วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563

Redmi Notes ขายดีแค่ไหน

การสื่อสารให้เกิดการจดจำวิธีที่นักโฆษณานิยมใช้มากที่สุดคือ การสื่อสารเปรียบเทียบเห็นภาพ

มีสำนวนหลายอย่างในภาษาไทยที่เราจดจำได้
เร็วอย่างกับจรวด
ช้ายังกับเต่า

เป็นการสื่อสารให้เห็นภาพได้ชัดเจนผู้รับสารเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย
และยิ่งสิ่งที่เปรียบเทียบเข้ากับพื้นฐาน บริบทคนฟังจะยิ่งเกิดการจดจำง่ายขึ้น
"เขียนหนังสือตัวโตเท่าหม้อแกง" หากใครใช้คำนี้กับเด็กยุคนี้คงนึกภาพไม่ออกแต่หากเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคนนี้เข้าใจชัดเจน

ตัวอย่างแบรนด์ เสียวหมี่ ที่อยากประชาสัมพันธ์ว่าสินค้า Redmi Note Series โทรศัพท์มือถือที่ครองใจคนทั่วโลก และทำยอดขายได้มากถึง 110 ล้านเครื่องทั่วโลก  หากสื่อสารด้วยตัวเลข นักลงทุนคงเข้าใจภาพได้ไม่ยาก 


แต่ถ้าจะสื่อสารกับคนทั่วไปให้เข้าใจชัดเจนมาดูว่าเปลี่ยนวิธีการสื่อสารแบบไหนกับกลุ่มไหน อันนี้ขอนำโฆษณาที่ใช้จริงมาเป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษานะครับ

สื่อสารกับคนไทย เราจำได้ชัดเจน หากใหญ่ต้องใหญ่เท่า ช้าง



Redmi Notes จำนวน 110,000,000 + ล้านเครื่อง หากนำเครื่องทั้งหมดที่ขายไปมาชั่งรวมกันจะหนักเท่ากับช้างตัวโตเต็มวัยถึง 4 ตัว น้ำหนัก 5,000 กิโลกรัม  



สื่อสารกับคนท่องโลก กลุ่มนักเดินทาง ก็ใหญ่เท่าภูเขา


Redmi Notes จำนวน 110,000,000 + ล้านเครื่อง หากนำเครื่องทั้งหมดที่ขายไปมาเรียงซ้อนกันจะได้ความสูงของทางปีนขึ้นเขาเอเวอเรสต์ถึง 110 ลูกเลยทีเดียว ซึ่งยอดเขาเอเวอเรสต์นั้นมีความสูงถึง 8,848 เมตร



สื่อสารกับคนยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ คนรุ่นใหม่นิยมการวิ่ง ก็ต้องเปรียบเทียบกับ วิ่งฟูลสิครับ



Redmi Notes จำนวน 110,000,000 + ล้านเครื่อง หากนำเครื่องทั้งหมดที่ขายไปมาเรียงกันจะได้ระยะทางเท่ากับฟูลมาราธอนถึง 380 มาราธอน ซึ่งฟูลมาราธอนหนึ่งมาราธอนมีระยะทาง 42.195 กิโลเมตร      

แล้วหากสื่อสารกับผู้ชายสายสปอร์ต ก็ต้องสนามฟุตบอลนี่หล่ะ


Redmi Notes จำนวน 110,000,000 + ล้านเครื่อง หากนำเครื่องทั้งหมดที่ขายไปมาวางรวมกันจะกว้างเท่าสนามฟุตบอล 200 สนาม ซึ่งหนึ่งสนามฟุตบอลนั้นจะมีความกว้างถึง 7,140 ตารางเมตร


เป็นเทคนิคด้านการสื่อสารที่นำมาปรับใช้กับธุรกิจเราได้ หากสนใจข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนาธุรกิจติดตามได้ที่ช่องทางต่างๆดังนี้ครับ

โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME

ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

วิธีการสร้างเว็บแบบ pulony.blogspot.com


วิธีการสร้างเว็บไซด์ อย่างง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพในการใช้งาน 


สำหรับคนที่ไม่เคยสร้างเว็บไซด์ อาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากเรื่องไกลตัว แต่ตอนนี้ระบบการสร้างเว็บไซด์มีมากมายให้เลือกทั้งฟรีและเสียตังค์ แต่วันนี้มีกระแส การพูดถึง pulony.blogspot.com ในการอภิปายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะเห็นได้ว่า เว็บบล็อก หรือ Blog ที่ทำง่ายๆ แต่หากนำมาใช้งานในทางที่ถูกจะเกิดประสิทธิภาพมาก สำหรับเจ้าของธุรกิจที่อยากทำเว็บแบบนี้ วันนี้ผมขอแนะนำขั้นตอนการทำง่ายๆ


แนะนำการสร้างเว็บแบบ pulony.blogspot.com

ก่อนอื่นเลยต้องมีบัญชี Google ก่อน สร้างได้ด้วยการเข้า ลิ้งนี้ หรือใครมี Gmail อยู่แล้วก็สร้างต่อได้เลย

สร้างบัญชี Blogger 


วิธีการสร้างบัญชี Blogger 
  1. เข้าเว็บ  https://www.blogger.com/
  2. เลือกชื่อBlog
  3. เลือกธีมบล็อก
  4. ตกแต่งส่วนหัว
  5. สร้างเนื้อหา
  6. สร้าง Tab blog ใน Blogger 

เข้าเว็บ  https://www.blogger.com/


เลือกชื่อBlog

เลือกธีมบล็อก

เลือกธีมบล็อก
เว็บ Pulony ใช้ธีมนี้

เลือกธีมเดียวกัน ได้แบบนี้เลย ปล.รูป Header ไม่ควรลอกเลียนแบบนะ อันนี้ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง


เขียนบทความใหม่ ที่สร้างบทความ

เขียนบทความ และอย่าลืม ใส่ ป้ายกำกับ ด้วย




การเพิ่ม Tab 

เลือกเพิ่ม Gadget

เลือก Gadget หน้าเว็บ


เลือกเพิ่ม ลิงค์จากภายนอก 




ชื่อของหน้าเว็บ = Tab   ที่อยู่เว็บเอาจากรูปด้านล่าง

ที่อยู่เว็บมาจาก ป้ายกำกับ นั่นเอง กดที่ป้ายกำกับจะได้ link ไว้ใส่ ด้านบน


วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

KBank Blackpink รวมพลังผลักดันคนรุ่นใหม่ แค่เชื่อก็เป็นไปได้



KBank X Blackpink แค่เชื่อก็เป็นได้


Blankpink กสิกรไทย ลุยขยายฐานกลุ่มนิวเจน (New Gen) ที่มีกว่า 10 ล้านคน ด้วยคอนเซปต์ #แค่เชื่อก็เป็นได้  

สร้างปรากฏการณ์ดึงวงเค-ป็อประดับโลก BLACKPINK เปิดตัวโปรเจคท์ใหญ่ KBankxBLACKPINK รวมพลังผลักดันทุกความเชื่อของคนรุ่นใหม่ ปล่อยโปรดักส์แรกเป็นบัตรเดบิต KBankxBLACKPINK Collection เปิดให้สมัคร 21 พ.ย.นี้ ตั้งเป้ายอดบัตร 1 ล้านใบ


นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยี กลุ่มนิวเจนที่มีอายุ 15-25 ปี มีจำนวนประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี เติบโตมาในโลกที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผันเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) เป็นกลุ่มพลังที่ธนาคารกสิกรไทยมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของธนาคารในอนาคตและต้องการมีส่วนร่วมในการผลักดันให้กลุ่มนิวเจนเหล่านี้ได้มีโอกาสเติมเต็มความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในชีวิตยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่

