วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ตำนานไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ จากท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

จากท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

ชาวชุมชนวัดเจดีย์ และใกล้เคียง นับถือเคารพ ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ตั้งแต่สมัยบรรพชน สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น นับย้อนหลังไปเป็นเวลาหลายร้อยปี โดยถือว่า ไอ้ไข่ คือ วิญญาณของเด็กศักดิ์สิทธิ์  ที่คอยช่วยเหลือชาวชุมชน และดูแลปกป้กษ์รักษาวัดเจดีย์ ไม่ได้มีการสืบค้น หรือมีการกล่าวถึงตำนาน เพียงแค่นับถือกันอย่างนั้นมา

จนวันหนึ่งได้เกิด ตำนาน ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ศิษย์หลวงพ่อทวด จากบุคคลสำคัญ นั่นก็คือ จอมขมังเวทย์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช 


ที่ได้รับฟังถ้อยคำจากหลวงพ่อทวด ผ่านร่างทรง เมื่อครั้งสมัยจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗ (เนื่องจากท่านขุนพันธ์ เป็นผู้มีส่วนร่วม ในการจัดสร้างพระชุดนั้นด้วย) 

หลวงพ่อทวด ถาม่านร่างทรงว่า ท่านมาจากนครศรีธรรมราชท่านรู้จักลูกศิษย์เราหรือไม่ เป็นเด็กวัดอยู่ทางทิศเหนือของนครศรีธรรมราช ท่านขุนพันธ์ จึงสืบหาจนมาประสบพบเจอกับ ผู้ใหญ่เที่ยง เมืองอินทร์ จนได้นับถือเป็นสหายแลกเปลี่ยนสายวิชากัน ด้วย ผู้ใหญ่เที่ยง เองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง และรู้จัก ไอ้ไข่ เป็นอย่างดี ท่านขุนพันธ์ จึงได้เจอกับ ลูกศิษย์หลวงพ่อทวด ที่วัดเจดีย์นามว่า ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ตามคำบอกกล่าวของหลวงพ่อทวดผ่านร่างทรง

ซึ่งเป็นไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ที่บรรพบุรุษชาวชุมชนวัดเจดีย์นับถือสืบทอดกันมา และท่านขุนพันธ์ เองก็ได้สืบค้นศึกษาจนกลายเป็น ตำนานไอ้ไข่ศิษย์หลวงพ่อทวด และได้ยึดถือตำนานนี้บอกเล่าสืบต่อกันมา ซึ่งถือว่าท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช คือ ผู้สืบค้นตำนานนี้เป็นคนแรก 

ที่มา

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ตำนานไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ ข้อมูลจากภาพที่วัดเจดีย์ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

ตำนานไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์





ประวัติ ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์มีการบันทึกไว้หลายอย่าง แต่ขอนำบันทึกจากที่วัดมาเผยแพร่ เพื่อให้รับรู้รับทราบ เผื่อใครที่ยังไม่ได้ไปที่วัดจะได้ทราบข้อมูล ตำนานไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ สืบค้นโดย จากท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

ย้อนกลับไปยังสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หลวงพ่อทวด พระผู้เปี่ยมด้วยญาณบารมีได้เดินทางไปยังกรุงศรีอยุธยา ในการนั้นท่านได้นำพา เด็กชายผู้หนึ่ง อายุราว ๙ ถึง ๑๐ ขวบมาด้วย หมายใจให้คอยปรนนิบัติรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึงยังฐานถิ่นวัดเจดีย์ ก็หยุดรั้งรอหมายพบเจอสหธรรมมิกครั้งศึกษาพระธรรม ยังเมืองนครศรีธรรมราช นามว่า ขรัวทอง ผู้เป็นสมภารวัด หมายสนทนาพาที ด้วยจิตอันเป็นไมตรีต่อกัน ดังมีหลักฐานนามถิ่นบ้านโพธิ์เสด็จ ไว้เป็นประจักษ์พยานว่ากาลหนึ่งพระโพธิฌาณ (หลวงพ่อทวด) ได้เดินทางมายังธรรมสถานแห่งนี้

