วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558

พี่เซ้ง กิตธนันท์ รักกสิกร kitanun rakkasikorn MD SAMART MULTIMEDIA หนึ่งในนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าติดตาม

วันก่อนได้ไปบรรยายพร้อมพี่เซ้ง กิตธนันท์ รักกสิกร (Kitanun Rakkasikorn) MD ของSAMART Multimedia  และเป็นMD และบอร์ดบริหารอีกหลายๆบริษัท ในงานสัมมนาของธรรมนิติ( http://www.dst.co.th/newseminar.html?id=3651&view=detail ) เล่าให้ฟังถึงการบริหารงานการเพิ่มมูลค่าของข้อมูลและทรัพยากรที่มี จากพนักงานCallCenter postel pagerชื่อดังในยุคหนึ่ง ธุรกิจเปลี่ยนไปไม่มีใครใช้pager แต่samartก็ไม่อยากทิ้งคน700คน เพราะหมายถึง700ครอบครัว ก็แปลงเอามาทำBug1113 ตอบได้ทุกเรื่องรู้ทุกอย่างอยากกินร้านไหนไปยังไงเที่ยวไหนดีหรือแค่อยากรู้เบอร์ เป็นที่มาของข้อมูลมหาศาล และนำมาจัดการเพิ่มมูลค่าจนเป็นเว็บอันดับหนึ่งในใจนักกินดื่มเที่ยว ที่ทุกคนรู้จัก EDTguide.com 

ค้นหาร้านกินได้ข้อมูลร้านและได้ที่เที่ยวใกล้ๆร้าน ค้นหาที่เที่ยวได้ข้อมูลที่เที่ยวและข้อมูลร้านอาหารแนะนำใกล้ๆด้วย เป็นเว็บส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวที่ดีมากๆ
และจุดหนึ่งที่ทำให้คนสนใจและสร้างธุรกิจขยายไปได้อีกมากมายคือ นำข้อมูลมาจัดลำดับ Top10 ตอนนี้มีหลายร้อยประเภทอันดับ และยังก้าวไปไม่หยุดยั้ง
นับเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงแห่งยุคจริงๆ

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วันที่9 เดินสายถวายฎีกาพระที่อุดร

วัดป่าโพธ์ไทร วัดหนองน้ำเค็ม อนุสรสถานหลวงปู่มั่น ไปสวดปาฎิโมคที่วัดนี้
วัดนี้ท่านอาจารย์หลวงปู่มั่นเคยมาจำพรรษาอยู่ตอนนี้ที่ตั้งกุฎิท่าน สร้างเป็นหออนุสรณ์สถานหลวงปู่
วัดป่าเกษรศรีกุล หลวงปู่ลี เศรษฐีแห่งธรรม เป็นหนึ่งในศิษท์เอกหลวงตามหาบัว ได้ร่วมสร้างมหาเจดีย์กับท่านด้วย มาได้เวลาพอดีได้กราบท่านในห้องพักพอดี เป็นบุญมากๆ พระอาจารย์คานท่านเล่าให้ฟังว่าตอนเป็นเณรท่านได้โอกาสดูแลท่านหลวงพ่อลีด้วย พระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่ เล่ากันว่าท่านต่อธาตุขันต์อยู่ต่อเพื่อสร้างเจดีย์ให้เสร็จ
จังหวัดอุดรธานี ช่างเป็นเมืองแห่งวัดของพระอริยสงฆ์จริงๆ
วัฒนธรรมการเยี่ยมเยียนของพระ
เวลาจะไปเยี่ยมเยียนกันพระท่านมักจะมีของไปเยี่ยมกันส่วนใหญ่ก็เป็นของที่โยมถวายแล้วมีเหลือหรือสิ่งของที่ลูกศิษท์ทำถวาย ไม่ว่าจะเป็นสังฆทาน ยารักษา ยาบำรุง หรือเป็นน้ำปานะ น้ำหวาน กาแฟ
เมื่อไปกราบเยี่ยมพระผู้พรรษาน้อยจะไปกราบและกล่าวคำถวาย พระพรรษามากจกกล่าวรับและให้พรเป็นภาษาบาลี ดูงดงามมากๆ
วัฒนธรรมพระนี่ก็คล้ายๆทหารเหมือนกันนะรุ่นพี่รุ่นน้องที่เคารพกันให้เกียรติกัน
วันนี้เดินท่างทั้งวันไปกลับเลยอุดรเหนื่อยมากทำวัตรเย็นแล้วหลับเลย

บวชวันที่7 วันนี้วันปิยะหาราช ได้ออกไปกราบพระผู้ใหญ่ข้างนอก

เดินบิณฑบาทตอนเช้า ตกใจเจอโยมเยอะมาก ถามหลวงตายาว ท่านบอกวันหยุดชาวบ้านมักจะพาลูกหลานที่ไม่ได้ไปเรียนตื่นเช้ามาใส่บาตร ร่วมแรงร่วมใจสามัคคีกัน และก็มักจะรวมกันไปทำกิจกรรม อย่างวันนี้ร่วมกันพัฒนาทำความสะอาดหมู่บ้าน ตัดแต่งต้นไม้ริมทาง ตั้งแต่ถนนใหญ่จนถึงหมู่บ้าน
ฉันท์จังหันเสร็จแล้วก็ได้มีโอกาสติดสอยห้อยตามหลวงพ่อทวีเจ้าอาวาสและพระอาจารย์คานไปคารวะพระผู้ใหญ่ พอไปถึงวัด...หลวงพ่อทั้งสองลงรถไปหาพระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง ที่กำลังนั่งคุมงานก่อสร้างเมรุอยู่ ตอนอยู่ที่วัดป่าห้วยเดื่อ ท่านทั้งสองเป็นผู้ใหญ่มาก แต่เมื่อออกเจอพระท่านอื่นที่พรรษามากกว่า ท่านเข้าไปไกลๆและนั่งลงต่ำกว่าคุกเข่าเวลาคุยด้วยเสมอ
เมื่อขึ้นไปที่อุโบสท ได้เจอพระนั่งที่เก้าอี้ตกใจเล็กน้อยที่แท้เป็นหุ่นขี้ผึ้ง ของหลวงปู่สังค์ ท่านอายุได้99ปี8เดือน22วัน พระปฎิบัติดีอีกรูปหนึ่ง
เวลาพระไปมาหาสู่กัน ก็จะมีของเยี่ยมกัน วัดไหนมีของมากก็เอาของที่สำคัญกับวัดอื่นแต่วัดเราเหลือไปมอบให้อย่างครั้งนี้ ท่านเตรียมข้าวสารไปฝาก และนำสังฑทานไปถวาย 5ชุด
และนั่งคุยกับพระเจ้าอาวาสวัด ท่านก็ให้เกียรติ อาจารย์คาน อาจารย์ทวี นั่งสูงกว่า เวลาคุย และกราบอาจารย์ก่อนจากกัน อาจารย์ก็ประนมมือรับการกราบ
ผม หลวงตายาว และครูบาเต้ก็ได้ไปกราบราท่านก่อนกลับเช่นกัน
การเคารพกันนำว่าซึ่งความอ่อนน้อมถ่อมตนขจัดความเย่อหยิ่งทะนงตนได้ดีจริงๆ

