วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559

การสร้างความเป็นผู้ประกอบการให้กับพนักงาน business owner mindset

ตั้งแต่รับตำเหน่ง ผู้บริหารงานการตลาดเครือข่ายลูกค้าผู้ประกอบการคนแรกนี่ นับได้ว่าเราใช้คนเปลืองติดอันดับต้นๆ ในการทำงาน 

ทีมSME  Network Marketing Development สองปีครึ่ง ทีมงานจากกว่า20 คนออกไป6คน!!! 
คำถามคือ ทำไม
งานทีม SME Network Marketing Development เป็นงานที่ยากและท้าทายศักยภาพมากๆ หน้าที่ชัดๆคือ
  • ทำอย่างไรให้คนในพื้นที่เชื่อว่าธนาคารแห่งนี้ คือผู้มีส่วนร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ที่จะทำให้คนในพื้นที่รักและเชื่อใจให้ทำงานร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายธุรกิจ
  • งานต้องทุ่มเทคลุกตัวกับผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ SME รู้จักคนเยอะและมีแรงกดดันหลายๆอย่างโดยเฉพาะภาพลักษณ์องค์กร
  • การทำงานจึงต้องสอนงานในการทำงาน On the jobs training และให้เวลาในการเรียนรู้หลังจากนั้นให้คิดและลงมือทำร่วมกันกับเค้าแล้วปล่อยคอยสนับสนุนชี้แนวทาง
  • ต้องรู้จักธุรกิจที่หลากหลาย
  • ต้องรู้จักนักธุรกิจเยอะๆ
  • ต้องรู้จักการทำงานให้สำเร็จด้วยพลังของทีม

ดังนั้นวิธีการเดียวที่จะทำให้ทีมงานที่ทำงานคนเดียวในแต่ละจังหวัดสามารถบริหารตัวเองได้ คือ ต้องสร้างความเป็นเจ้าของกิจการให้กับพนักงาน 

เหรียญมีสองด้าน ผลงานสองปีออก6คนเสียดายแต่เห็นเค้าเติบโตก็ดีใจ
คนหนึ่ง ลาออกไปเรียนดร.และสร้างกิจการตนเอง
คนหนึ่ง ซี้กับผู้ประกอบการเลยอยากย้ายไปดูแลผู้ประกอบการด้วยตัวเองทำงานหน้างาน
คนหนึ่ง ทำงานเก่งสร้างconnection เป็นออกไปสร้างฝันมีโรงแรมตนเอง
คนหนึ่ง ทำงานจนวันสุดท้ายได้เลี้ยงอำลาเกษียน
คนหนึ่ง ออกไปตามทางที่ถนัด
คนหนึ่ง ย้ายไปทำงานใกล้ครอบครัวและดูแลกิจการโรงแรมที่สร้างเสร็จแล้ว

ตอนนี้รับสมัครทีมงานใหม่ก็คงต้องทำวิธีเดิม แต่คงต้องหาคนที่สนใจพัฒนาตัวอย่างต่อเนื่องในองค์กรจะได้เหมาะกับการทำงานด้วยกันนานๆ

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

ข้อคิด ของแจ็คหม่า Jack Ma Alibaba

ช่วงอายุกับการทำธุรกิจ
ก่อนอายุ 20 Be a good Student / จงตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด
ก่อนอายุ 30 Follow somebody / ตามคนอื่น ลองทำงานบริษัทเล็กๆ
30-40 Working for yourself / ทำงานเพื่อตนเองเพื่อความสำเร็จ
40-50 Do the thing that you are good at / ทำงานที่คุณชำนาญที่สุด
50-60 Work for young people /  ทำงานเพื่อคนรุ่นหลัง เพราะเค้าเก่งกว่าคุณ
60 Spend time for yourself / ใช้เวลาเพื่อตัวเองอย่างเต็มที่
CR. แจ๊ค หม่า
https://youtu.be/TW1Uk2Y7Y4M

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

การเสียโอกาสที่น่าเสียหายที่สุดอย่างหนึ่งในยุคนี้ คือ..การเสียโอกาสสร้างประสบการณ์ดีๆให้กับลูกค้า Customer Experience Management