ด้วยฌาณแห่งพระผู้มีบารมี จึงรับรู้ได้ว่าในภายภาคหน้า สถานที่แห่งนี้ จะเป็นหลักสำคัญแห่งพระพุทธศาสนา จึงบอกเด็กชายผู้คอยติดตามว่า.. "เจ้าจงอยู่ที่นี่เถิด จะต่อเกิดผลดีศรีสดใสภายภาคหน้านั้นต่อไปจะเป็นหลักชัยในทางธรรม" เด็กชายรับปากพระอาจารย์ แล้วตั้งสัตย์ปฎิญาณตามพระอาจารย์สั่ง หลวงพ่อทวด จึงฝากเด็กชายไว้กับ ขรัวทอง เด็กชายกลายเป็นเด็กวัดเจดีย์ คอยอยู่รับใช้สมภาร และดูแลวัดเจดีย์

ดังในตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึง เหตุการณ์ครั้นเจ้าพระยาคืนเมืองมีท้องตรามายังยังเมือง อยอง (ต.ฉลอง ในปัจจุบัน)  มีบันทึกไว้ว่า "มาถึงเมืองอลองแวะพักหนึ่งคืน  นมัสการสมภารทอง มีศิษย์เกะกะชื่อไอ้ไข่เด็กวัด.." แต่ถึงจะเป็นเด็กเกะกะซุกซนแต่เด็กชายก็เปี่ยมด้วยอานุภาพพิเศษ แปลกแตกต่างจากเด็กทั่วไป ชอบช่วยเหลือผู้คน หากใครมีปัญหาที่หมดปัญญาที่จะแก้ไข เป็นต้องมาออกปาก(ไหว้วาน) ทุกคราไป จึงไม่มีใครเกลียดชังถึงจะซุกซนเกเร ด้วยเป็นเด็กที่จริงจัง ทั้งวาจาและจิตใจ รับปากใครแล้วเป็นต้องทำให้ได้ ถึงจะเป็นอันตรายก็ตาม ว่ากันว่าควายตัวไหนพยศ หากเด็กวัดจับหางติดจะไม่ปล่อยเป็นอันขาด ถึงควายจะวิ่งอย่างไร จนควายตัวนั้นต้องละพยศหมดฤทธิ์

เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยจิตอันแสดงถึงอานุภาพพิเศษ ก็รับรู้ได้ว่าพระอาจารย์ (หลวงพ่อทวด) กำลังจะเดินทางกลับจากกรุงศรีอยุธยา ด้วยกลัวว่าหากพระอาจารย์กลับมาถึง จะนำพาตนกลับสู่ถิ่นฐานที่จากมา ด้วยคำสั่งของพระอาจาย์ที่สั่งให้เฝ้าและดูแลรักษาวัดเจดีย์ และด้วยสัจจะวาจาที่ได้ให้ไว้ เด็กชายจึงเดินลงสระน้ำภายในวัดเป็นการปลิดชีวิตตัวเอง ตามภาษาทางศาสตร์ เรียก การเสด็จ หมายสละร่างเหลือไว้แต่ดวงวิญญาณ ไว้คอยปกปักษ์รักษาวัดเจดีย์ สืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

บันทึกจาก ภาพ ตามตำนาน ที่วัดเจดีย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ถ่ายเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563

ด้วยศรัทธาอันแท้จริง 

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563

Business Model ของธุรกิจ หลังยุค Corona จะเป็นอย่างไร







ทุกยุคสมัยที่มีการเปลัี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญ เช่น การมีเริ่มมีอินเตอร์เนตความเร็วสูง  การมีโทรศัพท์SmartPhone เหตุวินาศกรรม911 การเกิดขึ้นของSocial Media และการเกิดขึ้นของธุรกิจPlatform ทุกการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เหล่านี้มีธุรกิจใหญ่เล็กล่มสลาย มักเกิดธุรกิจใหม่ที่และธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วจาการปรับโมเดลธุรกิจให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง

ในช่วงตั้งแต่มกราคม ถึง ในยุค Covid19  Corona virus ทำให้เกิดผู้ป่วยติดเชื้อ ทั่วโลก ณ วันที่ 22 มิถุนายน 8,952,431 และ เสียชีวิต 468,331 คน สร้างการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างไม่ว่าจะทั้งสาธรณสุข และ เศรษฐกิจ เพราะ พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไป



Nielsen ได้วิเคราะห์ถึง 4 พฤติกรรมที่จะกลายเป็น New Normal หลังจบ COVID-19 ที่ผู้ประกอบการควรเตรียมพร้อมเพื่อปรับตัว 





