วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

มิตรแท้โชห่วย (​ Makro ) มาอยู่รวมกับศัตรูสำคัญของโชห่วย (CP ALL) ได้ยังไง

วันนี้ 23-4-56  วันเลขสวยวันก้าวหน้า เป็นวันที่ประกาศดีลการซื้อธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย คือ ซีพีออลล์  CP All ประกาศซื้อ สยามแม็คโคร Makro ในราคาหุ้นละ 787 บาทต่อหุ้น
สูงกว่าราคาตลาด 682 บาทต่อหุ้น ถึง 17% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 189,000 ล้านบาท การขาย Makro มีข่าวมานานตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งผู้สนใจซื้อมีตั้งแต่ คุณเจริญ,เซ็นทรัล แต่ไม่มีข่าวเรื่อง CP จะซื้อ แหล่งข่าวบอกว่าการเจรจาใช้เวลาเพียงแค่ 10 วันและบินไปเซ็นต์สัญญากันที่ฮ่องกง เมื่อเรียบร้อยแล้วบินกลับมาแถลงข่าวที่เมืองไทยทันที

ข้อมูลธุรกิจของ Makro ในมุมที่น่ารู้จัก

  • Makro เป็นธุรกิจจำหน่ายสินค้าด้วยเงินสด ลูกค้าบริการตนเอง Cash and Carry 
  • ปัจจุบันมี 57 สาขา ตั้งแต่เปิดสาขามาไม่เคยปิดลงไปเลยแม้สาขาเดียว ( อ่านเพิ่มเติม กลยุทธ์การเปิดสาขา ของ Makro )
  • ยอดขายรวมต่อปี 100,000 ล้านบาท เป็นหนึ่งใน4ยักษ์ค้าปลีกค้าส่งของเมืองไทย  (อันดับที่1 7-11 ยอดขาย 150,000  ล้านบาทต่อปี ,อันดับที่2 เทสโกโลตัส ยอดขาย 148,000  ล้านบาทต่อปี ,อันดับที่3 BigC ยอดขาย 121,000  ล้านบาทต่อปี)
  • กลุ่มลูกค้าหลัก แม็คโคร คือผู้ประกอบการร้านค้าปลีก หรือโชห่วย และ กลุ่ม HoReCa = Hotel Restaurant Catering
  • กลยุทธสำคัญที่ใช้ในการมัดใจลูกค้าคือ Markro LoveMark ( อ่านเพิ่มเติม แม็คโคร มุ่งมั่นเพื่อเป็นที่1ในใจคุณ จับมือ KBank ช่วยเต็มที่ Makro Love Mark )
  • ในแต่ละสาขา Makro จะมีเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ ไปคอยดูแลลูกค้าในพื้นที่ช่วยดูการจัดร้านการจัดการใน
จากการวิเคราะห์เหตุผลที่ได้มีการแถลงข่าวไปบวกกับฐานความรู้ที่มีพอจะให้เหตุผลของการซื้อแม็คโครได้ดังนี้
  • แม็คโครไม่ใช่ใครอื่นเป็นเสมือนพี่ชายพ่อเดียวกันของเซเว่นอีเลเว่น คุณธนินทร์ เป็นคนเลือกนำเข้ามาในเมืองไทยเพื่อสร้างช่องทางจัดจำหน่ายให้กับเครือซีพี การขายออกไปเพื่อรักษาชีวิตครอบครัวไว้ตอนปี40 ทำให้จิกซอร์ยังไม่สมบูรณ์เมื่อมีโอกาสก็ซื้อกลับเข้ามาอยู่ในครอบครัว
  • แม็คโครเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดเข้ามาได้ดีมากๆ คล้ายเซเว่นอีเลเว่น ลูกค้าซื้อของด้วยเงินสด แม้จะมีรับบัตรเครดิต แต่ก็จำกัดเฉพาะบัตรของMakroเอง
  • ที่ตั้งสาขาที่ีมีศักยภาพ ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าเสี่ยเจริญอยากจะซื้อเพราะชอบที่ทำเล แมคโครมี 57 สาขา มีถึง 53 สาขาที่เป็นพื้นที่ของตัวเอง
  • การเจรจาดีลนี้ใช้เวลาแค่ 10 วัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ข่าวว่า TCC สนใจจะซื้อแต่เจรจาไม่เป็นผล ส่วนหนึ่งเพราะผู้บริหาร Makro กับ CP รู้จักกันดีอยู่แล้ว
  • องค์ความรู้ที่จะได้รับการถ่ายทอดจาก Makro ทำให้CP ได้รูปแบบการบริหารที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าเหมาะกับประเทศไทย สยามแม็คโครเป็น Makro ที่เหลืออยู่ไม่กี่ประเทศและทีมบริหารเป็นคนไทยเกือบทั้งหมด
  • เงื่อนไขการซื้อ สยามแมคโคร ไม่ได้มาแค่สิทธิการทำ Makro ในประเทศไทยแต่ได้ทั้งอาเซียน
  • ขนาดของ Makro เหมาะกับการขยายไปเปิดในต่างประเทศ เพราะหากจะใช้ 7-11 ไปเปิดตลาดต่างประเทศต้องใช้เวลานานกว่าจะตั้งตัวได้
  • จำนวนลูกค้า Makro กว่า 600,000 รายที่เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นลูกค้าสำคัญในธุรกิจอาหารของซีพี
  • กลยุทธ์ มิตรแท้โชห่วย และ Love mark เป็นกลยุทธ์ที่สร้างพันธมิตรเชิงลึกในการเติมเต็มธุรกิจให้ลูกค้าซึ่งกันและกัน ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างนาน ทั้ง Makro KBank  AIS เมืองไทยประกันชีวิต
    ลูกค้าแม็คโครได้รับการพิจารณาสินเชื่อพิเศษจากธนาคารกสิกรไทย เป็นกรณีศึกษาที่ดีในการทำ Partnership CRM

