วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565

รีวิว หนังสือ ชีวิต(ไม่)หมู วรวุฒิอุ่นใจ

ผู้ชายคนนี้คือคู่แข่งหมายเลขหนึ่งของผมตอนอยู่B2S

.

ตอนผมทำงานเป็นฝ่ายจัดซื้อที่ B2S (ประมาณ20ปีที่แล้ว) ผมดูแลแผนกเครื่องเขียน มีโอกาสได้คุยกับ Key Account ของแบรนด์ต่างๆมากมาย ผมมักจะแอบถามเรื่อง Officemate อยู่เป็นประจำ เพราะตอนนั้นยอดขายเครื่องเขียนในร้านเราทำได้ดี แผนกปากกาที่ผมดูแลมั่นใจว่าทำยอดขายได้เต็มที่แล้วสำหรับในร้าน 

.

วิธีการขยายเพิ่มยอดขายคือการรุกไปตลาดใหม่ ก็คือการบุกไปขายนอกร้าน ขายให้เจ้าของกิจการ เจ้าของธุรกิจ ขายให้ฝ่ายจัดซื้อบริษัทต่างๆ ไม่ว่าตอนนั้นจะคิดโปรเจคไหน ก็พังแทบตลอด เราแพ้ธุรกิจที่ตอนนั้นเป็นSMEที่ชื่อ Officemate ของพี่หมู วรวุฒิ อุ่นใจ 

.

หลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วผมยิ่งเข้าใจเลยว่าทำไม ธุรกิจแบบห้องแถวตอนนั้นสามารถเติบโตจนมาเป็นบริษัทมหาชน และในที่สุดเซ็นทรัลต้องขอร่วมทุนในแบบที่ยังต้องการให้ ผู้บริหารท่านนี้ มาบริหาร ทั้ง B2S และ COL 

.

หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมอ่านแล้วชอบที่สุด และอยากแนะนำให้คนทำธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกได้อ่านเป็นอย่างยิ่ง (สปอยเนื้อหาบางส่วน)

.

เนื้อหาเล่มนี้เล่าเรื่องราวการเติบโตของเด็กหนุ่มเห็นพื้นฐานชีวิตการเติบโตทีละขั้นการผ่านวิกฤติแต่ละครั้งเหมือนหนังกำลังภายในแทรกแง่คิดกลยุทธ์ที่นำไปปรับใช้ได้จริงๆมากมายเหลือเกิน จนต้องขอนำมาเขียนไว้กันลืม แม้จะไฮไลท์ไว้เยอะก็ตาม

.

ช่วงตอนเด็กๆ แทรกให้เห็นวิธีสร้างลูกให้เป็นผู้ประกอบการ

.

ลูกคนจีนที่เติบโตมาในครอบครัวการค้าได้มองเห็นการเติบโตของธุรกิจของคุณพ่อที่เป็นพี่คนโตรุ่นสองของตระกูล ต้องทำงานหนักบริหารธุรกิจกงสี  แบกรับทั้งครอบครัว ได้ด้วยการมีจุดแข็งคือ ขยัน ซื่อตรง รักษาสัจจะ 

.

แต่ก็มองเห็นจุดเสียของธุรกิจ คือการบริหารธุรกิจแบบเงินสด การเงินที่ไม่ได้แยกเงินธุรกิจกับเงินใช้จ่าย ไม่มีการบริหารสต็อคที่ดี ไม่มีตัวเลขกำไรขาดทุน เงินขาดมือกู้มาใช้จ่าย สุดท้ายพันจนเกิดปัญหาในธุรกิจ

.

จากเนื้อหาที่ได้อ่านรายละเอียดที่เล่าแสดงให้เห็นวิธีการเลี้ยงลูกของคนจีนที่ดีอย่างหนึ่งคือ ให้ลูกหลานได้เห็นการบริหารกิจการจนซึมซับความเป็นผู้ประกอบการอยู่ในตัว ซึ่งต่างกับยุคหลังเด็กๆไม่ได้ถูกปลูกฝังให้ทำการค้ามีจิตวิญญาณเถ้าแก่ในตัวเองเพราะ บ้านกับที่ทำงานพ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

.

ช่วงวัยรุ่น-วัยเรียน  ทำให้เห็นพลังของการอ่านหนังสือ

.