ธนาคารกสิกรไทยได้วางกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้านิวเจนด้วยคอนเซปต์ #แค่เชื่อก็เป็นได้ (KBank Empowers Your Belief) โดยธนาคารได้สร้างสรรค์โปรเจคท์ KBankxBLACKPINK ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกที่ธนาคารได้เชิญวงเค-ป็อประดับโลก “BLACKPINK” มาเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่  โดยวง “BLACKPINK” เป็นกลุ่มศิลปินมากความสามารถมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนและตรงกับคอนเซปต์   #แค่เชื่อก็เป็นได้ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นจากความเชื่อในตัวเอง มุ่งมั่น ทุ่มเท พิสูจน์ความสามารถของตนเองจนสามารถประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ

โดยในเบื้องต้น ธนาคารเตรียมออกและเปิดรับสมัครบัตรเดบิต KBankxBLACKPINK Collection ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสมัครผ่าน K PLUS พร้อมตั้งเป้ายอดบัตรจำนวน 1 ล้านใบ

#แค่เชื่อก็เป็นได้ (KBank Empowers Your Belief) โดยธนาคารกสิกรไทย พร้อมสนับสนุนทุกความเชื่อด้วยพลังของนิวเจน เปิดตัวแผนการสื่อสารการตลาดเต็มรูปแบบทั้งสื่อออนไลน์ทุกแพลทฟอร์มและสื่อออฟไลน์ เริ่มต้นด้วยภาพยนตร์โฆษณาโดยกลุ่มศิลปินทรงพลังระดับโลกวง BLACKPINK เล่าเรื่องผ่านความเชื่อ และเรื่องราวของสมาชิกแต่ละคนที่มุ่งมั่นและลงมือทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง ได้แก่
เจนนี่ (Jennie) : Beyond Yourself ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

ลิซ่า (Lisa) : Keep Winning เอาชนะทุกบททดสอบด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท
จีซู (Jisoo) : Beat the Impossible สนุกกับความท้าทายใหม่ ๆ และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริง

โรเซ่ (Rose) : Never Stop อย่าหยุดที่จะเรียนรู้และฝึกฝน อย่ายอมให้อะไรมาหยุดความสำเร็จ

ติดตามความเคลื่อนไหวของโปรเจคท์ #KBankxBLACKPINK ได้ที่ http://bit.ly/2p9ufer และ KBank Live ทั้ง Twitter, Instagram และ Facebook ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ขับแกร็บดีไหม วันนี้ถามคำถามนี้กับป้านุช Grab driver Hero

ขับแกร็บดีไหม 

วันนี้ได้คุยกับคนขับ Taxi ที่มีสติกเกอร์แกร็บ ได้มีโอกาสนั่งรถของ ป้านุช​ สาว(เหลือ)​น้อยวัยใกล้เกษียณ ที่เปลี่ยนมุมคิดของผมได้มากเลยทีเดียว




อาชีพTaxiของผู้หญิงที่มองโลกในแง่ดี​ บทสนทนาเริ่มขึ้นเมื่อผมกดเรียก​ JustGrab ตอนสามทุ่ม​ เจอรูปคนขับเป็นผู้หญิงผมแดง​ หลังจากรอรถ10นาทีมีเสียงโทรศัพท์เข้ามา​

"คุณค่ะนุชมาถึงแล้วค่ะจอดอยู่หน้าตึกพระรามสามทาวเวอร์"

ผมก็วิ่งไปขึ้นรถเจอ​ Taxi​ บุคคล​ เขียวเหลืองมีสติกเกอร์​ Grab​ และสื่อของGrabเต็มคัน​ พบว่า​ นุช​ ใสเสียงคือสุภาพสตรีผมขาวท่าทางกระฉับกระเฉง

บทสนทนาแรก​ คุณนุชถาม "พึ่งเลิกงานเหรอค่ะ​" คำทักทายของ​ Grab​ เป็นสัญญาณบอกว่า​ วันนี้้เราเจอคนคุยตลอดทางแน่นอน​