  1. คุ้นชินกับดิจิตอลมากขึ้น ทั้งการติดตามข่าวสาร การสื่อสารและการค้นหาข้อมูล รวมไปถึงการเลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยพนักงานขาย อาทิ สั่งของจากออนไลน์ ประกอบติดตั้งเอง การทำลองสินค้าจาก AR/VR 
  2. สนใจสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่นมากขึ้น เพราะกลัวการนำเข้าสินค้าที่ต้องผ่านพิธีกรรมต่างๆ ต้องผ่านมือคนผ่านประเทศกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสุขภาพ และ price sensitivity จะต่ำลง 70% ของผู้บริโภคในเอเชียและไทยหันมาใช้สินค้า Local Brand
  3. ไม่ซื้อของบ่อย ไม่อยากเดินทางของที่ซื้อประจำ มีแนวโน้มสมัครใช้บริการ Auto Subscription หรือส่งสินค้าในทุก ๆ เดือนหรือสัปดาห์ตามแต่จะกำหนด
  4. Social Media กลายเป็นสื่อหลัก ที่ผู้บริโภคติดตามข่าวสาร แทนการเสพสื่อทางทีวีไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการรับข่าวสารเกี่ยวกับโควิท ที่ต้องการความรวดเร็ว 










เมื่อรูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภค เปลี่ยนไป และสภาพเศรษฐกิจของประเทศก็เปลี่ยนไป จากผลกระทบของการท่องเที่ยว  การต้องกักตัวอยู่บ้านในระยะเวลาหนึ่ง ยอดค้าปลีกที่ลดลง เศรษฐกิจชลอตัว  รูปแบบการดำเนินธุรกิจจึงต้องมีการปรับตัวเพื่อเปลียนแปลง

เช็คสุขภาพธุรกิจ ด้วย Business Model Canvas หลังยุคโควิท ด้วย Corona cavas

Business Model Canvas คือหนึ่งในเครื่องมือที่ทำให้เห็นภาพรวมของธุรกิจ จากมุมมอง 9 ด้านสำคัญของธุรกิจ เมื่อสภาวะแวดล้อมภายนอกเปลี่ยนไป ธุรกิจต้องปรับมุมมองของธุรกิจใหม่

Climate-KIC คอมมูนิตี้ของโปรแกรมเมอร์ ให้คำแนะนำสำหรับธุรกิจหลังยุคโคโรน่าไว้ว่าต้องเตรียมปรับBusiness modelแต่ละด้านดังนี้

ลูกค้า เปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว

  1. ลูกค้าของเราได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
  2. ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปจากเดิมรึป่าว
  3. คุณมีสามารถที่จะปรับตัวกับความต้องการใหม่ๆได้หรือไม่
  4. ลูกค้าจะสามารถปรับตัวเพื่อใช้บริการสินค้าเราได้หรือไม่
  5. ธุรกิจสามารถ ขยายลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย กระจายกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร
  6. เราสามารถกำแพงในการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆได้หรือไม่ 


คุณค่าของธุรกิจ ที่ต้องตรวจเช็ค

  1. สินค้า บริการ เดิม ยังคงเหมาะสมกับตลาดตอนนี้หรือไม่ 
  2. ธุรกิจเราจะปรับเปลี่ยนคุณค่าให้ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างไร
  3. ธุรกิจยังมีศักยภาพในการปรับ คุณค่าได้อยู่รึป่าว
ช่องทางการให้บริการ และจุดสัมผัสระหว่างธุรกิจกับลูกค้า
  1. ช่องทางจัดจำหน่ายเดิมเป็นอันตรายกับลูกค้ารึป่าว
  2. สามารถขายทางออนไลน์หรือทางโทรศัพท์ได้หรือไม่
  3. มีวิธีที่จะปรับตัวส่งช่องทางใหม่ๆหรือไม่

การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า

  1. ยังสามารถติดต่อ และสื่อสาร สร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าเดิมได้หรือไม่
  2. บริษัทของคุณเป็นอย่างไร สามารถตอบสนองต่อปัญหา ยังคงมั่นคงอยู่หรือไม่
วิธีการหารายได้
  1. คำสั่งซื้อที่มียังส่งมอบได้หรือไม่ และยังเก็บเงินได้หรือไม่
  2. ลูกค้ายังสามารถซื้อในราคาเดิมได้อยู่รึป่าว
  3. สามารถปรับรูปแบบการหารายได้ได้หรือไม่
  4. ยืดหยุ่นการชำระเงิน เก็บเงินเร็วขึ้น หรือ ยืดระยะเวลาชำระเงิน ทำได้หรือไม่
ทรัพยากรหลัก
  1. ทรัพย์สินที่มีอยู่ยังจำเป็นอยู่หรือไม่
  2. ทรัพยากรที่มีสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆได้หรือไม่ คน ทรัพย์สิน เงินสด software ฐานข้อมูล
กิจกรรมสำคัญ
  1. สามารถเปลี่ยนกิจกรรมที่ทำเพื่อเติมเต็มความต้องการลูกค้าได้หรือไม่
  2. สามารถปรับขั้นตอนการทำงานได้หรือไม่
  3. ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการปรับตัว
พันธมิตรธุรกิจ พร้อมมั๊ย
  1. พันธมิตรหลัก คู่ค้าสำคัญสามารถปรับตัวได้ให้รอดพ้นวิกฤติได้หรือไม่
  2. จะหาพันธมิตรใหม่ที่จะเป็นพันธมิตรหลักในการทำธุรกิจใหม่ได้หรือไม่
  3. เปลี่ยนใช้พันธมิตรในประเทศได้หรือไม่
  4. จะหาพันธมิตรในประเทศที่จะขยายธุรกิจไปได้หรือไม่
ต้นทุน
  1. ต้นทุนที่จะเปลี่ยนไปยังทำให้ธุรกิจทำกำไรได้หรือไม่
  2. อย่าถามว่า "จะตัดอะไร" ต้องถามว่า "อะไรยังจำเป็นอยู่"
  3. ทำงบการเงินใหม่ในสถานะการที่แตกต่าง พยากรณ์ในทางที่ดีที่สุดและแย่ที่สุด
  4. จากยอดขายแบบนี้ ยังสามารถทำต่อไปได้ 12-24 เดือนหรือไม่
  5. จุดคุ้มทุนใหม่อยู่ตรงไหน
  6. ลด เลิก กิจกรรมการลงทุนที่ได้ทำสัญญาไว้ได้หรือไม่
  7. ขอความช่วยเหลืออะไรจากทางภาครัฐได้หรือไม่ 
ลองตอบคำถามในมุมต่างๆของ Business Model ให้ดี แล้วเริ่มต้นวางแผนที่จะสร้างแผนธุรกิจใหม่ เพื่อให้ธุรกิจพร้อมที่จะเติมโตอย่างมั่นคงและแข็งแรง

ติดตาม นวัตกรรมมของโมเดลธุรกิจ หลังยุคโควิท และ กิจกรรม workshop กับผู้เชียวชาญด้าน Business Model ได้ที่ https://www.facebook.com/rocketacademyth



ด้วยรัก
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME

ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera

แหล่งข้อมูล

https://www.climate-kic.org/opinion/the-corona-canvas-how-to-deal-with-the-crisis-as-a-founder/
https://positioningmag.com/1273586

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563

สมัครร้านอาหาร Line man Grab Get Foodpanda ทำยังไง

อยากสมัครลงทะเบียนร้านอาหารขายออนไลน์ใน App Line Man Grab get Foodpanda ต้องทำยังไงบ้าง



ช่วงนี้ได้ยินคำถามนี้บ่อย เพราะร้านอาหารหลายร้าน โดนคำสั่งห้ามนั่งกินที่ร้าน แต่ยังอนุญาติให้ขายแบบสั่งไปกินที่บ้านได้ ในยุค 5G แบบนี้ หากจะขายอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ต้องทำอย่างไรบ้าง
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับว่า การขายบนออนไลน์กับการขายที่ร้านนี่ต่างกันมาก พฤติกรรมลูกค้าต่างกัน  
ลูกค้าเก่าคนมากินที่ทานร้านอาหารของเรา ถ้าไม่ใช่คนที่รู้จักอยู่แล้วมากินก็คนเดินผ่านแล้วแวะ เราจะทำให้คนเหล่านี้มาเป็นลูกค้าเราได้อย่างไร
คนหิว >> เดินผ่าน >> แวะทาน  หากลูกค้าเก่าที่มาที่ร้านเป็นลักษณะนี้คือคนในละแวกร้านค้า ทำอย่างไรเมื่อเค้าออกจากบ้านไม่ได้จะมาสั่งซื้อเราได้ แนะนำ ทำป้ายหน้าร้านให้รู้ว่ารับทำเป็นห่อกลับบ้าน กับ ทำโบชัวร์ไปแจกให้ทั่วบริเวณ ที่เราสามารถให้พนักงานเดินไปส่งหรือขับมอเตอร์ไซด์ไปส่งได้
คนรู้จักร้าน>>เดินทาง>>นั่งทาน 
ลูกค้าเก่าที่รู้จักร้านอยู่แล้ว หากมี เบอร์โทร มีไลน์ลูกค้า เราก็ส่งข้อความไปหาลูกค้าบอกว่าร้านเราสามารถสั่งออนไลน์ได้แล้วทางช่องทางไหน