บวชวันที่6 ตั้งใจเป็น พระที่ดี

ความจริงแล้วความเป็นพระที่ดีนี้ จะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก
ง่ายคือไม่ต้องทำอะไร
ไม่พูด ไม่คุย อยู่กับตัวเองพิจารณาตัวเอง ไม่ต้องพิจารณาคนอื่น ไม่ต้องดิ้นรนอาอาหาร ทำอะไรแข่งกับใคร ทั้งหมดแข่งกับตัวเองล้วนๆ
พระวัดดีๆพอหลังเวลาฉันท์เวลาสวดมนต์วัดเงียบเหมือนในป่า ไม่มีเสียงมาคุยกัน ให้แต่ละท่านภวนา
ยากคือ การฝืนกิเลศ ฝืนนิวร
พระมีโอกาสเจอคนเยอะ ทั้งโยมทั้งพระ ครูบาท่านว่าให้คิดกับคนอื่น20คิดกับตัวเอง80 ใครทำอะไรก็ควรเฉยอย่าเอามาตัดสินตัดสินแต่ตัวเองพอ
จับดี อย่า จับผิด
คนเราชอบจับผิดคนอื่นจับจุดดีตัวเองหากจะฝึกจิตใจให้จับผิดตัวเองจับดีคนอื่น
วันนี้พระอาจารย์ทวีมาลงมือช่วยสร้างทางเดินจงกรมที่โยมพ่อโยมแม่และเพื่อนๆช่วยกันถวาย
พระมาช่วยกันเต็มเลย ทำได้เร็วกว่าวันแรกหลายเท่า ทำไปก็ชื่นชมไปว่าเป็นความคิดที่ดีที่ทำทาวเดินจงกรม บอกบุญไปในตัวถ้ามีหลังคาคงจะดีมากๆเลย ^_^
ตกเย็นพระอาจารย์คาน ท่านมาเทศน์ อนิสสงของการทำการทำทางเดินจงกรม เหมือนทำทางให้พระๆสู่นิพพาน ทำทางไปสวรรค์ วัดป่าบางวัดเจ้าอาวาสทำทางเดินจงกรมเยอะมาก ทำทางเดินและมีหลังคาด้วย ทำที่นอนนิดเดียวไม่ให้ติดที่นอนแต่ให้ติดการทำภวนา
หลวงตาบัวท่านไปวัดไหนก็บอกให้ทำทางเดินจงกรม
ใครไปวัดป่าอยากทำบุญแนะนำทำทางเดินจงกรมจะได้ผลดีกับพระเยอะ ถวายปัจจัยและระบุวัตถุประสงค์เลย

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บวชวันที่5สำนึกคุณครู

การบวชที่ วัดป่าสันติธรรม (วัดป่าห้วยเดื่อ) ได้เรียนรู้ได้ค้นพบวัตถุประสงค์สำคัญของชีวิต ได้เรียนรู้พระที่ปฎิบัติดี พระป่า พระนักทำ ท่านเจ้าอาวาส พระอาจารย์ทวี ปุญญปญุโญ ท่านทุ่มเทสร้างวัดที่ได้ไว้ให้คนมาศึกษาเรียนรู้ ใครอยากเรียนรู้ชีวิตพระปฎิบัติ มาได้ที่นี่
เหลือเวลาการบวชอีกเพียง5วัน
เลยอยากฝากอะไรไว้2อย่างที่คิดได้
1.พระเดินจงกรมกันทุกวัน เลยอยากสร้างที่เดินจงกรมและนวดเท้าไปในตัว โยมพ่อโยมแม่บอกบุญร่วมทุนกันประมาณ20,000กว่าบาท ชาวบ้านมาช่วยกันทำ อาตมาก็ทำด้วยช่วยกัน
2.ตั้งใจจะเขียนบันทึกประวัติวัดแห่งนี้ ให้คนได้ศึกษา และเรียนรู้เผื่อจะมาปฎิบัติธรรมหรือมาทำบุญสร้างกุศลกับพระปฎิบัติ

วันที่3สนทนาธรรมกับพระอาจารย์ทวี และ พระอาจารย์คาน

วันนี้เป็นอีกวันที่ทำภาระกิจ กรอกน้ำช่วยกันหลายคนทั้งชาวบ้านชาวพระ ได้พบว่าวัดเดี๋ยวนี้ขาดแคลนน้ำดื่มบริโภค โดยเฉพาะพระวัดป่า ไม่พกเงินไม่สะสมเงิน วัดไหนมีน้ำก็ขอกัน ทำทานให้กัน ญาติโยมไม่ค่อยรู้ว่าต้องใช้น้ำกินเยอะ
พระวัดป่าเวลาไปธุดงค์หรือไปไหนจะไม่พกเงิน มีเรื่องเล่าจากพระอาจารย์คาน ท่านไปที่หนึ่งธุดงค์ไป รถเมล์ก็จอด แอ็ดรถ ก็ตะโกน นิมนต์ครับหลวงพ่อ ท่านก็ขึ้น บอกจะไปที่... แอ็ดรถก็บอกราคาขอค่าตั๋ว ท่านบอกพระไม่พกเงินหรอกก็โดนไล่ลงรถ  เอาไปส่งตำรวจตำรวจก็บอกให้พระชำระเป็นเทศน์แทน ก็เลยได้ให้พร
อีกครั้งหนึ่งไปเชียงใหม่ หิวน้ำมากเดินทางบนรถโดยสารน้ำก็ไม่มีเงินก็ไม่มี โชคดีมีโยมมาถวายน้ำรู้สึกเลยว่าคนขาดน้ำจะตายเป็นยังไง
ใครเจอพระธุดงค์ก็ถวายน้ำท่านบ้างนะโยม
ภาระกิจวันนี้กรอกน้ำวันที่สอง เริ่มไม่สนุกแต่ในใจคิดว่าก็ทำให้คนอื่นได้มีพลังในการปฎิบัติธรรมเราก็ได้บุญก็ทำไป
ช่วงเย็นได้ไปหาอาจารย์ทวี มีลูกศิทย์ทั้งหลวงตาประสิทธิ์ และ ทิด สรงน้ำให้ เราก็รอเสร็จแล้วก็มีเวลาสนทนาธรรม เสร็จแล้วเดินผ่านกุฎิอาจารย์คาน เห็นมีครูบาเต้นอดท่าฤษีดัดตนให้ เลยไปนั่งฟังสนทนาธรรมด้วย
ท่านบอกสมัยเป็นเด็กท่านก็ดูแลครูบาอาจารย์ พ่อแม่แก่ท่านเป็นพระก็เอามาอยู่ด้วยจะได้ดูแล พ่อถ่ายไม่ออกท่านก็เอามือล้วงช่วยแม่ซักผ้าถุง ผู้ให้กำเนิดทางโลกเราต้องดูแลผู้ให้กำเนิดทางธรรมครูบาอาจารย์เราก็ต้องดูแลช่วยเหลือ ได้ดีทุกคน
กลับมากุฎิจะไปเดินจงกรม เจอแมงป่องยักษ์ ก็เดินเลี่ยง ไปอีกทางหนึ่งเจอแมงมุมยักษ์ ดูท่าไม่ค่อยดีนะวันนี้ เริ่มจุดเทียน ก็โดนอะไรมีรู้ทิ่มเท้า ปวดมากๆ ใจคิดว่าแมงป่องซะแล้ว เปิดไฟฉายดูมดกำลังย้ายรังกันเป็นหมื่นตัวกำลังเดินผ่านลานจงกลม
Ok ดับเทียนกลับไปนั่งสมาธิบนห้องดีกว่า