ปกติขับgrab ประจำเหรอครับ​ เห็นรถติดสติกเกอร์​

คุณนุชบอก​ ไปหมดเลยค่ะนุชไม่เกี่ยงไม่เลือกลูกค้า​ ส่งgrabเสร็จมีคนโบกไปไหนก็ไป​ มีGrabส่งที่ไหนเดี๋ยวก็มีคนเรียก​
รายได้ต่อวันหากขับแบบรับตลอด

เห็นมีคนบอกว่าขับGrabทำเงินได้เดือนนึงสองสามเหมืนจริงมั๊ยครับ
คุณนุชตอบทันที​ "เป็นแสนก็มีค่ะ"


หลังจากคุยไปซักพักได้อะไรหลายๆอย่างเลย​ เหมือนกับผู้ใหญ่คนนึงกำลังเล่าประสบการณ์​ หาเงินส่งลูกเรียนมหาลัยเอกชน​ มีบ้าน​ มีรถ มีเวลาไปเที่ยว​ม​ีเวลาไปทำบุญ

ค่าผ่อนรถเดือนละสองหมื่นหากเอามาขับแต่Taxiอย่างเดียวอยู่ยาก.. คนรวยคนเดียวเจ้าของอู่กับคนขายรถ

เอามารับGrabด้วยวิ่งถูกกฎหมายไปไหนก็ได้แม้โดนหัก20%แต่ก็คุ้ม... กฎหมายไทยเมื่อไหร่จะให้รถบุคคลมาซะทีนะ

คนดูถูกอาชีพtaxiแต่นุชว่ามันเป็นอาชีพที่ดีตอนนี้เพื่อนที่ทำงานใกล้เกษียณ​มาปรึกษาหลายคนแล้ว...Active​ income​ ทำถูกที่ก็อยู่สบาย

งานบริการเราทำให้คนพอใจ+สะดวก++ปลอดภัย​ ส่งคนถึงที่หมายก็มีค่าตอบแทนตามคุณค่าที่มอบให้... ให้มากได้มาก

พอบริการดีคนจองเหมาไปต่างจังหวัดเที่ยวละ5พันก็มีเพราะเค้าชอบเราไว้ใจเรา...Behind​ the​ premium price

งานบุญ​ งานวันเกิด​ งานฉลองเพื่อนๆนุชไปได้หมดเพราะเราเป็นนายตัวเอง...เจ้านายนั่งหลังพวงมาลัย​บางทีเท่ห์กว่านั่งเก้าอี้หนังพนักสูง

รายได้นอกจากการขับยังมีสะสมแต้มชวนคนให้คำแนะนำคนใหม่ๆ​ นุชได้เป็น​ GrabHeroด้วยนะ... Grabมีระบบดูแลสมาชิกที่ดีเลยนะเนี่ยแม้ไม่ใช่ลูกจ้างแต่เค้ามีส่วนอินกับบริษัทมาก
ป้านุชเปิดให้ดูว่าสัปดาห์ที่แล้วได้เท่าไหร่

นี่ดูนะวันนี้นุชได้2,781ยังไม่รวมของคุณอีก500​หากจะพอก็เข้าบ้านนอนหลับให้สบายรู้สึกดีค่อยลุกมาขับต่อ...คนทำงานประจำอาจตาลุกวาวสัปดาห์ละ17,000โดยเฉลี่ย

สิ่งที่ได้จากคุณนุชมนุษย์GrabHeroคือ​
1.คุณค่าที่ส่งมอบให้=คำขอบคุณที่คืนมาเป็นรายได้​
2.ทัศนคติ​ที่ดีพาชีวิตไปสู่จุดที่ดี
3.ไม่ว่าอาชีพอะไรวัยไหนปรับตัวได้ก็อยู่ได้อย่างมีความสุข

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562

เรื่องที่ได้เรียนรู้จาก แอนโทนี่ ร็อบบินส์ Personal Power Ability to take actions

