วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

K-Culture and K-Leadership วัฒนธรรมองค์กร และ 11 พฤติกรรมของหัวหน้างาน แบบกสิกรไทย

หลายองค์กรที่มีการเติบโตผ่านมาหลายยุคหลายสมัย คนหลายเชื้อชาติ หลายภูมิลำเนาเข้ามาอยู่ร่วมกัน การสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และมีความสุขในการอยู่ร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำครับ วันนี้อยากแชร์สิ่งที่จะได้ไปแบ่งปันในเวที องค์กรแห่งความสุข Happy workplace  ที่หอการค้าจังหวัดอุดรร่วมกับ สสส. และสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการวิสหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED จัดขึ้น

การสร้างวัฒนธรรมองค์กร (K-Culture) การสร้างค่านิยมเครือธนาคารกสิกรไทย ได้แก่

  • การยึดลูกค้า เป็นศูนย์กลาง 
  • ความเป็นมืออาชีพ 
  • การริเริ่มสิ่งใหม่ 
  • การทำงาน เป็นทีมของทั้งเครือ


โครงการ K-Leadership 11 พฤติกรรมของหัวหน้างาน แบบกสิกรไทย
เครือธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร ทุกระดับอย่างต่อเนื่อง และในส่วนของผู้บริหาร หรือหัวหน้างาน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่สามารถสร้างทีมงานและวัฒนธรรมต่างๆ
ให้เกิดขึ้นในองค์กรได้ โดยพฤติกรรมของหัวหน้างานที่เครือธนาคารกสิกรไทยคาดหวัง ไม่เพียงแค่ต้อง “เก่งงาน” เท่านั้น แต่ต้อง “เก่งคน” ด้วย โดยหัวหน้างานต้องปฏิบัติต่อพนักงานในทีมด้วยความเป็นธรรม เหมาะสมในทุกด้าน จึงเกิดการพัฒนา แนวทางสำหรับพฤติกรรมเก่งคนของหัวหน้างานแบบกสิกรไทยที่ต้องปฏิบัติต่อทีมงานประกอบด้วย
11 พฤติกรรม หัวหน้างานแบบธนาคารกสิกรไทย ได้แก่

  1. ใส่ใจให้โอกาส 
  2. ตั้งเป้าสอดคล้องเหมาะสม 
  3. แนะนำตรงประเด็น
  4. มีเหตุผล 
  5. ให้รางวัลอย่างเหมาะสม 
  6. ยกย่องชมเชยตามโอกาส
  7. สร้างการยอมรับการเปลี่ยนแปลง 
  8. ติดตามผลงานสม่ำเสมอ
  9. ส่งเสริมให้แสดงและรับฟังความคิดเห็น ประสานสร้างสัมพันธ์
  10. ช่วยแก้ปัญหาพึ่งพาได้ 
  11. สร้างการยอมรับไว้วางใจ 
โดยได้สื่อสารข้อมูลดังกล่าวผ่านทุกสื่อต่างๆ ภายในธนาคาร เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่คาดหวังขององค์กรที่มีต่อ หัวหน้างานในภาพรวม กระตุ้นให้หัวหน้างานเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในการบริหารพนักงานของหัวหน้างานและให้พนักงานในทีมรับทราบว่าหัวหน้างานควรปฏิบัติอย่างไรแก่ตนในด้านต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

หลากหลายข้อที่ได้ทำให้เห็น อย่างเช่น การรักษาคนของทีม SME การทำงานให้ประสบความสำเร็จให้บริการที่ตรงความต้องการลูกค้าได้ ต้องผ่านกระบวนการหลายคน ช่วยกันทำงาน ทั้งคนที่ทราบความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ต้องตอบสนองให้ตรงเวลาตามสัญญา  เพิ่มโอกาสสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า และ การทำงานเป็นทีม หัวหน้าทีมต้องประสานกับส่วนกลางให้การทำงานเป็นไปราบรื่น ทั้ง ผู้พิจารณาอนุมัติ ผู้ประเมิน ทีมทำสัญญา ที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า เพื่อตอบสนองต่อการทำงานที่สมกับคำว่า บริการทุกระดับประทับใจ
การดูแลพนักงานเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาด้วยโปรแกรมการดูแลพนักงาน


KBank rebanding

KBank ปรับภายใน ความสำเร็จเกิดขึ้นจากรอยยิ้ม 

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

สินค้าไทย ลูกประคบ ปฐวี เติบโตด้วยการสร้างเครือข่าย เข้าสู่ตลาดโลก Patawe YEC Asean


ได้มีโอกาสฟังคุณชนเขต บุญญขันธ์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัด แม่ฮ่องสอน หรือ YEC เล่าเรื่องการสร้าง สินค้าไทย ลูกประคบ ปฐวี ให้กลายเป็นสินค้าไทยที่โด่งดังในต่างประเทศมีจำหน่ายทั่วยุโรปและกำลังบุกตลาดอาเซียน ได้ฟังสัมภาษณ์ท่านจากวิทยุ 100.5 Goodmorning ASEAN แล้วอยากเขียนบันทึกถอดบทเรียนความรู้เพื่อให้นักธุรกิจไทยเรียนรู้การบุกตลาดต่างประเทศ 

  • เปิดตลาดที่ออสเตเรีย  สินค้าไทยเหมือนจะที่จะเป็นสินค้าระดับโลกเหมือนจะถูกกับการเปิดตลาดที่ออสเตเรีย อย่างเช่นกระทิงแดงก่อนดังระดับโลกก็เปิดตลาดที่นี่ ลูกประคบปฐวี ก็เริ่มออกบูธต่างประเทศที่ ออสเตรีย
  • ออสเตเรีย สนามทดสอบสินค้าสู่ตลาดโลก  อาจเป็นเพราะประเทศนี้เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมผสมผสาน เอเชีย กับยุโรป มีชาวยุโรปและเอเชียอยูู่เยอะสินค้าที่ขายดีแสดงว่าเข้ากับวัฒนธรรมทั้งสองได้ดี
  • บุกต่างประเทศต้องให้ความสำคัญ Packaging หากนึกถึงลูกประคบ คงคิดถึงผ้าดิบสีขาว แต่ลูกประคบปฐวี เลือกใช้ผ้าสีสรร ต่างๆนอกจากเพื่อความสวยงามแล้วยังทำให้สินค้าน่าใช้ขึ้นกว่าสีขาวที่เมื่อใช้แล้วครั้งเดียวก็จะเหลือง 
  • สีสรรบอกเล่าเรื่องราว ลูกประคบปฐวีใช้สีและกลิ่นในการบอกเล่าเรื่อง ในการแยก ลูกประคบกลิ่นต่างๆ ใช้กลิ่นดอกไม้ไทยที่หลากหลาย โดดเด่น ทั้งดอกดาหลา ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกกุหลาบ ดอกบัว ดอกเข็ม ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำถิ่นต่างๆของไทย 
  • ใส่ใจในรายละเอียด นอกจากตัวลูกประคบที่ใส่สมุนไพร และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ตัวผ้าที่ใช้ห่อยังเป็นผ้าสั่งทอพิเศษ เบบี้ค๊อตตอน เหมือนผ้าอ้อมเด็กเพื่อลดโอกาสการแพ้สูงสุด 
  • นวัตกรรมการใช้งาน  คำว่านวัตกรรมไม่ได้จำเป็นจะต้องทำนวัตกรรมไอที หรือ นวัตกรรมสินค้า แต่การสร้างนวัตกรรมการใช้งานก็เป็นอีกทางหนึ่ง ลูกประคบปฐวี เก็บไว้ในตู้เย็นช่องแช่แข็งก็เป็นลูกประคบเย็น หากจะใช้ประคบร้อนก็เข้าไมโครเวฟ เพียง หนึ่งนาที ก็เป็นลูกประคบร้อนไม่ต้องนึ่งเหมือนเมื่อก่อน
  • สร้างเครือข่าย การทำตลาดที่ต่างประเทศใช้วิธีการตั้งตัวแทนจำหน่ายประเทศละหนึ่งแห่งในการจำหน่ายภายในประเทศนั้นๆ 
  • มากกว่าตัวแทนจำหน่าย นอกจากการหาตัวแทนจำหน่ายแล้วยังสร้างความรู้และเป็นตัวแทนในการสร้างแบรนด์แต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องกัน เชิญตัวแทนจำหน่ายมาร่วมอบรมก่อนไปทำตลาด
  • เปิดตลาดที่ออสเตรียแล้วก็ถึงเวลาในการเปิดตลาดอาเซียน ลูกประคบปฐวี ใช้การสร้างเครือข่ายจากกลุ่ม นักธุรกิจรุ่นใหม่ในอาเซียน ในการขยายไปยังประเทศต่างๆในอาเซียน นับว่าเป็นการใช้พลังของเครือข่ายให้เป็นพลังทางการค้าที่ดีมากๆ
นับได้ว่า ลูกประคบ ปฐวี เป็นสินค้าหนึ่งที่ผู้คิดจะไปทำตลาดต่างประเทศน่าจะศึกษา แนวทางการทำตลาดนี้แล้วนำไปปรับใช้ ครับ 

