วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กินอาหารเสริม everene เอเวอรีน อย่างไรให้ผอม

การรับประทานอาหารเสริมเดี๋ยวนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นเพราะหลายตัวช่วยแก้ไขปัญหาได้ทั้งเรื่องน้ำหนักและผิวพรรณอย่างได้ แต่ก็มีหลายตัวให้เลือก ผมก็ทานมาหลายอย่างแต่มีตัวนึงอยากรีวิวให้ชม
เดือนที่แล้วได้รับอาหารเสริม Everene เอเวอรีน จากคุณเจ มาทดลองเพราะเห็นว่าช่วงนี้น้ำหนักขึ้นต่อเนื่องทำงานหนักเดินทางเยอะพักผ่อนน้อย และต้องกินอาหารกับลูกค้าบ่อยๆแล้วก็ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย คุณเจ เลยแนะนำว่าให้ลอง เอา Everene (เอเวอรีน) ไปลองทาน จะได้ช่วยลดน้ำหนักได้แถมยังช่วยให้ผิวดีขึ้นดูไม่โทรม
 ตอนแรกก็ไม่ค่อยอยากเชื่อเพราะเคยศึกษาพวกสารอาหารต่างๆ มาเยอะพออ่านฉลากแล้ว ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนัก แต่ถ้าเรื่องผิวน่าจะใช่เลยเพราะใส่สารอาหารต่างๆไว้ครบถ้วนและปริมาณมากแบบใส่เต็มตามที่อย.ยังกำหนดให้เป็นอาหารเสริม



จึงคาดว่าน่าจะเข้าใจผิด ว่าอาหารเสริม Everene เอเวอรีน ช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ก็ยอมกิน และลองกินตามวิธีที่แนะนำ (ซึ่งไม่ค่อยตรงกับฉลาก) 
ตามคำแนะนำ ทาน Everene เอเวอรีน ช่วยลดน้ำหนัก ให้ทานสองเม็ดก่อนอาหารเช้า และสองเม็ดก่อนอาหารเย็น กับน้ำหนึ่งแก้ว ขณะท้องว่างอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

ผมจึงลองทำตามสูตรการกินทานครั้งละสองเม็ด โดยตั้งเวลาการกินไว้ตอนเช้า 6 โมงเช้า และตอนเย็น 4 โมงเย็น  ตอนเช้าก่อนอาหารสามชั่วโมงไม่ได้ แต่ตอนเย็นสามารถทำได้ ซึ่งก็ไม่เป็นอะไรเพราะตอนเช้าทานอาหารไม่เยอะเท่าตอนเย็นอยู่แล้ว

หลังจากทานไปครบ 1 กล่อง มี 40 เม็ด ทานได้ 10 วันตามสูตรนี้จะทานไม่ครบ 1 เดือนต่อกล่อง อยากสรุปผลการทดสอบดังนี้
- ชัดเจนมากที่สุดคือเรื่องผิวพรรณ รู้สึกผิวเนียนขึ้น หน้าดูโทรมน้อยลง น่าจะมาจากคอลาเจน
- ผิวกระชับขึ้น 
- นอนหลับง่ายตื่นไม่เพลีย 
- นำหนักลดลงไป 2 กิโลกรัม 
มีคนทักว่า ผมลงดูดีขึ้น เท่านี้ก็ไม่สนใจสามข้อแรกแล้วครับว่ามันมาจากสาเหตุอะไร 
อาจจะเป็นเพราะว่าไม่เคยดูแลผิวพรรณตัวเองมานาน พอได้รับสารอาหารเข้าไปเลยทำให้เปลี่ยนแปลงได้พอสมควร หลักจากนี้คุณเจแนะนำว่าให้ลองทานแบบปกติ เช้าเม็ด เย็นเม็ด กินก่อนอาหารจะได้ผลดีที่สุด 
สำหรับใครที่เริ่มมีปัญหาอ้วน เอาเป็นเพราะช่วงอายุที่มากขึ้นการเผาผลาญทำได้น้อยลง การทานอาหารเสริมก็มีผลช่วยได้ในระดับหนึ่ง จะให้ดีควรลดปริมาณอาหารและออกกำลังกายเพิ่มเติม 
จากนี้จะลองทาน Everene เอเวอรีน พร้อมกับออกกำลังกายดู ได้สูตร T25 มาล่ะลองแล้วจะเล่าให้ฟัง

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อ  everene  ติดต่อคุณเจ Line ID khun_jayy 

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ลักษณะของนกแบบต่างๆ ใน นิทานการบริหารธุรกิจสุดคลาสสิค A Peacock in the Land of Penguins

เรื่องราวของนกยูงในดินแดนของนกเพนกวิน
A Peacock in the Land of Penguins 
ให้แนวคิดว่า ในองค์กรทุกแห่งมักมีนกหลายหลายประเภท เราควรมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไรให้นกทุกตัวได้แสดงความสามารถศักยภาพอันโดดเด่นเป็นไปทิศทางเดียวกับเป้าหมายขององค์กร

นกเพนกวิน จงรักภักดีต่อบริษัท ทำงานหนัก เจ้าระเบียบ ทำงานเป็นทีม ระบบการทำงานที่ชัดเจนมากๆ

นกยูง เขียนหนังสือได้ดี ชำนาญงบประมาณ เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการเป็นเลิศ และมีเพื่อนมากมายเต็มไปหมด

นกบลูเบิร์ด ทำตัว ให้สดชื่นแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา มองโลกในแง่บวก

นกแก้ว เลียนแบบสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ ยืดหยุ่น และปรับตัว

นกกระจอก ทำตัวเป็นกลาง พยายามกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม

นกฮัมมิ่งเบิร์ด เคลื่อนที่เร็ว มีประสิทธิภาพสูง จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