ส่วนลูกค้าใหม่ที่อยู่บนออนไลน์ พฤติกรรมการหาขอกินคือ
คนอยากกิน>>ค้นหา>>สั่งซื้อ

ตอนค้นหาก็มีสามแบบ
1.ค้นด้วยชื่อร้านที่เค้ารู้จัก
2.ค้นด้วยเมนูที่อยากกิน
3.บางคนค้นใน แผนที่ Google ดูร้านหาหารใกล้ๆ เลยก็มี

การค้นหากก็มีหลายวิธี
1.ค้นใน Google 
2.ค้นใน App ที่สั่งอาหารโดยตรง

การทำให้ค้นหาเจอใน Google นั้น คงต้องเล่ายาว เพราะว่า ต้องทำหลายอย่างทั้ง ปักหมุดบนแผนที่ การทำSEO และ SEM วันนี้ขอแนะนำเฉพาะวิธีปักหมุดบน Google ก่อนนะครับ บริการนี้เป็บบริการฟรี จาก Google ที่ทำง่ายมาก ไปสมัครบริการที่ Google My Business เลยง่ายมาก 
 ปักหมุดร้านค้าบน Google

 

ส่วนที่จะเล่าให้ฟังในวันนี้คือ หากลูกค้นจะสั่งอาหารผ่าน App food delivery แล้วจะเจอร้านเราได้อย่างไร  สำหรับในบ้านเรา เมื่อคนจะสั่งอาหารให้มาส่งที่บ้าน เดี๋ยวนี้หนีไม่พ้น จตุรเทพวงการฟู๊ดดิลิเวอรี่ แต่มาดูเงื่อนไขกันก่อน ว่าจะเลือกเข้าร่วมกับค่ายไหนดี 


เพราแต่ละค่ายก็มีเงื่อนไขการสมัครที่แตกต่างกันไป แต่หากเริ่มจากสิ่งที่ง่ายสุดดีสุดตอนนี้ความเห็นของผมคือ Line man น่าจะง่ายที่สุด

วิธีสมัครร้านอาหารใน LINE MAN

Line Man นี่มีข้อดีอย่างหนึ่งคือมันอยู่ใน App line ของทุกคนอยู่แล้ว ทำให้การเข้าถึงง่ายกว่า และร้านอาหารที่มีให้เลือกบน Line ก็ค่อนข้างเยอะกว่า และลงลึกถึงระดับรถเข็น สตรีทฟู๊ดมากกว่า เพราะ LINE ใช้ข้อมูลร่วมกันกับ Wongnai App รวมร้านอาหารชื่อดังของไทย จึงอย่าแปลกใจที่ตอนสมัครเป็นร้านอาหารใน LINE MAN เป็นการสมัครผ่าน wongnai

ขั้นตอนแรก เข้าไปที่หน้าที่เพื่อค้นหาชื่อร้านของเรา หากไม่มีก็กดสร้างข้อมูล

สำหรับร้านที่มีชือแล้วก็กดลงทะเบียนเพื่อให้ร้านไป เท่านี้จบเลยมีข้อมูลร้านขึ้นในวงในแล้ว
โหลด APP สำหรับบริหารจัดการร้านอาหารในมือถือ
เข้าไปสร้างข้อมูลให้เรียบร้อย ใส่รูปใส่เมนูใส่รายการอาหาร

จากที่ลองสมัครดู รวดเร็วมาก วันเดียวข้อมูลขึ้นได้เลย ที่เหลือก็ทำให้เมนูสวยงาม รายละเอียดครบถ้วน เท่านี้ก็สามารถกลายเป็นร้านอาหารใน Line Man เรียบร้อย

วิธีสมัครร้านอาหารบน Grab


Grab มีข้อดีอย่างหนึ่งคือ คนในเมืองส่วนใหญ่จะมี App นี้เพราะใช้บริการเรื่องการเดินทาง บางคนมีผูกเงินในระบบ มีการสะสมคะแนน หลายคนจึงนิยมสั่งใน App นี้ อ้อ อีกเรื่องนึงที่สำคัญมากคือ จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้เลย 


วิธีการสมัคร เข้าไป ที่ Link นี้ https://www.grab.com/th/merchant/food/
ปล.เงื่อนไขการสมัคร ตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย ปรับอัตราค่าบริการร้านค้าใหม่ 30% ไม่รวมภาษี นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 ธันวาคม 2563 จากอัตราค่าบริการร้านค้า 35% ไม่รวมภาษี

