วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บัตรแมงมุม ในรูปแบบบัตรเดบิตใช้เป็นบัตร MRT ได้ k-mangmoom

มาแล้วในที่สุดหลังจากรอคอยมาแนน 
บัตรเดบิตที่ใช้แตะจ่ายค่าเดินทางจ่ายค่า Grab Taxi และที่สำคัญน้ำตาไหล จ่ายแตะค่ารถไฟฟ้า MRT ได้ด้วย แม้จะเป็นแค่รถMRTสายสีม่วง และMRTสายสีน้ำเงิน


นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษอีกมากมาย
1) โปรโมชั่น ดูหนัง 100 บาท ที่ Major Cineplex
2) โปรโมชั่น ดูหนัง 100 บาท ที่ SF Cinema City
3) โปรโมชั่น ซื้อชุดอร่อยสุดคุ้มขนาดกลาง หรือ ชุดแมคไก่ใหญ่เผ็ด 3 ในราคา 100 บาท ที่ร้านแมคโดนัลด์
4) รับส่วนลดบริการ Grab ใช้ฟรี 100 บาท หรือ ลด 10% (ส่วนลดสูงสุด 50 บาท/ครั้ง) เมื่อจ่ายค่าบริการด้วย GrabPay ผ่านบัตรเดบิตกสิกรไทย
5) รับส่วนลดเมื่อจองที่พักกับ Expedia
6) ช้อปออนไลน์กับ Lazada รับส่วนลด 15% ตลอดทั้งปี
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่  บัตรเดบิตแมงมุม





วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Micro Moment คืออะไร หนึ่งใน 8 E commerce market trend 2018

ภาพจาก K ONLINESHOP SPACE
Micro Moments คืออะไร

เป็นที่ทราบกันดีว่า Smartphone เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากยิ่งขึ้นทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยยะสำคัญ ในความเป็นจริงแล้วความต้องการของผู้บริโภคนั้นไม่ได้เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือสภาวะแวดล้อมซึ่งกำหนดพฤติกรรมของเขาเหล่านั้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลใน Micro moment  (เวลาที่เขาเกิดความต้องการที่จะทำในทันที)

ผู้คนต้องการตอบสนองความต้องการของตัวเองอย่างรวดเร็วทันทีเช่น หากเกิดสงสัยผู้บริโภคมีความต้องการที่จะรู้ในเดี๋ยวนั้น  หากเห็นโฆษณาแล้วอยากได้มีความต้องการที่จะไปในเดี๋ยวนั้น เกิดปัญหารถเสีย บ้านน้ำรั่วมีความต้องการที่จะทำในเดี๋ยวนั้น หรือกำลังเดินทางค้นหาที่หมายก็มีความต้องการแผนที่เส้นทางและข้อมูลสถานที่ในเดี๋ยวนั้น

ช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องการในทันทีทันใดนั่นแหละที่ Google นิยามว่ามันเป็น Micro Moments ซึ่งผู้บริโภคสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ด้วยการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่าน Smartphone ในทันทีทันใดเช่นกัน