นกคีรีบูน ทำตัวให้มีสีสัน มีเสน่ห์ เป็นจุดสนใจ

นกหงส์ ทำงานให้เสร็จเร็ว ทำตัวให้น่าเคารพ ด้วยภาพพจน์ของความเชื่อมั่น

นกแร้ง สร้างจุดเด่น ด้วยการทำงานที่คนอื่นไม่อยากทำ

นกเค้าแมว ทำตัวเป็นคนมีค่าต่อองค์กร โดยเป็นผู้เชื่ยวชาญด้านใดด้านหึ่ง หรือจดจำเรื่องราวเก่าๆ ได้ดี

นกเหยี่ยว มีทักษะของนักล่า

นกพิราบ ทำตัวเป็นคนรักสันติ จับประเด็น และ แก้ปัญหา

นกอินทรี บินเหนือ ทำตัวเป็นผู้นำ เสียสละ

นกยูง ทำผลงานให้น่าประทับใจ ซึ่งนกยูงจะมีปัญหา ยิ่งเด่น ยิ่งเป็นภัย ที่เพนกวิน ทนไม่ด้ายยย ต้องเรียนรู้ที่จะเก็บพรสวรรค์ กางโชว์ เมื่อทุกอย่างพร้อม

นกกระจอกเทศ เอาหัวมุดดิน แกล้งทำว่า ทุกอย่างปรกติ ใช้ได้บางครั้ง ระยะยาวจะไม่ดีต่หน้าที่การงาน

ไก่ หมอบกลัว พร่าบ่นแต่สิ่งร้ายๆ ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น

ห่าน ตัดส่วนไม่ดีทิ้งไป แล้วเดินหน้า หาแหล่งอาหารใหม่

แหล่งที่มา
http://topicstock.pantip.com/silom/topicstock/2009/01/B7396062/B7396062.html

นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนของนกเพนกวิน A Peacock in the Land of Penguins

นิทานบริหารธุรกิจ ที่คลาสสิคมากๆเล่มหนึ่ง ที่พึ่งได้อ่าน เป็นหนังสือตั้งแต่ปี2003 ชื่อหนังสือว่า

 A Peacock in the Land of Penguins นกยูงตัวหนึ่งในดินแดนของนกเพนกวิน 




เรื่องราวของดินแดนแห่งหนึ่งที่ ที่ถูกปกครองโดยนกเพนกวิน แม้นกพวกนี้จะไม่ได้ฉลาดไปทุกเรื่องไม่ได้เป็นที่รักใคร่ของใครมากนัก แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนที่สุด..


นั่นคือผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานต่างๆเกือบทั้งหมดในดินแดนแห่งนี้ล้วนแต่เป็น นกเพนกวิน ที่ใส่สูทเหมือนกัน และสีเดียวกันในขณะที่นกตัวอื่นๆ เลือกใส่เสื้อผ้าหลากสีหลายสไตล์


ในองค์กรแต่ละแห่งมีนกหลากหลายแต่คนที่จะขึ้นมาเป็นผู้บริหารได้จะได้รับการสั่งสอน อบรมพัฒนาแนวทางการทำงานให้เหมือนเพนกวิน นกตัวไหนอยากเลื่อนตำแหน่ง ต้องทำตัวให้เหมือนเพนกวินให้มากที่สุด แม้จะทำได้เหมือนแค่ไหน นกที่ไม่ใช่เพนกวิน ก็ไม่ได้รับโอกาสเลื่อนตำแหน่งให้ขึ้นไปลำดับที่สำคัญๆเลยแม้แต่ตัวเดียว
มีเพียงเพนกวินเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่ดีๆมากมาย
- ความเจ้าระเบียบ
- จงรักษ์ภักดีต่อบริษัท
- ชอบทำงานเป็นทีม
- เชื่อฟังเคารพคำสั่งของหัวหน้า
ระเบียบการขึ้นตำแหน่งไม่มีการระบุเป็นรายลักษณ์อักษร แต่เป็นการพูดกันเสมอๆว่า คำขวัญของดินแดนแห่งนี้คือ
ใช้จินตนาการให้มาก ทดลอง พิสูจน์ และลงมือทำ 
 พร้อมที่จะเลื่อนตำแหน่งให้นกตัวไหนก็ได้ที่มีพรสวรรค์ ทำงานหนัก และอุทิศตนเพื่อองค์กร
"ถ้าอยากประสบความสำเร็จ จงทำให้เหมือนกับที่พวกเราทำ"
และเมื่อวันหนึ่งคณะผู้บริหารเพนกวิน เดินทางไปพบกับนกยูงตัวหนึ่ง ที่มีพรสวรรค์และเกิดความประทับใจในการทำงานและประสบการณ์ด้านความสำเร็จ จึงได้เชิญชวนมาอยู่ในดินแดนของพวกเค้า



นกยูงเพอรี่ ที่เต็มไปด้วยความสดใสหลากหลายสีสรรและชอบส่งเสียงดัง
ทำงานประสบความสำเร็จดีเยี่ยม จนเป็นที่ประทับใจของหลายๆคนแม้กระทั่งเพนกวินอาวุโส เชิญชวนเข้ามาร่วมวงประชุม ได้รับคำแนะนำว่าควรลดการกางปี ซึ่งเพอรี่ก็ยินดีทำเพราะประทับใจในการสร้างองค์กรให้เติบโตโดยเพนกวิน เพอรี่พยายามทำเต็มที่เพื่อให้ เพนกวินยอมรับในความเป็นนกยูงของเค้า
ทำงานหนัก
ผลงานดี ทุ่มเท
แต่เมื่ออยู่ไปเค้าจึงค้นพบว่า วิธีเดียวที่จะประสบความสำเร็จคือต้องทำตามเพนกวิน