Customer Experience Management เป็นแนวคิดของการตลาดในยุคที่ 3 ที่ให้ความสำคัญของการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าการทำเพียงแค่รักษาความสัมพันธ์

ในยุคการตลาดยุคแรก สินค้าถูกผลิตออกมาน้อย คู่แข่งแต่ละสินค้ามีไม่มาก การตลาดจึงสร้างการรับรู้ให้ลูกค้าจดจำในความแตกต่างของสินค้า การขายเน้นที่การทำให้เห็นความแตกต่างในคุณลักษณะของสินค้า

ในยุคต่อมาเรียกว่าการตลาดยุคที่สอง คู่แข่งทางธุรกิจเริ่มมีมาก สินค้าถูกผลิตออกมาจากคู่แข่งหลายราย ผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะ การสร้างความแตกต่างของสินค้าทำได้ยาก การตลาดจึงต้องเน้นความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น ลูกค้าที่ซื้อไปแล้วทำอย่างไรให้ซื้อเยอะ ซื้อซ้ำ ซื้อต่อเนื่อง ซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เอาเทคโนโลยีมาสร้างความสัมพันธ์ของลูกค้า ให้เกิดการซื้อซ้ำหรือไม่ย้ายไปหาคู่แข่ง

ในยุคนี้ การตลาดยุคที่สาม ยุคของผู้บริโภคที่มีตัวตนบนโลกออนไลน์ตลอดเวลา ความเป็นปัจเจกของบุคคลมากขึ้น คิดอะไรทำอะไรไม่ใช่แค่ตัวเค้าเองที่รับรู้ แต่โลกรับรู้ด้วย ผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้นว่าอะไรคือโฆษณาอะไรคือประสบการณ์จริงของผู้บริโภค พลังของประสบการณ์ที่ดีและได้รับการบอกต่อ เป็นลมใต้ปีกที่หนุนแบรนด์ให้เติบโตโดดเด่นอยู่ในใจผู้บริโภค และอยู่เหนือคู่แข่ง ในทางตรงกันข้ามหากไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีนอกจากจะเป็นการเสียลูกค้าแล้วยังเป็นกำแพงกันลูกค้าใหม่ไม่ให้เข้ามาหาแบรนด์ด้วย

ดังนั้น ประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า คือโอกาสธุรกิจที่สำคัญอย่างยิ่งในการตลาดยุคใหม่ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ ธุรกิจ SME หลายๆแห่งไม่ค่อยให้ความสนใจ ยังคงเน้นไปที่การขายให้ได้มากที่สุด

ต้นเหตุของความเสียโอกาสสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ามีหลายอย่าง

  • - ขายตามหน้าที่ คือพยายามขายให้ทะลุเป้ายัดเยียดสินค้าที่ลูกค้าไม่ต้องการ
  • - เป็นระบบฉลาดเกินไป ทุกคนได้รับการอบรมเหมือนๆกันก็ทำแบบเดียวกันมีระบบที่ฉลาดรู้ว่าลูกค้ายังไม่ได้ใช้บริการอะไรก็ยัดเยียดเสนอบริการให้ลูกค้า
  • - ให้ตามเงื่อนไข บริการได้ดีให้ลูกค้าเท่าที่ต้องเสียต้นทุนน้อยที่สุดเท่าที่ให้ได้ เพราะระบบรู้ว่าลูกค้าสร้างรายได้ให้เท่าไหร่ให้คืนได้เท่าไหร่