จะเห็นได้ว่า CP ซื้อแม็คโคร จึงไม่ใช้เรื่องแปลก แต่ที่แปลกอย่างเดียวคือ Makro ทำไมจึงอยากขาย และ CP ทำไมจึงยอมซื้อด้วยราคาที่แพงขนาดนี้

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2556

การจัดการปัญหาในSocial Media กรณีศึกษา Drama โรงภาพยนตร์ Major เซ็นทรัล พระราม3

กรณีศึกษา การจัดการปัญหาในSocial Media ของ เมเจอร์ ในกรณี ดราม่า ผู้จัดการเมเจอร์พระราม3 ทะเลาะ หรือเรียกว่าด่ากับลูกค้าก็ได้ 
ขาใหญ่จาก Pantip มาโพส มีคน RT ไปอีก 125 ครั้ง


วันนี้กระแสเมเจอร์ แรงเหลือหลาย ก่อนอื่นขอให้กำลังใจคนที่ต้องตามแก้ปัญหานะครับ สู้สู้ ผมขอเอามาเก็บไว้เป็นกรณีศึกษาให้คนรุ่นหลังใช้เป็นแนวทางในการจัดการปัญหาของลูกค้าทางสื่อออนไลน์


เรื่องมีอยู่ว่า....



วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2013 รอดูพี่มากพระโขนง ที่เซ็นทรัลพระราม3 รอบสี่ทุ่มครึ่ง ชั้น2ที่รอพัก อากาศร้อนอบอ้าวจนลูกค้าบ่นกันเยอะมาก มีลูกค้ารายนี้แจ้งกับฝ่ายผู้รับผิดชอบ ตอนแรกเห็นลูกค้าพูดดีๆอยู่ จู่ๆผู้หญิงที่เรียกตนเองว่าเป็นผู้จัดการ­คนนี้ ก็ขึ้นเสียงตะโกนดังลั่นใส่ลูกค้าคนนี้ แล้วเธอก็เดินเชิดหน้าเอาเรื่องใส่ลูกค้าไ­ปอยู่ตรงกลาง แล้วก็เป็นไปอย่างที่เห็นในวิดีโอ ทุกคนมัวแต่อึ้งกับการกระทำของผู้หญิงคนนี­้ ไม่คิดว่าจะมีผู้จัดการใส่ลูกค้าแบบนี้ แถมยังไล่ลูกค้าเมเจอร์ เมเจอร์ควรตรวจสอบและอบรมเพราะสิ่งที่ลูกค­้ารายนี้พูดก็เป็นความจริง อากาศมันร้อนมาก สุดท้ายยังมีความอดทนนำเงินทอนไปคืนเธอ แต่เธอผู้นี้ควรเรียนรู้หน้าที่ของการเป็น­ผู้จัดการให้ดี ไม่ใช่ทำตัวเหมือนเด็กประถมแบบนี้ ไม่มีเจ้าของธุรกิจคนไหนอยากได้ผู้จัดการแ­บบนี้แน่นอน
(จากกระทู้ Pantip http://pantip.com/topic/30373868 )