Contact Detail

Emailinfo@patawe.com
Telephone: 02 945 9238
Websitewww.patawe.com



ข้อมูลเพิ่มเติม
Patawe's Icon Brand of Thailand 2012
 “ปฐวี ไอเดียสร้างมูลค่า”

พลังไอเดียและความรู้ สามารถทำให้”ลูกประคบ”หัตถกรรมพื้นบ้าน กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าส่งขายทั่วโลก “ปฐวี ” คือหนึ่งผู้ประกอบการต้นแบบ* (1) ที่สามารถพัฒนางานหัตถศิลป์ไทย โดยใช้การออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ต้องการของตลาดก้าวไกลสู่ระดับโลก 
“การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นจริงได้ในเชิงพาณิชย์ ไม่ยาก ถ้าเราเริ่มจากความชอบ สนใจ ปรับ และทดลองทำ เพราะเมืองไทยมีของดีอยู่ทั่วประเทศ อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นโอกาสตรงนั้นหรือไม่ และ เมื่อเห็นแล้วก็ต้องปรับให้เหมาะสมกับการใช้งาน”

หลังจากสั่งสมประสบการณ์ความรู้จากธุรกิจโทรคมนาคมในฐานะมืออาชีพ " ศุภโชค สุจำนงค์ " จึงมองเห็นโอกาสทางการตลาด สำหรับลูกประคบสมุนไพรที่สามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อีกมาก จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์ลูกประคบสมุนไพรให้เป็นตัวแทนของประเทศ ภายใต้แบรนด์ 'ปฐวี' (Patawe) อันมีความหมายหรือคำแปลว่า “แผ่นดิน” เอาใจชาวต่างชาติที่หลงใหลกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยและใส่ใจสุขภาพ

ซึ่งเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ศุภโชค ลงทุนเรียนแพทย์แผนไทยอย่างจริงจัง เขาทดลอง คิดค้น และทำการพัฒนาลูกประคบสมุนไพรมาเรื่อยๆ เพราะเริ่มเข้าใจในสรรพคุณของตัวยาสมุนไพรแต่ละชนิดอย่างลึกซึ้ง และหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอย่าง ลูกประคบปฐวี ของเขาจะมีกลิ่นและขนาดแตกต่างกันตามลักษณะของการใช้งาน ก็เพื่อให้เกิดความสะดวก ไม่สับสน ในการใช้งาน เช่น ถ้านวดตัว 100-200 กรัม นวดหน้า 35 กรัม นวดเท้า 50 กรัม นวดนิ้ว 15 กรัม และ ใช้ดมจะมีขนาด 5-8 กรัม

บุกเบิกตลาดลูกประคบ 
กระบวนการผลิตเขาใช้วิธีการอบแห้งในอุณหภูมิที่เหมาะสมแทนที่จะตากแห้ง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราและสิ่งเจือปนอื่นๆ ทำเสร็จแล้วบรรจุสุญญากาศทันที เอกลักษณ์ของลูกประคบปฐวี คือ การใช้ผ้าอ้อมคุณภาพดีนำมาทำลูกประคบ และใช้ผ้าไหมเพื่อเพิ่มมูลค่าในตลาดฟรีเมียม/Premium ส่วนสมุนไพรที่นำมาแต่ละชนิดนั้น จะต้องมีคุณสมบัติและมีสรรรพคุณในการบำรุงรักษามากกว่าแค่กลิ่นอโรมาทั่วไป เน้นคุณภาพมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ 'ปฐวี' ของตัวเอง หรือ OEM/รับจ้างผลิต ทังนี้ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จนปฐวีกลายเป็นลูกประคบที่ดังที่สุด จุดประกายให้ลูกประคบไทยเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักในตลาด Health & Beauty Spa จนถึงทุกวันนี้ กอปรกับเป็นฐานการผลิต OEM ลูกประคบให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกในปัจจุบัน

"เอกลักษณ์ของลูกประคบ คือ เป็นงานทำมือ เราใช้สมุนไพรไทย เพราะสมุนไพรไทยมีชื่อเสียง คนทั่วโลกรู้จักจากการรับประทานสมุนไพรเป็นยา แถมยังสามารถเชื่อมโยงกับแพทย์แผนไทย/การนวดไทยที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติอย่างมาก ทำให้ลูกประคบสามารถขยายเข้าไปในธุรกิจสปา และถือเป็นอัตลักษณ์ หรือ Essence ของไทย" หนึ่งในแก่นของประเทศไทยในมุมมองของเขา คือ สมุนไพร ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ (signature) ของประเทศไทยเหมือนกับที่นักท่องเที่ยวไปฝรั่งเศส มักนึกถึงน้ำหอม ถ้าไปสวิสเซอร์แลนด์จะนึกถึงนาฬิกา ดังนั้นเราจึงต้องการตอกย้ำว่า ประเทศไทยคือต้นแบบของสปาโลก เขากล่าวว่าโอกาสทางการตลาดมีมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อ หรือ ความต้องการของลูกค้า ดังนั้นแบรนด์ ปฐวี จึงนำร่องบุกเบิกตลาดด้วย "ลูกประคบสมุนไพรปฐวี" ที่มีจุดขายเรื่องคุณภาพมาตรฐานและความปราณีต จนสามารถสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน

มุมมองทางธุรกิจ แทนที่จะแข่งขันราคากับคู่แข่งในประเทศ ศุภโชค กลับหันมาดึงจุดแข็งในเรื่องของ "คุณภาพมาตรฐาน " ใช้จุดเด่นของสมุนไพรไทยที่แตกต่างจากต่างประเทศ แล้วนำเสนอโดยเริ่มต้นจากการใส่ใจตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด มีสารสำคัญและคุณสมบัติในการรักษา เช่น การคลายกล้ามเนื้ออักเสบ และเป็นลูกประคบเจ้าเดียวที่มีงานวิจัยมารับรอง เขาร่วมงานกับ ดร. อัจฉรา แห่งคณะแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ทำการทดสอบและวิจัยการใช้ลูกประคบ พร้อมรายงานผลที่ส่งผลดีต่อการบำบัดกล้ามเนื้อตามหลักวิชาการทางวิทยาศาสตร์ โดยทำการทดลองผ่านกลุ่มตัวอย่าง จนทุกวันนี้ ลูกประคบไทยกลายเป็นที่ยอมรับและเป็นสัญลักษณ์ของสปาโลกไปแล้ว
"เรามี Import License ในการส่งออกลูกประคบไปยังประเทศออสเตรเลียได้ถูกต้องตามกฏหมาย "* (2)

แตกไลน์จากสมุนไพร สู่สารสกัดจากดอกไม้ "A Flower Secret Collection"

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดต่างประเทศ วิศวกรหนุ่มจึงเริ่มมองช่องทางในการต่อยอดแบรนด์ปฐวี สู่ผู้บริโภคชาวไทย ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ต้องสลัดคราบภาพลักษณ์เจ้าพ่อลูกประคบที่เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ กอปรกับ แบรนด์ “ปฐวี” นี้ยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากนัก จึงต้องหาจุดขายที่มีความแปลกใหม่ ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง นั่นเป็นที่มาที่ไปของการนำงานวิจัยสารสกัดจากดอกไม้ มาเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในประเทศไทย เพื่อตอกย้ำแบรนด์ที่ทรงคุณค่า และสอดคล้องกับไอเดียสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ "ปฐวี" จึงเกิดการต่อยอดและกลายเป็นเครื่องดื่มสุขภาพจากดอกไม้ไทย ที่ทุกเพศทุกวัยสามารถดื่มได้ด้วยความปลอดภัย