micro moments


I want to know moments: ในเวลาที่อยากรู้...  ถ้าเขาเกิดสงสัยหรืออยากรู้เรื่องอะไรขึ้นมา เขาสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ในทันที คนซื้อของออนไลน์ค้นหาข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 65% และส่วนใหญ่ใช้การค้นหาผ่าน Smart phone
I want to go moments:เวลาที่ต้องการไป...   ถ้าเขาเกิดอยากรู้เส้นทางหรือแผนที่ในการไปยังสถานที่ที่เขาอยากจะไป เขาสามารถเข้าถึงเปิด Maps ใน Smartphone ได้ในทันที หรือค้นหาเส้นทางผ่าน Google ได้ในทันที ปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นสองเท่าตัว เลยทีเดียว
I want to do moments:เวลาที่ต้องการทำอะไรบางอย่าง  ถ้าเขาเกิดอยากรู้วิธีในการทำอะไรสักอย่างเช่นการซ่อมก๊อกน้ำ เขาสามารถเข้าถึงเปิด Youtube ใน Smartphone เพื่อดูวิธีการได้ในทันที ยกตัวอย่างใน Blog นี้มีคนเข้ามาอ่านวิธีการล้างท่อตัน ติดอันดับเรื่องราวที่คนมาอ่านมากที่สุดจากการค้นหาใน Google งูเหล็กทะลวงท่อตัน แก้ปัญหาท่อตันด้วยตัวเองง่ายๆ
I want to buy moments:ช่วงเวลาที่อยากจะซื้อ  Micro moment สำคัญ ที่นักการตลาดคุ้นเคยกันมากที่สุด ถ้าหากลูกค้าเกิดอยากซื้อสินค้าขึ้นมาเมื่อไหร่ เขาสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ที่ขายสินค้าชิ้นนั้นได้ในทันที การค้นหาข้อมูลไม่ว่าลูกค้าจะค้นจากช่องทางใด จะหาเพื่ออ่านรีวิว จะหาเพื่อซื้อ หรือจะหากเพื่อเปรียบเทียบราคา ต้องทำให้สินค้าเราไปเจอให้ได้

เราควรทำอะไรเพื่อให้สอดรับกับ Micro Moments

แล้วเราควรทำอะไรบ้างเพื่อให้สอดรับกับเรื่อง Micro Moments สิ่งที่สำคัญเลยก็คือถ้าผู้บริโภคหรือว่าที่ลูกค้าต้องการสิ่งใด เขาจะตอบสนองความต้องการในเวลาเดี๋ยวนั้นทันที แบรนด์และนักการตลาดต้องมั่นใจว่าพร้อมที่จะมอบสิ่งที่ตอบสนองความต้องการนั้นให้กับผู้บริโภคในทันที

ข้อมูลที่ออกมาจาก Brand จะต้องเข้าไปอยู่ใน Touch-point ของลูกค้า (เตรียมเอาไว้ในแต่ละจุดสัมผัสกับลูกค้า) เพื่อที่เวลาเขานึกถึงเราขึ้นมา เราก็จะได้สามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้ในทันที เช่นถ้าเราทำธุรกิจร้านอาหารเราจะต้องมั่นใจได้ว่าข้อมูลแผนที่ร้านอาหารของเราจะสามารถค้นเจอได้จาก Google Maps ได้ทันทีที่ลูกค้าเริ่มค้นหามัน ข้อมูลใน Google Map มีเวลาเปิดปิด มีเบอร์โทรที่กดโทรออกได้ทันทีหลัง Search

หรือถ้าลูกค้าต้องการสั่งซื้อสินค้า เราจะต้องรีบนำพาเอาสินค้าของเราเข้าไปปรากฎอยู่ในสายตาของลูกค้ารายนั้นในทันทีที่เขาเริ่มออกตามหามัน สินค้าต้องไปอยู่ใน Marketplace ที่ลูกค้าเข้าใช้ประจำมีประสบการณ์ซื้อ ไม่ว่าจะเป็น Shopee Lazada JD.com หรือ จะขายสินค้าใน App การเงินของธนาคารกสิกรไทย KPlus Market  เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่เขาเกิดความรู้สึกอยากได้สินค้ามากที่สุด ต้องมองให้ออกว่าถ้าลูกค้าเกิดความต้องการแล้ว Touchpoint ต่อไปที่ลูกค้าจะไปสัมผัสนั้นมันอยู่ที่ไหนแล้วเอาตัวของเราไปปรากฎอยู่ที่นั่น



https://www.thinkwithgoogle.com/collections/micromoments.html

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Viral marketing ปุ่มดันยอด มีอยู่จริง และ เจ้จูวัสดุก่อสร้าง