พื้นฐาน เคล็ดลับความสำเร็จ จากแนวคิดของ แอนโทนี่ ร็อบบินส์ คือการให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า Personal Power  Ability to take actions.  เพอร์ซันเนิล พาวเวอร์ หรือ พลังแห่งตน ความสามารถที่จะลงมือปฎิบัติเป็นยิ่งใหญ่ เมื่อมีเป็าหมายที่ชัดเจนแต่ไม่ลงมือปฎิบัติ มันก็จะไม่สามารถพัฒนาไปสู่เป้าหมายได้ หากเข้าใจในความหมายนี้จะเปิดประตูสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงของตนเองตามแบบฉบับของ แอนโทนี่ ร็อบบินส์

กุญแจ สำคัญสู่การมี Personal power 

การที่คุณจะมีพลังที่จะลงมือปฏิบัติอย่างมหาศาล คุณจะด้องมี องค์ประกอบที่สนับสนุนมัน
อย่างน้อย สามอย่าง


  1. พลังงาน ถ้าคุณไม่มีพลังงานคุณก็ไม่สามารถจะลงมือปฏิบัติอย่างมหาศาลที่ต้องการเพื่อความสำเร็จได้ ดังนั้นคุณจะต้องดูแล ร่างกายของคุณให้มีสุขภาพที่ดีที่สุดในเรื่องการกิน การนอน การพักผ่อน การออกกำลังกาย
  2. ทักษะ มี 2 ด้านนหลักที่คุณจะต้องทำให้เกิดขึ้นมาเพื่อความสำเร็จในโลกนี้
    1.  ความสามารถที่จะระบุได้อย่างแน่นอนว่าเราต้องการอะไร สมองคนเราเรียนรู้ที่จะล็อกเป้าหมาย หากคุณไม่สามารถระบุได้แน่นอนว่าเป้าหมายที่คุณต้องการคืออะไรแน่ สมองก็จะทำงานอย่างไร้ทิศทาง แต่เมื่อใดที่คุณระบุได้อย่างแน่ชัดว่าคุณต้องการอะไร มองเห็นได้ในใจและรู้สึกได้ในหัวใจ เมื่อนั้นชีวิตของคุณ จะก้าวไปข้างหน้าสู่จุดหมายไม่ว่าการไปถึงนั้นจะช้าหรือเร็ว
    2. ความสามารถที่จะระบุได้อย่างแน่นอนว่าคนอื่นต้องการอะไร และสามารถที่จะเติมเต็มสิ่งนั้นได้ด้วยวิธีที่เลิศหรูที่สุดการอยู่ในโลกนี้เหมือนการแลกเปลี่ยนสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกันและกัน ถ้คุณไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่คนอื่น ผู้นั้นก็จะหันหาคนที่ให้ประโยชน์แก่เขาได้มากกว่า มันไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินอย่างเดียวแต่มันหมายถึงทุกรื่องในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน หรือเรื่องการเงินก็ตาม 
  3. เปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นพลัง คุณต้องสามารถเข้าถึงสถาวะจิตที่เปี่ยมพลังได้เพื่อที่คุณจะสามารถลงมือปฏิบัติ การเดินลุยไฟ คือจุดประสงค์ของโทนี่ที่จะทำให้คนตระหนักในเรื่องนี้ และเมื่อคนเราตระหนักว่าเราสามารถทำสิ่งที่เราเคยกลัวได้ ลองคิดดูลิว่า โลกจะเปิดกว้างแก่เขาอย่างไร ต่อไปนี้เขาจะคิดเปรียบเทียบได้ว่า แม้เรื่องยากๆ เช่นนี้ก็สามารถทำได้ เรื่องอื่นๆ ก็จะทำได้เช่นกัน

พระปิดตานาคราชราหู หลวงพ่อคล้อย อโนโม วัดภูเขาทอง จังหวัดพัทลุง รุ่นสร้างหอฉัน ร้าน Kree Amulet