โดยเริ่มต้นจากดอกไม้ 5 ชนิด ได้แก่ ดอกดาหลา ซึ่งเป็นตัวแทนของภาคใต้ที่นิยมบริโภคกับข้าวยำ มีสรรพคุณ มีวิตามินซีสูง ลดอาการหวัด แก้ลมพิษ และช่วยลดอาการภูมิแพ้ หอมหมื่นลี้ เป็นตัวแทนของทางเหนือ ทีใช้ผสมกับชาอูหลง มีสรรพคุณบำรุงผิวพรรณ ช่วยชะลอวัย (Anti-Aging) บัว ดอกไม้แห่งความเคารพและศรัทธา ตัวแทนภาคกลาง มีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ ขยายหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ เข็มแดง เป็นตัวแทนภาคตะวันออก แทนความกตัญญู มีคุณสมบัติ บำรุงเลือด ช่วยสลายลิ่มเลือด บำรุงสายตา และตัวสุดท้าย กุหลาบ ราชินีดอกไม้ กับสรรพคุณ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หลับลึก และนี้คือกลยุทธการทำตลาดในประเทศ ที่ต้องสร้างความแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น และตอบสนองการรับรู้ของผู้บริโภคที่รวดเร็ว

ศุภโชค กล่าวว่า "เมื่อสรุปเรื่องสารสกัดจากดอกไม้เป็นผลิตภัณฑ์แล้ว จึงเริ่มต้นและนำร่องจาก ดอกดาหลา กับ บัว ก่อน ภายใต้คอลเลคชั่นใหม่ ความลับแห่งดอกไม้ หรือ A Flower's Secret ซึ่งมีงานวิจัยรองรับ มีสรรพคุณโดดเด่นชัดเจน เขานำมาต่อยอดทำเป็นผลิตภัณฑ์สปาแบบครบวงจร ประกอบด้วย ลูกประคบ น้ำมันนวด ครีมสครับ เจลอาบน้ำ บอดี้โลชั่น ชาดอกไม้ และเครื่องดื่มสุขภาพจากดอกไม้ และจะทำให้ครบดอกไม้ทั้ง 5 ตัว พร้อมกับแตกไลน์ไปยังกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพในอนาคตอันใกล้ ก้าวสู่จุดหมาย ของการเป็นแบรนด์แห่งเอเชีย หรือ “เอเชียแบรนด์ "

Foot Note:
(1) โครงการ Thailand Cultural Brand Creative Camp, Siam Show Proud “Icon Brand of Thailand” ผู้ประกอบการต้นแบบ* แบรนด์ไทย ดี ดัง โดน: ISMED สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
(2) Patawe Thai Herbal Compress Balls are the World's Finest Products
[http://www.victoriasessentials.com/page/450083584]
(3) http://prime-herb-produtcs.blogspot.com/
(4) http://demarkaward.net/th/demark_winner/detail/1288-%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A7%E0%B8%B5

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

เก็บตก KBank Networking dinner blogger and digital influencer

ได้ฟังผู้บริหารธนาคารเล่าว่า ต้นทุนของธนาคารในการให้บริการที่เคาเตอร์เฉลี่ยอยู่ที่55บาท ต้นทุนการบริการผ่านตู้อยู่ที่สิบกว่าบาท(ถ้าจำไม่ผิด) แต่คนไทยก็ยังชอบการไปใช้บริการที่เคาเตอร์อยู่
ตรงกับที่ทางค่ายมือถือชั้นนำ บอกคนยังต่อแถวที่เคาเตอร์เพื่อจ่ายเงิน300บาทแทนการใช้บริการออนไลน์
สิ่งที่ผมเห็นคือ ทั้งธนาคารและค่ายมือถือก็ไม่เคยลดประสิทธิภาพการให้บริการ ยิ่งพยายามเพิ่มความสะดวกสบาย มีเครื่องจัดคิวมีเจ้าหน้าที่กดบัตรคิวมีที่นั่งรอดีๆ และค่อยทำสิ่งจูงใจให้คนไปใช้บริการช่องทางอัตโนมัติ ลงทุนสร้างช่องทางอิเลคทรอนิคทำให้ง่ายสะดวกปลอดภัยที่สุดเพื่อให้คนไปใช้บริการ
มองเห็นอะไรมั๊ยครับ
ผู้ให้บริการมีหน้าที่บริหารต้นทุนไม่ใช่ลดต้นทุน การบริการต้องดีเลิศความพึงพอใจลูกค้าต้องดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ใช้ความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน วิเคราะห์ให้ออกว่าต้นทุนคือเท่าไหร่จึงจะบริหารต้นทุนได้

ยังมีอีกหลายเรื่องหลายอย่างที่ได้คุยกันบนโต๊ะอาหาร และยืนคุยกันเป็นชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็น โลกการเงินดิจิตอล ดิจิตอลอีโคโนมี่ที่กำลังดัง การค้าออนไลน์ที่โตแน่ปีนี้ กลยุทธการโกงต่างๆบนโลกอีคอมเมอร์ช

ส่วนหนึ่งจากหลายร้อยเรื่องราวที่ได้นั่งคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันในมุมของนักการตลาดยุคใหม่ เหล่าคนดังบนโลกออนไลน์ ที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เมื่อวาน (26 มกราคม) เป็นงาน Networking dinner Blogger และ Online Influencer Startup ชั้นนำของเมืองไทย และผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกสิกรไทย ที่ชั้นสิบ ธนาคารกสิกรไทย สำนักพหลโยธิน พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน

ขอบคุณเจ้าภาพ
คุณปรีดี ดาวฉาย  คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย 
ดร.อดิศวร์ หลายชูไทย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย
และเพื่อนๆพี่น้องวงการออนไลน์ ที่หลายคนบอกว่าอย่าเรียกว่า Online influencer
พี่ประเสริฐ หัวหน้าฝูงแกะดำ https://www.facebook.com/Blacksheeprunbusiness
พี่ตุ๊ก เจ้าแม่ Content ที่อุดมไปด้วยสาระประโยชน์ แห่ง http://www.marketingoops.com/  +Tukko Nathida
คุณปอง ผู้บริหารเนื้อหามากมาย จาก Sanook.com  +Jakrapong Kongmalai
คุณบอย Pantip.com ผู้สอนให้เรามีชีวิตอยู่ในPantip อย่างมีสาระและความสุข +Apisilp Trunganont
คุณแก่ http://www.nuttaputch.com/ บุคคลที่อ่านหนังสือมากที่สุดที่ผมเคยเจอมาในชีวิต +Nuttaputch Wongreanthong
คุณเอ็ม http://www.macthai.com/ blogger ตัวจริงเสียงจริง Khajochi.com +Khajorn Chiaranaipanich  น้องชายของพี่ชายสุดหล่อ @oweera  (กระผมเอง) +Weera Chearanaipanit
คุณป้อม ศิวัฒน์ เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิตอล ที่ขุดเรื่องราวเทคนิควิชามารวิชาเทพมาเล่าให้ฟัง หลายเรื่องนึกไม่ถึงจริงๆ +Siwat Chawareewong
และ คุณหมู OokBee +Natavudh P.  ผู้สร้างคลังหนังสือดิจิตอลใหญ่ที่สุดของไทย Startup หน้าตาดีที่สุดและรวยที่สุดคนหนึ่งของไทย ผู้ทิ้งประโยคสุดคลาสสิค "เราจะกินอย่างนี้ทุกเดือนใช่มั๊ยครับ"

แล้วทุกคนก็ปรบมือ ^___^

ดร.อดิศวร์ กับคุณประเสริฐ คุยถึงเทคนิคการเขียนให้คนติดตาม หัวหน้าฝูงแกะดำบอกว่า ผมโดนบังคับเขียน แต่ตอนนี้เขียนทุกวัน และอ่านทุกคอมเม้นต์ 

สิ่งที่เข้าใจมาตลอดคือ เอ็ม แฟนพันธ์แท้สติฟจ๊อบ คนตามเค้าเรื่องMacเยอะที่สุด แต่ไม่ใช้ คนตามเค้าเรื่องความรัก 

ภาพที่ขาดไม่ได้
คุณหมูเล่าเรื่อง VC ให้ฟังเป็นเรื่องที่หลายคนตั้งใจฟังมากๆ
คุณธีรนันท์ กำลังเล่าเรื่องการแบ่ง กลุ่มลูกค้าธุรกิจของธนาคาร และกลยุทธ์การดูแลลูกค้า