การตลาดการขายในยุคใหม่ต้องเติมหัวใจเข้าไปในบริการและนำเทคโนโลยีการจัดการเข้ามาเสริม ตัวอย่างสถานการณ์แบบนี้
มือถือค่ายหนึ่ง ลูกค้าขอคำปรึกษาค่าใช้บริการที่รู้สึกแพงเกินไป เนตก็หมดเร็ว พนักงานเปิดข้อมูลดูอ๋อที่แพงเพราะมีส่ง SME มากแนะนำให้ทำเหมาจ่ายถูกกว่า ค่าโทรที่จ่ายเยอะแต่ใช้ไม่เคยถึงลดแพ็คลงมาแล้วเพิ่นเนตขึ้น
*รายได้รวมลดลงแต่ได้ใจมากขึ้น
ขายกระเป๋าเก็บความเย็นลูกค้าซื้อผิดใบเอามาแล้วใหญ่ไปพกไม่สะดวกต้องหิ้วอุปกรณ์ปั๊มนมเยอะ คนขายเปลี่ยนใบใหม่เล็กลงให้คืนเงินส่วนต่างให้ด้วยเพราะเข้าใจมนุษย์แม่
*รายได้ครั้งนี้ลดลงแต่เค้าแนะนำเพื่อนมาซื้ออีกหลายสิบใบ
ลูกค้าซื้อของฝาก ในร้านขายของฝากคุยกับลูกค้าแล้วรู้ว่าเอาของไปฝากผู้ใหญ่ แนะนำของที่ดีที่สุดห่อสวยที่สุดให้ แทนที่จะให้ลูกค้าเอากล่องบุบๆไป
*กล่องบุบไม่ถูกขายแต่ลูกค้ากลายเป็นลูกค้าประจำ
ให้บริการการเงินลูกค้าธุรกิจจนสนิทกับลูกค้า ทุกวันเกิดส่งคำอวยพรไปให้ ลูกค้าอยากขยายโรงงานแนะนำช่องทางการขอให้ ลูกค้าทำเครื่องใช้ไฟฟ้าแค่เอ่ยปากว่าอยากไปCLMV ควานหาคู่ค้าชายแดนให้เจอกัน
*ขายวงเงินระหว่างปวระเทศไม่ได้แต่ของลูกค้าก็ไปต่างประเทศสำเร็จ

**********************************
การตลาดการขาย ที่ขยายเอาระบบจัดการทันสมัยเข้ามาอย่ามัวแต่สร้าง KPI แล้วลืมเอาหัวใจไปดูแลลูกค้า 
KPI มีไว้พัฒนา..ไม่ได้มีไว้ฆ่าคน
สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพิ่มคุณค่าให้กับกิจการ
ทำดีเสมอตัว ทำชั่วคนเดียวเสียหายทั้งองค์กร แล้วทำไมต้องทำแค่ดี ทำให้เกิดความประทับใจสร้างสรรค์วันดีๆให้กับลูกค้าดีกว่ามั๊ย


วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2559

ไม่ใช่แค่ Jack Ma คนเดียวที่ซื้อ KFC

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของธุรกิจ KFC มีการปรับตัวครั้งใหญ่ในเชิงยุทธศาสตร์ ต้องการเปลี่ยนธุรกิจเป็น Franchisor (ผู้พัฒนาแบรนด์และให้สิทธิแฟรนไชส์มาใช้แบรนด์) อย่างเดียวเพื่อมุ่งมันพัฒนาในการทำตลาดและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับสินค้า

จากข่าวที่่ Jack Ma เจ้าพ่อค้าขายออนไลน์ Alibaba ซื้อกิจการ KFC ในเมืองจีน หลังจากที่ได้ยินข่าวนี้แล้วทำได้หาข้อมูลต่อจนพบว่า KFC ไม่ได้ขายสาขากิจการแต่ในเมืองจีน แม้แต่ในประเทศไทย ก็ได้ทำการขายให้กับผู้ลงทุนรายใหม่บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ (อาร์ดีซีแอล) ราว 130 สาขา แบ่งเป็น ภาคใต้ 50% กรุงเทพฯ 50% จะเริ่มมีผลทางการปลายปีนี้ โดยเชื่อว่าโมเดลนี้จะเป็นโมเดลที่สร้างการเติบโตของสาขาได้เร็วกว่าเดิม เป็นโมเดลที่ใช้สร้างการเติบโตในอังกฤษ รัสเซีย ออสเตรเลียมาแล้ว และการตัดสินใจขาย 130 สาขาดังกล่าว ไม่ได้เกียวกับเทรนด์การทานฟาสฟู๊ดลดลง เพราะยังขายดีอยู่!!!