กรณีนี้มีผู้มีอุปการะคุณนำคลิปมาโพสใน Youtube เมื่อวันที่ 2 เมษายน คนก็ไม่ค่อยมาดูคลิปนี้เท่าไหร่ จนกระทั้งวันที่ 15เมษายน กราฟก็พุ่งพรวด มีการทำคลิปซ้ำผ่านสื่อต่างๆ ทั้ง Facebook   และ นำไปเขียนใน Twitter ในช่วงหัวค่ำวันที่ 16 เมษายน โดยเหล่าคนดังทั้งหลาย และก็ตามมาด้วยการล้อเลียนต่างๆนานา



เริ่มกลายเป็นมุขล้อเลียนตามสไตล์ Social media 

หลายคนคงฮา แต่ผมว่า เมเจอร์คงไม่ฮา 


แต่23.15 ผู้บริหารเมเจอร์ คุณอภิชาติ คงชัย ผู้อำนวยการฝ่ายโรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์  ก็ออกมาโพสขอโทษด้วยความรวดเร็ว และมีพี่น้องสื่อมวลชนช่วยกันให้กำลังใจ
@noppatjak มาโพสบอกเรื่องราว ว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้น และก็ช่วยโพสว่ามีการขอโทษแล้ว 



Major Cineplex  ก็ได้โพสทวิตเตอร์เพื่อขอโทษในเหตุการณ์ตอนเกือบเที่ยงคืน ได้รับการตอบรับอย่างดี


ไม่รู้ว่าเรื่องราวจะจบอย่างไรแต่ที่แน่ๆ คงมีคนโพสต่อกันไปอีกซักระยะหนึ่งหรือไม่วันรุ่งขึ้นก็มีสื่อออกทีวีซักช่อง

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1.บริการลูกค้าให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ระลึกไว้เสมอว่า มีกล้องส่องเราอยู่ตลอดเวลา กรณีีนี้คนโพสYoutube รู้สึกว่าไม่เกี่ยวกับการทะเลาะเคยแค่เห็นแล้วก็ถ่ายเอาไว้
2.เรื่องนี้มันควรจะผ่านไปเพราะคลิปนี้โพสไปตั้งแต่ วันที่2 เมษายน หากไม่มีคนไปเอามาโพสในทวิตเตอร์และPantip.com อีก ดังนั้นแบรนด์ควรติดตามสื่อSocialต่างๆอย่างใกล้ชิด หากเห็นตั้งแต่วันที่2 แล้วปิดเคสได้เอาYoutube ลงได้คงจะดี
3.ผู้บริหารองค์กรควรมีเพื่อนใน Social Media ไว้บ้างก็จะดีไม่น้อยในการประสานงานและการช่วยให้ข่าว เพราะไม่ต้องรอผ่านช่อง หรือผ่านต้นสังกัด Social Media ของนักข่าวเค้าสามารถโพสได้เลย

ตี2 ของวันที่ 17 เมษายน มีเข้าดูคลิปใกล้หลัก 10,000 แต่น่าจะดูผ่าน Social อื่นๆ อย่าง Facebook เลยจับได้แค่ 301 ครั้งแต่ในกราฟมากกว่านั้นเยอะ