นกยูงเพอซี่จึงปรึกษา นกตัวอืนๆที่อยู่มาก่อน  และที่เป็นดาวรุ่งพึ่งเข้ามา
ลักษณะของนกแบบต่างๆ ใน นิทานการบริหารธุรกิจสุดคลาสสิค A Peacock in the Land of Penguins
นกทุกตัวเจอสถาณการณ์เช่นนี้หมด ทั้ง นกแก้ว นกเหยี่ยว พญาอินทรีย์ นกบลูเบิร์ด นกหงษ์ ( ดูคุณสมบัตินกแต่ละประเภท) ต่างช่วยกันหาทางแก้ปัญหา กลับพบกับความคิดที่ว่า
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เราเคยทำทุกอย่างแล้วรู้ว่าแบบไหนได้ผลแบบไหนไม่ได้
นกหลายตัวพยายามใสสูทเหมือนเพนกวินแต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับ

หลายตัวจึงไปทำงานที่อื่น
ในที่สุด นกยูงเพอซี่ ก็ได้รับการเชื้อเชิญให้ไปยังดินแดนแห่งโอกาส







นกยูงเพอซี่ตัดสินใจไป แสดงความโดดเด่น แสดงความสามารถ ในแบบฉบับของตัวเอง ณ ดินแดนแห่งโอกาส เป็นดินแดนที่ไม่มีการแบ่งเผ่าพันธ์ ให้คนทำงานตามความถนัด ได้แสดงความสามารถเต็มที่

จบ -



ปิเตอร์ ดรักเกอร์ ปรมาจารย์ทางด้านบริหาร กล่าวไว้
ทุกองค์กร ต้องการ คนสองจำพวก คือ
หนึ่ง พวกทำตามระเบียบ แบบแผน ตามขั้นตอนที่กำหนด ไว้ หรือแทน ด้วยเพนกวิน กับ สอง พวกบ้า ท้าทายระบบ ด้วยนวัตกรรม และแนวคิดใหม่ๆ หรือ พวกนกยูง
คือ ต้องมีเพนกวินไว้ ป้องกันความผิดพลาดซ้ำๆ กับที่เคยเกิดในอดีต และเพื่อรักษาความมั่นคง และก็จำเป็น ต้องมีนกยูง ไว้ เพื่อแนวคิดใหม่ๆ เพราะ เพนกวิน ไม่คิดเด็ดขาด
ดังนั้น เพื่อรักษานกยูง ต้องรู้ว่า นกยูง ต้องการอิสระ ไม่ถูกกรอบด้วย ระเบียบ ขั้นตอน มากมาย ให้ความสนใจกับสิ่งที่นกยูงทำให้องค์กร อย่าใส่ใจกับสิ่งที่ไม่ใช่สาระ
แสดงให้นกยูงเห็นว่า เพนกวินก็ให้ความสำคัญ และยกย่อง ให้นกยูงแสดงความสามารถให้เต็มที่
สร้างบรรยากาศ ให้เหมาะกับนก ทุกพันธุ์ ยอมรับในความแตกต่าง ให้นกเป็นตัวของตัวเอง เพื่อแสดงจุดแข็ง และที่สำคัญ นกทุกตัว เท่าเทียมกัน
จัดอบรม เรื่องการทำงานเป็นทีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพราะ นก มักคิดว่า ตัวเองทำงานดีที่สุด


แหล่งข้อมูล และภาพประกอบ

A Peacock in the Land of Penguins Inspirational Movie:



'via Blog this'

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

One chun cafe and Restaurant ร้านอาหารอร่อย(เจ้าของ)ร้านสวยที่ภูเก็ต

มาประชุมที่ภูเก็ตหลายครั้งทีมงานมักพาไปเลี้ยงที่ระย้า วันนี้ได้มาลองชิมอาหารอีกร้าน อยู่ห่างจากระย้าแค่ไม่กี่เมตร วิ่งผ่านระย้ามาถึงสี่แยกเลี้ยวซ้าย100เมตร มีร้านอาหารสไตล์ภูเก็ตแท้ๆ อยู่นิมถนนด้านซ้าย ร้านวันจันทร์ ภูเก็ต One chun cafe and Restaurant 


หน้าร้านเป็นอาคารเก่า สไตล์ ชินโนโปรตุเกต รักษารูปร่างอาคารไว้ส่วนด้านในตกแต่งด้วยของเก่า 

โต๊ะไม้ กำแพงอิฐ สวิตไฟใช้ของเก่า ทำให้ร้านนี้ดูขลังชวนย้อนคิดถึงวันวานของภูเก็ต




เมนูอร่อยของร้านนี้ ที่ขอแนะนำเลย 
จานที่1 แกงปู+เส้นหมี่ เนื้อปูสดๆกับแกงกะทิ กินกับเส้นหมี่เท่านั้น ฟินฝุดฝุด 

จานที่สอง ขอแนะนำหมูฮ๋อง หมูชิ้นใหญ่ ตุ๋นจนนิ่มแต่ไม่ยุ่ยเหมือนข้าวขาหมูกับเครื่องเทศ กินกับข้าวสวยร้อนๆ 

จานที่3 น้ำพริกกุ้งเสียบ คะแนนน้ำพริกให้8/10 รสชาติกลางๆกินง่าย แต่ใครอยากเจอจัดๆคงไม่ใช่จานนี้ แต่ที่ให้เต็มคือผักลวกผักสด กรอบกำลังดี 

จานที่สี่ ใบเหลียงผัดไข่ มีกุ้งเสียบลงมาด้วย ให้ผักแบบไม่กลัวเปลือง เป็นอาหารจืดที่ควรสั่งไว้

อยู่ในร้านได้กลิ่นกาแฟหอมๆ จากเครื่องชง ยั่วยวนใจกับขนมหวาน ในตู้ 

สรุปสำหรับร้านนี้ พูดเลยขอแนะนำให้มากิน
- อาหารอร่อย 
- บรรยากาศร้านดีไม่อึดอัด 
- เจ้าของร้านทักทายลูกค้าทุกโต๊ะ (ข้อดีที่ร้านอาหารไทยควรรักษาไว้)
- ราคาไม่แพง กับข้าวจานละ190+- 50 กิน3คนไม่ถึงพัน

