วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Think Big Act micro ในโลกยุค Customer Generate data (ความรู้รอบตัวsme17)

Think Big (data ) Act micro (campaign)
เราเข้าสู่ยุคใหม่ของเรื่องข้อมูลการตลาดแล้วครับพี่น้อง ก่อนหน้านี้นักการตลาดอาศัยข้อมูลเพื่อวางแผนcampaignการตลาดจากตัวเลขการขายที่มาจากยอดการขายออก

แบบเก่าหน่อยก็ดูจากยอดขายออกไปให้ลูกค้าแต่ละคนจากร้านของเรา 
ต่อมาก็เอายอดขายออกไปจากร้านค้าเรามาพิจารณาข้อมูลร่วมกับการขายออกไปจากร้านค้าที่นำสินค้าเราไปขาย เพื่อความแม่นยำในการทำlocal campaign อาทิ
บริษัทเราส่งของไปขายให้7-11,Makro,lotus เราก็เอาข้อมูลนี้มาวิเคราะห์ ว่าจะทำการตลาดยังไงกับบริษัทเหล่านี้ให้เค้าซื้อเยอะ,ซื้อเพิ่ม,ซื้อต่อเนื่อง,ซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

ต่อมาก็มีการนำข้อมูลการขายออกของแต่ละสาขา7-11มาพิจารณา ทำไมร้านนี้ขายดี ทำไมร้านนั้นขายไม่ออก สินค้าเราอาจยังไม่ถูกใจตลาดตรงพื้นที่นั้น เกิดเป็นการทำกิจกรรมการตลาดเป็นจุดๆ
ทั้งหมดคือการใช้ข้อมูลการขายออกมาวิเคราะห์ 

แต่ในยุค ข้อมูลที่มหาศาลในโลกออนไลน์ user generation data เรามีเครื่องมือมาวิเคราะห์กันรึยัง มีคนพูดถึงสินค้าเราที่ไหน พูดอย่างไร ทำไมถึงพูดอย่างนั้น พูดไปแล้วมีใครเห็นด้วยมากน้อยแค่ไหน ส่งผลต่อแบรนด์หรือยอดขายเราทั้งนั้น

ส่วนหนึ่งของบทความ ดร.อธิป อัศวานันท์ กล่าวไว้ในกรุงเทพธุรกิจ
"การหาเสียงของประธานาธิบดี Obama ในปี 2012 เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้งาน Big Data ที่ได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง และได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม Obama ใช้ฐาน Big Data คือฐานข้อมูลเชิงลึกของฐานเสียงหลายสิบล้านคน ที่มีตั้งแต่ อายุ เพศ อาชีพ จนกระทั่ง ข้อมูลการโต้ตอบกับทีมงาน และ กิจกรรมต่างๆ โดยละเอียด Obama ได้ตั้งทีม Data Scientist เพื่อทำการวิเคราะห์ด้วย Analytics อย่างละเอียดและแบ่งฐานเสียงเป็น Micro Segment จากนั้นได้กำหนดเป็น Action อย่างอัตโนมัติ ในรูปแบบของ Micro Campaign คือการส่งข้อความถึงฐานเสียงแต่ละคน ในเวลาที่ถูกต้อง และด้วยถ้อยคำที่ถูกต้อง ซึ่งถูก Customize ขึ้นมาสำหรับผู้รับโดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละข้อความได้คำนวณอย่างอัตโนมัติแล้วว่า จะเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ผู้รับ ออกไปลงคะแนนให้ Obama สูงสุด โดยฐานเสียงแต่ละคน จะได้ข้อความที่แตกต่างกัน ซึ่งถูก Customize ขึ้นมาเฉพาะตัว เป็น Micro Campign สำหรับแต่ละบุคคล "