ช่วงบ่ายของวันที่ 17 มีการโพสในหน้า FB ของเมเจอร์ ซึ่งตอนนั้นมันก็สายไปซะแล้ว
เพราะทั้งช่อง3 ไทยรัฐ MCOT  ออกสื่อไปแล้ว

Link
โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ เซ็นทรัล พระราม3 - YouTube:

'via Blog this'

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

เบื้องหลังกาแฟที่สมบูรณ์แบบ Starbucks Coffee perfection ...and the peoplebehind coffee perfection


กาแฟสตาร์บัค Starbuck coffee ที่ฮ่องกง ทำ marketing campaign ออกมาได้น่าสนใจมาก เชื่อว่าเป็นการตอบโจทย์การตลาด ด้านการสร้างแฟนพันธ์ุแท้รุ่นใหม่ เพื่อยืดตำแหน่งความเป็นผู้นำร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยมออกไป หลังจากที่ปัจจุบันธุรกิจร้านกาแฟระดับพรีเมี่ยมมีการแข่งขันที่สูงทั้ง Global และ Local เกิดแบรนด์ใหม่ที่ออกมาแย่งชิงตลาดบนอย่างStarbuck มีทางเลือกให้ผู้บริโภคเยอะ ทั้งการออกแบบร้านกาแฟ การสร้างสรรค์รสชาดกาแฟ การสร้าง Positioning ที่ไม่ต่างจาก สตาร์บัค คำถามในใจผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ใช้ สาวกสตาร์บัค คงมีคำถามในใจว่า "ทำไมฉันต้องเลือกสตาร์บัค" WHY Strabucks
Campaign Starbucks Coffee perfection นี้ใช้สื่อต่างๆถ่ายทอดเรื่องราวความสมบูรณ์แบบของกาแฟสตาร์บัค ตั้งแต่ปลูกจนถึงมือคนชงกาแฟ (Barista ) ทุกกระบวนการที่จะสร้าง "กาแฟที่สมบูรณ์แบบ" Starbucks Coffee Perfection
การ์ดแนะนำ Starbucks Coffee perfection

เปิดด้านนออกมาเป็นการเล่าเรื่องราวง่ายๆ ตั้งแต่คนปลูกกาแฟ


สี่บุคคลที่ทำให้ กาแฟสตาร์บัค เป็นกาแฟที่สมบูรณ์แบบ 

สื่อของสตาร์บัค มักใช้การออกแบบที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยเอกลักษณ์ที่ดูแล้วรู้เลยว่านี้คือสตาร์บัค















การสื่อสารกับลูกค้าผ่าน การ์ดใบเล็กๆที่ในร้าน ที่บอกเล่าเรื่องราวของคนต่างๆ4คนที่ต้องทำภาระกิจตัวเองให้สมบูรณ์แบบที่สุด
Grower คนปลูกกาแฟ
Buyer นักจัดซื้อกาแฟมืออาชีพ
Roaster คนคั่วกาแฟ ผู้ปรุงกาแฟ
Barista นักชงกาแฟ

ชวนลูกค้าทำกิจกรรมต่อด้วยโทรศัพท์มือถือของลูกค้าScan QR code เข้าไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและตอบคำถามรับสิทธิพิเศษต่างๆเมื่อร่วมเล่นเกมส์ โดยการเชื่อมกับข้อมูลFacebook ลูกค้า

ตอบคำถามรับสิทธิพิเศษ ชวนคนให้อ่านข้อมูลให้ละเอียดมากขึ้นแล้วมาตอบคำถาม หากตอบถูกจะได้ e-stamp เหมือนแฟนพันธ์แท้ของสตาร์บัคต้องการเก็บstampหน้าซองกาแฟสตาร์บัค
แน่นอน ผมต้องตอบถูกอยู่แล้ว  หลังจากตอบถูกคุณก็จะได้ คูปองใช้เป็นส่วนลด

แน่นอนเมื่อๆได้สแตมป์สตาร์บัค ก็ต้องชวนให้แชร์ เป็นการช่วยประชาสัมพันธ์อีกทีนึง
คนที่ชอบกินกาแฟสตาร์บัคบางคนชอบเก็บสะสมสแตมป์หน้าซอง