พระปิดตานาคราชราหู หลวงพ่อคล้อย อโนโม วัดภูเขาทอง จังหวัดพัทลุง รุ่นสร้างหอฉัน 

พุทธาภิเษกเกจิสายเขาอ้อ 9 รูป 29 ตุลาคม 56 ตะกรุดมหายันต์นะ 108 เนื้อนวโลหะ บูชามาจากร้าน Kree Amulet 

ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากออกจากงานประจำมาทำงานใหม่ มีคนติดต่อให้มาช่วยงานด้วย แบบทำแทบไม่ทัน ผลตอบแทนที่นับว่าดี เหนื่อยมากแต่ก็คุ้มค้า

 

ตอนนี้กลายเป็นเครื่องประดับติดมือไปทุกที่ ที่ทำงานด้วยเลยอยากเขียนบันทึกเอาไว้ โปรเจคใหม่เป้าหายสิ้นปีนี้ปิดเป้า 10,000,000 ให้ได้แล้วจะมารีวิวให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง 

สีผึ้งกวยเกร๊าะ หลวงพ่อสมบูรณ์ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหารสีผึ้งในตำนานอีสานใต้กวยเกร๊าะ แปลว่า คนหลง อีกหนึ่งของติดตัวที่ไปเจรจาการค้างานขายจำเป็นต้องมีไว้เพื่อความมั่่นใจ

ปล. เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ได้รับค่าจ้างมารีวิว 

ประวัติหลวงพ่อคล้อย อโนโม วัดภูเขาทอง


       พระครูพิพิธวรกิจ (คล้อย อโนโม) เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2472 ปัจจุบันอายุ 84 ปี ( พรรษา62 )เดิมชื่อ คล้อย ทองโอ่ บิดาชื่อ นายแสง ทองโอ่ มารดาชื่อ นางเอียด ทองโอ่ เกิดที่ ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง จบการศึกษาชั้นประถม 4 จากโรงเรียนวัดไทรงาม ตำบลนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เมื่อถึงวัยบวชเรียนท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2491 ณ วัดดอนศาลา ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พระอุปัชฌาย์ คือ พระครูสิทธิยารัตน์ (พระอาจารย์เอียด) และ อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อขึ้นปีขาล วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2493 ณ วัดควนปันตาราม ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยมีพระครูรัตนาภิรัตเป็นอุปัชฌาย์ พระมหาเจิม ฐิตเปโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูกาชาด วัดดอนศาลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังบวชเรียนแล้วได้ศึกษาจนสอบได้เป็นนักธรรมเอก จากสำนักเรียนวัดดอนศาลา เมื่อปี พ.ศ. 2497 ต่อมาได้เป็นครูสอนนักธรรมตรี แผนกธรรมที่สำนักเรีนยวัดดอนศาลาและวัดภูเขาทอง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดภูเขาทองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501จวบจนปัจจุบัน 

      - ปี พ.ศ. 2518 ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลมะกอกเหนือ

     - ปี พ.ศ. 2522  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระครูพิพิธวรกิจ

     - ปี พ.ศ. 2542  ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอควนขนุน

     - ปี พ.ศ. 2546  ถึงปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอควนขนุน(ชั้นเอก)