สุดท้ายขอถ่ายภาพกับเจ้าของร้านเป็นที่ระลึก









วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ครองใจลูกค้าองค์กร ควรทำให้รักทุกวัน เหมือนหนังเรื่อง 50 first dates

ปีนี้กลุ่มธุรกิจต่างๆที่แข่งกันจับหัวใจ SME ทำกันทุกกลยุทธ์การตลาด

Branding สื่อสารการตลาดแบบตรงกลุ่มตรงใจ

EventMarketing สัมมนาจับใจลูกค้าที่รัก

CSR+CRM ความรับผิดชอบต่อสังคมความรับผิดชอบต่อลูกค้าพัฒนาผู้ประกอบการลูกค้าSMEกันเต็มที่



เหลือสิ่งเดียวที่จะวัดกันว่าจะชนะแพ้กันได้คือ "คน"

การขายสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าองค์กร กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ไม่ใช่การขายแชมพู สบู่ กาแฟ ที่โฆษณาแล้วลูกค้าจะเดินไปที่ห้าง หยิบสินค้าไปจ่ายเงินเอง

การขายไปยังกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ยังคงต้องเน้นที่ตัวบุคคล การใช้พนักงานเข้าไปดูแลไปสานสร้างความสัมพันธ์ ดูแลสินค้าส่งมอบบริการที่ดี

เป็นปกติที่สินค้าที่ขายไปยังองค์กรต่างๆ ความแตกต่างกันไม่มากนักการติดสินใจจึงใช้อารมณ์ ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง

เซลที่ดูแลมานาน เซลที่ดูแลดีเห็นหัวเห็นหน้ากันตลอด เวลาลูกค้าจะปันใจให้คนอื่นคงต้องมีชะงัก



ว่ากันว่าการครองใจลูกค้าก็ไม่ต่างอะไรกับครองใจคนรัก

"ทำดีทุกๆวัน"

คิดถึงหนังเรื่อง 50 first dates ขึ้นมาทันที ชายหนุ่มคนหนึ่งตกหลุมรักสาวแต่มารู้ทีหลังว่าเมื่อสาวเจ้าหลับไปแล้วตื่นมาจะจำอะไรไม่ได้เลย ด้วยความรัก ชายหนุ่มจึงต้องเริ่มต้นจีบใหม่ทุกๆวัน ทำให้ทุกๆวันเป็นวันที่คบกันครั้งแรก

ในมุมองธุรกิจ นำมาปรับใช้ได้คือ

"อยากทำให้ลูกค้ารักจงทำเหมือนกับวันที่ เราทำให้เค้าซื้อของเราครั้งแรกให้ได้ทุกวัน"



ในหลายองค์กรมีการพัฒนาทีมขายลูกค้าองค์กร และสร้างคนให้มีมุมมองแบบใหม่ในการขาย บางแห่งถึงขนาดเปลี่ยนชื่อเพื่อตอกย้ำพันธกิจของงาน โดยเปลี่ยนจาก พนักงานขาย เป็น ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า 
ปีนี้กลุ่มธุรกิจต่างๆที่แข่งกันจับหัวใจ SME ทำกันทุกกลยุทธ์การตลาด
Branding สื่อสารการตลาดแบบตรงกลุ่มตรงใจ
EventMarketing สัมมนาจับใจลูกค้าที่รัก
CSR+CRM ความรับผิดชอบต่อสังคมความรับผิดชอบต่อลูกค้าพัฒนาผู้ประกอบการลูกค้าSMEกันเต็มที่

เหลือสิ่งเดียวที่จะวัดกันว่าจะชนะแพ้กันได้คือ "คน"
การขายสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าองค์กร กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ไม่ใช่การขายแชมพู สบู่ กาแฟ ที่โฆษณาแล้วลูกค้าจะเดินไปที่ห้าง หยิบสินค้าไปจ่ายเงินเอง
การขายไปยังกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ยังคงต้องเน้นที่ตัวบุคคล การใช้พนักงานเข้าไปดูแลไปสานสร้างความสัมพันธ์ ดูแลสินค้าส่งมอบบริการที่ดี
เป็นปกติที่สินค้าที่ขายไปยังองค์กรต่างๆ ความแตกต่างกันไม่มากนักการติดสินใจจึงใช้อารมณ์ ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง
เซลที่ดูแลมานาน เซลที่ดูแลดีเห็นหัวเห็นหน้ากันตลอด เวลาลูกค้าจะปันใจให้คนอื่นคงต้องมีชะงัก

ว่ากันว่าการครองใจลูกค้าก็ไม่ต่างอะไรกับครองใจคนรัก
"ทำดีทุกๆวัน"
คิดถึงหนังเรื่อง 50 first dates ขึ้นมาทันที

อยากทำให้ลูกค้ารักจงทำเหมือนกับวันที่ทำให้เค้าซื้อของเราครั้งแรกให้ได้ทุกวัน

ติดตามข้อมูลการตลาดเพิ่มเติมได้ที่
Oweera SME Partnership:

'via Blog this'

วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ไม่อยากทำธุรกิจที่ใช้คนมากๆ ก็เริ่ม เป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตัวคนเดียวได้ one man company


One Man Company คำนี้ได้ยินบ่อยขึ้นในช่วงหลังๆ เพราะรูปแบบการทำงานของคนเริ่มเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้อยากจะตั้งธุรกิจ(แบบจริงจัง) ก็ต้องมองหาจะจ้างพนักงานมาทำงานต่างๆทั้ง คนขาย คนผลิตสินค้า คนทำบัญชี คนทำการตลาด  แต่ก็มี Startup  business หลายคนที่เริ่มต้นธุรกิจโดยตัวคนเดียว อย่างที่ผมรู้จักเป็น Startup ที่อยู่รอดมาเกิน 3 ปีแล้วมาสองบริษัท