กระบวนการกิจกรรมต่างๆทำแบบเรียบง่ายโปรโมชั่นก็ไม่ได้แรงมามายแต่ใครที่ร่วมกิจกรรมนี้จะได้พบกับความเป็นมาเบื้องหลังกาแฟที่สมบูรณ์แบบ
ใครที่ตอบคำถามได้ทุกคำถามรู้ตัวรึป่าว คุณใกล้ได้เป็นสาวกสตาร์บัคอีกคนแล้วแน่นอน

ปล. อ่านแล้วนึกถึงบล๊อก Macthai.com ที่พึ่งอ่านล่าสุด
ฮานนา เจ้าของเสียงรับสายอันโด่งดัง แถมได้คุยกับสตีฟ จ็อบส์ด้วย
สาวน้อยคนนี้ชื่อ ฮานนา เป็นบาริสต้า ของสตาร์บัคที่ดังที่สุดคนหนึ่งเพราะเธอได้รับสายจาก สตีฟ จ็อบส์ เมื่อครั้งที่แอปเปิลเปิดตัวไอโฟนรุ่นแรกในปี 2007 จ็อบส์หยิบไอโฟนขึ้นมาแล้วเปิดไปที่แอพ Google Maps จากนั้นก็ค้นหาร้าน Starbucks ที่อยู่แถวนั้น และเขาก็กดโทรศัพท์ไปที่ร้าน Starbucks จริงๆ !!

“Starbucks อรุณสวัสดิ์ค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ ?”
“ผมอยากสั่งลาเต้ 4,000 แก้วครับ [ ทุกคนฮาลั่น ] … ฮะๆ ล้อเล่นครับ โทรผิดเบอร์ ขอบคุณ บ๊าย บาย”
อ่านให้จบ แล้วจะพบว่า พลังของสตาร์บัคในตัวพนักงานมีมากน้อยแค่ไหน
http://www.macthai.com/2013/03/02/steve-jobss-first-public-iphone-call-starbucks-story/

วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2556

รีวิว คู่กรรม ณเดชน์ อรเณช พระเอกเล่นดีนางเอกน่ารัก และประโยคดีๆจากคู่กรรม2013 sunsetatchaophraya Hideko Kobori

ขอบคุณ @KBank_Live สนับสนุนการได้ดูหนังในครั้งนี้

คู่กรรม เวอร์ชั่นหนังใหญ่ พระเอกเล่นดี นางเอกน่ารัก มีคติสอนใจ

คู่กรรม 2013 ณเดชน์ เล่นเป็นพระเอก อรเณช เล่นเป็นนางเอง เป็นคู่กรรมเวอร์ชั่นหนังใหญ่ที่พึ่งเคยดูครั้งแรก ก่อนหน้านี้เคยดูคู่กรรม แต่ในทีวี ที่มี (ป้า)เบิร์ดธงไชย เล่นกับ กวาง กมลชนก ส่ิงที่ทำให้จดจำได้มากที่สุดจำมาถึงตอนนี้คือ 1. คนฮิตเรียนตีขิมกันทั้งบ้านทั้งเมือง 2.โกโบริใช้เวลาบาดเจ็บจากระเบิดที่บางกอกน้อยนอนบนตักฮิเดโกะเป็นเดือนกว่าจะตาย (ฝีมือการยืดเรื่องจากความที่ละครฮิตขายโฆษณาได้เยอะผู้จัดก็จะยืดเรื่องขยายตอนเล่าความหลัง)

ก่อนไปดูมีคำวิจารณ์หนังเรื่องนี้แบบรุนแรง หนังขายดารา นางเอกใหม่เล่นแข็งมาก ทั้งเรื่องณเดชน์เล่นเก่งคนเดียว เอ่อ...วิจารณ์กันยังกะเป็นผู้กำกับเป็นกรรมการตัดสินตุ๊กตาทอง
สำหรับการดูหนังแบบคนธรรมดา ดูหนังเพื่อหาความบันเทิงใส่ตัว ดึงตัวเองออกจากเรื่องวุ่นวาย ได้พักผ่อน ถือว่าเร่ืองนี้ ก็โอเคนะ ดูได้เพลินดีแถมได้ข้อคิดดีๆหลายอย่าง