ถามตัวเองว่าวันนี้ธุรกิจเรามีการเก็บข้อมูลเหล่านี้มาสร้างประโยชน์ ทั้งแบบ realtime หรือ วางแผนยังไง
เช่นหากมีการพูดถึงสินค้าเราในต่างประเทศมากๆที่ๆเราไม่ได้มีร้านขาย เราจะใช้ช่องทางออนไลน์ไปขายได้หรือไม่ หรือ มีกระแสต่อต้านสินค้าเราในกลุ่มคนจังหวัดนี้ จะแก้ไขยังไง
ความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น สู้สู้นะครับ SME


วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Review เครื่องถ่ายเอกสาร Fuji Xerox DocuCentre SC2020 เครื่องไซส์รุ่นเล็ก สเป็ครุ่นใหญ่

การเลือกเครื่องถ่ายเอกสารสำหรับสำนักงานขนาดเล็ก เมื่อก่อนคงเลิกคิดถึงเครื่องถ่ายเอกสารสีพิมพ์งาน A3 ได้ เพราะราคาหลายแสนบาท จะมีก็คงในวงการโฆษณาเท่านั้น
แต่ปัจจุบันมีเครื่องรุ่นใหม่ที่เจ้าพ่อวงการเครื่องถ่ายเอกสารอย่าง Fuji XEROX หรือเมื่อก่อนเราเรียกเครื่องซีร็อกซ์ ได้ออกรุ่น เครื่องถ่ายเอกสาร FUJI XEROX DocuCentre SC2020 ซึ่งเป็นรุ่นที่อยู่ในระดับราคาที่ซื้อไว้ใช้ได้ ราคาแพงกว่า มอไซด์ฟิโน่ไม่เท่าไหร่ (แนะนำสอบถามราคาตัวแทนจำหน่าย)



ออกจำหน่ายมาสองรุ่น เป็นการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมีข้อดีคือ ตัวแทนจำหน่ายแต่ละที่จะแข่งขันกันให้บริการ รวมถึงเงื่อนไขการให้บริการ ทั้งมีแบบเช่า และแบบซื้อ เลือกที่เหมาะกับ SME ได้เลย

 ความเด่นของรุ่นนี้มีหลายอย่าง สัมผัสแรกเลยคือ เป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่มีหน้าจอสัมผัสทำงานง่าย ปกติรุ่นต่ำกว่าแสนไม่มี เครื่องพิมพ์เลเซอร์ หรือ inkjet มัลติฟังชั่น ก็ไม่มี ซึ่งทำงานเหมือนเป็นระบบปฎิบัติการตัวหนึ่งเลย

  • หน้าจอเมนูหลักมี5อย่างที่ใช้บ่อยๆ ซึ่งหลายอย่างคือสิ่งในฝันของชาวออฟฟิต 
    • Copy อันนี้เครื่องถ่ายเอกสารทุกเครื่องต้องมีอยู่แล้วหล่ะ ข้ามไปไม่ต้องบรรยาย
    • e-mail ระบบสแกนแล้วส่งเข้า email ส่งเอกสารให้คนอยู่นอกออฟฟิต หรือ ในออฟฟิตได้สบาย
    • Scan to.. เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเข้า Tablet,Smartphone 
    • Fax มาตรฐาน มีช่องต่อสายโทรศัพท์เข้าและออก แก้ปัญหาพวกเครื่องมัลติฟังค์ชั่นมีแต่ช่องสายเข้า เวลาโทรไปเครื่องโทรสารที่ต้อง รับสายขอสัญญาณ จะได้คุยกันรู้เรื่อง
    • ID Card Copy ฟังค์ชั่นนี้ เกิดขึ้นจากการสำรวจพฤติกรรม พบว่ามีความต้องการใช้สูงมาก คนไม่ใช้เครื่องบ่อยๆคงไม่รู้... ผมก็พึ่งรู้



เปลี่ยนได้ 5 ภาษา
  • เมนูภาษาไทย..เขียนแบบเข้าใจง่ายๆ Fax ก็คือ แฟกซ์  Scan ก็คือ แสกน ไม่ได้แปลแบบ Google 
  • ทุกเมนูปรับแต่คุณภาพของงานได้ เพื่อความเหมาะสม ทั้งความเร็วและการประหยัดหมึก 