TeamBuildingThai ผมได้รู้จักคุณศุภชัย ในช่วงการทำโครงการ KSME CARE ของธนาคารกสิกรไทย คุณศุภชัย มาเสนอแผนการจัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม แล้วน่าสนใจจึงได้เชิญมาร่วมทำกิจกรรม วันจัดกิจกรรม มีทีมงานกว่า 30 คน วิทยากรหลัก1คน และทีมสนับสนุนกิจกรรม5-6 คนและน้องๆในฐานต่างๆ หลังจากจัดกิจกรรมได้พูดคุยกันจึงรู้ว่า ทุกคนไม่ได้ทำงานที่บริษัทนี้ แต่เป็นคนทำงานด้าน HR ในบริษัทต่างๆ มารวมตัวกันทำงานในนาม Teambuildingthai.com โดยมีคุณศุภชัยเป็นคน ทำเว็บ ทำการตลาด เสนอรูปแบบกิจกรรม ทำบัญชี จ่ายค่าตอนแทน วางบิล ทุกอย่างคนเดียวหมด 

อีกคนเป็นผู้หญิงเก่ง คุณชมพู่ แห่งเสื้อผ้าเด็กแบรนด์ KHOBKHUN http://www.khobkhunthailand.com/ 
สาวสวยเก่งผันตัวเองจากผู้กำกับมาทำเสื้อผ้า ที่เติบโตจากออกแบบเสื้อผ้าให้ลูกใส่เองและคนอื่นชื่นชอบ เลยทำขายซะเลย จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำตลาดออนไลน์ จนขายมาเป็น KHOBKHUN Studio ทั้งหมดใช้ความสามารถในการออกแบบ มุมมองแบบครีเอทีฟ สร้างตัวเองให้มีจุดยืนที่แตกต่าง ไม่จับลูกค้าทั้งตลาด จับลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ชอบจริงๆ ออกแบบเสื้อผ้าเอง การตัดเย็บ Outsource ทั้งหมด ระบบเว็บ ให้เว็บสำเร็จรูป Studio ออกแบบเอง (เห็นว่าทาสีเองด้วย) ถ่ายภาพเองแต่งภาพเอง


จากที่รู้จักเจ้าของธุรกิจแบบ One Man Company ทั้งสองท่านพอจะสรุป คุณสมบัติStartup ที่จะทำธุรกิจแบบนี้ได้ และอยู่รอดได้

  1. มีความรู้จริงในธูรกิจนั้น อยู่ในธุรกิจนั้นมานานพอสมควร รู้การจัดการในธุรกิจและโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจ 
  2. ต้องเป็นคนที่มีการวางแผนการจัดการที่ดีมากๆ มีวินัยในเรื่องเวลา และพร้อมทุ่มเวลาแบบสุดๆ
  3. ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือออนไลน์เข้ามาช่วยในการตลาดและการจัดการ
  4. มี Connection ที่ดีในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  5. บุคลิกภาพเป็นมิตร ชอบติดต่อคนจำนวนมาก ยินดีที่จะรู้จักและพบคนใหม่ๆเสมอ และทักทายพบปะกับเพื่อนๆเก่าเป็นประจำ
  6. มีความน่าเชื่อถือ
สำหรับธุรกิจที่จะขยายให้เติบโตต่อไปต้องเข้าใจในการใช้ระบบ
  1. ทำงานแบบ Crowdsourcing คือการนำอินเตอร์เนตมาใช้ในการประสานการทำงานกับ outsource ในการขยาย Supply (หาสินค้าที่จะขาย ,หาแรงงานที่ต้องใช้, กระจายการจัดการต่างๆ)
  2. Online Marketing การทำการตลาดผ่านช่องทาง Online ที่มีประสิทธิภาพ 