รีวิว คู่กรรม แบบคนธรรมดา

พระเอก แบรี่ ณเดชน์ - โกโบริ
ถือเป็นเป็นโกโบริที่มีออร่ามากๆ เล่นได้ดีอย่างที่คนบอกกันนั่นหล่ะ "เสียตังค์ไปดูณเดชน์ ก็คุ้มแล้ว"
หล่อทะลุโคลน

คุณต้องไปกับผมนะ ฮิเดโกะ

ผมไม่ไหวแล้ว อ่าาา  โกโบริโดนระเบิดหน่ะ อย่าคิดอะไรมาก



นางเอก ริชชีิ่ อรเณช- อังศุมาลิน  
นางเอกใหม่ไม่คุ้นหน้า แต่เห็นรูปก่อนเข้าดูหนังแล้วนึกถึงอุ้มสิริยากร หน้าตาแนวน่ารักแก้มยุ้ย เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของเธอ ต้องบอกว่าเวลาเธอยิ้มน่ารักมากๆ แต่ทั้งเรื่องมีรอยยิ้มอยู่ประมาณ 3 ครั้ง นี่คือความผิดพลาดที่ผู้กำกับไม่ยอมให้เธอยิ้ม ผมเชื่อว่าผู้ชายที่ต้องพาผู้หญิงไปดู แบรี่ณเดชน์ คงอยากเห็นเธอยิ้มมากกว่านี้ ออกจากโรงหนังมาจะได้ไม่มีแต่ภาพณเดชน์ติดตา (เค้าหล่อมากจริงๆจนผู้ชายจะกลายเป็นเกย์กันไปทั้งประเทศแล้ว)
หันมาเจอโกโบริแอบดูอยู่ ยิ้มครั้งที่ 1


เพื่อนเล่น เหรอย่ะ ยิ้มครั้งที่2

จะรับผิดชอบยังไง(ย่ะ) ยิ้มครั้งที่ 3 หลังจากนั้นต้องเก็บอารมณ์
เห็นมั๊ยว่าเวลาผู้หญิงยิ้มทำให้โลกน่าอยู่แค่ไหน

ตามบทต้องเล่นเป็นผู้หญิงที่เก็บความรู้สึกอะไรบางอย่างไว้ในใจไม่ปล่อยออกไปให้ใครรู้(จะมีเฉลยตอนท้าย) ริชชี่แสดงออกด้วยการทำหน้านิ่งเฉย เลยทำให้รู้สึกว่าดูอึดอัดชวนลุ้นในใจเมื่อไหร่จะยิ้มบ้างซะที
สีหน้าแววตาแบบนี้ที่จะได้เห็นเกือบตลอดเรื่อง


คุณแม่(เมริน่า มุ่งศิริ)+คุณยาย
บทบาทน้อยมากๆ แต่คุณแม่ก็เล่นดีเป็นตัวเชื่อมต่อเรื่องส่วนคุณยายนอนกับขี่หลังณเดชทำอยู่เท่านี้จนจบเรื่อง ทำเท่านี้จริงๆนะ
วนัส (นิธิส) ตาผล(น้าหว่อง) ตาบัว(น้าหงา)
อีกสามคนที่มีบทบาทเป็นตัวเชื่อมต่อเรื่องเป็นตัวเชื่อมต่อจริงๆไม่ได้ช่วยกระชากอารมณ์เลย โดยเฉพาะตอนที่วนัสเจออังศุมาลิน น่าจะมีอะไรมากกว่านี้

ฉากในหนังเรื่องนี้ เป็นจุดหนึ่งที่ผมชอบมาก ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในช่วงสมัยนั้นจริงๆน่าจะมีเครดิตสถานที่ถ่ายทำให้หน่อยจะได้ตามไปดูมีมุมที่สวยๆเยอะ
ฉากบนสะพานพุทธทำได้สวยมาก ทราบมาว่าปิดสะพานตั้งแต่ตี5ถึง9โมงเช้า