เมนูมาตรฐานปรับแต่งได้สบายใจ ตามความต้องการ 


เก็บที่ใน Address book ไว้เวลาสแกนหรืออีเมล จะสะดวกมาก

การแสกนแล้วส่งแฟกซ์ ทำได้ง่ายกว่าเครื่องโทรสารทั่วไปอีกนะ (ผมกล่าวเอง) 


  • เครื่องมีสองรุ่น คือรุ่นหนึ่งถาด กับสองถาด Function การทำงานเหมือนกันทุกอย่าง เพิ่มเงินนิดหน่อยใส่ใส่สองถาด เวลาสั่งพิมพ์ให้จัดชุดเอกสาร ง่ายกว่า หรือใส่กระดาษA3ช่องนึง A4 ช่องนึง

ทุกเครื่องแถมฐานเพื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวกที่สุด แนะนำให้รับของแถมมาด้วยครับ




เปลี่ยนกระดาษทุกครั้งต้องตั้งค่าใหม่

  • Fuji Xerox DocuCentre SC2020 เน้นเรื่องการประหยัด มากๆ ทั้งเรื่องไฟฟ้าและหมึก 
  • เครื่องถ่ายเอกสาร เกิดจากบริษัทผลิตเครื่องถ่ายเอกสาร ไม่เน้นรายได้จากการขายหมึกเหมือนบริษัทผลิตเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ที่เน้นการขายเครื่องถูกขายหมึกแพง 
  • ความละเอียดในการพิมพ์ 1,200 X 2,400 DPI พิมพ์ภาพถ่ายได้สบายๆ
  • แสดงประมาณหมึกสีแยกสี หมดสีไหนก็สั่งสีนั้น หลายคนมีปัญหาเพราะบางบริษัทใช้ Branding เป็นสี เวลาพิมพ์สีนั้นจะหมดก่อน อย่าง KBank ใช้สีเขียวบ่อย สีเขียวก็จะหมดก่อน 
  • ขนาดตลับหมึกเท่ากัน หมึกสีดำราคาถูกกว่า 




  • ทำงานร่วมกับ iOS และ Android ได้ผ่าน Application FX PrintUtil อยู่ที่ไหนในออฟฟิตก็สามารถสั่งงานได้ 
    • การใช้ Application ต้องผ่าน WIFI ภายใน เพื่อป้องกันคนสั่งพิมพ์จากข้างนอก 






  •  ก่อนเริ่มใช้งานต้องตั้งค่าของ  Fuji Xerox DocuCentre SC2020  กับ มือถือให้ตรงกันก่อน ทำครั้งแรกครั้งเดียว




  •  ถ่ายเอกสารสำเนาบัตรประชาชน ทำง่ายมาก วางตำแหน่งเดิม ถ่ายหนึ่งครั้ง กลับหน้าถ่ายอีกครั้ง จัดออกมาได้กลางเป๊ะ ไม่ใช่จะใช้เฉพาะถ่ายบัตรประชาชน การถ่าย หน้าเช็ค การถ่ายทำเบียนบ้าน การถ่ายพาสปอร์ต ต้องทำการถ่ายสองครั้งลงแผ่นเดียวทั้งนั้น ประหยัดเวลา และเงิน เพราะหากเป็นเครื่องที่ระบบเช่า คิดตามมิเตอร์ ทำแบบนี้จะคิดเพียงครั้งเดียว (คิดตามจำนวนแผ่นที่พิมพ์)





  •  การแสกนส่งทางเมล ก็ใส่ e-mail ได้เลย กำหนดชื่อไฟล์เอกสารกับประเภทไฟล์ได้ 








  • ขนาดหน้าจอใหญ่ สว่างพอที่ผู้ใหญ่ไม่ต้อง ยกแว่นดู



  •  เมนู Admin ทำได้จากหน้าเครื่องหรือ สั่งการจากคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะกำหนดสิทธิ ว่าใครพิมพ์ได้เท่าไหร่ หรือใครพิมพ์หน้าสีได้หรือไม่ได้ ตรงนี้เป็นข้อดีสำหรับการพิมพ์งาน เพราะหากให้ทุกคนพิมพ์สีได้ เครื่องประหยัดหมึกแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ 