เครดิตภาพนี้จาก คุณหมู OOKBEE
เครดิตภาพนี้จากคุณบอย Pantip
เก็บตกมาเพิ่มเติมจาก Facebook +Khajorn Chiaranaipanich
:: ธนาคารไทย 2015 ::
ได้มีโอกาสร่วมโต๊ะทานอาหารกับผู้บริหาร KBank และกลุ่ม Influencer หลายท่าน ได้ความรู้เยอะเลย ขอจดไว้ก่อน
- การเมืองมีผลกับกลุ่มธนาคารมาก ปีที่แล้วกระทบเยอะทีเดียว
- ธุรกรรมออนไลน์ตอนนี้ทุกธนาคารก็มี สิ่งที่แข่งกันตอนนี้ไม่ใช่ใครทำได้มากกว่า แต่เป็นใครทำได้ง่ายกว่า ถูกใจคนใช้กว่า
- คนไทยเชี่ยวชาญมากในการโกงเรื่องเงินๆ ทองๆ ซึ่งตอนนี้การโอนเงินทำได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว เลยเป็นยุคทองของพวกโกงเงินออนไลน์
- วิธีโกงที่พบบ่อยสุดคือการโอนเงินไปมา ยิ่ง e-commerce แบบไทยๆ ชอบให้โอนเงิน ยิ่งโกงง่าย หาตัวยาก
- AEC จะเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ของธนาคารไทยที่จะขยายตัว
- ค่ายมือถือกับธนาคารพูดเหมือนกันว่าการให้พนักงาน 1 คนมายืนกดบัตรคิวเป็นเรื่องสิ้นเปลืองมาก แต่ก็ต้องทำ เพราะคนกดกันไม่เป็น
- คนไทยชอบทำธุรกรรมที่เห็นหน้า ได้พูดคุย ต่อให้ทำระบบมาดีแค่ไหน คนก็ยังชอบไปที่สาขาอยู่ดี
- บัตรเครดิตไม่โตในไทย เพราะระบบไม่อำนวย เช่นในอเมริกาจะกดเงินสด ATM มีค่าธรรมเนียมตลอดนะ ของไทยกดฟรีถอนฟรี, ในเกาหลีใครใช้บัตรเดบิตซื้อของ ถึงกับเอาบิลไปลดภาษีได้ด้วย ระบบเลยโต
- ค่ายมือถือเริ่มทำบริการที่ตัวเองเป็นธนาคารมากขึ้น เช่นพวก Virtual Money, Virtual Wallet แต่ธนาคารมองว่าไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นคู่ค้ากันมากกว่า เพราะสุดท้ายก็เป็นกลุ่มลูกค้าธนาคารอยู่ดี
- เม็ดเงินในกลุ่มบล็อกเกอร์โตขึ้นมากในปีที่ผ่านมา ซึ่งน่ากลัวในเรื่องของ Ethic 
- บล็อก SR/CR ที่เมืองไทยยังไม่มีแนวทางปฏิบัติ ชัดเท่าในต่างประเทศ คงต้องผลักดันกันต่อไป
- รวมเวลาที่คนไทยเข้าไปอ่าน Pantip 1 วันเท่ากับระยะเวลากว่า 60 ปี
- เวียดนามฟองสบู่แตกแล้ว เลิกบูมแล้ว แต่ตอนนี้กำลังพลิกฟื้นและจะกลับมาโต
- อาหารญี่ปุ่นอร่อยมาก ขอบคุณ Oweera Chearanaipanit ที่จัดงานวันนี้

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2558

KUDSAN at 7 eleven อีกหนึ่งBusiness Modelที่น่าสนใจ

ร้านคัดสรร ที่ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลเว่น เป็นร้านเบเกอรี่สด และกาแฟสด ตอบสนองไลฟสไตล์คนเมืองที่นิยมทานกาแฟกับขนม หรือการจัดเลี้ยงต่างๆในบริษัท เลี้ยงรับรองลูกค้า มีหลายโลเคชั่นที่ มีการโชว์การทำขนมปัง มีเตาอบขนาดใหญ่เป็นครัวกลางกระจายไปยังสาขาต่างๆ

หลังจากเปิดบริการได้ประมาณปีกว่าๆ สาขาต้นแบบ อย่าง สาขาปากซอยแจ้งวัฒนะ 6 ได้มีการปรับตัวอีกครั้งหนึ่ง จากที่ก่อนหน้านี้ เป็นร้านคัดสรร ร้านต้นแบบใช้พื้นที่ในร้านทำเป็นครัวเบเกอรี่ ทำขนมปัง เบเกอรี่สด กับกาแฟสดในร้าน ได้มีการปรับปรุงสาขาใหม่ เหลือเพียงชั้นวางขนมเบเกอรี่ และพื้นที่ขายกาแฟ พื้นที่เตาอบหายไป ชั้นวางขายเบเกอรี่จำนวนลดลงนิดหน่อย แต่ยังมีขนนน่าทานอยู่ โดยทุกๆเช้าตีห้า จะมีรถมอเตอร์ไซด์เข้ามาส่ง ขนมเบเกอรี่สดใหม่ทุกวัน 

จากการสังเกตุน่าจะเป็นร้านค้าหรือธุรกิจSMEเป็นคนทำเข้ามาส่ง หากเป็นดังที่คาดจริงก็นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ร้านเบเกอรี่ท้องถิ่นควรให้ความสนใจ เพราะเป็นทั้งโอกาสที่จะร่วมธุรกิจกับร้านเซเว่นอีเลเว่น ที่มีระบบการทำงานที่ดีมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง  และมีการวิจัยพัฒนาสูตรขนม รูปแบบขนม เบเกอรี่ให้เหมาะสมกับคนในพื้นที่ และน่าจะถือเป็นโมเดลธุรกิจที่ Win-Win กันทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการและร้านเซเว่นอีเลเว่น 

หรือหากเป็นร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ที่มีสถานที่ตั้งใกล้ๆ ลองแวะไปดูสำรวจราคา ชิมรสชาติ ดูเพื่อมาปรับใช้กับร้านตัวเอง สร้างจุดยืนของร้านตัวเองที่แตกต่าง เป็นทางเลือกที่ดีให้กับผู้บริโภคได้ 


เครดิตภาพจาก https://www.facebook.com/welovekudsan

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

ข้าวต้มมัดไส้กล้วย แม่นภา Mea-Napa Steamed sticky rice with coconut milk and banana

ข้าวต้มมัดไส้กล้วย แม่นภา อีกหนึ่งสุดยอดนวัตกรรมขนมไทย
จากความคิดของคุณจูน ชญานิศ ธัญญาวัฒนกุล ที่อยากกินขนมข้าวต้มมัดยังไงไม่ให้เปื้อนมือ คู่หูคู่คิดคู่ชีวิต อย่างคุณ กอล์ฟ ธีรินทร์ ธัญญาวัฒนกุล จึงทำข้าวต้มมัดพร้อมทาน บรรจุถุงพลาสติกที่ทันสมัย เก็บไว้ได้นาน โดยคงรสชาติดั้งเดิม ทำให้สะดวก กินได้ทุกที่ทุกเวลา เก็บรักษาไว้ได้นานกว่า 6 เดือน โดยเลือกข้าวคุณภาพสูงอย่างข้าวตราไก่แจ้เป็นวัตถุดิบ
คุณกอล์ฟ ธีรินทร์  บอกว่าจากที่เค้าเป็นผู้ผลิตข้าวตราไก่แจ้และเห็นว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของข้าวไทยจึง พยายามทดลองทำข้าวต้มมัดที่จะเก็บได้นานมาหลายวิธีจนได้สูตรที่แน่นอน  
ข้าวต้มมัด เป็นขนมไทยที่ได้รับความนิยมมานาน ชาวไทยและชาวต่างชาติชอบกิน แต่ด้วยการห่อใบตองเก็บรักษาไว้ไม่ได้นานหรือทำเป็นแบบแช่เข็งเมื่อผ่านความร้อนอีกทีรสขาดก็ไม่อร่อยสม่ำเสมอ จึงทำแบบฉีกซองทานได้ทันที
อุปสรรคแรกๆคือการสร้างการรับรู้การยอมรับ ทดลองตลาดแรกๆโดนการออกบูธร่วมกับข้าวตราไก่แจ้ ลูกค้าได้ทดลองชิม แล้วชื่นชอบแต่ก็ยังมีปัญหาคือลูกค้าบีบถุงแรง บีบบนบีบล่างเพราะอยากดูเนื้อขนมข้าวต้มมัดจบถุงปริอากาศเข้า  จึงต้องพัฒนากล่องและถุงให้ใช้วางโชว์แล้วคนรู้ว่าคืออะไร
ตอนนี้วางจำหน่ายใน7-eleven ยอดขายดีมากขายไปแล้วกว่า200,000ชิ้นโดยเฉพาะช่วงกินเจที่ผ่านมา
สำหรับกลยุทธในอนาคตคือการขยายช่องทางจัดจำหน่าย และประชาสัมพันธ์ธุรกิจมากขึ้น เพิ่มความหลากหลายของรสชาดที่คนต่างชาตินิยมเพื่อยกระดับเป็นของฝากระดับประเทศ อย่างรสทุเรียน เป็นต้น
นับเป็นอีกหนึ่งนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ด้วยอายุแค่30ต้นๆสร้างแบรนด์ ข้าวตราไก่แจ้ จากชลบุรีจนเป็นที่ยอมรับทั่วประเทศ และยังต่อยอดแตกสายธุรกิจที่เสริมกับธุรกิจเดิมและเป็นการเพิ่มมูลค่ามากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

