วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2564

Steve Harvey​ และ​ การเขียนความฝัน

การเขียนความฝันสำคัญจริงหรือเปล่า ลองมาดูตัวอย่างกัน

Steve Harvey หรือ Broderick Stephen Harvey พิธีกรชื่อดังชาวอเมริกันหรือใครยังนึกไม่ออกให้ลองนึกถึงพิธีกรบนเวทีMiss Universe ที่บ้านเราเป็นเจ้าภาพเมื่อไม่นานมานี้ นั่นแหละเขา

ก่อนจะโด่งดังเป็นพลุแตกในวันนี้ ใครจะรู้ว่าเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย

เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน ต้องย้ายบ้านอยู่บ่อย ๆ

วันหนึ่งคุณครูมาที่บ้านเพื่อพบพ่อของเขาคุณครูบอกกับพ่อเขาว่า "ลูกของคุณทำตัวอวดฉลาด" 

พ่อของเขาถามว่า เขาอวดฉลาดอย่างไร
คุณครูตอบกลับมาว่า เขาเขียนในข้อสอบว่า "มีความฝันอยาก
ออกทีวี" นี่มันเป็นความอวดดี มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

หลังจากที่พ่อของเขาพยายามจะบอกว่าลูกของเขาไม่ได้อวดฉลาด นั่นคือความฝันของเขา นั่นไม่ใช่ความผิดของเด็ก
แต่ก็ป่วยการ คุณครูยืนยันหนักแน่นว่ามัน "เป็นไปไม่ได้"

พ่อของเขาจึงมาคุยกับเขา และบอกเขาว่า คุณครูอยากให้ลูกเขียนอะไร

เด็กชาย Steve ตอบพ่อว่า ครูคงอยากให้เป็นหมอ วิศวกร หรือเป็นนักบาสเกตบอลเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ
พ่อของเขาจึงบอกว่า อย่างนั้นลูกเขียนว่ามีความฝันอยากเป็นนักบาสส่งครูไป แล้วไม่ต้องสนใจมัน

แต่สิ่งที่ลูกต้องทำและให้ความสำคัญคือ
นำสิ่งที่เป็นความฝันที่แท้จริงของลูกเขียนใสกระดาษแล้วเก็บมันไว้ให้ดี

ทุกเช้าให้เอาออกมาอ่าน และทุกคืนก่อนนอน นำมันออกมาอ่านอีกครั้ง จงทำอย่างนี้ทุกวัน

หลังจบมหาวิทยาลัยเขาต้องทำงานหลายอย่าง เช่น เป็น​นักมวย ช่างซ่อมรถยนต์ คนขายประกัน บุรุษไปรษณีย์ และคนทำความสะอาดพรม เป็นต้น

แต่เขายังไม่ลืมความฝันที่พ่อของเขาให้อ่านทุกเช้าและก่อนนอน

ช่วงปี 1985 เขาเริ่มแสดงตลกตามคลับและบาร์ต่าง ๆแต่กลับไปได้ไม่ดีเลย ทำให้ในช่วงปลายปี 1890 เขาตกต่ำจนต้องเป็นคนร่อนเร่พเนจรไร้บ้าน ไร้ที่อยู่อาศัยอยู่หลายปี ต้องเอาตัวรอดด้วย
การนอนในรถยนต์ แล้วอาบน้ำตามปั๊มน้ำมันและสระว่ายน้ำโรงแรมต่าง ๆ จนเพื่อนต้องเข้ามาช่วยเหลือ

ด้วยความมุ่งมั่น​ ทำให้ช่วงปี ค.ศ.1990 ชีวิตเริ่มดีขึ้นจากการเล่นตลก เริ่มมี
ชื่อเสียงและเริ่มได้ทั้งเล่นละครและเป็นพิธีกรรายการทีวี

ปัจจุบันเขาเป็นทั้งดีเจ นักแสดง และพิธีกรอันดับต้น ๆ​ ของอเมริกา ที่มีรายได้สูงถึงประมาณ 140 ล้านเหรียญ