วิธีสมัครร้านอาหารบน Get


Get คือ App น้องใหม่จากอินโดนิเชีย ดังมากเพราะที่นั้นคนใช้ App Gojek ทำทุกอย่าง เดินทาง ส่งของ นัดหมอ ยันสั่งยา  แต่มาเมืองไทยตอนนี้คนยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ ดังนั้นก็จะใช้เงินดึงลูกค้าเข้าระบบ เยอะพอสมควร 
เงื่อนไขการสมัคร 
  • ท่านยินยอมที่จะให้ GET คิดค่าคอมมิชชั่นที่ 30% (ไม่รวม VAT)
  • ท่านยินดีที่จะใช้ระบบ GoBiz แอพฯ สำหรับร้านค้าเพื่อการจัดการแก้ไขข้อมูลร้านและรับออเดอร์ พร้อมทั้งตรวจสอบยอดขาย GET FOOD
  • ท่านจะต้องมี Smartphone หรือ Tablet ในระบบ Android เพื่อใช้สำหรับแอพพลิเคชั่น GET FOOD - GoBiz (ต้องเป็นรุ่นที่ซื้อมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ขึ้นไป)
  • ท่านจะต้องมีซิมเบอร์โทรศัพท์ พร้อมอินเตอร์เน็ต เป็นของตนเองที่สามารถใช้แอพพลิเคชั่นรับออเดอร์
  • ร้านค้าของท่านอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร

วิธีการสมัคร เข้าไปที่ Link https://www.getthailand.com/merchant/


วิธีสมัครร้านอาหารบน foodpanda


Foodpanda น่าจะเป็นเจ้าบุกเบิก ที่ทำให้คนไทยรู้จักการสั่งอาหารออนไลน์ รวมร้านออนไลน์มาไว้ในที่เดียว โดยกินส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์กับร้านค้า foodpanda จะคิดค่าคอมมิชชัน 35% จากมูลค่าของออเดอร์ทั้งหมดที่สั่งผ่านทาง foodpanda สำหรับออเดอร์ที่ชำระผ่านบัตรเครดิต foodpandaได้ทำการละเว้นค่าธรรมเนียม 3% ให้  foodpanda เป็นบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่มจะถูกคำนวณจากค่าคอมมิชชั่นที่ทางร้านจะต้องจ่ายfoodpanda (ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกค้าออเดอร์ 100 บาท(ราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ส่วนแบ่งของ foodpanda จะเท่ากับ 35 บาท + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 2.45 บาท ในขณะที่ส่วนแบ่งของทางร้านจะเป็น 62.55 บาท)

 
วิธีการสมัคร เข้าที่ Link 


สิ่งที่นำเสนอในวันนี้เป็นเพียงเรื่องช่องทางจัดจำหน่าย หากได้เริ่มทำแล้ว อย่าลืมปรับ สินค้าให้เหมาะกับการเป็นอาหารสำหรับ Delivery  การกำหนดราคาใหม่ เพราะมีต้นทุนแฝงเพิ่มเข้ามาในการส่ง และ การทำการส่งเสริมการตลาด ต่างๆด้วย 


ด้วยรัก
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME

ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera



วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2563

Redmi Notes ขายดีแค่ไหน

การสื่อสารให้เกิดการจดจำวิธีที่นักโฆษณานิยมใช้มากที่สุดคือ การสื่อสารเปรียบเทียบเห็นภาพ

มีสำนวนหลายอย่างในภาษาไทยที่เราจดจำได้
เร็วอย่างกับจรวด
ช้ายังกับเต่า

เป็นการสื่อสารให้เห็นภาพได้ชัดเจนผู้รับสารเข้าใจเนื้อหาได้ง่าย
และยิ่งสิ่งที่เปรียบเทียบเข้ากับพื้นฐาน บริบทคนฟังจะยิ่งเกิดการจดจำง่ายขึ้น
"เขียนหนังสือตัวโตเท่าหม้อแกง" หากใครใช้คำนี้กับเด็กยุคนี้คงนึกภาพไม่ออกแต่หากเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคนนี้เข้าใจชัดเจน

ตัวอย่างแบรนด์ เสียวหมี่ ที่อยากประชาสัมพันธ์ว่าสินค้า Redmi Note Series โทรศัพท์มือถือที่ครองใจคนทั่วโลก และทำยอดขายได้มากถึง 110 ล้านเครื่องทั่วโลก  หากสื่อสารด้วยตัวเลข นักลงทุนคงเข้าใจภาพได้ไม่ยาก 