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

3C's ปัจจัยพื้นฐานแห่งความสำเร็จของธุรกิจ SME และ Startup



การ"เริ่มต้นธุรกิจ" ไม่ยากแต่การ รอดในธุรกิจ นี้สิยากกว่า จากการเห็นการเติบโตของธุรกิจ SME ในหลายๆบริษัท พบว่า สามปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจนั้นเติบโตแข็งแรง ผ่านจากช่วงตั้งต้น ไปสู่ช่วงเติบโต จนเติบใหญ่ นั้นมักมีองค์ประกอบอยู่ 3 อย่าง
  1. Concept
  2. Core Competency 
  3. Connection  
Concept ของธุรกิจ ในช่วงเริ่มต้นต้องชัดเจนว่าเราทำธุรกิจอะไร สินค้าหรือบริการของเราคืออะไร เพื่อให้ทุกคนในองค์กร เห็นไปในทิศทางเดียวกันในช่วงเวลานั้น ที่ต้องขีดเส้นใต้ในช่วงเวลานั้นเพราะ Business concept ต้องชัดเจนแต่ปรับเปลี่ยนไปได้ตามการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าหรือการเปลี่ยนแปลงของตลาด
Core Competency ต้องมีจุดแข็งที่ความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ หากทำอาหารอาหารต้องอร่อย ทำเสื้อผ้าเสื้อผ้าต้องสวยใส่สบาย ทำโรงแรมห้องพักต้องสะอาดน่านอน จุดแข็งของธุรกิจต้องตรงกับจุดขายที่ลูกค้าต้องการซะก่อน แล้วส่วนต่างๆต้องแข็งแรงตามมา  อาหารอร่อย แล้วร้านยังสวย บริการก็ดี อย่างนี้สิโดน แต่ถ้า ร้านอาหารสวย โปรโมชั่นเก่ง แต่อาหารไม่อร่อย ก็จะได้ลูกค้า ครั้งเดียว
Connection นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อนยากขึ้นสู่ที่สูง ควรมีเพื่อนมีพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเยอะ นักธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องมีเพื่อนมีพันธมิตร มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่น่าเชื่อ  เพื่อนที่เพื่อนๆนักเรียนรักมักมีโอกาสประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ การสร้างความสัมพันธ์ในธุรกิจ และรักษาความสัมพันธ์สำคัญมากยิ่งในสังคมเอเชีย คำว่า Connection ได้ยินบ่อยมาก เช่น  สวนกุหลาบ Connection 
หากแก้ไขในอดีตไม่ได้ก็ควรสร้างอนาคต เช่น 
  • Facebook Connection ไปร่วมกลุ่มต่างๆที่มีประโยชน์กับธุรกิจใน Facebook หรือทำความรู้จักคู่ค้าผ่านFacebookทำให้การเจราจาธุรกิจต่างๆลื่นไหลได้ดีขึ้นจริงๆ อย่างเช่น ThaiStartUpSpirite
  • Meeting Connection กลุ่มนักธุรกิจที่รวมตัวกันเค้าคุยกันหลายเรื่องแต่ที่แน่ๆเค้าแนะนำตัวเองเพื่อให้เพื่อนๆรู้จัก อย่างการประชุมโรตารี งานประชุมไลออน หอการค้า BNI
  • Training Connection การอบรมบางอย่างนอกจากได้ความรู้แล้วยังมีกิจกรรมให้ทำความรู้จักกันเพื่อต่อยอดธุรกิจอีก อย่างเช่น วปอ (วิทยาลัยป้องกันราชอณาจักร) วตท (วิทยาลัยตลาดทุนไทย) KSME Care (โครงการอบรมธุรกิจ SME ของธนาคารกสิกรไทย ตอนหลังเรียกว่า KSME ) 
  • Business Connection เป็นอีกหนึ่ง Connection ที่สำคัญ อย่ารู้จักแค่ธุรกิจขนาดเดียวกันให้รู้จักกับคนของธุรกิจที่ใหญ่กว่า และเล็กกว่าด้วย 
ดังนั้นในช่วงเริ่มต้น ควรพิจารณา 3C's นี้ให้ดี เป็นไปได้ให้เขียนเอาไว้เพื่อให้ทุกคนในทีมเห็นร่วมกันว่า
ธุรกิจเราคืออะไร สินค้าเราคืออะไร อะไรที่ลูกค้าต้องการ
จุดแข็งของเราคืออะไร
เพื่อนทางธุรกิจที่เราควรติดต่อทักทายแนะนำธุรกิจเราคือใคร

วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

มาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี SME ของธนาคารต่างๆ ช่วยเต็มที่ ไม่มีหุบร่ม

มักมีคนกล่าวหาธนาคารว่า

ธนาคารคือ คนที่เอาร่มมาให้เราตอนที่ฝนไม่ตก แต่พอฝนจะตกรีบมาเอาร่มคืน

จากประสบการณ์ที่อยู่ในแวดวงธนาคารมานานในยุคที่มีการแข่งขันกันดุเดือนที่สุดขออยากบอกว่า ไม่จริงเสมอไป ธนาคารดีๆหลายแห่ง พร้อมร่วมมือกันช่วยเหลือเมื่อภัยมา วันนี้เลยขอรวบรวมข้อมูลการช่วยเหลือของธนาคารต่างๆมาให้ได้ชมกันครับ

รายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า สินเชื่อเอสเอ็มอี ซึ่งมีสัดส่วน 37.8% ของสินเชื่อรวมในระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 11.75 จากที่เคยขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่อง 2-3 ปีที่ผ่านมา ขณะนี้ธนาคารต่างๆได้ออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีมากมายมาลองดูกันนะครับ

เครดิตรูปภาพประกอบจาก NOW26 ช่องรายการธุรกิจคุณภาพจากเครือเนชั่น


มาตรการช่วยเหลือสินเชื่อ SME ธนาคารกสิกรไทย (แถลงข่าว วันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2557)
ขอรับมาตรการช่วยเหลือจาก KBank คลิ๊ก http://www.kasikornbank.com/TH/SME/Pages/assistance_measures_for_SME_customers.aspx 
    นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่ปลายที่ปีแล้ว ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างกว้างขวาง ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจติดลบ การลงทุนชะลอตัว ความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของประชาชนลดลง ทำให้เอสเอ็มอีมีรายได้ลดลงกว่า 40% หลายรายมีความเสี่ยงที่จะขาดสภาพคล่อง เนื่องจากไม่มีกระแสเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้ให้คำปรึกษาและพิจารณาช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบตามความจำเป็นของแต่ละราย
          อย่างไรก็ตาม จากปัญหาที่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน ทำให้เอสเอ็มอี 3 กลุ่ม คือ ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างรุนแรงเป็นวงกว้าง เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศลดลงเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย การลงทุนของภาครัฐและเอกชนชะลอตัวลง อีกทั้งชาวนาได้รับเงินจากการขายข้าวล่าช้ากว่ากำหนด โดยธนาคารกสิกรไทยมีฐานลูกค้าเอสเอ็มอีใน 3 กลุ่มดังกล่าวประมาณ 19,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินเร่งด่วน เพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเทียบกับภาระหนี้ที่มีกับธนาคารอยู่ในสัดส่วนที่สูง ประมาณ 15,000 ราย
          ดังนั้นธนาคารกสิกรไทย จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือเป็นพิเศษแก่เอสเอ็มอีทั้ง 3 กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนด้วยการลดดอกเบี้ยวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี (โอดี) ทุกรายทันที 3% เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่  1 มิถุนายน-31 สิงหาคมนี้ และพักชำระหนี้เงินต้นเป็นเวลา 6 เดือนให้กับลูกค้าในกลุ่มนี้ นอกจากนี้ธนาคารยังได้เตรียมวงเงินกู้อีก 75,000 ล้านบาทเพื่อปล่อยกู้ใหม่ให้เอสเอ็มอีอื่นที่ได้รับผลกระทบและต้องการเงินลงทุนหรือวงเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
          มาตรการช่วยเหลือด้วยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 3% และพักชำระหนี้เงินต้นนาน 6 เดือน จะทำให้ลูกค้าใน 3 กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนมีเงินเพิ่มขึ้นต่อเดือนราว 55% จากภาระหนี้ของธนาคารที่ลดลง ซึ่งลูกค้าสามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวไปหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจได้มากขึ้น