จากเด็กคนหนึ่งที่มีฝันว่า อยากออกทีวีที่คุณครูบอกว่า​ "เพ้อเจ้อ" วันนี้เขาทำให้คุณครูได้เห็นแล้วว่าเขาสามารถออกทีวีได้​ ครอบครองมันได้

Harvey บอกว่า

"อะไรที่คุณสามารถจินตนาการถึงมันได้ คุณครอบคองมันได้" 

ทุกวันนี้ เมื่อถึงวันคริสต์มาสของทุก ๆ ปี เขาจะส่งทีวีเป็นของขวัญให้ครูของเขาเสมอจนวันหนึ่งเมื่อมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง

คุณครูพูดกับเขาว่า "เฮ้!... Harvey ไม่ต้องส่งทีวีมาให้ครูแล้ว ที่เธอส่งมามันมากมายจนครูต้องเอาไปแจกชาวบ้าน
แล้วเนี่ยเขาตอบว่า "...ผมแค่อยากให้ครูเห็นว่าผมได้ออกทีวีแล้ว แถมยังออกทีวี 7 วันต่อสัปดาห์อีกต่างหาก!"

นี่คือตัวอย่างของอานุภาพของการเขียนเป้าหมาย เขียน​ความฝันของเราครับ

~ พอล​ ภัทรพล​ #Theone%

อีกหนึ่งเล่มที่เหมาะกับการอ่านในช่วงสงกรานต์​นี้​ เขียนอ่านง่ายดี​ รวมความรู้จากหนังสือหลายเล่มมาผสมกับเคสชีวิตจริง

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

Marketing 5.0 Philip kotler

Marketing5.0 Technology for Humnity

หนังสือเล่มนี้คือภาคต่อของ Markteing 4.0 โมเดลการตลาด 5.0 มีธีมคือการนำเทคโนโลยีมาช่วยทั้งคนทำการตลาดและลูกค้าได้พบกันและสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อกันตั้งแต่คนไม่รู้จักกัน จนทำให้เป็นคนรักและบอกต่อ  โดย Philip kotler ยังคงใช้หลักการของ 4.0 เหมือนเดิมเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยี  

A-Awareness (สร้างการรับรู้)  

A-Appeal (สร้างการจดจำ)

A-ASK (สร้างการปฏิสัมพันธ์)

A-Act (สร้างการลงมือ เช่นการซื้อหรือทดลองใช้)

A-Advocate (สร้างการกระตุ้นให้บอกต่อ)

เส้นทางลูกค้ายังคงเหมือเดิมแต่เพิ่มเติมด้วยการใช้เทคโนโลยีการตลาดใหม่ๆ Marketing Technology หรือ Martech เข้าไปเติมเต็ม

Marketing5.0

เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยทำให้การตลาดดีขึ้ได้อย่างไรบ้าง

1. DATA DRIVEN MARKETING

    การให้ข้อมูลนำการตลาด เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ทำPERSONALIZED ข้อมูลให้เฉพาะเจาะจงกับลูกค้าแต่ละคนไปเลย ทั้งการเก็บจากพฤติกรรมการดูรายการทีวี การเข้าเยี่ยมเว็บไซด์ การเข้าออกร้าน นำมาปรับปรุงให้เกิน Segment ใหม่ๆมากมาย เป็น Segment of One หรือหมายถึงการตลาดเพื่อลูกค้าคนนั้นโดยเฉพาะ

2.Predictive Marketing    

    คาดการณ์ผลลัพธ์ของกลยุทธ์การตลาดและกลยุทธ์ ได้แม่นยำมากขึ้นจากฐานข้อมูลที่ใหญ่ รู้ผลก่อนเริ่มทำการตลาดจริงๆ