คุณสมบัติสำหรับเครื่อง  Fuji Xerox DocuCentre SC2020 (ตามเอกสารแนะนำบริษัท)

Copy print ขาว/ดำ 20 หน้าต่อนาที สี 20 หน้าต่อนาที

SCAN ขาว/ดำ 24 หน้าต่อนาที สี 19 หน้าต่อนาที
FAX ความเร็วสูงสุดขนาด A3 Super G3
TEC* 1.2 kWh ตามาตรฐานที่กำหนดโดย Internatuonal ENERGY STAR Progrom
พิมพ์และสแกนจากสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพา เช่น iPad , iPhone หรือ iPad Touch
การพิมพ์ต่อเนื่องมากถึง 999 หน้า
โหมดประหยัดหมึกพิมพ์
หน้าจอสัมผัสขนาด 4.3 นิ้ว
ชุดป้อนต้นฉบับอัตโนมัติ รองรับได้ 110 แผ่น

สรุปสำหรับเครื่องรุ่นนี้ 

ข้อดี Fuji Xerox DocuCentre SC2020

  • เหมาะกับการใช้งานในออฟฟิต ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่
  • คุณสมบัติเครื่องใหญ่ ครบถ้วน ต่างกันมากสุดที่ความเร็ว ที่ช้ากว่าเครื่องใหญ่ แต่ก็ยังเร็วกว่า อิงค์เจ็ท เลเซอร์เจ็ทมาก
  • ราคา เป็นครั้งแรกที่มีเครื่องถ่ายเอกสารสี คุณภาพนี้ในราคานี้

ข้อเสีย Fuji Xerox DocuCentre SC2020

  • การใช้งาน Application จะใช้ได้เฉพาะการต่อ Wifi ในวงเดียวกัน บางออฟฟิตที่ใหญ่มากๆอาจทำไม่ได้ หรือ อยู่ข้างนอกไม่สามารถใช้ได้ แต่..ก็แก้ไขได้โดยการส่งผ่านทางemail แทนการใช้ App 
  • ราคา ถึงจะถูกแต่ออฟฟิตเล็ก หรือ Startup ก็อาจจะรู้สึกแพง แนะนำลองใช้บริการเช่าก่อนสำหรับออฟฟิตขนาดเล็ก 

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

10 ข้อผิดพลาดที่ SME มักจะทำผิดพลาด ตอน เริ่มต้นธุรกิจ ( ความรู้รอบตัว SME 17)


ได้อ่านบทความหนึ่งน่าสนใจ เรื่อง 10 ข้อผิดพลาดที่คุณจะต้องทำ ความจริงแล้วต้องยอมรับตามตรงว่าบางอย่างเข้าใจว่ามันคือสิ่งที่ถูกมานาน แต่มองอีกมุมนึงก็ไม่ใช่อย่างที่คิด 

มาดูว่า 10 ข้อนี้มีเหตุผลมั๊ย รู้แล้วคุณจะทำมั๊ย

1.เก็บไอเดียของคุณไว้เป็นความลับสุดยอด  หลายคนชอบคิดว่าความคิดตัวเองเจ๋งมากๆ เริ่มทำเป็นธุรกิจเลยดีกว่า ไม่ต้องบอกใคร ทำไมไม่ลองเอามาเล่าให้คนอื่น(ที่หวังดีกับเรา) ลองฟัง ลองเถียงกับเราบ้างหล่ะ

2.อย่าพึ่งเปิดตัวจนกว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์ผิดพลาดไม่ได้  จงเชื่อไว้อย่างหนึ่งว่า ไม่มีธุรกิจอะไรเริ่มต้นได้สมบูรณ์แบบ บริษัทยิ่งใหญ่อย่าง Facebook , Google หรือ MK สุกี้ เปิดวันแรกก็ไม่ใช่อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ แต่ที่สำคัญคือ สิ่งที่ต้องการคือ มันใช้งานได้ดี ก็พอแล้ว