นักบิณฯมือใหม่

ตื่นตีสี่ เป็นกิจของสงฆ์ ทำวัตรเช้าแล้วไปทำความสะอาดศาลา ไว้รับญาติโยมคนทำบุญ
เมื่อฟ้าสว่างมองเห็นฝ่ามือก็ออกเดินได้
ทางเดินออกจากวัดไปสวยงามข้าวกำลังเขียว หมอกอ่อนๆตอนเช้า น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง แต่พระคงไม่ได้ชื่นชมรับอารมณ์ชิวชิวอย่างนี้ำด้เพราะต้องสงบ มีสติตลอดเวลาพิจารณาพื้นกับเท้าเปล่าที่เราเดินไป  ทางเดินลาดยางเป็นทางเดินที่ง่ายที่สึดสำหรับพระแต่ทางเดินปูนก็ไม่ลำบากนัก มีเศษหินเล็กๆไว้คอยเตือนสติ เศษขวดแก้วขวดเครื่องดื่มชูกำลังคือสิ่งอันตรายที่สุด โดนเข้าไปได้เสียเลือดแน่นอน ใครกินอย่าโยนทิ้งข้างทางนะมันบาป
ตักบาตรข้าวเหนียว ชาวบ้านชาวอีสานย่านจังหวัดเลย นิยมตื่นเช้ามาใส่บาตรหน้าบ้าน ถือกระติบข้าวเหนียวมา หยิบใส่องค์ละปั้น ใครไปเชียงคานคงได้เจอ
พระป่าฉันข้าวในบาตร
หลังจากบิณฑบาตรเสร็จแล้ว ก็นำอาหารที่ได้มารวมกัน ถือเป็นกุศโลบายหนึ่งให้ละวาง ไม่ยึดติด
เมื่อพระทุกรูปกลับมาถึงกันหมดแล้วก็ขึ้นศาลา ชาวบ้าน กับแม่ชีที่นำอาหารมาถวาย จัดอาหารใสถาดแล้วถวายพระผู้ใหญ่พระผู้ใหญ่ส่งให้พระผู้น้อย เรียงลำดับตามพรรษา พระทุกรูปตักอาหารใส่ในบาตรตนเอง แล้วให้พร ก่อนลงมือฉันอาหารในบาตรที่มีทุกอย่างรวมกัน ทานเพื่อให้มีกำลังในการปฎิบัติ
พระปฎิบัติฉันท์มื้อเดียว
มื้อแรกจัดเต็มตักใส่บาตรอย่างละหน่อยอันไหนชอบตักเยอะ สุดท้ายกินไม่หมดอายมาก
ตักมากฉันไม่หมด ก็ไม่ดี
ตักมากฉันหมด ก็ไม่ดี
ตักน้อยไม่พอก็ไม่ดี
ตักพอดี กับกำลังในการปฎิบัติกิจของสงฆ์ก็พอ

บวชวันที่4 วันนี้วันพระ

เมื่อคืนนอนเร็วตื่นตั้งแต่ตีสาม ลงมาทำวัตรเช้า หนึ่งในภาระกิจที่ต้องรับผิดชอบตัวเองใครทำใครได้ไม่ทำก็ไม่มีใครรู้
วันนี้เป็นวันพระ ครูบารุ่นพี่บอกวันนี้ของจะเยอะมาก ส่วนตัวไม่คิดว่าจะแตกต่างจากวันอื่น
ออกบิณฑบาตรตามปกติ เห็นรถโยมพ่อตาวิ่งมาที่วัด โอ้ว วันนี้โยมจูนกับโยมลูกๆจะมาใส่บาตรดีใจ คิดในใจว่าจะได้ไปวัดม่วงไข่ด้วย แต่ท่านติดธุระถวายจังหันเสร็จแล้วก็กลับ
วันนี้มีสิ่งอัศจรรย์ บังเอิญเกิดขึ้น ปกติอาตมาจะไปบิณฑบาตรด้านเลี้ยวซ้ายแรก ไม่รู้ยังไงเลยไปทางด้านตรงไป โยมพ่อตาคงรอใส่บาตรที่หน้าศาลา แต่ระหว่างรอพระอาจารย์ทวี ก็เห็นรถโยมพ่อต่อขับมาพาท่านอาจารย์ทวีมาส่ง ที่หน้าจุดเรายืนพอดี วันนี้ได้รับใส่บาตรจากโยมจูน โยมโผ่ โยมพ่อตา ก่อนเลย ขอให้ได้บุญเยอะๆนะครับ
ทราบมาว่าจิงจิงไม่สบาย คืนนี้จะนั่งภวนาให้หายไวไวกลับมาร่าเริงตามเดิม
เริ่มออกบิณฑบาตร วันพระ นี่เป็นวันพิเศษจริงๆสำหรับชาวบ้านที่เป็นชาวพุทธจริงๆ พระก็เต็มที่วันนี้เดินกันเกือบ30รูปทั้งพระเณร คนใส่บาตรข้าวเหนียวเกือบเต็มบาตร บุญหนักมาก
กลับมาที่ศาลาคนมาเต็มศาลาอาหารเยอะมากๆ เมื่อวานฟังหลวงพ่อบอกว่าที่พระอาจารย์ขันตีท่านมีอาหารเยอะท่านพยายามทานให้ได้ทึกอย่างเพราะญาติโยมตั้งใจ อย่างละคำแล้วก็คืนไปให้คนอื่นกินต่อ ชาวบ้านก็แย่งกันเอามาทานกันต่อเป็นข้าวก้นบาตร วันนี้เลยตั้งใจจะตักทึกอย่างอย่างละนิดมารวมในบาตร ทานให้หมด แต่ตักอย่างละนิดก็เต็มมาครึ่งบาตรแล้ว ทานไม่ไหวจริงๆ คนมาเยอะมากอาหารก็เยอะ
ช่วงหลังฉันท์มีญาติโยมอยู่ช่วยงานกันเต็มวัด ผู้ชายช่วยกันย้ายดินถมดิน ผู้หญิงช่วยกรอกน้ำ วันพระ พระไม่ต้องทำงานเลย มีรถเข้ามาวัดตลอดช่วงเช้าก่อนเพล มาจากวัดอื่นก็มี มากันเองก็มี มาขอศีล8ก็เยอะ
วันพระในต่างจังหวัด
- คนมาใส่บาตรเยอะขึ้นมากๆ
- คนนุ่งขาวห่มขาวเข้าวัด
- ชาวบ้านหยุดงานตัวเองมาช่วยงานที่วัด(ถ้ามีงาน)
- เข้าวัดมาเพื่อขอศีลและถือศีลจริงๆ
- มาทำบุญทั้งเงินทั้งแรง
ต่างจากกรุงเทพจัง
วันพระในกรุงเทพ
วันพระเหรอ ... ก็วันพระมีอะไรเหรอ

