter Service
  5. GHL Thailand บริการจ่ายเงินในเครือบริษัท GHL Group ของมาเลเซีย
  6. เพย์สบาย (Paysbuy) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Omise )
  7. พระยาเปย์ (PrayaPay)

ซึ่งแต่ละที่ก็เป็นช่องทางให้ร้านค้าในประเทศไทยขอรับบริการ รับชำระด้วยอาลีเพย์ ได้ ส่วน WeChat Pay หรือ TenPay หรืิ TencenPay  ขณะนี้มีธนาคารกสิกรไทยเพียงรายเดียวที่มีให้บริการ

นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ร่วมกับ นายวัลลภ ว่องจิตต์วุฒิไกร  รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดให้บริการเติมเงินและชำระเงินออนไลน์ผ่าน ‘อาลีเพย์และ ‘วีแชทเพย์ อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวชาวจีน สามารถชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน ‘อาลีเพย์’ และ วีแชทเพย์’ โดยการสแกนคิวอาร์ โค้ด บนหน้าจอเครื่องรับบัตรเครดิต (EDC) ของธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ และเคาน์เตอร์ดีแทค ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และสนามบินนานาชาติดอนเมือง ได้แล้ว





เป็นโอกาส ที่ร้านค้าในประเทศไทยจะสามารถรับชำระได้ด้วย   อาลีเพย์ (Alipay) และ วีแชทเพย์  (WeChat Pay) ตอนนี้ง่ายขึ้น ด้วย การสมัครผ่าน KBank โดยเริ่มจาก ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก
ขั้นแรกคือ ต้องมีบัญชีธนาคารกสิกรไทย 
ขั้นสอง สมัคร KPlus Shop ซึ่งเป็นบริการรับชำระเงินหรือ App ที่ใช้รับชำระค่าบริการด้วย QR Code ที่เป็นรูปแมวปิ๊ปจังนั่นหล่ะครับ ปกติการรับชำระด้วย QR Code นี้รับชำระได้จาก กระเป๋าเงินออนไลน์ หรือ  e-Wallet ในประเทศและทุกappธนาคารไม่เสียค่าธรรมเนียม
ขั้นสาม เลือกสมัครรับชำระด้วย e-wallet ต่างประเทศ 





1. กดเมนูบนขวา
กดเลือก “E-Wallet ต่างประเทศ”

2. เลือก E-Wallet 
ที่ท่านต้องการสมัคร

3. กรอกข้อมูลร้านค้า
เป็นภาษาอังกฤษ

4. กรอกที่อยู่สำหรับ
ส่งใบกำกับภาษี
เป็นภาษาไทย

5. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

6. กด “ยอมรับเงื่อนไข”
และ “ยืนยันข้อมูล”

7. ใช้งานได้ทันทีหลังสมัครสำเร็จ

ปัจจุบันนี้การโอนเงินในประเทศ ไม่มีค่าธรรมเนียม ซึ่งก็รวมไปถึงการรับชำระด้วยQR Code แต่หากเป็นการชำระด้วย e-wallet ต่างประเทศจะมีค่าธรรมเนียม

 ***********************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ @oweera อย่าลืมมี @ ด้วยนะครับ http://line.me/ti/p/%40oweera
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...