3.เขียนแผนธุรกิจให้สมบูรณ์ที่สุด เอาเวลา 3 เดือนไปเรียนเขียนแผนธุรกิจ แล้วก็มาเขียนแผนธุรกิจให้กรรมการดู แล้วค่อยเริ่มทำธุรกิจ อืม... ใบผ่านจากกรรมการมันไม่ได้ทำให้ธุรกิจเราชนะใจผู้บริโภคนะครับ แต่ถ้าแผนนั้นทำให้ได้เงินก้อนมาฟรีๆก็น่าทำ แต่ถ้าไม่ อย่างเสียเวลา กับแผนธุรกิจแบบมี วิชั่น มิสชั่น เทคนิค ผังองค์กร แผนการตลาด งบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด บทสรุปผู้บริหาร นั่นเลย
4.วัดผลความสำเร็จด้วยข่าวPRงานเปิดตัว หลายธุรกิจดาราที่ดัง ดัง ดัง แล้วอยู่ๆก็ดับไป มีเยอะนะครับการทำ PR เปิดตัวเป็นสิ่งที่ดี แต่มีสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ เสียงตอบรับจากลูกค้า คำเสนอแนะของลูกค้าที่เราควรน้อมรับเอามาปรับปรุงมากกว่า  มากว่าการตามจีบนักข่าวช่วยเขียนข่าวช่วยโปรโมทให้ดัง

5.สินค้าเราต้องดีที่สุดและเหมาะกับทุกคนทุกเพศทุกวัย มีสินค้าอย่างเดียวที่คนทุกเพศทุกวัยต้องการเหมือนกันคือ ออกซิเจน อาการหายใจ นอกนั้น ไม่มีของที่ทุกคนชอบเหมือนกันหมด ทางสองแพร่งในการเลือกทำธุรกิจ คือ เลือกทำธุรกิจให้เหมาะกับคนทุกคน กับ เลือกธุรกิจให้ตรงกับกลุ่มที่เราอยากขาย ทางหลังเป็นไปได้มากกว่าเยอะครับ

6.ไปให้เร็วที่สุดเท่าที่เราจะไปได้  เปิดร้านปุ๊ปขายดีมากๆ ลุยเปิดร้านต่อไปเลยดีกว่า กระแสกำลังมา เจ็บมาเยอะแล้วครับ พักฟังเสียงหัวใจตัวเอง ฟังเสียงลูกน้อง เรียนรู้จากการทำงานหาทางพัฒนาให้ดีกว่าเก่าก่อน ลดปัญหาให้ได้ก่อนลุยขยายต่อๆไป

7.หาเงินมาให้พอดีกับการทำธูรกิจ  เชื่อมั่นในแผนธูรกิจความต้องการเงินเราใช้เท่านี้จะทำให้ ROI ดีที่สุด จากประสบการณ์ที่เห็น ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มักเคยเจอปัญหาเรื่องเงินมาแล้วทั้งนั้น ต้องมีเผื่อไว้ด้วย 

8.มีเงินให้มากๆที่สุดเพื่อจะได้พอในการทำธุรกิจ  เงินมากก็ใช่ว่าดี เงินทุกก้อนมีต้นทุนทางการเงิน เงินกู้ก็มีดอกเบี้ย เงินเราก็มีค่าเสียโอกาส การได้เงินมาเยอะๆ ทำให้การลงทุนเกิดความไม่คุ้มค่า ใช้เงินเกินตัว ไม่พยายามมองหาทางเลือกที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด  (แหม่ เงินมากก็ไม่ดีอีกซะงั้น) 