การอ่านหนังสือมีพลังในการแก้ปัญหาเสมอ พี่หมูเป็นคนที่อ่านหนังสือเยอะมากๆตั้งแต่เด็กอ่านหนังสือหลากหลาย ทำให้มีความรู้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือพิมพ์ หนังสือนิยายกำลังภายใน หรือ หนังสือธรรมมะ ทั้งหมดนี้กลายมาเป็นพลังในการวิเคราะห์กลยุทธ์พลิกแพลงผ่านวิกฤติต่างๆมาได้...​ชอบอ่านหนังสือทุกอย่างเว้นหนังสือเรียน  หากลูกๆใครไม่ชอบอ่านหนังสือเรียนแต่ของอ่านหนังสือนิยาย จงปล่อยให้อ่านไปเถิด

.

ช่วงมหาลัย  เรียนที่คุ้มที่สุด

วิกฤติของที่บ้านทำให้ พี่หมูต้องเปลี่ยนเส้นทางจากการเรียนสิ่งที่ชอบ มาสู่สิ่งที่จำเป็น เลือกเรียบบริหารธุรกิจแทนการเรียนด้านสังคมปรัชญาศาสนา เรียนอะไรก็เอามาปรับเพื่อกอบกู้กิจการ ค่าส่งเครื่องเขียน  เอาที่เรียนมาใช้แล้วถามอาจารย์(เรียนคุ้มมาก) การบ้านวิชาบริหารก็ใช้โจทย์ธุรกิจตัวเอง แม้แต่ชื่อบริษัทก็เกิดจากการทำโปรเจคตอนเรียนป.โท 

.

ในวิชาการตลาด มีสอนเรื่อง พ่อค้าคนกลางจะหายไป (นี่คือ20ปีที่แล้วตอนนี้ก็ยังทันสมัยอยู่ แต่ขอเพิ่มคำว่า คนกลางที่ไม่สร้างคุณค่าจะหายไป )​ ซึ่งก็ต้องหาทางออกสุดท้ายเจอในตอนเรียนคือ แคตตาล็อกเซล เมล์ออเดอร์ นี้คือพลิกวิกฤติเป็นโอกาส 

.

MVP ธุรกิจแคตตาล็อก เริ่มทำ Pricelist สินค้าเป็นกระดาษง่ายๆ รายชื่อสินค้าและราคา ไปขอเข้าพบจัดซื้อตามบริษัทต่างๆ เป็นการเริ่มที่ไม่เทห์แต่ผลลัพท์เท่ห์มาก คือพลิกธุรกิจได้ เพราะตรงจริตลูกค้า เสมียนบริษัท ฝ่ายจัดซื้อ ขี้เกียจออกไปซื้อเอง การมีใบรายการสินค้าแล้วโทรสั่งจึงตอบโจทย์ ก็ขยายพื้นที่การให้บริการจนกิจการใหญ่โตขึ้นได้

.

เนื้อหาภาคการบริหารธุรกิจ

.

ออฟฟิตเมท เคยมีฝรั่งมาขอซื้อกิจการในราคาแค่ไม่กี่ล้านบาทชวนไปดูกิจการที่ต่างประเทศกะจะบรัฟ แต่การไปดูงาน สิ่งที่พี่หมูใช้ตลอดคือ ไม่ได้ไปดูว่าเค้าทำอย่างไร​( Know how ) แต่เน้นที่จะหาคำตอบว่าทำทำไม (Know why) เพราะว่าการรู้ว่าเค้าทำอย่างไร เราไม่มีทรัพยกรเท่าเค้าเราก็ทำตามไม่ได้ แต่ถ้ารู้ว่าเค้าทำทำไม ก็สามารถมาประยุกต์ทำได้ด้วยแบบของเรา

.

สินค้าใหม่ ลูกค้าเก่า คือการแก้ปัญหายอดขายได้เสมอ ในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งหนึ่งในกลยุทธ์ที่เพิ่มยอดขายคือมองว่าลูกค้าเรายังมีสิ่งไหนที่เราขายเพิ่มได้อีก ออฟฟิตสำนักงานไม่ได้จะซื้อแค่เครื่องเขียน แต่ยังซื้อ กาแฟ ถังขยะ ยารักษาโรค  ก็เพิ่มสินค้าเหล่านี้เข้าไปให้สั่งซื้อได้ด้วย ยอดขายกลับเพิ่มขึ้นมาทันที

.

ภาวะผู้นำฝ่าวิกฤติ

- กล้าตัดสินใจ 

- แม่นยำกับเป้าหมาย

- ไม่ทิ้งใคร

- ความหวังต้องมี 

.