     ตลอดเวลากว่า 54 ปี ที่หลวงพ่อคล้อยได้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง ท่านได้พัฒนาวัดมาอย่างต่อเนื่องไม่เคยว่างเว้น เสนาสนะแทบทุกอย่างภายในวัดภูเขาทอง อาทิ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ เมรุ กุฏิสงฆ์ กำแพงแก้ว หอระฆัง ฯลฯ ล้วนเกิดจากความมีวิริยะ อุตสาหะของท่านทั้งสิ้น แต่กาลเวลาเนิ่นนานย่อมทำให้เสนาสนะและสิ่งปลูกสร้างต่างๆภายในวัดเกิดการเสื่อมสภาพ ต้องได้รับการฟื้นฟูบูรณะให้มีสภาพดีคงเดิม อุโบสถของวัดภูเขาทองหลังนี้ก็เช่นกัน หลวงพ่อคล้อยสร้างมาตั้งแต่ปี 2522 ปัจจุบันยังเสร็จไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์  ท่านจึงมีดำริที่จะทำการบูรณะปฎิสังขรณ์ให้มีความงดงาม สามารถใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้อย่างสมบูรณ์ โดยจะให้มีการผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิตในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มีความยั่งยืน จึงอยากบอกบุญมายังพุทธศาสนิกชนได้ร่วมในบุญครั้งนี้ด้วย

      แม้นว่าหลวงพ่อคล้อยจะได้รับการยอมรับจากชาวไทยและชาวต่างประเทศว่า ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์สายใต้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า เข้มขลัง มีอาวุโสสูงรูปหนึ่งในสายเขาอ้อ(ตักศิลาทางไสยเวทของเมืองไทย) แต่ด้านการสอนสั่งในพระพุทธศาสนาท่านก็ถือยึดแนวตามหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ สอนให้พุทธศาสนิกชนทุกคนจงใช้สติ ระลึกได้ก่อนกระทำ พูด คิด และมีสติสัมปชัญญะ รู้ตัวขณะทำ พูดและคิด มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย

      ปัจจุบันวัยของหลวงพ่อคล้อยล่วงเลยมาจนครบ 7 รอบ 84 ปีแล้ว แต่ทุกวันนี้หากไม่มีกิจนิมนต์ที่ต้องเดินทางไกล ผู้มีโอกาสไปวัดภูเขาทองจะเห็นภาพของพระเกจิร่างเล็กผู้เรืองเวทกวาดใบไม้ลานวัดหน้ากุฏิอยู่เสมอๆ ท่านบอกว่าอยากให้วัดมีความสะอาดมีความเป็นระเบียบ ใครมาวัดก็จะได้ดูร่มรื่นสบายใจ และถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย ท่านเป็นพระเกจิที่มีสุขภาพจิตดีและมีอารมณ์ขันมากๆ เวลาท่านมีบรรดาญาติโยมไปกราบนมัสการ ท่านก็มีเมตตาออกรับแขกทุกคนโดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะ จะมีเรื่องเก่าๆเล่าให้ฟังแฝงด้วยคติคำสอนตลอดเวลา ก่อนญาติโยมจะลากลับท่านก็จะเรียกลูกศิษย์ที่คอยดูแลปรนนิบัติให้เข้าไปในกุฏิเพื่อหยิบเอาวัตถุ มงคลของท่านมาแจกให้ทุกครั้งคนละหนึ่งองค์ แล้วก็จะกล่าวกำชับเชิงหยอกล้อว่า " รูปของเรา ของแท้ๆจงเก็บรักษาไว้ให้ดีนะ อย่าให้ใครมาหลอกเอาไปอีกล่ะ " แล้วก็มีเสียงหัวเราะตามมาทั้งผู้รับและผู้ให้...

*** หลวงพ่อคล้อย อโนโม ได้ละสังขารด้วยอาการอันสงบ เมื่อเวลา 16.19 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2557 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑) ณ กุฏิภายในวัดภูเขาทอง สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่บรรดาศิษย์ฯ ขอให้ท่านสู่สุขคติครับ...