บวชวันที่สอง ทดลองปฎิบัติ

หลังจากการอ่านหนังสือหลายเล่มเพื่อเรียนรู้พระธรรมวินัย กฎข้อห้ามต่างๆของพระหน้าที่พระ ทำงานต่างๆแล้ว วันนี้ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะลองเดินจงกลมดู หลังจากทำวัตรเย็นเสร็จ ก็กลับมาที่กุฎิ19 ตามเดิม จุดเทียนให้สว่างมองเห็นป้องกันการเหยียบสัตว์
เดินท่อง พุทโธ ในใจไปเรื่อยๆ ตอนแรกคิดว่าจะเดิน10นาที ต่อมาเดินแล้วก็สงบดี มองเห็นจอมปลวกด้านข้างตกใจนึกว่ามีคนอยู่ หยุดมองแล้วไม่มีอะไร ใจคิดไปเองคิดได้เช่นนั้นก็เลยเดินต่อไปเรื่อยๆ ภาวนาจนเทียนหมดเล่ม ขึ้นมาห้องนั่งสมาธิต่อ จนหลับไปตอนไหนไม่รู้ คืนนี้เดินจนเหนื่อยมาก หลับๆอยู่...
ได้ยินเสียงคนเดินจงกรมอยู่ข้างล่างกุฎิ มองลงมาเป็นเป็นหลวงปู่จันทา เดินอยู่ พยายามรีบนอนต่อ แล้วก็..
ตื่นขึ้นกลางดึกจึงรู้ว่าตัวเองฝันไป นอนต่อสบายใจจนได้ยินเสียงคนมาเคาะกุฎิ
ครูบาโอ ตื่น ไปบิณฑบาตรได้แล้ว
ตื่นสายเกือบไม่ได้ไปบิณฑบาตรตั่งแต่วันที่สองแล้วอายมาก

คุณรุ่งกับคุณรอด

อยู่วัดเล็กๆที่มีพระ16รูปเณร1รูป ทุกคนมีกุฎิของตัวเอง แต่หลายคนมีเพื่อนรอเจอกันทุกวันที่กุฎิ

ครูบาแบ็งมีเสือ ทุกวันท่านจะถือถังสีกลับมาหลังจังหัน กุฎิท่านอยู่ข้างหลังผม เสือจะเดินตามท่านกลับกุฎิตลอด เดินนำเวลาออกจากกุฎิเห็นเสือจะรู้ทันที ครูบาแบ็งอยู่ไหน

หลายกุฎิมีกระรอกอีสาน ที่เรียกอย่างนี้เพราะท่านกระรอกชอบกินข้าวเหนียวกับมะขาม

ครูบาวีมีตะพาบอยู่บ่อใหญ่หลังวัดได้กินไข่ทุกวัน

ผมก็มีเพื่อน คือคุณเลิศกับคุณรอด
ตัวบุ่งสีสวยเจอกันตั้งแต่ยังไม่โกนผม ทักทายช่วยเหลือกันจากมดครั้งหนึ่ง คุณเลิศใฝ่สูงเก่งกาจขึ้นไปอยู่บนคานทางเดินจงกรมยืนเด่นแสดงสีสดใสใครผ่านมาก็เห็น คุณรอดปีนขึ้นเสาหลบมดหยุดพักที่กลางเสาไม่ขึ้นไปเหมือนคุณเลิศ

เมื่อถึงวันบวช คุณรุ่งคุณรอดไม่ไปไหนหยุดนิ่งอยู่กับที่ ตอนเช้าอยู่ที่ไหนตอนบ่ายอยู่ที่นั่น ผมกิจสงฆ์กวาดลานวัดร้อนแดดตัวดำ กลับมาจะไปสงน้ำมองดูก็อยู่ที่เดิม พระได้สองวันทั้งสองยังอยู่ที่เดิมเหมือนรออะไร

คุณเลิศเปลี่ยนไปไม่ขยับสีสวยที่เคยมีหายไป คุณรอดสร้างบ้านห่อหุ้มกายตัวเอง สีสวยสดใสกลายเป็นเกราะใยสีดำประดับทอง

รอดูว่าคุณเลิศกับคุณรอดจะเป็นอย่างไร

พระนักเรียนพระนักปฎิบัติ

เป็นพระใหม่ที่วัดป่าสันติธรรม มีหนังสือให้อ่านเยอะ พระแต่ล่ะรูปเคยอ่านเล่มไหนแล้วดีก็แนะนำกัน อาตมาอยู่วัดมา3วันได้หนังสือมา7เล่ม ถามอะไรไปก็มีหลวงพ่อหลวงพี่แนะนำ หากรู้ว่ามีในหนังสือก็ไปเอามาให้ดู

ท่านอ่านแต่หนังสือไม่ปฎิบัติเลยเหรอ
บวชได้หนึ่งวันเจอครูบาท่านหนึ่งที่เคยให้หนังสือเราไว้ทัก "ท่านอ่านแต่หนังสือแต่ไม่ปฎิบัติเลยเหรอ"

ความรู้มากคือความไม่รู้อะไรเลย อาตมาคิดว่าเรามาแค่10วันอยู่กับหนังสือและเราชอบอ่านก็ถือเป็นโอกาสได้อ่านศึกษาธรรมะ ศึกษาพระวินัย

แต่วัตถุประสงค์ของการเป็นพระของพระสายวัดป่าไม่ใช่การอ่านศึกษาและสอบ แต่เป็นการปฎิบัติเพื่อปลงสังขาล เข้าถึงความล่ะ เว้น การมีสมาธิ ตามคำสอน คือเข้าถึงสมาธิ

มีเวลา ต้องเดินจงกรม ต้องนั่งสมาธิ ต้องสวดมนต์ ทั้งหมดเพื่อการทำให้เกิดสมาธิ เกิดสติ

ดังนั้นหากมาบวชแล้วอยากได้บุญต้องปฎิบัติให้มากที่สุด เพื่อพ่อแม่ญาติพี่น้อง และญาติโยมที่ทำบุญทำทานเพื่อให้เราได้บวชได้รับบุญ

กิจของสงฆ์

เป็นพระน้องใหม่ ต้องเรียนรู้ชีวิตกิจของพระป่า ต้องจัดระเบียบชีวิตใหม่
3:30 ตื่น ทำธุระส่วนตัว ทำวัตรเช้า ด้วยตัวเอง
4:00-4:30 เตรียมทำความสะอาดศาลา
4:30-5:00 พักผ่อน ฉันท์กาแฟ โอวันติน ให้อุ่นท้อง
5:00-6:00 ออกบิณฑบาตร
6:00-7:30 ฉันท์ภัตราหารเช้า ชาวบ้านเรียก(จังหัน)
7:30-12:00 ทำบำเพ็ญภวนา หรือ ทำงานของวัดภาระกิจที่ได้รับมอบหมาย ให้เทศน์ญาติโยม
12:00-14:00 พักผ่อน อ่านหนังสือ เรียนรู้ธรรมะด้วยตนเอง
14:00-16:00 กวาดลานวัด ทำความสะอาดกุฏิ ช่วยงานพระอาจารย์
16:00-19:00 บำเพ็ญภวนา
19:00-21:00 ทำวัตรเย็น
21:00 พักผ่อน บำเพ็ญ
กิจกรรมบำเพ็ญภวนา พระป่า หากมีเวลาก็จะเดินจงกรม นั่งสมาธิ ดังนั้นเมื่อเข้าเขตุวัดไม่ควรทำเสียงดังรบกวนสมาธิ