ดูแลลูกค้าแบบKSME ช่วยเต็มที่ เพิ่มประสิทธิภาพ รักษาพัฒนาคน 3 กลยุทธ์หลัก KSME Strategy2015

จากงานแถลงข่าวกลยุทธ์ สายงานธุรกิจSME ของKBank ทำให้นึกถึงคติพจน์ของนายห้างเทียมโชควัฒนา
เร็ว ช้า หนัก เบา 
การกำหนดจังหว่ะก้าวย่างของธุรกิจคือบทพิสูจน์ฝีมือของนักบริหาร 
ในยุคสมัยการสร้างธุรกิจ ผู้มาใหม่ท้าชิง กำหนดเป้าหมายให้มั่น ทุ่มเทกำลัง ทรัพยากร วิ่งสุดกำลัง ต้องเร็วต้องหนักจึงจะได้ที่1
เมื่อขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ต้องเรียนรู้ที่จะ ช้า เบา สร้างความสามารถในการรักษาสถานะผู้นำ
1.สร้างความผูกพันธ์ลูกค้า ยามเศรษฐกิจดีโตด้วยกัน ยามมีปัญหาช่วยกันแก้ไข ผู้นำทำเป็นตัวอย่างในการเดินเดินเดินไปหาลูกค้าไปเพื่อจะรับฟังเปิดใจรับการแก้ไขปัญหา ช่วยให้ลูกค้าเติบโต
2.เพิ่มประสิทธิภาพ การทำงาน รีดไขมันออก ไม่งั้นทีมงานจะอุ้ยอ้าย ทำงานที่แก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ตรงตามความต้องการ
3.รักษาทรัพยากรที่มีค่าที่สุด คือ คน ต้องไปถึงเป้าหมายอย่างมีความสุข 

ผมเคยเขียนจุดแข็งที่สุดของKSME ภายใต้การนำของคุณปั๋มไว้ในBlog ก่อนหน้านี้ลองอ่านกันดูนะครับ








กสิกรไทยประกาศลุยช่วยเหลือเอสเอ็มอี ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจฝืดเคืองหนี้สูง

ธนาคารกสิกรไทยชี้เอสเอ็มอีไทยยังโตได้แม้ต้องเจอวิกฤตเศรษฐกิจฝืดเคือง ยอดสินเชื่อปี 57 เพิ่ม 9.7% ต่างจังหวัดมาแรงแซงกรุงเทพโตพรวด 20% ตั้งเป้าปี 58 ยอดสินเชื่อเอสเอ็มอีรวม 612,000 ล้านบาท เติบโต 7.7% ชูกลยุทธ์ดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการเน้นสร้างความสุขในการทำงานเพื่อรักษาพนักงาน

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการหรือเอสเอ็มอี มีการขยายตัวที่ดี โดยณ สิ้นปี 2557 มียอดสินเชื่อรวมที่ 568,000 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน9.7% ในจำนวนนี้เป็นยอดสินเชื่อเอสเอ็มอีจากต่างจัหวัด 360,000 ล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อนถึง 20% ด้านยอดรายได้รวมอยู่ที่ 39,600 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน 13% ขณะที่เอ็นพีแอล อยู่ที่ 2.56% ลดลงจากปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 2.82% ซึ่งผลประกอบการโดยรวมทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สำหรับผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเอสเอ็มอีปี 2557 มีคะแนนความพึงพอใจ เพิ่มขึ้นจาก 75 คะแนน ในปี 2556 เป็น76 คะแนน ในปี 2557 โดยปัจจัยหลักมาจากคะแนนความพึงพอใจในขั้นตอนการให้บริการที่ดีขึ้น

สำหรับ ในปี 2558 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 280,000 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อที่ 612,000 ล้านบาท ขยายตัวจากปี 2557 ที่ 7.7พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมที่43,300 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 9% และรักษา NPL ให้ลดลงอยู่ที่ 2.39%

นายพัชร กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ในปี2558 จะเน้น 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การดูแลผู้ประกอบการภายใต้แนวคิด “K SMEช่วยเต็มที่ SME มีแต่ได้” โดยดูแลลูกค้าปัจจุบันให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ ด้วยบริการที่ครอบคลุมทั้งวงจรธุรกิจและสินเชื่อ การให้ความรู้ผ่านการสัมมนาออนไลน์ SME Webinar และการจัดสัมมนารูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการให้ความรู้ควบคู่ความบันเทิง ผ่านรายการ SME ตีแตก การสร้างเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งให้แก่ลูกค้า ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ พร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีผ่านกิจกรรมพิเศษในโอกาสต่างๆ รวมถึงช่วยเหลือลูกค้าให้ผ่านพ้นวิกฤติต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการลดระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ พร้อมกระตุ้นให้พนักงานได้ใช้เวลาในการเยี่ยมลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อจะได้ทราบถึงความต้องการและช่วยแก้ปัญหาของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที และการรักษาพนักงานด้วยการสร้างความสุขในการทำงาน เมื่อพนักงานมีความสุข อัตราการลาออกก็จะน้อยลง สอดคล้องกับผลสำรวจความผูกพันของพนักงานที่เพิ่มขึ้นมาโดยตลอด ที่มีค่าความผูกพันสูงขึ้นจากปี 2555 ที่ 54เป็น 61ในปี 2556 และ 64ในปี 2557  

 นายพัชร กล่าวในตอนท้ายว่า ในปีที่ผ่านเอสเอ็มอีของไทยต้องประสบปัญหาหลายเรื่อง ซึ่งธนาคารกสิกรไทยได้มีมาตรการต่าง ๆ ออกมาช่วยเหลือเอสเอ็มอีเพื่อลดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง โครงการรับจำนำข้าว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดภาคเรียนล่าช้ากว่าปกติ และเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งธนาคารฯ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เช่น การพักชำระเงินต้น การลดดอกเบี้ยเงินกู้โอดีลง 3% การขยายเวลากู้ รวมทั้งการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ให้กับลูกค้าจำนวน 18,600 ราย มียอดสินเชื่อรวม 67,600 ล้านบาท และในปีนี้ ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวซบเซา และผลกระทบจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ โดยใช้มาตรการพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 12 เดือน ขยายเวลาผ่อนชำระ และเลือกผ่อนชำระตามรายได้ของกิจการนอกจากนี้ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมมือกับองค์กรรัฐรวม 7 แห่ง เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

ABC ชักกระตุก ost ไอฟาย แต้งกิ้ว เลิฟยู cover หนุ่มแบงค์สาวแบงค์

ปีใหม่ที่ผ่านมา กิจกรรมหลักของทุกที่คือปาร์ตี้ปีใหม่ งานไหนไม่มีเพลงนี้ถือว่า เอาท์มากๆ
ABC ชักกระตุก ตอนนี้คงมีทุกเวอร์ชั่นแล้ว
ทั้ง