แต่ถ้าจะสื่อสารกับคนทั่วไปให้เข้าใจชัดเจนมาดูว่าเปลี่ยนวิธีการสื่อสารแบบไหนกับกลุ่มไหน อันนี้ขอนำโฆษณาที่ใช้จริงมาเป็นตัวอย่างเพื่อการศึกษานะครับ

สื่อสารกับคนไทย เราจำได้ชัดเจน หากใหญ่ต้องใหญ่เท่า ช้าง



Redmi Notes จำนวน 110,000,000 + ล้านเครื่อง หากนำเครื่องทั้งหมดที่ขายไปมาชั่งรวมกันจะหนักเท่ากับช้างตัวโตเต็มวัยถึง 4 ตัว น้ำหนัก 5,000 กิโลกรัม  



สื่อสารกับคนท่องโลก กลุ่มนักเดินทาง ก็ใหญ่เท่าภูเขา


Redmi Notes จำนวน 110,000,000 + ล้านเครื่อง หากนำเครื่องทั้งหมดที่ขายไปมาเรียงซ้อนกันจะได้ความสูงของทางปีนขึ้นเขาเอเวอเรสต์ถึง 110 ลูกเลยทีเดียว ซึ่งยอดเขาเอเวอเรสต์นั้นมีความสูงถึง 8,848 เมตร



สื่อสารกับคนยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ คนรุ่นใหม่นิยมการวิ่ง ก็ต้องเปรียบเทียบกับ วิ่งฟูลสิครับ



Redmi Notes จำนวน 110,000,000 + ล้านเครื่อง หากนำเครื่องทั้งหมดที่ขายไปมาเรียงกันจะได้ระยะทางเท่ากับฟูลมาราธอนถึง 380 มาราธอน ซึ่งฟูลมาราธอนหนึ่งมาราธอนมีระยะทาง 42.195 กิโลเมตร      

แล้วหากสื่อสารกับผู้ชายสายสปอร์ต ก็ต้องสนามฟุตบอลนี่หล่ะ


Redmi Notes จำนวน 110,000,000 + ล้านเครื่อง หากนำเครื่องทั้งหมดที่ขายไปมาวางรวมกันจะกว้างเท่าสนามฟุตบอล 200 สนาม ซึ่งหนึ่งสนามฟุตบอลนั้นจะมีความกว้างถึง 7,140 ตารางเมตร


เป็นเทคนิคด้านการสื่อสารที่นำมาปรับใช้กับธุรกิจเราได้ หากสนใจข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนาธุรกิจติดตามได้ที่ช่องทางต่างๆดังนี้ครับ

โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME

ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

วิธีการสร้างเว็บแบบ pulony.blogspot.com


วิธีการสร้างเว็บไซด์ อย่างง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพในการใช้งาน 


สำหรับคนที่ไม่เคยสร้างเว็บไซด์ อาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากเรื่องไกลตัว แต่ตอนนี้ระบบการสร้างเว็บไซด์มีมากมายให้เลือกทั้งฟรีและเสียตังค์ แต่วันนี้มีกระแส การพูดถึง pulony.blogspot.com ในการอภิปายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะเห็นได้ว่า เว็บบล็อก หรือ Blog ที่ทำง่ายๆ แต่หากนำมาใช้งานในทางที่ถูกจะเกิดประสิทธิภาพมาก สำหรับเจ้าของธุรกิจที่อยากทำเว็บแบบนี้ วันนี้ผมขอแนะนำขั้นตอนการทำง่ายๆ


แนะนำการสร้างเว็บแบบ pulony.blogspot.com

ก่อนอื่นเลยต้องมีบัญชี Google ก่อน สร้างได้ด้วยการเข้า ลิ้งนี้ หรือใครมี Gmail อยู่แล้วก็สร้างต่อได้เลย

สร้างบัญชี Blogger 


วิธีการสร้างบัญชี Blogger 
  1. เข้าเว็บ  https://www.blogger.com/
  2. เลือกชื่อBlog
  3. เลือกธีมบล็อก
  4. ตกแต่งส่วนหัว
  5. สร้างเนื้อหา
  6. สร้าง Tab blog ใน Blogger 

เข้าเว็บ  https://www.blogger.com/


เลือกชื่อBlog

เลือกธีมบล็อก

เลือกธีมบล็อก
เว็บ Pulony ใช้ธีมนี้

เลือกธีมเดียวกัน ได้แบบนี้เลย ปล.รูป Header ไม่ควรลอกเลียนแบบนะ อันนี้ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง


เขียนบทความใหม่ ที่สร้างบทความ

เขียนบทความ และอย่าลืม ใส่ ป้ายกำกับ ด้วย




การเพิ่ม Tab 

เลือกเพิ่ม Gadget

เลือก Gadget หน้าเว็บ


เลือกเพิ่ม ลิงค์จากภายนอก 




ชื่อของหน้าเว็บ = Tab   ที่อยู่เว็บเอาจากรูปด้านล่าง

ที่อยู่เว็บมาจาก ป้ายกำกับ นั่นเอง กดที่ป้ายกำกับจะได้ link ไว้ใส่ ด้านบน


วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

KBank Blackpink รวมพลังผลักดันคนรุ่นใหม่ แค่เชื่อก็เป็นไปได้



KBank X Blackpink แค่เชื่อก็เป็นได้


Blankpink กสิกรไทย ลุยขยายฐานกลุ่มนิวเจน (New Gen) ที่มีกว่า 10 ล้านคน ด้วยคอนเซปต์ #แค่เชื่อก็เป็นได้  

สร้างปรากฏการณ์ดึงวงเค-ป็อประดับโลก BLACKPINK เปิดตัวโปรเจคท์ใหญ่ KBankxBLACKPINK รวมพลังผลักดันทุกความเชื่อของคนรุ่นใหม่ ปล่อยโปรดักส์แรกเป็นบัตรเดบิต KBankxBLACKPINK Collection เปิดให้สมัคร 21 พ.ย.นี้ ตั้งเป้ายอดบัตร 1 ล้านใบ


นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยี กลุ่มนิวเจนที่มีอายุ 15-25 ปี มีจำนวนประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี เติบโตมาในโลกที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผันเข้าสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ (New Economy) เป็นกลุ่มพลังที่ธนาคารกสิกรไทยมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของธนาคารในอนาคตและต้องการมีส่วนร่วมในการผลักดันให้กลุ่มนิวเจนเหล่านี้ได้มีโอกาสเติมเต็มความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในชีวิตยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มที่

ธนาคารกสิกรไทยได้วางกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้านิวเจนด้วยคอนเซปต์ #แค่เชื่อก็เป็นได้ (KBank Empowers Your Belief) โดยธนาคารได้สร้างสรรค์โปรเจคท์ KBankxBLACKPINK ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกที่ธนาคารได้เชิญวงเค-ป็อประดับโลก “BLACKPINK” มาเป็นตัวแทนในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่  โดยวง “BLACKPINK” เป็นกลุ่มศิลปินมากความสามารถมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนและตรงกับคอนเซปต์   #แค่เชื่อก็เป็นได้ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นจากความเชื่อในตัวเอง มุ่งมั่น ทุ่มเท พิสูจน์ความสามารถของตนเองจนสามารถประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ

โดยในเบื้องต้น ธนาคารเตรียมออกและเปิดรับสมัครบัตรเดบิต KBankxBLACKPINK Collection ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสมัครผ่าน K PLUS พร้อมตั้งเป้ายอดบัตรจำนวน 1 ล้านใบ

#แค่เชื่อก็เป็นได้ (KBank Empowers Your Belief) โดยธนาคารกสิกรไทย พร้อมสนับสนุนทุกความเชื่อด้วยพลังของนิวเจน เปิดตัวแผนการสื่อสารการตลาดเต็มรูปแบบทั้งสื่อออนไลน์ทุกแพลทฟอร์มและสื่อออฟไลน์ เริ่มต้นด้วยภาพยนตร์โฆษณาโดยกลุ่มศิลปินทรงพลังระดับโลกวง BLACKPINK เล่าเรื่องผ่านความเชื่อ และเรื่องราวของสมาชิกแต่ละคนที่มุ่งมั่นและลงมือทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง ได้แก่
เจนนี่ (Jennie) : Beyond Yourself ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

ลิซ่า (Lisa) : Keep Winning เอาชนะทุกบททดสอบด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท
จีซู (Jisoo) : Beat the Impossible สนุกกับความท้าทายใหม่ ๆ และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริง

โรเซ่ (Rose) : Never Stop อย่าหยุดที่จะเรียนรู้และฝึกฝน อย่ายอมให้อะไรมาหยุดความสำเร็จ

ติดตามความเคลื่อนไหวของโปรเจคท์ #KBankxBLACKPINK ได้ที่ http://bit.ly/2p9ufer และ KBank Live ทั้ง Twitter, Instagram และ Facebook ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...