นายพัชร กล่าวทิ้งท้ายว่า มาตรการช่วยเหลือในครั้งนี้ ธนาคารเชื่อว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้โดยไม่กระทบกับกำไรของผู้ถือหุ้นเพราะธนาคารจะบริหารจัดการด้วยการลดค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆ ของธนาคารทดแทน

มาตรการช่วยเหลือสินเชื่อ SME  ธนาคารภาครัฐ

แบงก์รัฐเข็นมาตรการเร่งด่วนกู้ชีพเอสเอ็มอี หวังปลุกเศรษฐกิจครึ่งปีหลังกระเตื้อง "ออมสิน" มาแรงชงแพ็กเกจ "10 : 10 : 10" ปล่อยสินเชื่อ 10 ล้าน/ราย วงเงิน 2 หมื่นล้าน ฟาก "เอสเอ็มอีแบงก์" ให้ลูกค้าพักชำระหนี้เงินต้น 6 เดือน ขณะที่ บสย.ขน 5 มาตรการต่อลมหายใจ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่ได้มีการหารือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และมีนโยบายที่ให้ช่วยเหลือสภาพคล่อง

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นการเร่งด่วนนั้น ขณะนี้คลังได้รวบรวมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรากหญ้าของ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เสนอให้ คสช.เรียบร้อยแล้ว หากได้รับการอนุมัติก็สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีผลต่อเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง

"แต่ละ แบงก์มีเป้าหมายอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาปล่อยสินเชื่อได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งโครงการที่เสนอมาจะระบุชัดเจนว่าหลังจากนี้จะปล่อยสินเชื่อได้เท่าไหร่" นายสมชัยกล่าว

มาตรการช่วยเหลือสินเชื่อ SME ออมสิน ชงสูตร 10-10-10

นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส กลุ่มลงทุนและบริหารเงิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างจัดทำมาตรการช่วยเหลือรายย่อยและเอสเอ็มอี ซึ่งอยู่ระหว่างการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคาร คือ "10 ล้าน 10 ปี 10 วัน" เป็นโครงการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายย่อยรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 10 ปี และจะใช้เวลาพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ หลังยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้วภายใน 10 วัน

เบื้องต้นจะปล่อยสินเชื่อ ให้ลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอีเฉลี่ยรายละ 2 ล้านบาท พร้อมเตรียมสภาพคล่องไว้รองรับการโครงการดังกล่าว 20,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากมีผู้สนใจเกินวงเงินที่ตั้งไว้ ธนาคารก็สามารถเพิ่มวงเงินได้อีก เพราะสภาพคล่องส่วนเกินยังมีอีกเหลือเฟือ ซึ่งหลักเกณฑ์การพิจารณาก็ต้องอนุโลมบ้าง เพื่อให้รายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะ เข้าบอร์ดภายในสัปดาห์หน้า (2-6 มิ.ย.) โดยจะกำหนดให้ยื่นเอกสารขอสินเชื่อภายในสิ้นเดือน ก.ค. 2557 และคาดว่าจะส่งเงินเข้าสู่ระบบได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้

มาตรการช่วยเหลือสินเชื่อ SME ธนาคารอิสลาม
ไอแบงก์ฉีด 1.48 หมื่นล้าน

ด้าน นายครรชิต สิงห์สุวรรณ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ กล่าวว่า ได้เสนอ 4 มาตรการเร่งด่วนให้เกิดการปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ทุกภาคส่วนโดยเร็ว ในวงเงินรวมกว่า 14,850 ล้านบาท มาตรการแรกคือ เร่งรัดอนุมัติสินเชื่อใหม่ที่คงค้างตั้งแต่ต้นปี 2557 ประมาณ 11,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นทั้งสินเชื่อรายย่อย เอสเอ็มอี และรายใหญ่ ด้านที่สอง ปล่อยสินเชื่อเพื่อการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต หนี้บ้าน หนี้อเนกประสงค์ต่าง ๆ ซึ่งให้รายย่อยโดยตรง วงเงินปล่อยกู้ไว้ 800 ล้านบาท

มาตรการที่สาม วงเงิน 1,050 ล้านบาท เป็นสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายรัฐเดิม อาทิ สินเชื่อเพื่อหาบเร่แผงลอย อาชีพอิสระ สินเชื่อเพื่อนำไปรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบ สินเชื่อที่เกี่ยวกับการแต่งกายมุสลิม สินเชื่อกับโรงเรียนในเขตจังหวัดชายแดนใต้ เป็นต้น และสี่ เร่งรัดปล่อยสินเชื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพ SMEs ในอุตสาหกรรมฮาลาล วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท

มาตรการช่วยเหลือสินเชื่อ SME ธนาคารเอสเอ็มอี เปิดพักชำระหนี้เงินต้น 6 เดือน

แหล่ง ข่าวจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ธพว.ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าของธนาคาร โดยเปิดให้ลูกหนี้ที่ขาดชำระในช่วง 1-3 เดือน ยื่นความจำนงเข้าร่วม "มาตรการพักชำระหนี้เงินต้น" สำหรับลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการชุมนุมทางการ เมือง ซึ่งจะได้รับการพักชำระเงินต้น 6 เดือน (นับรวมกับช่วงเวลาที่ขาดชำระ) โดยจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย มูลหนี้ส่วนนี้มีทั้งสิ้นประมาณ 500 ล้านบาท จำนวนลูกหนี้ 500-600 ราย โดยจะเปิดให้ยื่นเรื่องขอเข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 ก.ค.นี้