3. Contextual marketring   

สร้างประสบการณ์ใหม่ในโลกดิจิตอล จากโลกออนไลน์มาโลกออฟไลน์ ตั้งแต่หน้าเว็บไซด์เฉพาะตัวลูกค้า โฆษณาที่ใช้ภาษาและคำที่เหมาะกับลูกค้าคนนั้นๆ มาจะถึงหน้าร้านที่มีเซ็นเซอร์ช่วยจับให้รู้ว่าใครเข้าร้านต้องการอะไรให้เราสำเสนออะไรที่เหมาะบ้าง 

4. Augment marketing    

การทำงานอัตโนมัติทางการตลาด เช่นการออกใบเสนอราคา การติดตามชำระเงิน ด้วยระบบที่วางแผนมาอย่างดีทำงานแทนคน แล้วให้คนไปช่วยดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้า 

5.AGILE MARKETING

การทำการตลาดแบบ AGILE ก็คือการทำทุกอย่างให้เร็วทั้ง กระบวนการ วิธีการ และการได้มาซึ่งผลลัพธ์ ให้ได้เร็วและเก็บ TEST และวัดผลนั้นเองครับ


วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2564

วิชาหาเงิน How to become a successful Money maker

 เรามาเป็นคนที่มีความสุขกับการหาเงินกันเถอะ​

How to become a successful Money maker 

วิธีเป็นคน1%ที่หาเงินเก่งที่สุด 

โดย เฌอมาณย์ รัตนพงศ์ตระกุล



เป็นหนังสือที่หยิบมาด้วยความรวดเร็วเพราะถูกชะตา ชอบอ่านหนังสือของ Amarin howto สารภาพเลยว่าตอนแรกคิดว่าจะเป็นพวกเทคนิคการหาเงิน แต่พออ่านเนื้อหาไปช่วงแรกแล้ว รู้เลยว่านี่คือหนังสือสอน Mindset (ที่จริงเค้าก็เขียนไว้ที่ปกอยู่แล้วนะ) อ่านไปก็ได้แง่คิดอะไรสำคัญหลายอย่างที่อยากเอามาบันทึกไว้ โดยเฉพาะตอนบทท้ายๆของหนังสือที่อ่านจบพอดีวันขึ้นปีใหม่ ได้ ทำอะไรบางอย่างสำเร็จและเป็นต้นปีที่ดีแน่นอน

อยากสรุปข้อคิดจากหนังสือเล่มนี้ไว้เป็นข้อๆ

ภาควิธีคิด

  • เราควรเป็นคนที่มีความสุขกับการหาเงิน
  • ถ้าเกลียดอะไรจะไม่ได้เป็นสิ่งนั้น ดังนั้นจงอย่าเกลียดคนรวย 555
  • เงินซื้อความสุขไม่ได้แต่ความจนซื้ออะไรไม่ได้เลย
  • คนเราต้องการความสุขมากกว่าเงิน และเงินใช่อุปสรรคของความสุข
  • คุณดีพอ สำหรับสิ่งที่คุณต้องการ 
  • ไม่มีอะไรต้องเสียในการคิดว่าตัวเองดีพอ
  • อย่าสร้างขีดจำกัดให้ตนเอง
  • อุปสรรคไม่ใช่คุณไม่ดีพอ แต่เพราะคุณคิดว่าคุณไม่ดีพอ
  • เลิกทนกับชีวิตที่คุณไม่พอใจ
  • My life didn't please me, so I created my life. ชีวิตไม่ทำให้ฉันพอใจ ฉันเลยสร้างมันขึ้นมาในแบบที่ฉันต้องการ Coco chanel
  • เริ่มวางแผนชีวิตให้ไกลกว่าเดิม ถ้าคุณไม่วางแผนอะไรเลย ก็ชัดเจนว่าชีวิตคุณในอีก5ปีข้างหน้าจะไปจุดไหน ก็คือจุดเดิมที่อยู่ตอนนี้ และหวังว่าคุณจะโชคดีไม่ถอยไปจุดที่แย่กว่าที่เป็นอยู่