ลมปราญ ดูดดาว กลยุทธ์จากหนังจีน สู่ Catalog Officemate 

ในการทำแคตตาล็อคครั้งแรกต้นทุนในการทำแคตตาล็อคแจกฟรีนั้นต้นทุนสูงมาก พี่หมูใช้วิธีคุยกับซัพพลายเออร์ ว่าเราจะช่วยให้สินค้าเค้าขายดีมากขึ้นได้แค่ไหน ด้วยการช่วยนำเสนอสินค้าไปให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่สุดและวัดผลได้ เทียบให้ดูกับการทำโฆษณาที่ซัพพลายเออร์ต้องจ่ายให้ที่อื่นในที่สุดก็มีคนช่วยกันออกค่าผลิตแคตตาล็อค เล่มแรกออกไป พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ยอดขายตามเป้าที่คุยไว้ ชนะไปด้วยกัน 

.

เทียบวัดกับธุรกิจระดับโลก 

สต็อกสินค้าในธุรกิจทั่วไปของในประเทศคือ 80% ของรายการสั่งซื้อ แต่ Officemate ต้องการทำให้ได้มาตรฐานโลกคือ 90% ก็ตั้งเป้าหมายและสุดท้ายก็ทำได้จริงเมื่อดีกว่าลูกค้าจึงเลือกใช้บริการ

.

บริหารการเก็บเงินลูกหน้าให้ดีไม่งั้นขายดีจนเจ๊ง

บริษัทเคยเกือบไม่มีเงินเดือนให้ลูกน้องเพราะระบบวางบิลเก็บเช็คของแต่ละบริษัทไม่เหมือนกันทำให้เก็บเงินไม่ทันรอบต้องรอรอบเดือนต่อไปสุดท้ายเงินสดเกือบขาดมือ ต้องระดมพนักงานไปช่วยกันวางบิลเก็บเช็ค หลังจากผ่านวิกฤติได้ ใช้วิธีการจ้างทีมเก็บเช็ควางบิลโดยเฉพาะใช้รถมอเตอร์ไซด์ 800 คันในการทำงานด้านนี้ เก็บเช็คได้ทันแล้วยังได้สร้างการรับรู้แบรนด์ด้วยเสื้อพนังงานเก็บเช็ควางบิล

.

บริษัทคือสิ่งที่ขับเคลื่อนบริษัทคือคน

ต้องเข้าใจคนแต่ละประเภทว่าจะบริหารอย่างไร พอสังเกตุพนักงานไอทีจะฟิตการทำงานในตอนกลางคืน ก็ไม่จำเป็นต้องจัดทุกคนทำงานตามเวลาปกติ มีเครืองเล่นเกมส์ มีโต๊ะปิงปองให้เล่น 

.

หลักการที่ทำให้คนมีความสุขในการทำงานคือ ทำให้เขาได้ใช้ความคิดและการตัดสินชะตากรรมด้วยตัวเอง

.

F4 ในการบริหาร Fun Fast Flexible Firm สี่ข้อนี้ชอบมาก (ต้องอ่านในเล่ม)

.

Office Mate เป็นสถิติบริษัทที่เข้าจดทำเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้เร็วที่สุดของ  MAI ใช้เวลาตั้งแต่ยื่นจดจนอนุมัติเพียง 18 วัน เพราะ  

1.บัญชีบริษัทมีบัญชีเดียว 

2.โครงสร้างการบริหารโปร่งใส 

3.แผนการทำงานมีมาตรฐานสูง

.

เคล็ดลับอัปเลเวลยอดขายจากล้านแรกสู่หมื่นล้าน

ล้านแรก...ขยันเข้าไว้

สิบล้าน... ต้องเก่งพัฒนาตัวเองมากว่าใช้ความรู้ทางวิชาการเข้าช่วยไม่มั่วเอง พัฒนาระบบและทีมงาน

ร้อยล้าน...พัฒนากระบวนการทำงาน สร้าง​​Knoehowเฉพาะตัว ใช้เทคโนโลยีวางรากฐาน สร้างคนสร้างระบบ

พันล้าน..เก่งคิด เก่งเลือกใช้คน ระวังถูกดิสรัปต์ใช้เครื่องมือทางการเงินบริหารความเสี่ยงควบรวมธุรกิจเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน


ขออนุญาติพี่ Worawoot Ounjai นำเสนอเนื้อหาบางส่วน มีอีกหลายสิ่งที่ประทับใจในหนังสือเล่มนี้แต่ขอให้คนอ่านได้เสพด้วยตัวเอง

- เรื่องประโยชน์การเล่นเกมส์ของผู้บริหาร

- เรื่องดิลการซื้อกิจการ

- เรื่องการซื้อของ(ฟุ่มเฟือย)อย่างมีความสุข

- เรื่องการเมือง


ไม่มีความคิดเห็น:

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...