ใจความสำคัญของหนังเรื่องนี้ไม่ได้บอกว่ารักชาติยังไง แต่บอกให้เราเชื่อในหัวใจตัวเอง รีบใช้โอกาสที่จะแสดงความรักในขณะที่ยังมีโอกาสอยู่ อย่ายึดถือทิฐิ หรือคำมั่นสัญญา จงเชื่อในหัวใจตัวเอง



  • นี่คงกลายเป็นฉากเปิดฉากสำคัญของหนังเรื่องคู่กรรมในทุกๆภาค อังศุมาลินนุ่งกระโจมอกแอบไปดูในอู่ต่อเรือ ซึ่งเป็นฉากแรกที่จะได้พบกับโกโบริ จึงขอนำภาพสองฮิเดโกะ มาชมกัน

รู้รึป่าว ริชชี่ว่ายน้ำไม่เป็น 

หนูนาก็ต้องโชว์หัวไหล่กระโจมอกว่ายน้ำเหมือนกัน
เปรียบเทียบความสามารถในการแสดงระหว่าง หนูนาหนึ่งธิดา กับ ริชชี่อรเณชแล้ว ผมว่าหัวไหล่ของหนูนาขาวกว่าเยอะ^_^

  • คำพูดโกโบริ ในคู่กรรม มีคำกินใจหลายคำ ที่ตอนฟังต้องกุมมือคนข้างๆไว้เลย 

คุณมีเหตุผลของคุณ ผมมีหัวใจของผมก็พอแล้ว
(คำนี้+หน้าแบบนี้ ใครเจอก็ใจอ่อน)


วันนี้ผมมีความสุขมากที่สุดเลย ถึงแม้เวลาความสุขที่มีจะน้อย แต่ผมจะรักษามันเอาไว้ 
ถ้าผมตาย ผมจะพาหัวใจรักของผมติดไปด้วย 
เมื่อถึงวันนั้นผมก็ยังรักคุณอยู่ดี
อานาตะโวะ อาอิชิเตอิมัส

ในเวลาที่ชั้นต้องการใครซักคน ทำไมต้องเป็นนายที่มายืนตรงนี้
เวลาที่ผู้หญิงมีปัญหาเค้า ต้องการใครซักคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไปยืนอยู่ข้างหน้าแบบโกโบริ เลยโดนผู้หญิงโกรธทั้งเรื่อง #แป๊ก

  • ฉันต้องใช้ความพยามอย่่างมากที่จะไม่รักนาย - อังศุมาลิน
  • ตอนมีโอกาสเราอาจไม่รู้จักความรัก แต่เมื่อรู้จักความรักเรามักไม่มีโอกาสแล้ว - คุณหลวง
  • น้องไม่ควรสนใจในคำสัญญา แต่อยากให้น้องเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง - วนัส
  • เลาเกียจนาย เข้าใจมั๊ย - อังศุมาลิน ไม่มี"ร.เรือ" เกือบตลอดทั้งเรื่อง -_-'
  • สิ่งที่คุณกระทำคือหน้าตาของประเทศ - ผู้บัญชาการกองทัพญี่ปุ่น (กลัวใครเอาคำนี้ไปบอกนายกนะเดี๋ยวหนังโดนแบน)




คุณอยากบอกวิธีที่คุณชนะให้คู่แข่งของคุณมั๊ย Growing Good Corn



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วในทวีปอเมริกากลาง
ณ ชุมชนแห่งหนึ่งจะมีการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพดประจำปี

หลังจากการประกวดครั้งนั้นชายผู้ที่ชนะเลิศคนหนึ่ง
ได้ทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ
เขาได้นำเมล็ดพันธ์ที่เพิ่งชนะการประกวด
แจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันและกล่าวว่า
"เอาเมล็ดพันธ์นี้ไปปลูกซะ แล้วปีหน้าเรามาแข่งกันใหม่"

ในปีต่อมา เขาก็ชนะการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพดอีก
เช่นเดิมกับปีที่ผ่านมา เขาเดินแจกเมล็ดพันธ์ที่ชนะของเขา
ให้กับคนอื่นๆ แล้วบอกเหมือนเดิมว่า
"เอาเมล็ดพันธ์นี้ไปปลูกซะ แล้วปีหน้าเรามาแข่งกันใหม่"