คนหาเงินเก่งมี3ข้อที่เหมือนกัน

  1. ความฉลาด  จงเป็นนักคิดและโฟกัสที่ความท้าทายไม่ใช่ที่เงิน
  2. ความกล้า ความกล้าทำให้คุณขายเกือบทุกสิ่งในโลได้ 
  3. ความขยัน อุปสรรคเดียวที่จะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จคือ ไม่ต้องการมันมากพอ
3 อย่างที่ต้องฝึกเพื่อดึงดูดคน แล้วคนจะดึงดูดเงิน
  1. บุคลิกภาพ จงเป็นนักสร้าง First impression
  2. การพูด ฝึกเป็นนักสนทนาที่ยอดเยี่ยม 
  3. จิตวิทยา ทักษะโน้มน้าวใจคนฝึกฝนกันได้
  • ทำอะไรที่มีความสุขกับมันแล้วเงินจะตามมาเองคุณแค่ต้องทำมันให้นานพอและดีพอ
  • คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองที่สุด
  • จงเป็นตัวของตัวเองแล้วคุณจะทรงพลัง
  • คุณจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ถ้าคุณไม่เคยเป็น หรือแม้แต่ชอบตัวเอง
  • ทำสิ่งที่หลงไหลและเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น
ต้องการเป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น
  1. สร้างชิ้นงานที่ยอดเยี่ยมของตัวคุณเอง
  2. หาไอเดียและวิธีนำเสนอคุณค่า
  3. สร้างตัวตนของคุณ
  • เมื่อใดที่คุณมีอิทธิพลต่อชีวิตพวกเขา เมื่อนั้นคุณจะมีอิทธิพลต่อ เงิน ของพวกเขา
จงทำงานเหมือนคุณกำลังถังแตกแล้วคุณจะรู้ว่า คุณทำงานได้หนักและรวยได้เร็วกว่าที่คุณคิด

สูตรง่ายๆของความรวย คือ ความทะเยอทะยาน+ระดับความสามารถ+ระดับความกล้า+ระดับความพยายาม+ระดับความมุ่งมั่น = ผลลัพธ์ที่ได้ในชีวิต

  • หาทางเพิ่มรายได้ของคุณให้คุณสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ ไม่ใช่ลดความต้องการให้เท่ากับรายได้ปัจจุบัน

ภาคการลงมือทำ

ตอบคำถาม 5 ข้อให้ได้
  1. ชีวิตที่ต้องการเป็นแบบไหน
  2. คุณต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงจะใช้ชีวิตแบบนั้นได้
  3. ตอนนี้มีรายได้เท่าไหร่
  4. คุณต้องทำอะไรเพื่อจะเพิ่มรายได้ให้เท่าที่คุณต้องการ
  5. คุณจะเริ่มเมื่อไหร่
"เริ่มเดี๋ยวนี้"
  • เปลี่ยนคำถามจาก "ฉันต้อง ทำอะไร ถึงจะมีรายได้มากกว่านี้" เป็น "ฉันต้อง ทำอะไรได้ ถึงจะมีรายได้มากกว่านี้"
  • หยุดมองหา งาน  ที่จะทำให้คุณมรายได้เพิ่ม แล้วมองหา ความสามารถ ที่จะทำให้คุณมีรายได้เพิ่ม
  • รายได้ Active มีไว้เพื่อ Time รายได้ Passave มีไว้เพื่อ Passion 
  • เลือกงานที่ขายคุณค่า ไม่ใช่ ขายเวลา
  • You get paid for your value not your time, คนที่จ่ายให้คุณค่่าของคุณจะตีราคาสูง และคนที่จ่ายให้เวลาของคุณจะตีราคาคุณต่ำเสมอ
  • Business minded ชอบใช้ความสมารถและเวลาอย่างเต็มที่ มองหาไอเดียใหม่ๆ ที่จะทำให้เงินต่อไปเรื่อยๆ การหาเงินคือความสนุกและความท้าทายของชีวิต
  • ความจริงสองข้อ 
    • สิ่งที่เรากลัวมักไม่เกิดขึ้นจริง
    • สิ่งที่เรากลัวมักเกิดขึ้นจริงเพราะเราทำให้มันเกิดขึ้น
  • ไม่มีใครช่วยให้คุณรวย ดังนั้นอย่าให้พวกเขาทำให้คุณจน
  • คนรวยที่สุด มักมีไอเดียและวิธีหาเงินที่คนอื่นหัวเราะเยอะ