การเตรียมตัวก่อนเป็นพระ

ได้โอกาสมาศึกษาธรรมมะและได้บวชเป็นพระที่วัดป่าห้วยเดื่อ หรือ อีกชื่อคือวัดป่าสันติธรรม
ชีวิตก่อนบวชเป็นพระคือช่วยที่ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด ต้องท่องบทสวดให้ได้
เหมือนการแข่งวิ่ง ซ้อมเป็นปีเพื่อวิ่งแข่งไม่กี่วินาที
ตอนบวชเหมือนกัน

-ทำความเข้าใจพิธีกรรม
ต้องเข้าใจพิธีกรรมทั้งหมดเพื่อให้มองเห็นภาพรวมทั้งหมด อย่าหว้งให้คนคอยบอก
-หาคำแปลบทสวด เข้าใจภาษาบาลียากแน่นอนแต่หากสวดอย่างรู้ความหมายจะได้ทั้งความเข้าใจและได้ทั้งความง่ายในการท่อง
-เตรียมตัวอยู่วัด
เช็คก่อนวัดมีอะไรให้เราไม่ต้องเตรียมมาเยอะเพราะบวชแล้วพระสายวัดป่ามีของต้องใช้น้อยมากและของตอนเป็นคนธรรมจะเอามาใช้ตอนเป็นพระไม่ได้ ให้หาสิ่งของที่จะเป็นใช้ส่วนตัวเท่านั้นนอกนั้นมายืมวัด
-ฝึกใช้ชีวิตเวลาพระ
เจ้าอยู่ในวัดก่อนซัก1สัปดาห์จะดีมากเพราะเป็นโอกาสได้ปรับตัว ตื่นนอน กินอยู่ เข้าห้องน้ำ ส่วนบทสวดต้องเตรียมล่วงหน้าเป็นเดือนท่องให้ได้แล้วมาซ้อมใหญ่บ่อยที่วัดเพราะเอาเข้าจริงๆเป็นช่วงที่สงบและมีเวลาที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วันครองผ้าเหลือง

เป็นวันสำคัญที่เราจะละจากความเป็นมนุษย์
เช้าวันนี้ตื่นมาตีสี่ครึ่ง เมื่อคืนแทบนอนไม่หลับเครียดมากๆเพราะท่องภาษาบาลีคำขออุปสมบทไม่ได้ครบทุกข้อ ทุกคนให้กำลังใจ โค้ช ผม ครูบาเต้ ครูบาเอ็ม หลวงพ่อประสิทธิ์  ช่วยติวและให้กำลังใจ ในเวลาสองวันเต็มทำได้เท่านี้ก็ดีแล้ว
ตื่นแต่เช้ามาจัดศาลา ส่งพระออกบิณฑบาตร เรากลับมาท่อง พ่อแม่พี่น้องเดินทางมา ทำอาหาร ถวาย จังหัน หรือถวายอาหารเช้า
9:00 เวลาสำคัญมาถึงทุกอย่างเริ่มตามเวลา
ก้มลงกราบพ่อแม่ พ่อตาแม่ยาย ผู้ให้กำเนิดครอบครัวทางโลก แค่ก้มลงกราบน้ำตาเอ่อ 
คลานเข้าหาพระอุปชา กล่าวคำขาลนาค เอสาหัง ภันเต....เกือบไปต่อไม่ได้ เพราะกำลังร้องไห้ ต้องทำสมาธิตั้งสติกันใหม่
เคยเห็นวีดีโอการบวช แล้วนาคร้องไห้ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นไปด้วย ระหว่างพระอุปปัชชา พระสุวัฒโน เทศน์สอนพระใหม่ น้ำตาไหลตลอด
แล้วแล้วก็ผ่านไปได้
ต้องขอบพระคุณพระอาจารย์คาน และหลวงพ่อทวี ที่ท่านเมตตาช่วยเหลือให้พระพี่เลี้ยงช่วยสั่งสอนและช่วยนำในเวลาที่ติด
พระวิสุทธจิตโต
กำเนิดในทางธรรมแล้ว
หลังจากบวชเสร็จของทั้งหมดที่ใช้อยู่ตอนเป็นนาค ใช้ไม่ได้ต้องประเคนใหม่
การเริ่มต้นชีวิตใหม่ เรียนรู้ทุกอย่างใหม่
สิ่งที่วันธรรมยุทธ สายพระป่า จะไม่มีการสอนเรียนรู้จากการสอบถาม อ่านหนังสือเอง และเน้นการปฎิบัติอยู่ในสมาธิ
การบวชเป็นพระต้องหาพระพี่ผู้ปกครองหาผู้ดูแล เรียกว่าการขอนิสัย ซึ่งจะต้องทำกับเจ้าอาวาสหากเมื่อพระอุปปชา ไม่ได้อยู่ในวัดเดียวกัน โดยปกติต้องหาเวลาไปกราบหลวงพ่อขันตีเจ้าอาวาช แต่ครั้งนี้ได้บุญมากๆ หลังทำวัตรเย็นในคืนแรกเสร็จ ท่านอาจารย์คานได้เรียกให้ไปขอนิสัยเลย เป็นเมตตาจริงๆ ท่านอาจารย์ทวี ให้นิสัยและเทศน์ให้ฟังเรื่องการรักษาศีล จึงต้องรีบไปหา พระวินัย227ข้อมาอ่าน เน้นข้อร้ายแรง ปราชิก4 โทษร้ายแรง สังฆทิเลส 13 โทษรองลงมา
คืนนี้คืนแรกที่จะได้นอนในแบบเป็นพระ เค้าบอกพระใหม่นี่หล่ะฮิต จริงๆ ลุ้นกัน

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ยุคทองของ กิจการเพื่อสังคม เมื่อผู้ใหญ่ใจดีร่วมกันส่งเสริม กิจกรรม ชิงทุนกว่า1ล้านus

ช่วงนี้ต้องถือเป็นยุคทองของstartupและSMEจริงๆทุกหน่วยงานออกมาจัดกิจกรรมรณรงค์และโครงการส่งเสริม ถึงขนาดบรรจุในแผนการพัฒนาเศรษฐกิจของหน่วยงานต่างๆอาทิ กระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะธุกิจกลุ่ม Social Business หรือองค์กรธุรกิจที่มีพันธกิจทางสังคม เป็นลูกผสมของ Public Sector ที่เน้น Public Interest และ Public Sector ที่เน้น Efficiency หรือเข้าใจง่ายๆคือทำธุกิจที่มีประสิทธิภาพสร้างรายได้มีกำไรและเน้นการตอบแทนสู่สังคม

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ กล่าวไว้หลังการประชุมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเพื่อสังคม "ด้วยโมเดลธุรกิจแบบ Social Business โลกจึงน่าอยู่ขึ้น ทุนนิยมมิได้เป็น Materialistic Capitalism แบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นทุนนิยมที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น หรือที่เรียกว่า Humanistic Capitalism ที่สามารถตอบโจทย์ความมั่งคั่ง ความมั่นคงและความยั่งยืนไปพร้อมๆกัน