ชายผู้นี้ชนะการประกวดเมล็ดพันธ์ข้าวโพดติดต่อกันหลายปี
และเขาก็แจกเมล็ดพันธ์ที่ชนะให้ผู้แข่งขันคนอื่นๆทุกปี

จนวันหนึ่งมีนักข่าวช่างสงสัยถามเขาว่า
"ทำไมคุณถึงแจกเมล็ดพันธ์ที่ชนะการประกวด
ให้กับผู้ร่วมแข่งขันคนอื่นๆ ทั้งๆที่ไม่จำเป็น
เพราะถ้าคุณไม่แบ่งให้คนอื่น คุณก็จะได้ชนะง่ายๆทุกปี"
เขาตอบว่า
"คุณน่ะไม่เข้าใจการปลูกพืชที่ดี
คุณเคยได้ยินคำว่า การกลายพันธ์หรือเปล่าครับ
ถ้าไร่ของผมมีเมล็ดพันธ์ที่มีคุณภาพดี
แต่บังเอิญไร่ของเพื่อนบ้านมีแต่เมล็ดพันธ์ที่คุณภาพต่ำ
วันหนึ่ง ลมก็จะพัดเอาเกสรของเมล็ดพันธ์ที่คุณภาพต่ำ
ปลิวมาตกในไร่ของผม ทำให้เมล็ดพันธ์ผมเสียหายไปด้วย
มันไม่เป็นการดีกว่าหรือ หากทุกคนมีเมล็ดพันธ์คุณภาพดี
แล้วมาวัดกันตอนแข่งขันว่า
ใครขยัน รดน้ำ ใส่ปุ๋ยพรวนดินดีกว่ากัน"

ข้อคิด :
"แม้ว่าคุณจะมีเมล็ดพันธ์ทางความคิดที่ดี
แต่หากคุณเก็บไว้กับตัว และไม่แบ่งปันใคร
วันหนึ่งเมล็ดพันธ์แห่งความคิดนั้น ก็จะตายไปพร้อมกับคุณ"

source ภาษาอังกฤษ :
Growing Good Corn
http://www.inspirationpeak.com/cgi-bin/stories.cgi?record=142
ผู้แปล http://www.facebook.com/alumni.mentorship

Matrix organization โครงสร้างองค์กรยุคใหม่ที่ท้าทายคนรุ่นใหม่

โครงสร้างองค์กรแบบ Matrix คล้ายกับในรูปเพราะมีคนเก่งแต่ละด้านมาปนกันเต็มไปหมด

โครงสร้าองค์กรแบบ Matrix คือโครงสร้างการทำงานขององค์กรที่มีศักยภาพสูง คนมีความชำนาญเฉพาะด้าน ในส่วนต่างๆจะนำศักยภาพมาร่วมกันทำงานแบบX Function เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดขององค์กร นี่คือความท้าทายขององค์กรสมัยใหม่ จะสำเร็จได้ก็ต้องอาศัยหลายปัจจัย ทั้งภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตาม การกำหนดเป้าหมาย และทัศนคติ หากขาดอันใดอันหนึ่ง Matrix ก็จะกลายเป็นสนามรบย่อยๆดีๆนี้เอง

ที่ KSME มีการจัดงานแบบ Matrix ทำให้ได้ทำงานร่วมกับคนเก่งๆมืออาชีพแต่ละด้าน
ภาพบน น้องอรนิตา(มิ้น) ชุดชมพู เป็นสาว PR
น้องพัชราภา​(อุ๋ม) ชุดขาวดำเป็นสาวโฆษณา
ภาพล่าง น้องส้ม นันทิพัทธ์ กับ น้องเต้ มันทารี แห่ง KSME Partnership 


องค์กรที่ใช้โครงสร้าง Matrix ถ้าจัดการไม่ดีหัวหน้าทีมเอาไม่อยู่ มันก็เป็นสงครามกองโจรย่อยๆหลายๆกอง



LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...