และล่าสุดABC ชักกระตุก ost ไอฟายแต๊งกิวเลิฟยู เวอร์ชั่น รวมนักเรียนนักศึกษาช่างกลนักเรียนญี่ปุ่นเกาหลี 555
ความจริงแล้วนี่คือ
ABC ชักกระตุก ost ไอฟายแต๊งกิวเลิฟยู เวอร์ชั่น สาวแบงค์หนุ่มแบงค์
สนุกๆกัน ปล่อยให้คิดจินตนาการท่าเต้น และเนื่องจากอยู่ในทีมการตลาดจึงไม่ต้องบอกกันมากเตรียมกันก่อน ทุกคนต้องพร้อมติดตามข่าวสารและกล้าทันทีที่ผอ.สั่ง 5555


วัยใส 18+ ชักกระตุก Ost. ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู: http://youtu.be/Vz37R9afcYI








B2B marketing 2015

แนวคิดที่1 Customer not cost ในการแข่งขันของธุรกิจแบบ b2b  เน้นที่ลูกค้า ไม่ใช่การลดต้นทุน เพราะการลดต้นทุน มรรคมีผลกระทบต่อคุณภาพของสินค้า หรือบริการ ในที่สุดก็จะเกิดสงครามราคา แนวทางที่ดีกว่า คือการมุ่งให้ความสนใจที่ลูกค้า ใส่ใจในความต้องการของลูกค้า เป็นผู้ฟังที่ดี เข้าใจความต้องการที่แท้จริง และเลือกนำเสนอสิ่งที่ ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง อาทิเช่น ธุรกิจของธนาคาร ที่ให้สินเชื่อกับธุรกิจ sme  อย่างธนาคารกสิกรไทย  นำเสนอสิ่งที่เรียกว่า  k sme  ช่วยเต็มที่sme มีแต่ได้ ไม่ได้ให้เพียงสินเชื่ออย่างเดียว แต่ยังให้บริการอื่น ทั้งให้คำปรึกษาในการทำธุรกิจ การหาคู่ค้า หรือการเพิ่มเงินทุนให้กับคู่ค้าของลูกค้าธนาคาร ปรับเปลี่ยน เงื่อนไขของ สินเชื่อเพื่อให้ตรงกับสถานการณ์ และประเภทธุรกิจของลูกค้า  จากทีมงาน ที่มีทักษะการฟังที่ดี เข้าร่วมเยี่ยมลูกค้า เพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริง โดยไม่ได้นั่งรอ การทำ focus group  เหมือนในอดีต

แนวคิดที่ 2  Emotion not function อารมณ์ไม่ใช่แค่เหตุผล ตัวอย่างเช่นธุรกิจของแม็คโคร ที่มีลูกค้าคือร้านค้าโชห่วย กับร้านอาหาร โรงแรม แม็คโครจึงเน้น การเข้าไปร่วมสร้าง โครงการต่างๆอาทิเช่น มิตรแท้โชห่วย หรือสาขาที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว จะเน้นขายอาหาร ที่นำไปใช้ทำ อาหารขาย สร้างอารมณ์ของความเป็นเพื่อน ลูกค้า ด้วยการแวะเวียนไปเยี่ยมอยู่เสมอ ไม่ใช่ไปเสนอขายสินค้าอย่างเดียว

แนวคิดที่ 3  ไม่ใช่ B2B แปลเป็น  B2B&C
จงอย่าลืมว่า แม้จะเป็นการ ค้าขายแบบธุรกิจต่อธุรกิจ สุดท้าย คนที่ตัดสินใจ ก็คือคน ดังนั้นแนวคิด แบบ b to c  ก็ยังนำมา ใช้ประกอบ กับการทำตลาด แบบ b2b ได้ โดยต้องวิเคราะห์กลุ่มของลูกค้าให้ออก เป็นกลุ่มต่างๆ และหาวิธีการเข้าถึง คนที่เกี่ยวข้องกับการ ทำธุรกิจแบบ b2b มีอยู่ 4 กลุ่ม ได้แก่
1. ผู้ใช้ (User) คือ ผู้ที่นำสินค้าไปลงมือผลิตต่อ หรือ ใช้เพื่อสร้างธุรกิจธุรกรรมต่างๆ

2. ผู้จัดซื้อ (Purchaser) คือผู้ติดต่อจัดการ ทำเอกสารสัญญา และเจรจาเพื่อให้เกิดการซื้อ

3. ผู้ตัดสินใจ (Decider) คือ ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจซื้อแท้จริง

4. ผู้กระตุ้น และผู้ที่เป็นด่านหน้าของการตัดสินใจ (Influencer and gate keeper) คือ ผู้ที่มีส่วนในการชักจูงใจ หรือให้โอกาสเราเข้าพบผู้ตัดสินใจซื้อ ซึ่ง อาจจะเป็นคุณเลขา หรือแม้กระทั่งคนขับรถของผู้บริหารระดับสูง

เมื่อเราค้นพบแล้วว่า ใครคือผู้ตัดสินใจที่แท้จริง เราก็มุ่งตรงไปที่ คนที่มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง

แนวคิดที่ 4  Relationship not selling ความสัมพันธ์ ไม่ใช่ การขาย 
การตลาดแบบ b2b  คนมีความสำคัญอย่างมาก ข่าววันนี้ เราเจอคนขายของ ที่เจอหน้ากันทุกวัน ขายของทุกวัน เราก็คงพยายามจะเดินหนี การวิ่งหาลูกค้าใหม่ แล้วขายขายขายขาย ไม่ใช่แนวคิดที่ดีมาก กับการตลาดแบบ b2b  คนเหมือนกันสร้างความสัมพันธ์ การเยี่ยม การพูดคุย การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เป็นมากกว่า แค่คุณซื้อของ กับคนขายของ
ข้อมูลทั้งหมดนี้ เขียนสรุป จากความเข้าใจ ที่ได้รับฟังจาก รายการชั่วโมงนักบริหาร ของวิทยุจุฬา101.5 วิทยุจุฬา คลื่นความรู้สู่ประชาชน 

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

Khonkaen 2558 รวมโครงการใหญ่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในจังหวัดขอนแก่น

รวมโครงการที่กำลังจะเกิด ในจังหวัดขอนแก่น 2557-2558

1. โครงการศูนย์กระจายสินค้าเทสโก้ โลตัส ท่าพระ มูลค่า 2,000 ล้านบาท
2. โครงการรถไฟรางคู่ ชุมทางจิระ - ขอนแก่น มูลค่า 25,000 ล้านบาท
3. โครงการรถไฟรางคู่ บ้านไผ่ - นครพนม มูลค่า 40,000 ล้านบาท
4. โครงการรถไฟความเร็วสูงสายอีสาน กรุงเทพ - โคราช - ขอนแก่น - อุดร - หนองคาย
5. โครงการรถไฟ แม่สอด - พิษณุโลก - บ้านไผ่
6. โครงการขยายถนน 4 เลน พิษณุโลก - ชุมแพ 

7. โครงการทางต่างระดับถนนหลังศูนย์ราชการ สถานะ ศึกษาออกแบบแล้ว มีทางลอด สะพานข้ามแยก 