9.สร้างองค์กรให้เล็กๆมากคนมากความ ถ้าคิดอย่างนี้ก็ผิดตั้งแต่คิดแล้ววางแผนเรื่องคนไว้ล่วงหน้าสำคัญที่สุดเพราะองค์กรเดินด้วยคน ไม่ใช่เครื่องจักร จงสร้างวัฒนธรรมองค์กร ตั้งแต่ต้น 
9.1 ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ยุคเสื้อผืนหมอนใบเถ้าแก่สร้างธุรกิจด้วยมือ ส่วนยุคนี้ต้องสร้างคน บริหารคน
9.2 จ้างมืออาชีพ มืออาชีพเป็นสิ่งที่ดีลดปัญหาการผิดพลาดแต่ตอนเริ่มต้น ควรเรียนรู้ด้วยตัวเองก่อนระดับหนึ่งแล้วเติมคนเชี่ยวชาญเข้ามา 
ย้ำอีกครั้งเรื่องคนสำคัญมากก 

10.จงเชื่อมั่นและทำทุกอย่างตามที่ ที่ปรึกษาบอก ได้โปรดอย่างเชื่อที่ปรึกษาทั้งหมด (รวมถึงบทความนี้ด้วยนะครับ) ทุกอย่างมีข้อจำกัดและเงื่อนไขของเวลา 

หากท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว..ก็มีสิ่งหนึ่ง...ที่ไอสไตน์อยากจะบอกไว้ว่า 


ไปสนุกกับมัน ความไม่รู้จะทำให้เราร่ำรวย


ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าคุณไม่ได้ทำมัน


อย่าเชื่อ ลองทำดู แล้วจะรู้ 

ไอเดียมาจาก 

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทฤษฎีกระสุนนัดเดียว ของ รวิศ หาญอุตสาหะ Marketing Everything (ความรู้รอบตัว SME 16)

อ่านบทสัมภาษณ์ คุณรวิศ หาญอุตสาหะ นักการตลาดรุ่นใหม่เจ้าของหนังสือสุดฮ็อต Marketing everything ต้องยอมรับความเฉียบคมของมุมมองจริงๆ


ได้อ่าน ทฤษฎีกระสุนนัดเดียว ของผงหอมศรีจันทร์ สู่แบรนด์ "ศรีจันทร์" ที่เขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ น่าสนใจมากๆ  SME ต้องใส่ใจตั้งแต่ภาพลักษณ์สินค้าไปจนถึงช่องทางการจำหน่าย

ทฤษฎีกระสุนนัดเดียว ที่ใช้แจ้งเกิด ผงหอมศรีจันทร์อีกครั้ง
กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ว่า  การโปรโมตสินค้าที่ทุ่มทุนทั้งเรื่องยิงโฆษณาแบบถึงลูกถึงคนเน้นช่วงไพรม์ ไทม์ ทุกช่องแบบ ยิง 10 วัน เจาะถึงผู้ซื้อแน่นอน แล้วถอนกำลัง คำว่าไพรม์ไทม์ คือ ช่วงเวลาข่าวเช้า กับละคร

อัดกันให้เต็มที่ แล้วถอน

ไปสู่ช่องทางสำคัญที่ใช้งบน้อยกว่าคือ ช่องทางออนไลน์ ผ่านยูทูป และเฟซบุ๊ก ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว

นอกจากเรื่องสื่อพีอาร์แบรนด์แบบยิงแม่น ๆ นัดเดียวจอด

ที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือ ช่องทางจำหน่าย ไม่ใช่คนรู้ว่ามีสินค้าใหม่ แต่หาที่ไหนก็ไม่เจอก็จบ

ดังนั้น จากเดิมที่เน้นจำหน่ายผ่านโชห่วย และร้านขายยา ทางแบรนด์รีบไปเสนอสินค้าสู่ร้านสะดวกซื้อ เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายที่สามารถกระจายสินค้าไปได้รวดเร็ว และเป็นระบบ ซึ่งในส่วนนี้ เอสเอ็มอีหลายรายตกม้าตาย เพราะศักยภาพยังไม่ได้ เช่น กำลังการผลิตไม่พอ ศึกษาตลาดยังไม่ชัด ส่งสินค้าไปแล้วไม่ถูดจุดทำให้ขายไม่ได้ถูกปลดออกจากเชลฟ์ เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อม รู้ศักยภาพของตนเอง