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2564

Marketing​ Automation​ การตลาดอัตโนมัติ

Marketing​ Automation​ book
การตลาดอัตโนมัติ​
หนังสือการตลาดเล่มแรกที่อ่านจบในปีนี้ติดอาวุธไปอีกขั้น​ ก้าวสู่การตลาดในยุคใหม่จริงๆ​ เล่มนี้ไม่ได้สอนเครื่องมือหรือสอนใช้โปรแกรมแต่สอนผู้บริหารให้คิดการออกแบบ​เส้นทางลูกค้าอย่างละเอียด​ แยกลูกค้าเป็นกลุ่ม​ กำหนดกลยุทธ์​ในการสื่อสารกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม​

ความละเอียดในการแบ่งกลุ่มลูกค้าตามประเภทธุรกิจมีความสำคัญมาก​ สินค้าต้องใช้เวลาคิดนาน​ สินค้าที่ใช้บ่อยใช้ซ้ำ​ ธุรกิจที่ขายสินค้าหลายชนิดหลากแบรนด์​ 

AMC = Campaign​ Goal+Message​   Strategy​+Customer​ Segment

6​ Campaign​ Goal+เทคนิค
1.เพื่อขอข้อมูล
2.เพื่อจัดกลุ่มลูกค้า
3.เพื่อขอข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจ
4.เพื่อทำให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้นอีกขั้น
5.เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อทันที
6.เพื่อเพิ่มความพึงพอใจกับแบรนด์

3​ Marketing​ Messages startegys
1.consideration
2.Purchase
3.Advocate

2​ Customer​ segment
1​.การใช้ตำแหน่งลูกค้าในmarketing funnel
2.การใช้ความถี่ในการซื้อของลูกค้า​

เทคนิคสำหรับลูกค้า​ Hight/Medium/Low involvement

เทคนิค​
Quick Win​ Customer​ Jurney
Quick​ Win-back​ Customer​ Jurney
Win​ Back​ Customer​ Jurney

หากเข้าใจและออกแบบให้ดีให้ถูกตั้งแต่แรกปล่อยให้ลูกค้าเข้าsegmentออกจากsegmentที่เราตั้งไว้อัตโนมัติ​ไม่ต้องexportแล้วมาimportจากระบบนึงมาระบบนึง

ในวันที่​ Touchpoint ของลูกค้ามีมากกว่าจำนวนนักการตลาด​ วันนี้คือเวลาของ​ Automation​ Marketing​

เรียกว่าความรู้ของ​ oweera​2020​ คือระดับอนุบาลไปเลย​ ไม่กล้าไปสอนการตลาดที่ไหนอีกแล้ว​ ได้เวลาเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่​​

#oweeraอ่านแล้ว

ขอบพระคุณ​ผู้เขียน​ 
Chaiyapong Phong Lapliengtrakul
หนังสือมีคุณค่ามากๆ​ ออกเล่มสองเลยได้มั๊ย

 ***********************************************

โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ @oweera อย่าลืมมี @ ด้วยนะครับ http://line.me/ti/p/%40oweera