มาตรการช่วยเหลือสินเชื่อ SME บสย.ขน 5 มาตรการต่อลมหายใจ

ขณะ ที่นายวิเชษฐ วรกุล รองผู้จัดการทั่วไป สายงานธุรกิจ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ได้จัดทำ 5 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี ประกอบด้วย
 1) ช่วยเหลือลูกค้าเดิม 8 หมื่นราย ที่ปัจจุบันมียอดค้ำสินเชื่อคงค้าง 2.5 แสนล้านบาท จะได้รับการพักชำระค่าธรรมเนียม 1.75% นาน 6 เดือน
 2) โครงการค้ำประกันสินเชื่อที่มีสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สนับสนุนเงินค่าธรรมเนียมในปีแรกให้กับลูกค้าวงเงิน 262.50 ล้านบาท
 3) โครงการค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท ผ่านโครงการ PGS-5 ซึ่งขอให้รัฐจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันปีแรกแทนผู้ประกอบการ โดยใช้งบประมาณ 962.50 ล้านบาท
4) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย วงเงิน 5,000 ล้านบาท เสนอขอให้รัฐสนับสนุนงบประมาณ วงเงิน 1,150 ล้านบาท และ
5) โครงการค้ำประกันสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ OTOP วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ซึ่ง บสย.เสนอขอรัฐสนับสนุนงบประมาณ 1,600 ล้านบาท ทั้งนี้ 5 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-พ.ค.) บสย.มียอดค้ำประกันสินเชื่อใหม่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 50% เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อลดลง จากปกติ 4-5 แสนล้านบาท แต่ปีนี้มีเพียงหลักหมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ มีรายงานว่ากระทรวงการคลังและสมาคมธนาคารไทยอยู่ระหว่างเจรจากับบรรษัทการ เงินระหว่างประเทศ (IFC) ในการเข้ามาช่วยเพิ่มระดับการค้ำประกันความสูญเสียสูงสุด จากปัจจุบันที่ บสย.ค้ำประกันอยู่ 18% เพิ่มเป็น 50% ของสินเชื่อ ซึ่งจะทำให้ธนาคารพาณิชย์กล้าปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้มาก ขึ้น โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือน มิ.ย.นี้

มาตรการช่วยเหลือสินเชื่อ SME สสว.งัด 8 มาตรการช่วยเหลือ

ด้าน นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า เตรียมนำมาตรการเกี่ยวกับการช่วยเหลือ แก้ไขเหตุวิกฤต รวมทั้งป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นกับ SMEs ต่อ คสช.ในวันจันทร์นี้ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ออกมาตรการช่วยเหลือใน 3 ด้านหลัก คือ ในด้านการเงิน การตลาด และการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ประกอบด้วย 8 โครงการ วงเงินงบประมาณ 12,783.70 ล้านบาท โครงการที่สามารถปฏิบัติได้เลย ได้แก่ โครงการชดเชยค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ บสย.ให้กับผู้ประกอบการจำนวน 5,000 ราย วงเงินงบประมาณ 262.8 ล้านบาท และโครงการ SMEs Restart เพื่อเสริมสภาพคล่องและลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจ่ายธนาคาร โดยร่วมกับ ธพว., ธนาคารออมสิน และกรุงไทย ชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ SMEs ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี วงเงิน 1 ล้านบาทต่อราย จำนวน 10,000 ราย เป็นเวลา 3 ปี วงเงินงบประมาณ 800 ล้านบาท


นาย พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กรณีที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ขอเบิกเงินเกินบัญชี (O/D) ซึ่งที่ผ่านมาได้ขยายเต็มเพดานแล้ว และต้องการขอเพิ่มนั้น กลุ่มนี้ดูแลลำบาก เนื่องจากการขอโอ/ดีเต็มเพดานอาจเกิดทั้งจากขายของเยอะมาก หรืออาจขายของไม่ได้เลยจนสภาพคล่องไม่มี ดังนั้นธนาคารจึงต้องเข้าไปดูและสนับสนุนเป็นรายกรณี ซึ่งเบื้องต้น หากลูกค้าขาดสภาพคล่อง แบงก์จะเปิดวงเงินระยะสั้น 2-3 เดือน เพื่อให้พอมีสภาพคล่องหมุนเวียน และหากธุรกิจเข้าสู่ภาวะปกติก็ค่อยเปิดวงเงินโอ/ดีใหม่

ส่วนมาตรการ ช่วยเหลือเอสเอ็มอีอื่น ๆ นอกจากพักชำระเงินต้น ให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยนาน 3-6 เดือน หรือยืดหนี้ 6 เดือนแล้ว ธนาคารยังพิจารณายืดหนี้ต่อให้เป็น 1 ปี อย่างไรก็ตาม ในต้นเดือน มิ.ย.จะมีมาตรการอื่น ๆ ออกมาช่วยเรื่องดอกเบี้ย สภาพคล่อง เป็นต้น

มาตรการช่วยเหลือสินเชื่อ SME ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย

นาย จิรัชยุติ์ อัมยงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายพาณิชย์ธนกิจ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ออกแพ็กเกจช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีทั้งที่ได้รับผลกระทบทางตรงและ ทางอ้อม โดยผู้ที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีการชุมนุมทางการเมือง หากสภาพคล่องถูกกระทบไม่น้อยกว่า 30% ธนาคารจะมีแพ็กเกจช่วยเหลือ เช่น ชำระดอกเบี้ยเพียงบางส่วน การยืดระยะเวลาชำระหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ให้ เป็นต้น


LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...