ผมได้เห็น Social Business Models ที่หลากหลาย แต่ล้วนมีจุดเริ่มเดียวกัน คือ จากการ "คิด" ทำเพื่อคนอื่น แล้วธุรกิจจะตามมา ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ได้ยกตัวอย่าง 9 ต้นแบบ Social Business ที่น่าสนใจ เช่น ฟาร์มสุขไอศกรีม ไอศกรีมหวานน้อย อร่อยได้บุญ, Fish Folk, อาหารทะเลส่งตรงจากชาวประมง, SHE : Social Health Enterprise, Social Giver ระบบนิเวศแห่งการทำความดีและการให้, 141 One for One หนึ่งการซื้อคือหนึ่งการให้, อาข่า อ่ามา กาแฟเพื่อชุมชน ... ธุรกิจเพื่อชุมชนยังมีอีกมาก ไม่จำกัดรูปแบบนะครับ ผมคิดว่าเราจะเริ่มจากการพัฒนา "Eco System" ของ Social Business แล้วเจาะลึกถึงการสร้างระบบ เครื่องมือ หรือหาช่องทางในการส่งเสริมกลุ่มธุรกิจนี้ เพื่อให้เป็น "Smart Enterprise ในศตวรรษที่ 21" ซึ่งตอบโจทย์เศรษฐกิจพอเพียง และจะเป็นการ Re-Branding ประเทศไทยสู่การค้ายุคใหม่ ที่ไม่ได้หวังผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว"


มีตัวอย่างกิจการหนึ่งที่เมื่อเอ่ยชื่อเรื่องธุรกิจเพื่อสังคม หลายๆคนจะต้องรู้จัก นั่นคือ  Social Giver ของคุณอลิสา นภาทิวาอำนวย หนึ่งใน9ต้นแบบ ที่ตอบสนองlifestyle ของคนรุ่นใหม่ ให้ช้อปดีลที่น่าสนใจและได้ช่วยสังคมไปพร้อมๆกัน เป็นหนึ่งในโครงการ ที่ชนะเลิศลำดับที่สอง ของโครงการ AisTheStartup2015 และ ได้รางวัล แคมเปญ The Ventureเป็นแคมเปญที่สร้างแรงบันดาลใจให้สังคมหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการทำเพื่อสังคมของ ชีวาส รีกัล (CHIVAS REGAL) เมื่อปีที่ผ่านมา ได้ไป ซิลิคอน แวลลีย์ (Slilicon Valley) รัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อรับคำแนะนำจากนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมเข้าร่วมการแข่งขันกับตัวแทนจากอีก 15 ประเทศ แม้เมื่อปีที่แล้วจะไม่ได้ชนะที่หนึ่งในระดับโลกแต่ก็ทำชื่อเสียงให้กับประเทศและธุรกิจของSocial giver ก็กลับมาพัฒนาธุรกิจจนแข็งแกร่งเป็นตัวอย่างให้ธุรกิจไทยและธุรกิจเพื่อสังคมระดับโลก


ในปีนี้ มีโอกาสดีที่ทาง ชีวาสรีกัล ได้มีการจัดงาน The Venture ขึ้นเป็นปีที่สอง มุ่งหวังจะสนับสนุนให้
นักธุรกิจไทยรุ่นใหม่เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการเห็นคุณค่าของการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม โดยจะเฟ้นหาสุดยอดนักธุรกิจผู้มีแนวคิดตอบแทนสังคมเพียงหนึ่งเดียวเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันต่อในเวทีระดับโลก พร้อมรับคำแนะนำจากนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียง พบปะกับนักลงทุนและแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้บริหารชื่อดังมากมาย เป็นการต่อยอดความสำเร็จเพื่อพิชิตเงินรางวัล 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯจากชีวาส รีกัลต่อไป

หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการsme นักธุรกิจเพื่อสังคมหรือเป็นStartup โอกาสมาถึงแล้ว
สมัครเข้าร่วมเพื่อเป็นสุดยอดนักธุรกิจเพื่อสังคมกับแคมเปญ The Venture ปี 2
ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2558 เป็นต้นไป หมดเขตรับสมัคร 1ธันวาคม2558 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.theventure.com

หรือดูVDOได้ที่




วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Line @ oweera เพิ่มเป็นเพื่อน แลกเปลี่ยนข่าวสาร เพื่อธุรกิจ SME กันนะครับ

มีLine Official ของตัวเองแล้วนะครับ ติดตามข่าวสารการตลาดและข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจ SME ได้แล้วที่ Line 


เพิ่มเพื่อน



วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คำกล่าวลาอุปสมบท ณ วัดป่าห้วยเดื่อ จังหวัดเลย

นับเป็นโชคดีที่ชีวิตนี้จะมีโอกาสได้บวชทดแทนบุญคุณ.
วันที่15-27ตุลาคม2558 ได้เมตตาจากพระอาจารย์คาน ธัมมธโร ( พระอาจารย์คาน ธมฺมธโร ) วัดป่าห้วยเดื่อ (วัดป่าสันติธรรม) ตำบลหนองหิน อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย. และพระอาจารย์ทวี ปุญญปัญโญ ให้บวชที่วัดอันแสนสงบนี้
กำหนดการบวช
วันที่ 15 สิงหาคม เข้าวัดปฎิบัติธรรมชำระจิตใจ
วันที่ 16 สิงหาคม 10:00 น. โกนผม
วันที่ 17 สิงหาคม 9:00 น. บรรพชา

Wat PA Santi Tham

https://goo.gl/maps/U3DUa148v552

“กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ที่ข้าพเจ้าได้เคยประมาทล่วงเกินท่านต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ทั้งตั้งใจก็ดี มิได้ตั้งใจก็ดี ขอให้ท่านจงอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าเทอญ”













          วัดป่าสันติธรรม หรือวัดป่าห้วยเดื่อ เป็นวัดที่หลวงพ่อขันตี เป็นผู้นำพาสร้างวัดป่าแห่งหนึ่งอยู่ที่บ้านห้วยเดื่อ อ.วังสะพุง จ.เลย และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส โดยท่านพำนักอยู่จำพรรษา ณ วัดป่าห้วยเดื่อ (วัดป่าสันติธรรม) เป็นเวลายาวนานถึง ๒๕ ปี

บทสวด เอสาหัง และคำแปล

จากที่หาข้อมูลใน internet พอจะสรุปได้ดังนี้ ผิดถูกประการใดผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะครับ
******************************************************************************************
http://pantip.com/topic/30225493

วิธีบรรพชาอุปสมบทแบบเอสาหัง (ธรรมยุตนิกาย)
กุลบุตรผู้มีศรัทธามุ่งอุปสมบท พึงรับผ้าไตรอุ้มประนมมือเข้าไปในสังฆสันนิบาตวางผ้าไตรไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายพระอุปัชฌายะ แล้วกราบลงด้วยเบญจางคประดิษฐ์ 3 ครั้งแล้วนั่งคุกเข่าอุ้มผ้าไตรประนมมือเปล่งวาจา ถึงสรณะและขอบรรพชาด้วยคำมคธ หยุดตามจุดจุลภาคว่า
    
เอสาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง (ละภัยยัง อุบปะสัมปะดัง)
(ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แม้เสด็จปรินิพพานนานแล้ว พระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้า พึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบท ในพระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น)
    
ทุติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภัณเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง (ละภัยยัง อุบปะสัมปะดัง)
(ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แม้เสด็จปรินิพพานนานแล้ว พระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้า พึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบท ในพระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แม้ครั้งที่สอง)
    
ตะติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภัณเต, ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง (ละภัยยัง อุบปะสัมปะดัง)
(ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แม้เสด็จปรินิพพานนานแล้ว พระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้า พึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบท ในพระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แม้ครั้งที่สาม)
    
อะหัง ภัณเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา, ปัพพาเชถะ มัง ภัณเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ
(ท่านขอรับ กระผมขอบรรพชา ขอท่านโปรดอนุเคราะห์ ผ้ากาสาวะนี้ ให้กระผมบวชเพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เป็นเครื่องสลัดออกจากความทุกข์)
   
  ทุติยัมปิ อะหัง ภัณเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา, ปัพพาเชถะ มัง ภัณเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ
(ท่านขอรับ กระผมขอบรรพชา ขอท่านโปรดอนุเคราะห์ ผ้ากาสาวะนี้ ให้กระผมบวชเพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เป็นเครื่องสลัดออกจากความทุกข์ แม้ครั้งที่สอง)

ตะติยัมปิ อะหัง ภัณเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา, ปัพพาเชถะ มัง ภัณเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ
(ท่านขอรับ กระผมขอบรรพชา ขอท่านโปรดอนุเคราะห์ ผ้ากาสาวะนี้ ให้กระผมบวชเพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เป็นเครื่องสลัดออกจากความทุกข์ แม้ครั้งที่สาม)
ถ้าบวชเป็นสามเณร ยกคำว่า ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง ออกเสีย
ในลำดับนั้น พระอุปัชฌายะรับเอาผ้าไตรจากผู้มุ่งบรรพชาวางไว้ตรงหน้าตัก แล้วกล่าวสอนถึงพระรัตนตรัยเป็นต้น และบอก ตะจะปัญจะกะกัมมัฎฐาน ให้ว่าตามไปทีละบท โดยอนุโลมและปฏิโลม ดังนี้

เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ (อนุโลม) (ผม, ขน, เล็บ, ฟัน, หนัง (ตามลำดับ))
ตะโจ ทันตา นะขา โลมา เกสา (ปฏิโลม) (หนัง, ฟัน, เล็บ, ขน, ผม (ทวนลำดับ))

ครั้นสอนแล้วพระอุปัชฌายะชักอังสะออกจากไตร สวมให้แล้ว สั่งให้ออกไปครองไตรจีวรตามระเบียบ ครั้นเสร็จแล้วเข้าไปหาพระอาจารย์ รับเครื่องสักการะถวายท่านแล้วกราบ 3 หน นั่งคุกเข่า ประนมมือเปล่งวาจาขอสรณะและศีลดังนี้
อะหัง ภัณเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ (กระผมขอสรณคมน์ และศีล ขอรับ)
ทุติยัมปิ อะหัง ภัณเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ (กระผมขอสรณคมน์ และศีล แม้ครั้งที่สอง ขอรับ)
ตะติยัมปิ อะหัง ภัณเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ (กระผมขอสรณคมน์ และศีล แม้ครั้งที่สาม ขอรับ)

ลำดับนั้น พระอาจารย์กล่าวคำนมัสการนำให้ผู้มุ่งบรรพชา ว่าตามไปดังนี้
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 
(ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง)
ว่า 3 หน (พระสวดนำ 3 ครั้ง เราค่อยสวดตาม 3 ครั้ง)

แต่นั้นท่านจะสั่งด้วยคำว่า เอวัง วะเทหิ หรือ ยะมะหัง วะทามิ ตัง วะเทหิ (เธอจงกล่าวตามเรา)
พึงรับว่า อามะ ภัณเต (ขอรับ กระผม)
ครั้นแล้วท่านนำให้เปล่งวาจาว่าสรณคมน์ตามไปทีละพากย์ดังนี้
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ (กระผม ขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง)
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ (กระผม ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง)
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ (กระผม ขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง)
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ (กระผม ขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สอง)
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ (กระผม ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สอง)
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ (กระผม ขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สอง )
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ (กระผม ขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สาม)
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ (กระผม ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สาม)
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ (กระผม ขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง แม้ครั้งที่สาม )
เมื่อจบแล้ว ท่านบอกว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฎฐิตัง (ไตรสรณคมน์ จบแล้ว) พึงรับว่า อามะ ภัณเต (ขอรับ กระผม) ลำดับนั้นพระอาจารย์จะบอกให้รู้ว่า การบรรพชาเป็นสามเณรสำเร็จด้วยสรณคมณ์เพียงเท่านี้ ทีนั้นถึงสมาทานสิกขาบท 10 ประการว่าตามท่านไปดังนี้
ปาณาติปาตา เวระมะณี (งดเว้นจากการ ฆ่าสัตว์)
อะทินนาทานา เวระมะณี (งดเว้นจากการ ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้)
อะพรัมมะจะริยา เวระมะณี (งดเว้นจากการ ประพฤติ ไม่ประเสริฐ (เสพเมถุน))
มุสาวาทา เวระมะณี (งดเว้นจากการ พูดเท็จ)
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฎฐานา เวระมะณี (งดเว้นจากการ ดื่มน้ำเมาคือสุรา และเมรัย เป็นที่ตั้งแห่งความประมาท)
วิกาละโภชะนา เวระมะณี (งดเว้นจากการ บริโภคอาหาร ในยามวิกาล)
นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา เวระมะณี (งดเว้นจากการ ฟ้อนรำขับร้องประโคมและดูการละเล่น)
มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฎฐานา เวระมะณี (งดเว้นจากการ ทัดทรงดอกไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้)
อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี (งดเว้นจากการนอนบนที่นอนสูงและที่นอนใหญ่)
ชะตะรูปะระชะตะปะฎิคคะหะณา เวระมะณี (งดเว้นจากการรับทอง และเงิน)
อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทะนิ สะมาทิยามิฯ (ว่า 3 หน) (กระผมของสมาทานสิกขาบท 10)
ในลำดับนั้น สามเณรพึงรับบาตร อุ้มเข้าไปหาพระอุปัชฌายะในสังฆสันนิบาตวางไว้ ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายท่าน แล้วกราบ 3 หน นั่งคุกเข่าประนมมือกล่าวคำขอนิสัย ว่าดังนี้
อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ (กระผม ขอนิสสัย ขอรับ)
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ (กระผม ขอนิสสัย แม้ครั้งที่สอง ขอรับ)
ตะติยัมปิ อะหัง ภัณเต, นิสสะยัง ยาจามิ (กระผม ขอนิสสัย แม้ครั้งที่สาม ขอรับ)
อุปัชฌาโย เม ภันเต , โหหิ (ขอท่านเป็นอุปัชฌาย์ ของกระผมเถิด ขอรับ) ว่า 3 หน