 
เพิ่มเพื่อน

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สอนการใช้ LINE OA

หลักสูตรการใช้ LINE Official Account เค้าสอนอะไรกันบ้าง

พื้นฐานการใช้ LINE OA 

รู้จักกันก่อน LINE OA แตกต่างจาก LINE ส่วนตัวอย่างไร

กรณีศึกษาการใช้ LINE OA สำหรับธุรกิจ

กลยุทธในการใช้ LINE OA เพื่อเพิ่มยอดขาย

การใช้งาน LINE OA บน PC

การสมัคร Premium ID เพื่อตั้งชื่อ LINE OA ให้กับธุรกิจ

วิธีการโปรโมท LINE OA

การเลือกแพ็คเกจต่างๆ ของ LINE OA

การเพิ่มแอดมินมาช่วยงาน และการกำหนดสิทธิ์

การตั้งค่าพื้นฐาน และฟังก์ชันต่างๆ ของ LINE OA

การบรอดแคสต์ข้อความ และการตั้งเวลาส่งข้อความ

การโปรโมทสินค้าบนไทม์ไลน์

การใช้ข้อความ “ทักทายเพื่อนใหม่” ให้โดนใจลูกค้า

การเปิด-ปิดโหมด “บอต” เมื่อไม่สะดวกในการแชท และการใช้ AI Chat bot

การสร้าง “ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ” อย่างมืออาชีพ

การใช้งาน Chat

การแบ่งกลุ่มลูกค้า ด้วย Tag

การสร้างข้อความตอบกลับที่ใช้บ่อย

การกำหนดเวลาตอบข้อความ

การสร้างข้อความพิเศษ

Rich Message

Rich VDO

Card Message

การใช้งานเครื่องมือการตลาดของ LINE OA

การสร้าง E-Coupon เพื่อกระตุ้นยอดขายและเทคนิคการแจกคูปอง

การสร้างบัตรสะสมแต้ม (LINE Rewards Card)

การแจกแต้มผ่านแอพฯ LINE OA และผ่าน QR Code ที่พิมพ์ไว้

การสร้างแบบสอบถาม

ตกแต่ง LINE OA ด้วย Rich Menu

การโปรโมทร้านด้วย Rich Menu

เทคนิคการบรอดแคสต์ชั้นสูง (LINE OA)

การซื้อข้อความบรอดแคสต์เพิ่ม

การลงโฆษณาเพื่อเพิ่มเพื่อน

การตกแต่งหน้า Profile ให้สวยงาม (Mini Website)

การดูข้อมูลสถิติ


การสร้าง LINE MyShop ร้านค้าออนไลน์ที่ทำงานร่วมกับ LINE Official Account

เริ่มเปิดร้าน

สร้างรายการสินค้า

จัดการสต็อกสินค้า

ตั้งค่าช่องทางชำระเงิน

ตั้งค่าการจัดส่งสินค้า

ตั้งค่าร้านค้า

ชื่อร้าน ที่อยู่ อีเมล

ตั้งค่าวันหมดอายุรายการสั่งซื้อ

ตั้งค่าการแจ้งเตือนการซื้อสินค้า

การสร้างรหัสส่วนลด

การส่งใบเรียกเก็บเงินผ่าน Chat

การดูรายการสั่งซื้อ

การติดตามการชำระเงิน

การจัดส่ง

การสร้างแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขาย (บรอดแคสต์บน MyShop)



 


ราคาพิเศษเพียง 3,900 บาท/ท่า

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2563

CONTENT MATRIX คืออะไร SME ธุรกิจไหนควรใช้เนื้อหาแบบไหนมาดูกัน

 

Content marketing matrix คืออะไร

ไม่ว่ายุคไหนๆ เครื่องมือการตลาดออนไลน์ ยุคนี้เปลี่ยนไปรวดเร็วมากๆ แต่จะเปลี่ยนไปอย่างไรสิ่งที่สำคัญคือ เนื้อหา หรือสารที่เราต้องการส่งไปยังผู้บริโภคคืออะไร มีวัตถุประสงค์อะไร ตรงความต้องการที่จะอ่านของผู้บริโภคหรือไม่ 

Content Matrix จะช่วยตอบโจทย์ให้กับคุณได้ วันนี้ขอเอาแนวทางการสร้างคอนแทนต์ประเภทต่างๆมาให้ชมกัน สี่กลุ่ม เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนคอนเทนต์ครับ