"เพราะโอกาสในการผิดพลาดเมื่อร่วมงานกับโมเดิร์นเทรด คือ ศูนย์ครั้งเท่านั้น"

คุณรวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ทายาทเจเนเรชั่นที่ 3 ที่เปลี่ยน จากข้อกำหนดเดิม ๆของธุรกิจจนเป็นที่ยอมรับเป็น SME ที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง การที่ผู้บริหารมีความรู้ความสามารถและถ่ายทอดผ่านงานเขียนเป็นการเสริมสร้างแบรนด์ที่ดีอย่างหนึ่ง

cr รูปภาพ http://www.srichand.co.th/news-details.php?id=94

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Google My Business อีกเครื่องมือหนึ่งที่ SME ควรใช้ ปักหมุดธุรกิจใน Google และทำ CRM

วิธีการง่ายๆ ในการเข้าไปสร้างตัวตนบน Google ให้กับธุรกิจ SME

ต้องยอมรับว่า Google เครื่องมือคนหาข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดคนทั่วโลกนิยมมากที่สุด

ดังนั้นหากเราทำให้สินค้าถูกค้นพบโดย Google หรือ ร้านค้าของเราอยู่บนแผนที่ Google ก็จะมีประโยชน์ มากๆสำหรับ SME

ตอนนี้ Google เปิดบริการ Google My Buisness

เพื่อให้ธุรกิจทุกขนาดมีโอกาสแสดงผลการค้นหาบน Google

ทั้งการให้ลูกค้ารู้ที่อยู่ของร้านค้า มีชื่อร้านค้าอยู่บนGoogle Map และแสดงรูปภาพสินค้าให้เห็นทันทีที่ค้นหาเจอ


หรือนำมาใช้เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร  พูดคุย รับฟังปัญหาลูกค้า ก็ได้ 







วิธีการปักหมุดบน Google 

ทำได้ง่ายๆแค่ไม่กี่ขั้นตอน

ขั้นที่หนึ่ง

เข้าที่หน้า Google my business  http://www.google.com/business/ 





หากมีบัญชี  Google อยู่แล้ว (ก็หมายถึง Gmail นั่นหล่ะ ) เข้าสู่ Google ได้เลย

หากยังไม่มีก็จะมีหน้าแจ้งให้ทราบว่าวิธีการสร้างบัญชี Google

ขั้นที่สอง

ค้นหารายชื่อธุรกิจของคุณก่อนว่ามีใครใช้รึยัง

 หากยังไม่มี ซึ่งก็หวังว่าไม่ควรจะมี ให้เลือกเพิ่มธุรกิจของคุณ

 ใส่ข้อมูล ชื่อธุรกิจที่อยากให้แสดงบน Google และใส่ที่อยู่กิจการ ระบบจะแสดงตำแหน่งปักหมุดให้เอง



 หากตำแหน่งไม่ถูกต้องสามารถขยับตำแหน่งได้ แนะนำเปิดแบบภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตำแหน่งที่ถูกต้อง

 หากเลือกแบบมีบริการส่ง ระบบจะถามว่าบริการส่งที่ไหน กำหนดเป็นระยะทาง หรือพื้นที่ก็ได้

 เมื่อทำตามขั้นตอนทั้งหมดแล้ว Google จะส่งไปรษณีย์ รหัสยืนยันธุรกิจมาให้





 ขั้นที่สาม

ปรับแต่งภาพให้สวยงาม คราวนี้ตามใจเลยครับอยากจะทำให้สวยแค่ไหนก็ขึ้นกับรูปที่เรามี





เท่านี้ก็จะมีพื้นที่อยู่บน Google แล้วครับ

อันนี้เป็นตัวอย่าง https://plus.google.com/u/0/b/104538996616098353298/104538996616098353298/posts







Google My Business:



'via Blog this'

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...