8. โครงการพัฒนาสนามบินขอนแก่น เป็นสนามบินนานาชาติขอนแก่น
9. โครงการศูนย์กระจายสินค้า CY ท่าพระ
10. ศูนย์ถ่ายสินค้าขอนแก่นและอีก 7 จังหวัด วงเงินรวม 11,586 ล้านบาท
11. โครงการ เดอะ เบสไฮท์ มิตรภาพ คอนโด 36 ชั้น
12. โครงการ เดอะเฮาส์ คอนโดมิเนียม คอนโด 37 ชั้น
13. โครงการเดอะเบส เทพารักษ์ คอนโดสูง 20 ชั้น+
14. โครงการมิกส์ยูส บริเวณไทยสมุทธ คอนโดมิเนียม+มอลล์+โรงแรม 5,000 ล้าน
15. โครงการ เดอะฮักส์ มอลล์ ถนนศรีจันทร์
16. โครงการโฮมเวิร์ค หน้าบิ๊กซี - กำลังก่อสร้าง
17. โครงการ เซ็น พาร์ค คอมมูนิตี้มอลล์ ถนนมะลิวัลย์ และเซ็นโทซ่า ซูเปอร์มาเก็ต ถนนศรีจันทร์
18. โครงการ ฟิเรนเซ่ มอลล์ ในขอนแก่น ซิตี้พาร์ค
19. โครงการ ฟาร์ม ก.ไก่ ฟาร์ม คาวบอย
20. โครงการ ตลาดต้นตาลเฟส 2
21. โครงการพัฒนาพื้นที่กังสดาล (คอมมูนิตี้มอลล์) มข. สรุปผลสิ้นเดือนมีนา 56
22. โครงการโกบอลเฮาส์ บ้านไผ่
23. โครงการศาลากลาง จังหวัดขอนแก่นหลังใหม่
24. โครงการสำนักงานตำรวจ ในศูนย์ราชการ
25. โครงการพัฒนาบึงทุ่งสร้าง
26. โครงการพัฒนาศูนย์ประชุม มข. ให้เป็นศูนย์ประชุมนานาชาติ
27. โครงการหอดูดาว ณ อำเภออุบลรัตน์
28. โครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ มข. มูลค่า 3700 ล้านบาท (งบประมาณอาจเปลี่ยนแปง)
29. โครงการเขตอุตสาหกรรมที่บ้านทุ่ม
30. โครงการรีโนเวทอาคารของ ม.ภาค
31. โครงการก่อสร้างตึก 10 ชั้น ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ราชมงคล
32. โครงการมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น
33. โครงการพุทธมณฑล อีสาน ขอนแก่น
34. โครงการรีโนเวท โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
35. โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลราชพฤกษ์ แห่งที่ 2 15 ชั้น
36. โครงการก่อสร้างอาคารกัลยาณิวัฒนานุสรณ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์
37. โครงการเมดิคัล ฮับ อาคาร 20 ชั้น
38. โครงการ เดอะเฮาส์ คอนโด เฟส 2
39. โครงการจัดตั้งคณะเศรษศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
40. โครงการก่อสร้างอาคารคณะนิติศาสตร์ และวิทยาลัยนานาชาติ และอาคารอื่นๆ
41. โครงการพัฒนาศูนย์กีฬา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
42. โครงการนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว ท่าพระ 75000 ล้านบาท ทุนไทยร่วมกับรัฐบาลจีน
43. โครงการนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว น้ำพอง 4900 ไร่
44. โครงการสวนสัตว์เขาสวนกวาง (สวนสัตว์ขอนแก่น)
45.โครงการสวนน้ำ @สวนสัตว์เขาสวนกวาง
46. โครงการคอนโดมิเนียม แบบโลว์ไรส์ มากกว่า 50 โครงการ จำนวน 70 กว่าอาคาร และโครงการบ้านจัดสรรจำนวนมาก

ข้อมูลจากlineหอการค้าขอนแก่นครับ

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

อาชีพในฝันของ เด็กหญิงจิงจิง คืออะไรให้ทาย.... แล้วอาชีพในฝันเด็กไทยคืออะไร ลองมาแอบดูกันม่ะ

บล๊อกวันเด็ก วันนี้อยากถามอีกทีว่าอยากเป็นอะไร ถามลูกกี่ทีก็อยากเป็นโน่นอยากเป็นนี่ค่าเฉลี่ยครึ่งปีเปลี่ยนไปครั้งนึง น่าจะเป็นเพราะการได้เจออะไรที่ชอบใหม่ๆ ได้ลองเรียนรู้อะไรใหม่ๆ หรือเจอกับคนใหม่ๆ
อยากเป็น ครู เพราะเจอครูใจดี

 อยากเป็นคนทำอาหาร ตอนช่วงเล่นทำอาหารบ่อยๆ จนส่งไปเรียนทำอาหารจริงๆเลยนะ


อยากเป็นพยาบาล อยากเป็นหมอ จะได้รักษาน้อง (อันนี้พ่อชอบนะ)


และฝันสูงสุดคือ อยากเป็นเจ้าหญิง ทำให้ชุดเจ้าหญิงเต็มบ้าน

อีกความฝันหนึ่งก็อยากเป็นนักดนตรีด้วยนะ

แล้วสุดท้ายหนูอยากเป็นอะไรน้า 


ที่อยู่ๆมาเขียนความฝันของลูกเก็บไว้ในความทรงจำเพราะ ว่าได้อ่านข่าวนี้

ผลสำรวจ อาชีพในฝันของเด็กไทย 
ไม่น่าเชื่อว่ามีการทำสำรวจนี้ไม่ได้ทำแบบเล่นๆเลยนะ ทำจริงจังมากๆ 
ใครอยากอ่านยาวๆเต็มๆ โหลดตรงนี้ได้เลย 



ผลสำรวจ "อาชีพในฝันของเด็กไทย" ครั้งที่ 6 ของกลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทยพบว่าอาชีพแพทย์ยังคงเป็นที่ 1 ในใจที่เด็กไทยฝันอยากเป็นมากที่สุด โดยที่อาชีพสุดเท่ห์ในสายตาเด็กไทยปีนี้คือทหาร และประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่เด็กๆ อยากอยู่มากที่สุดในโลก

กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทยสรุปผลสำรวจ "อาชีพในฝันของเด็กไทย" ประจำปี 2558 พบว่าแพทย์ยังคงครองอันดับ 1 อาชีพในฝันของเด็กไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะอยากช่วยเหลือและดูแลรักษาผู้อื่น ดูแลรักษาพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และคนใกล้ชิด และรายได้ดี ตามลำดับ ส่วนอาชีพอันดับรองลงมาได้แก่ ทหาร ตำรวจ ครู และวิศวกร ตามลำดับ ในส่วนอาชีพที่มาแรงในปีนี้คือ นักธุรกิจ นักกีฬา เชฟ และอาชีพในวงการบันเทิง อย่างเช่น นักแสดง นักร้อง นายแบบ นางแบบ โดยเหตุผลส่วนใหญ่คือเป็นความชื่นชอบ และรายได้ดี นอกจากนี้ยังมีอาชีพเฉพาะทางต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของเด็ก ๆ อีกอย่างเช่น เกษตรกร โปรแกรมเมอร์ ดีไซเนอร์ สไตลิสต์ สถาปนิก เกมเมอร์ นักเขียนการ์ตูน ช่างแต่งหน้าทำผม นักสืบ และนักข่าว เป็นต้น


เด็กบางคนก็มีเหตุผลในการเลือกอาชีพที่ไม่เหมือนใคร อย่างเช่นอยากเป็นช่างซ่อมรถยนต์ เพราะไปที่อู่แล้วเสียงดัง ก็เลยอยากทำเอง หรืออยากเป็นนักเขียนนิยาย เพราะอยากมีชื่อเสียงเหมือนโคนัน ดอยล์ ซึ่งเป็นผู้แต่งเรื่องเชอร์ล็อค โฮมส์ อยากเป็นนักบินอวกาศเพราะอยากไปเหยียบดวงจันทร์ อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะอยากรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ อยากเป็นนักฟุตบอล เพราะอยากดังเหมือนไลโอเนล เมสซี่ นักฟุตบอลชื่อดังชาวอาร์เจนตินา หรือมีเด็กชายคนหนึ่งอยากเป็นนักบิน เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ผู้หญิงให้ความสนใจ

ส่วนคำถามที่ถามถึงอาชีพที่เด็ก ๆ คิดว่าดีที่สุดหรือเท่ที่สุด ส่วนมากเด็กมักจะตอบสอดคล้องกับอาชีพในฝันที่อยากเป็นเมื่อโตขึ้น อย่างเช่นฝันอยากเป็นทหาร ก็จะคิดว่าอาชีพทหารเท่ห์ที่สุด หรือฝันอยากเป็นวิศวกร ก็จะคิดว่าอาชีพวิศวกรเท่สุด ส่วนเด็กอีกกลุ่มหนึ่งก็จะมีคำตอบเรื่องอาชีพที่คิดว่าเท่หรือดีที่สุดต่างจากอาชีพในฝัน อย่างเช่นเด็กคนหนึ่งฝัน อยากเป็นนักฟุตบอล แต่คิดว่าอาชีพที่เท่ที่สุดคือนักบิน หรือฝันอยากเป็นทันตแพทย์ แต่คิดว่าอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่เท่ที่สุด เมื่อถามถึง 5 สิ่งที่เด็กๆ อยากทำเมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งที่เด็กส่วนใหญ่ตอบคือ พัฒนาประเทศ ช่วยเหลือคนจน พัฒนาทางด้านการศึกษา ทำให้บ้านเมืองสงบสุข ดูแลให้ประชาชนมีงานทำ นอกจากนี้ยังมีคำตอบอื่น ๆ อย่างเช่น ลดความขัดแย้งในประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจ ช่วยชาวนา ปรับปรุงเรื่องน้ำท่วม และปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคและคมนาคม จากคำตอบที่ได้รับจะเห็นได้ว่าเด็ก ๆ ให้ความสนใจกับเรื่องปัญหาบ้านเมืองมากยิ่งขึ้น เนื่องจากได้รับรู้และมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านพ้นไป