คอนเทนต์เพื่อชักจูง (INSPIRE)
ถ้าอยากขายของได้ คอนเทนต์ที่คุณควรจะทำคือ คอนเทนต์ที่เกิดจากการรีวิวของลูกค้า หรือคอนเทนต์จากรีวิวของ Influencers (คอนเทนต์ประเภทนี้มักจะเห็นอยู่เป็นประจำ) ซึ่งมีส่วนที่ทำให้ตัดสินใจซื้อสินค้าง่ายขึ้น สำหรับการใช้อารมณ์เพื่อตัดสินใจซื้อ แล้วจะทำอย่างไรให้คนมารีวิวสินค้าหรือบริการของเรา ถ้าหากงบมีจำกัด ลองจัดกิจกรรม แจกของรางวัลเป็นสินค้า เพื่อให้ลูกค้ารีวิวกลับมา แบบนี้เท่ากับยิงครั้งเดียวได้นกถึงสองตัว เพราะเท่ากับเราได้ทำคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง และได้คอนเทนต์สำหรับชักจูงอีกด้วย

คอนเทนต์เพื่อให้ความรู้ (EDUCATE)
สำหรับคอนเทนต์เพื่อให้ความรู้ มักจะอยู่ในข่ายของ Infographic คู่มือการใช้งาน แนวโน้ม การวิเคราะห์ข้อมูล ฯลฯ คอนเทนต์ประเภทนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูดีขึ้น ดูเป็นมืออาชีพ เป็นทางการ น่าเชื่อถือ เป็นผู้รู้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์ของคุณต้องการภาพลักษณ์เหล่านี้หรือไม่ ถึงแม้ว่าคอนเทนต์ประเภทนี้อาจจะไม่ช่วยเรื่องการขายสักเท่าไรนัก แต่สามารถนำไปต่อยอดได้ ถ้ารู้จักใช้ให้เป็น คอนเทนต์ประเภทนี้เหมาะกับคอร์สสัมมนา ไลฟ์โค้ช มหาวิทยาลัย กูรูต่างๆ

คอนเทนต์เพื่อเปรียบเทียบ (CONVERT)
เรียกว่าเป็นคอนเทนต์โน้มน้าวใจ แต่เน้นทางด้านเหตุผลเป็นหลัก ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบ เช่น ตารางราคาสินค้า โปรโมชั่น ความสามารถของสินค้า คอนเทนต์ประเภทนี้ทำให้เกิดการซื้อได้ง่าย ถ้าหากเราสินค้าแบรนด์ของเรามีจุดเด่นที่เห็นได้ชัด แต่อุปสรรคของคอนเทนต์ประเภทนี้มักจะไม่ค่อยก่อให้เกิดการ Awareness เรียกว่าได้อย่างก็จะเสียอย่าง สำหรับทุกแบรนด์แล้วควรทำคอนเทนต์ประเภทนี้ไว้บ้าง

คอนเทนต์เพื่อความบันเทิง (ENTERTAINMENT)
คอนเทนต์ที่ถูกจัดในกลุ่มนี้คงจะหนีไม่พ้นจำพวก Meme กิจกรรม เกม คำถามชิงรางวัล รวมไปถึงโฆษณาไวรัล คอนเทนต์เหล่านี้เกิดมาเพื่อ Awareness โดยเฉพาะ สร้างความรับรู้ได้มาก โดยเฉพาะใน Social Media สำคัญอย่าง Facebook เมื่อมีคน Engagement มากขึ้น ก็เท่ากับเป็นการเผยแพร่คอนเทนต์ให้กว้างขวางและเป็นที่รับรู้มากขึ้นนั่นเอง ง่ายที่สุดคือถ้าอยากให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และมีคนติดตามมากขึ้น จงหันมาทำคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง ช่วยคุณได้