พระอุปัชฌายะกล่าวว่า โอปายิกัง (ชอบแก่อุบาย), ปะฎิรูปัง (สมควร), ปาสาทิเกนะ สัมปาเทหิ (จงยังความปฎิบัติให้ถึงพร้อมด้วยอาการอันความเสื่อมใส) บทใดบทหนึ่ง พึงรับว่า สาธุ ภันเต (ดีล่ะ ขอรับ)ทุกบทไป 
แต่นั้นสามเณรพึงกล่าวรับเป็นธุระให้ท่าน ว่าดังนี้
อัชชะตัคเคทานิ เถโร, มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร (ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พระเถระย่อมเป็นภาระของกระผม, แม้กระผมย่อมเป็นภาระของพระเถระ)ว่า 3 หน เสร็จแล้วกราบลง 3 หน
ลำดับนั้น พระอุปัชฌายะแนะนำสามเณรไปตามระเบียบแล้ว พระอาจารย์ผุ้เป็นกรรมวาจา เอาบาตรมีสายคล้องตัวผู้มุ่งอุปสมบท บอกบาตรและจีวร ผู้มุ่งอุปสมบทพึงรับว่า อามะ ภัณเต 4 หนดังนี้
           คำบอกบาตร                                   คำรับ
1.    อะยันเต ปัตโต (นี้บาตรของเธอ)                           อามะ ภันเต (ขอรับ กระผม)
2.    อะยัง สังฆาฎิ (นี้ผ้าสังฆาฎิ)                    อามะ ภันเต (ขอรับ กระผม)
3.    อะยัง อุตตะราสังโค (นี้ผ้าอุตตราสงค์)                อามะ ภันเต (ขอรับ กระผม)
4.    อะยัง อันตะระวาสะโก (นี้ผ้าอันตรวาสก)                       อามะ ภันเต (ขอรับ กระผม)
ต่อจากนั้นพระอาจารย์ท่านบอกให้ออกไปข้างนอกว่า คัจฉะ อะมุมหิ โอกาเส ติฎฐาหิ พึงถอยออกลุก
ขึ้นเดินไปยืนอยู่ในที่กำหนดไว้ พระอาจารย์ท่านสวดสมมติตนเป็นผู้สอนซ้อม แล้วออกไปสวดถาม อันตรายิกธรรม พึงรับว่า นัตถิ ภัณเต 5 หน อามะ ภันเต 8 หนดังนี้
    ถาม                                ตอบ
1.    กุฎฐัง (โรคเรื้อน)                            นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
2.    คัณโฑ (โรคฝี)                            นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
3.    กิลาโส (โรคกลาก)                        นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
4.    โสโส (โรคหืด)                            นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
5.    อะปะมาโร (โรคลมบ้าหมู)                        นัตถิ ภันเต (ไม่เป็น ขอรับ)
1.    มะนุสโสสิ๊ (เธอเป็นมนุษย์หรือ)                    อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
2.    ปุริโสสิ๊ (เธอเป็นชายหรือไม่)                    อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
3.    ภุชิสโสสิ (เธอเป็นไทมิใช่ทาสหรือ)                อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
4.    อะนะโณสิ๊ (เธอไม่มีหนี้หรือ)                    อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
5.    นะสิ๊ ราชะภะโฎ    (เธอไม่ใช่ราฎักหรือ)                อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
6.    อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ    (บิดามารดาเธออนุญาติแล้วหรือ)        อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
7.    ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊ (เธออายุครบยี่สิบปีแล้วหรือ)        อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)
8.    ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง (บาตรจีวรของเธอครบแล้วหรือ)        อามะ ภันเต (ใช่ ขอรับ)

1.    กินนาโมสิ (เธอชื่ออะไร)                        อะหัง ภัณเต........นามะ     
                                                                                                   (กระผมชื่อ..........ขอรับ)
2.    โก นามะ เต อุปัชฌาโย (พระอุปัชฌาย์เธอชื่ออะไร)            อุปัชฌาโย เม ภันเต 
                                                                                                    อายัสสะมา.............นามะ
    ถ้าตอบพร้อมกันให้เปลี่ยน เม เป็น โน
    ช่องที่.............ไว้ พระอุปัชฌายะหรือพระอาจารย์ท่านจะตั้งชื่อของ อุปสัมปทาเปกขะ กรอกลงช่องให้ไว้ก่อนบวช และช่องที่..........ไว้ในช่องชื่อของพระอุปัชฌาย์ ก็เช่นเดียวกัน ให้กรอกตามชื่อของพระอุปัชฌายะ ซึ่งท่านจะบอกและกรอกไว้ให้ก่อนวันบวช
    ครั้นสวดสอนซ้อมแล้ว ท่านกลับเข้ามาสวดขอเรียกอุปสัมปทาเปกขะเข้ามา อุปสัมปทาเปกขะ พึงเข้ามาในสังฆสันนิบาต กราบลงตรงหน้าพระอุปัชฌายะ 3 หน แล้วนั่งคุกเข่าประนมมือ เปล่งวาจาขออุปสมบทว่าดังนี้
    สังฆัมภันเต, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ มัง ภัณเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
(กระผม ขอการอุปสมบทต่อสงฆ์ ขอสงฆ์โปรดอนุเคราะห์ ยกกระผมขึ้นสู่ความเป็นภิกษุด้วยเถิดขอรับ)
    ทุติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ มัง ภัณเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
(กระผม ขอการอุปสมบทต่อสงฆ์ แม้ครั้งที่สอง ขอสงฆ์โปรดอนุเคราะห์ ยกกระผมขึ้นสู่ความเป็นภิกษุ ด้วยเถิดขอรับ)
    ตะติยัมปิ ภัณเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ มัง ภัณเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ
(กระผม ขอการอุปสมบทต่อสงฆ์ แม้ครั้งที่สาม ขอสงฆ์โปรดอนุเคราะห์ ยกกระผมขึ้นสู่ความเป็นภิกษุ ด้วยเถิดขอรับ)
    ถ้าว่าพร้อมกันให้เปลี่ยน ยาจามิ เป็น ยาจามะ เปลี่ยน มัง เป็น โน
    ในลำดับนั้น พระอุปัชฌายะกล่าวเผดียงสงฆ์แล้ว และพระอาจารย์สวดสมมติตนถามอันตรายิกธรรม อุปสัมปทาเปกขะ พึงรับว่า นัตถิ ภัณเต 5 หน อามะ ภันเต 8 หน ตอบชื่อตนและชื่ออุปัชฌายะรวม 2 หนโดยนัยหนหลัง แต่นั่นถึงนั่งฟังท่านสวดกรรมวาจาอุปสมบทไปจนจบ ครั้นจบแล้วท่านเอาบาตรออกจากตัว แล้วพึงกราบ 3 หน นั่งพับเพียบประนมมือฟังอุปัชฌายะบอกอนุศาสน์ไปจนจบแล้วรับว่า อามะ ภัณเต     แล้วกราบ 3 หน ถวายไทยทาน กรวดน้ำ เหมือนกล่าวแล้วในแบบ อุกาสะ

********************************จบวิธีอุปสมบทแบบเอสาหัง***************************************

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...