เด็กร้อยละ 97 เห็นว่าการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวสำคัญกว่าเรื่องเงิน โดยให้เหตุผลว่าครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มีคุณค่าทางจิตใจ และทำให้มีความสุข โดยที่เงินไม่สามารถชดเชยหรือซื้อเวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัวได้ ส่วนเด็กร้อยละ 3 ที่เลือกตอบว่าการหาเงินเป็นสิ่งสำคัญกว่า ซึ่งเหตุผลก็คือทำงานหาเงินเพื่อนำมาเลี้ยงดูครอบครัวและตัวเองให้สุขสบาย และเป็นสิ่งที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุขได้ แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าอย่างไรเด็ก ๆ ก็ยังนึกถึงครอบครัวเป็นหลักสิ่งที่เด็กมักใช้เวลาในวันหยุดคือการเรียนพิเศษ เล่นเกม ดูทีวี พักผ่อน ทำกิจกรรมกับครอบครัว และช่วยพ่อแม่ทำงาน โดยที่จะมีความแตกต่างกันบ้างระหว่างเด็กในกรุงเทพและเด็กต่างจังหวัด เพราะสิ่งที่เด็กต่างจังหวัดส่วนใหญ่ใช้เวลาในวันหยุดคือการทำกิจกรรมกับครอบครัวหรือช่วยงานพ่อแม่ ในขณะที่เด็กกรุงเทพมักใช้เวลาไปกับการเรียนพิเศษ ส่วนสิ่งที่เด็กส่วนใหญ่คิดว่าสิ่งที่ทำแล้วสนุกที่สุดในวันหยุดคือการไปเที่ยวหรือใช้เวลากับครอบครัว เล่นเกม เล่นกีฬา หรือเล่นกับเพื่อน ๆ จะเห็นได้ว่าการเรียนพิเศษเป็นสิ่งที่เด็กใช้เวลามากที่สุดในช่วงวันหยุด แต่กลับไม่ใช่ 10 อันดับแรกที่เด็กคิดว่าทำแล้วสนุกที่สุด

ผลการสำรวจยังพบอีกว่า เด็ก ๆ เกินกว่าร้อยละ 50 ยังคงให้ความสำคัญกับการเรียน โดยสิ่งที่อยากทำให้ปีหน้าส่วนใหญ่คือการตั้งใจเรียนหนังสือ และเรื่องไปเที่ยวเป็นเรื่องรองลงมาสำหรับคำถามที่ว่า “ถ้าเลือกได้ พวกเด็กๆ อยากไปอยู่ประเทศไหนมากที่สุดในโลก” คำตอบ 3 อันดับแรกคือประเทศไทย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้ประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาหรือสถานการณ์ใดก็ตาม เด็ก ๆ ก็ยังอยากอยู่ในประเทศไทยมากที่สุด

“จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่าปัจจุบันเด็กไทยมีความคิดเห็นเรื่องอาชีพในฝันหลากหลายมากยิ่งขึ้น อาชีพที่ไม่เป็นที่นิยมในอดีตกลับกลายมาเป็นอาชีพที่เด็ก ๆ ใฝ่ฝันอยากจะเป็น อย่างเช่น อาชีพ เชฟ นักแสดง นักร้อง ช่างแต่งหน้าทำผม และแม้แต่อาชีพเกมเมอร์ ทั้งนี้น่าจะเป็นผลมาจากการที่เด็กๆ สามารถเข้าถึงสื่อต่างๆ ที่ทำให้มองโลกกว้างมากยิ่งขึ้น สื่อทีวี หรือการประกวดต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างชื่อเสียง และนำมาซึ่งรายได้ ก็มีอิทธิพลต่อความคิดเห็นในเรื่องอาชีพของเด็กไทยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้จากคำตอบเรื่องสิ่งที่อยากทำถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงปีที่ผ่านก็น่าจะมีส่วนทำให้เด็กมีความคิดเห็นเรื่องการเมืองเชิงลึกมากยิ่งขึ้น และอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศมากขึ้นด้วย” คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค – ไทยและเวียดนาม กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทยกล่าว

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก อเด็คโก้ เพื่อนที่แสนน่ารักของการบริหารงานบุคคล มีความรู้มาอัพเดทตลอด

การสร้างฝันให้เด็ก ไม่สำคัญเท่าการสร้างให้เค้ามีความฝันเอง ผมและครอบครัวยึดถือสิ่งนี้เสมอ ไม่อยากยัดเยียดความฝันของตัวเองให้กับลูก ให้เค้าได้ค้นพบ ได้ลอง ได้เรียนรู้ แล้วกำหนดฝัน ทดสอบความฝันของตัวเค้าเอง เสมอ ดีไม่ดีอาจมีความฝันอะไรที่เราคิดไม่ถึงแต่ลูกมีความสุขและใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่กับความฝันของตัวเองได้


วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2558

See i 249 เชียงคาน ความพอเพียงที่อบอุ่นของนักธุรกิจใหญ่สู่SMEเพื่อลูก

เชียงคาน เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย ที่เหมือนหยุดเวลาไว้ให้คนได้สัมผัสความเก่าแก่ของบ้านเมือง แต่ก็สะดวกสบายด้วยร้านค้าตามยุคสมัยปัจจุบัน มีร้านขนมโบราณร้านของท้องถิ้่นสลับกับร้านขนมทันสมัย
วันนี้รู้สึกดีๆที่ได้เจอร้านนี้ See i 249
ร้านน้ำชากับขนมหวาน มาการอง ที่อร่อยที่สุดที่กินมาอ่านจากในอินเตอร์เนตร้านนี้อร่อยที่ขนมมาการองกับน้ำชาสั่งเป็นชุดทานได้3-4คนกำลังดีร้านตั้งอยู้่ในซอย มีโต๊ะไม่เยอะแต่ดูจากการตกแต่งแล้วต่างจากที่อื่น เจอเจ้าของอย่างคุณอาร์มคุณเอ็ม ต้อนรับอย่างเป็นมิตร 
น้องลดา ลูกสาวคนเก่งขิองเจ้าของร้านที่มาชวนน้องจิงจิงน้องผิงผิงไปเล่นด้วย 
สัมผัสได้ถึงความรักความอบอุ่นของครอบครัวนี้
ความจริงแล้วทั้งสองคนเจ้าของร้านกับบรรยากาศเมืองอนุรักษ์ความเก่าแบบนี้ไม่น่าจะมาอยู่ด้วยกันได้  คุณอาร์มหนุ่มนักบริหารเบอร์1ธุรกิจครอบครัวเค้าคือยี่ห้อสีชื่อดังของไทย คุณเอ็มคือแอร์โฮสเตส แต่ทั้งคู่เลือกที่จะทิ้งชีวิตฟู่ฟ่าในเมืองหลวง มาทำร้านกาแฟพื้นที่5×5เมตร 7โต๊ะรับรองลูกค้า ความจริงทำได้ใหญ่กว่านี้แต่เลือกพื้นที่ไว้ให้ลูกสาววัย7ขวบที่กำลังโตได้อยู่ใกล้ๆ
น้องลดา เป็นเด็กที่เป็นมิตรมากเผื่อแผ่แบ่งปัน เจอกันแป๊บเดียวเล่นกับจิงจิงผิงผิงได้สบาย ทราบมาว่าน้องว่างๆก็ไปร้องเพลงเปิดหมวกที่ถนนในเชียงคาน หากไม่ไปโรงเรียนก็นั่งเล่นในห้องที่พ่อแม่ทำไว้ให้ในพื้นที่ร้าน เสียงแม่เรียกก็เดินออกมาทันที
อยู่กับร้านนี้แค่ยี่สิบนาทีแต่รู้เลยต้องมาอีก มีหลายอย่างน่าสนใจน่าศึกษา และที่สำคัญขนมอร่อย
ขอบใจ หมอป๋อม Pompam Pp หมอฟันเด็กที่แสนน่ารักพามาเจอร้านนี้

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...