Content marketing สำหรับธุรกิจ SME ที่เป็นการขายแบบ B2B ขอแนะนำเลือกใช้คอนแทนต์กลุ่มด้านล่าง เพราะ หากต้องการขายแบบ B2B สินค้าอุตสาหกรรม หรือ บริการที่ปรึกษา บริการงานสัมมนา บริการจัดหางานต่างๆ ต้องแสดงตัวให้มีความน่าเชื่อถือ 

Content marketing สำหรับธุรกิจค้าปลีก ขายสินค้าให้กับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร เนื้อหาเป็นแนว เบา ดึงดูดให้อ่าน รูปภาพสวย สร้างแรงบันดาลใจ หรือ สร้างความหวังว่าใช้สินค้าแล้วจะเป็นอย่างไร ไปเที่ยวโรงแรมแล้วจะได้รูปสวยแบบไหน ทานอาหารแล้วจะหุ่นดีมีความสุข 


Content สร้างยอดขาย  เนื้อหาจะเป็นในแนวทางสร้างให้เห็นถึงผลลัพท์ ใช้แล้วจะดีขึ้นอย่างไร เป็นคุณในคนใหม่ด้วยสินค้าเรา 

Content สร้างการรับรู้สร้างแบรนด์ ชวนให้เป็นสมาชิกรับข่าวสาร ให้เน้นด้านขวา 


วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ตำนานไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ จากท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

จากท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

ชาวชุมชนวัดเจดีย์ และใกล้เคียง นับถือเคารพ ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ตั้งแต่สมัยบรรพชน สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น นับย้อนหลังไปเป็นเวลาหลายร้อยปี โดยถือว่า ไอ้ไข่ คือ วิญญาณของเด็กศักดิ์สิทธิ์  ที่คอยช่วยเหลือชาวชุมชน และดูแลปกป้กษ์รักษาวัดเจดีย์ ไม่ได้มีการสืบค้น หรือมีการกล่าวถึงตำนาน เพียงแค่นับถือกันอย่างนั้นมา

จนวันหนึ่งได้เกิด ตำนาน ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ศิษย์หลวงพ่อทวด จากบุคคลสำคัญ นั่นก็คือ จอมขมังเวทย์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช 


ที่ได้รับฟังถ้อยคำจากหลวงพ่อทวด ผ่านร่างทรง เมื่อครั้งสมัยจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗ (เนื่องจากท่านขุนพันธ์ เป็นผู้มีส่วนร่วม ในการจัดสร้างพระชุดนั้นด้วย) 

หลวงพ่อทวด ถาม่านร่างทรงว่า ท่านมาจากนครศรีธรรมราชท่านรู้จักลูกศิษย์เราหรือไม่ เป็นเด็กวัดอยู่ทางทิศเหนือของนครศรีธรรมราช ท่านขุนพันธ์ จึงสืบหาจนมาประสบพบเจอกับ ผู้ใหญ่เที่ยง เมืองอินทร์ จนได้นับถือเป็นสหายแลกเปลี่ยนสายวิชากัน ด้วย ผู้ใหญ่เที่ยง เองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง และรู้จัก ไอ้ไข่ เป็นอย่างดี ท่านขุนพันธ์ จึงได้เจอกับ ลูกศิษย์หลวงพ่อทวด ที่วัดเจดีย์นามว่า ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ตามคำบอกกล่าวของหลวงพ่อทวดผ่านร่างทรง

ซึ่งเป็นไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ที่บรรพบุรุษชาวชุมชนวัดเจดีย์นับถือสืบทอดกันมา และท่านขุนพันธ์ เองก็ได้สืบค้นศึกษาจนกลายเป็น ตำนานไอ้ไข่ศิษย์หลวงพ่อทวด และได้ยึดถือตำนานนี้บอกเล่าสืบต่อกันมา ซึ่งถือว่าท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช คือ ผู้สืบค้นตำนานนี้เป็นคนแรก 

ที่มา

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...