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562

Digital tranformation คืออะไร ทำอย่างไรให้ต่อเนื่อง

Digital tranformation คืออะไร 

เรื่องฮิตมากสำหรับผู้บริหารที่ต้องเข้าร่วมสัมมนา กิจกรรมแบบนี้สีปีที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมหลายครั้ง และได้มีโอกาสมีส่วนร่วมกับหลายองค์กร ในการทำกิจกรรมนี้ พบว่า การสร้างการพาองค์กร ไปสู่การเปลี่ยนแปลง มีสามช่วงใหญ่ๆ

ช่วงแรกคือ ช่วงตระหนักรู้ 
ผมแนะนำให้ดูวีดีโอนี้หรือเปิดให้ผู้บริหารพนักงานได้ดู  คุณสมชัย ผู้บริหาร AIS ผู้ให้บริการมือถืออันดับหนึ่งของเมืองไทยทำกำไรมาตลอด ปีล่าสุด 29,682 ล้านบาท ยังต้องตั้งคำถามตัวเอง ถ้า....ว่าแล้วAIS จะไปอยู่ที่ไหน?
.
การปรับยุทธศาสตร์องค์กรสำคัญมากสำหรับผู้บริหาร ที่ต้องคิดตลอดเวลา วีดีโอนี้น่าจะฉุดให้นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและทายาทที่รู้สึกสะบายดี ได้ฉุกคิดและรุกมาลงมือทำอะไรซักอย่าง Thestandart สัมภาษณ์ไว้ดีมากๆ
https://www.facebook.com/watch/?v=526289584805549


 ‘บ่อน้ำมัน’ แห่งใหม่ของ AIS ที่ไม่ใช่โทรคมนาคม

ช่วงที่สอง ลงมือทำ

Digital tranformation เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์วางแผนไม่ใช่เหรอ จากประสบการณ์ ช่วงวางแผนไม่จำเป็นต้องอยู่ในแผน แต่ควรอยู่ในช่งการลงมือทำ เพราะส่วนใหญ่ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำ digital tranformation มักทุกพลังในการวางแผนแล้วหมดไฟในการลงมือทำ

อยากชวนดู คุณกระทิง  กับการเล่าภารกิจ การเปลี่ยนที่เริ่มจากการตั้งคำถาม และการลงมือทำให้ดูว่าการเปลี่ยนองค์กรใหญ่ๆทำอย่างไร
วีดีโอนี้ Techsauce ทำไว้ดีมากๆ
https://www.facebook.com/watch/?v=1161567860897424


เจาะภารกิจนำ KBTG สู่บริษัท Tech ที่ดีที่สุดใน SEA ของ คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล
.

ช่วงที่สาม เรียนรู้ปรับปรุงจากการลงมือทำ

เมื่อผู้บริหารอยากเปลี่ยนแปลงและลุกขึ้นมาทำ สั่ง HR เราต้องเปลี่ยนไปจัดกิจกรรม สร้าง employee engagement ปลุกพลังกระตุ้นให้คิดใหม่ทำไม่ ลองดูงานวิจัยนี้นิสนึง ว่าทำอย่างไร ไม่ควรทำอย่างไร หลุมพรางความมีส่วนร่วมที่พนักงานได้รับจากกิจกรรมการสร้างความผูกพันธ์ต่างๆมันดี..แล้วรึยัง Brand inside เค้าจะเล่าให้ฟัง
https://www.facebook.com/watch/?v=1161567860897424




ไม่อยากให้พนักงานอยู่เฉย แต่ให้มีส่วนร่วมเกินไปก็ไม่ดี อ่ะงงงง
กับดักสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม

  1. ถ้าสร้างวัฒนธรรมให้คนติดกับงานมากไปจะทำให้รักสถานะนั้นๆ
  2. มีส่วนร่วมมากจน..ความหมดไฟ
  3. ทุกคนไม่ได้ต้องการอย่างเดียวกันหมด 
  4. อย่าดถูกความคิดมองโลกในแง่ร้าย
.
หากใครดูวีดีโอสามตัวนี้ครบผมว่าจะเห็นแนวทางอะไรบางอย่างกระตุกต่อมคิดที่จะวางแผนสำคัญเพื่อสามเดือนสุดท้ายของปี เกิดกิจกรรมดีๆเหมาะสมให้กับพนักงาน ให้กับองค์กร เพื่อให้ปีหน้า เรามีเราอยู่
ด้วยรัก
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME

ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...