แต่ละปีก็จะมีคนทำไวรัล Viral Marketing  ทำอะไรให้เรา สงสัย สนใจ ติดตาม บางอันจับไต๋ได้ บางอันพอเดาแต่ไม่มั่นใจ บางอันหลอกกันหัวคว่ำ ออกมาหลายแคมเปญ
แต่ก็มีสองอันที่เป็นธุรกิจ Startup ไทย ทำออกมา แล้วผมว่ามันแจ๋วมาก เลยขอนำมาแบ่งปันและเขียนบันทึกความรู้ที่ได้จากสองแคมเปญนี้
#เจ๊จู ของ   +Patai Padungtin 
#ปุ่มดันยอด ของ +Vik Akharavat

.
เพราะสองแคมเปญนี้ไม่ได้มีการจ้างม้าที่ไหนแต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำในเวลาอันสั้น
#เจ๊จูวัสดุก่อสร้าง เกิดการพูดถึงถามถึงในโลกออนไลน์ออฟไลน์วัสดุก่อสร้างและการตลาดออนไลน์
#ปุ่มดันยอดมีอยู่จริง เกิดการพูดถึงในกลุ่มคนขายของออนไลน์สายเทคนิค สายยิงแอด และค้าขายออนไลน์แถวๆ #KOS #KONLINESHOPSPACE
.
แคมเปญการตลาดออนไลน์ที่ทำให้เกิดการรับรู้แก่กลุ่มเป้าหมายให้มาสนใจติดตาม ความลึกลับ ความฮา ในเวลาอันสั้น ตัดจบให้คนรับรู้ได้เข้าใจ สารที่ต้องการสื่อ
.
ไม่ต้อง Talk of the town ให้คนพูดถึงทั้งบ้านทั้งเมือง เอาให้เกิดการรับรู้กับกลุ่มเปาหมายและคนมีอิทธิพลกับกลุ่มเป้าหมาย
.
ปุ่มดันยอด  สร้างกระแส เหมือนทำเครื่องราง ของขลัง ทำในภาษาคนที่สนใจขายของออนไลน์ ใช้แล้วยอดพุ่ง ใช้แล้วยอดขายวันเป็นแสน    เป็นการสร้างการรับรู้แล้วส่งต่อการรับรู้สู่ OneChat  https://onechat.ai/
ChatBot สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยากเพิ่มยอดขายเวลายิงแคมเปญโฆษณาแล้วมีผลตอบรับเยอะๆตอบไม่ทัน หรือให้Chatbot เฝ้าร้านเวลาอยากพัก หรือเพิ่มประสิทธิภาพการบริการลูกค้า
เจ๊จู วัสดุก่อสร้าง สร้างการรับรู้ให้ BUILK Thailand: บิลค์ ไทยแลนด์ & #JUBILI  https://www.builk.com/th/jubili_by_builk/
JUBILI เป็นเครืองมือบริหารการขายให้ร้านวัสดุก่อสร้างยุคใหม่ มีระบบ CRM และระบบบริหารงานขายดีๆ โดยเฉพาะคนขาย Project พูดในภาษาคนทำการตลาดออนไลน์ยุคหนึ่ง ที่สอนกันว่า ไปฝากร้านตามเพจดารา ไปฝากร้านตาม IG คนดังแล้วจะมียอด สุดท้ายปิดจบด้วยมันไม่ได้ใช่วิธีที่ถูกอยากขายดีใช้ Jubili
.
ขอฝากเกร็ดความรู้การสร้าง Viral Marketing ไว้ดังนี้

1. เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

ก่อนจะเริ่มการตลาดนี้ได้ เราต้องค้นหาและทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนเสียก่อน เพราะการตลาด Viral marketing จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเราเลือกสื่อสารในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ จดจ่ออยู่กับเนื้อหาของเรา หรือยิ่งถ้าได้กลุ่มเป้าหมายที่ชอบการแชร์ข้อมูลไปให้เพื่อนๆ อยู่เสมอจะยิ่งเกิดกระแสได้เร็ว ดังนั้น ต้องหาโอกาสไปคุยกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรสำคัญกับเขา สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อ และเหตุผลที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายแชร์เนื้อหาออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้เรามีข้อมูลในการทำตลาดได้ตรงจุดและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น


2. ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียที่เหมาะสม

กลับไปที่ข้อแรก กลุ่มเป้าหมาใช้อะไรเราก็ไปที่นั่น โซเชียลมีเดียแต่ละประเภทมีเอกลักษณ์และบุคลิกที่แตกต่างกัน เนื้อหาที่เราจะสร้างจึงต้องทำขึ้นมาให้เหมาะสมกับ Instagram, Twitter, และ Facebook รวมถึงเหมาะสมกับการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายด้วย หากลูกค้าเป็นกลุ่มที่ใช้ Facebook เป็นหลักก็ไม่จำเป็นต้องทำไวรัลทุกช่องทาง

3. สร้าง Content ที่กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสมีส่วนร่วมสูง

รูปแบบการใช้งานของโซเชียลมีเดีย จะถูกกำหนดโดยอัลกอริทึ่มที่ชัดเจน คือ เนื้อหาที่โดดเด่นมีการเข้าถึง คอมเมนต์และยอดแชร์สูง จะได้รับการจัดอันดับให้อยู่ลำดับต้นๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนเนื้อหาที่มีปริมาณการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้งานต่ำ จะค่อยๆ ถูกดันตกอันดับไปเรื่อยๆ และไม่แสดงผลอีก ดังนั้น พยายามวิเคราะห์เนื้อหาที่ดี น่าสนใจ เพื่อให้ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย คอมเมนต์และแชร์เนื้อหาอย่างต่อเนื่อง หรือต่อให้เราโพสต์ไปแล้ว 1 อาทิตย์ก็ยังเกิดการแชร์ซ้ำได้อยู่ ซึ่งจะส่งผลดีกับ Content และการตลาดของเรา แต่ถ้าไม่เกิดต้องรีบเปลี่ยนกลยุทธ์


4. หาความร่วมมือกับ Social media influencer

สำหรับ Social media influencer ก็คือกลุ่มผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ เช่น เน็ตไอดอล เซเลบ เพจที่โด่งดัง หรือบล็อกเกอร์ เป็นต้น หากเราสามารถให้ influencer เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา ช่วยประชาสัมพันธ์ หรือโพสต์เนื้อหาที่น่าสนใจของเราได้ ก็จะช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้ง่ายขึ้น แต่หากใช้เงินจ้าง เรายังมีคนรอบข้างที่สามารถช่วยให้เกิดการรับรู้ได้ ก็พนักงานเรา เพื่อนของเรานี่หล่ะ กำหนดเนื้อหา เรื่องราวและขอความรู้มือ แม้ไม่ใช้คนดังแต่เพื่อนพนักงานเราอาจเป็นคนดังก็ได้ใครจะรู้

สอง Campaign นี้ไม่ได้ดังเปรี้ยงแบบทั้งบ้านทั้งเมืองสนใจแต่กลุ่มเป้าหมาย และ กลุ่มผู้มีอิทธิพลกับกลุ่มเป้าหมายรับรู้และมีส่วนร่วม ที่สำคัญไม่ได้ใช้เงินอย่างมหาศาล แต่ใช้ไอเดียกับความอดทน(โดนถามแล้วไม่บอก)

อย่างนี้ต้องขอเชิญเพื่อนสองคนมาถ่ายทอคความรู้ที่ KOS ซะแล้ว

อ้างอิง
https://www.beartai.com/news/it-thai-news/94534


https://www.facebook.com/akharavat/posts/1122093294624679



K ONLINESHOP SPACE “KOS” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5 (ติดโซน Isetan)
เปลี่ยนให้รู้ใจ online seller
#KSME #SME #KOS #KONLINESHOPSPACE

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...