นับโมเดลธุรกิจใหม่ที่น่าติดตาม เจ้าของแฟรนไชส์เริ่มธุรกิจจากการสร้างธุรกิจด้วยตนเองสร้างแบรนด์ ดำเนินธุรกิจเก็บประสบการณ์ พัฒนาจนเกิดมาตรฐานและวิธีในการทำธุรกิจ จนสามารถขยายสาขาได้และทำซ้ำธุรกิจได้ จึงขายสิทธิให้กับผู้อื่นมาดำเนินการตาม และได้ส่วนแบ่งค่าสิทธิ

แต่ครีั้งนี้เจ้าของสิทธิอย่าง ยัม เรสเทอรองตส์ ขายสาขาในแต่ละประเทศไปจนหมดโดยบอกว่าการให้สิทธิแก่ผู้อื่นจะทำให้เกิดการขยายสาขาได้เร็วกว่า โมเดลนี้เหมือนกับ 7-11 ที่ขายสิทธิขาดในแต่ละประเทศให้กับบริษัทท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการบริหารที่คล่องตัว และเกิดความเป็นเจ้าของร่วมกัน

แต่จะประสบความสำเร็จหรือไม่ต้องฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้กับคนดูแลสิทธิในประเทศนั้นๆ เป็นสิ่งที่น่าติดตามมากๆ

ข้อดี

  • บริษัทโฟกัสแต่เรื่องพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆไม่ต้องสนใจเรื่อง Operation มาก
  • ใช้ความเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นในการขยายธุรกิจ
  • ลดต้นทุนการบริหาร การดูแลคนจำนวนมาก
ข้อเสีย

  • ไม่มีสาขาเป็นของตัวเองที่จะใช้รับข้อมูลจากลูกค้าในการพัฒนากิจการ อยากได้ข้อมูลต้องพึ่งงานวิจัยอย่างเดียว
  • ความเสี่ยงหากผู้ได้สิทธิไม่ทำตามเงื่อนไข หรือไม่ตั้งใจพัฒนา


Cr ข่าว
http://www.posttoday.com/biz/news/451354
ภาพ
http://goo.gl/sYfT8E

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2559

เริ่มต้นธุรกิจอย่างไร จดทะเบียนบริษัท ดีหรือไม่ สมัคร KSME ยังไง


เริ่มต้นธุรกิจ อย่างไร

อันนี้คำตอบที่สุดคลาสสิค คือ ใจอยากทำธุรกิจอะไร และ ใครคือลูกค้า หากมีความชัดเจนมากพอ ถึงเริ่มพัฒนาขึ้นมาเป็นธุรกิจ
หากชอบบริการ ทำงานบริการให้เป็นธุรกิจ หากไม่ชอบบริการอย่าเข้ามาเลยธุรกิจบริการ
หากชอบประดิษฐ์ ธุรกิจการผลิตจะได้เปรียบคนอื่นเพราะเป็นการสร้างสินค้าด้วยตนเอง
หากชอบค้าขาย อันนี้กลายเป็นเรื่องยาก ต้องแยกจากจะค้าขายอะไร หาแหล่งสินค้าที่จะขายได้หรือไม่
แต่ทั้งหมดควรเริ่มจากเล็กๆ ค่อยๆพัฒนา
อยากขายเครื่องสำอางค์ เริ่มจากซื้อมาขายไปก่อน แล้วค่อยไปสู่การเป็นผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์เอง
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ ถนันทางไหน ไปทางนั้นก่อน

หากจะเลือกประเภทธุรกิจ ว่าควรทำอะไรดี ก็ต้องดูตามเทรนด์
http://oweera.blogspot.com/2016/04/holy-vision-sme-tcdc.html
อยากมีความสุขต้องมีเป้าหมายชีวิต อยากทำธุรกิจต้องดูนโยบายรัฐ
http://oweera.blogspot.com/2015/12/10-thailand-industrial-target.html

จดทะเบียนธุรกิจ จดทะเบียนบริษัท ดีหรือไม่


อ่านจากหลายๆคนท่านบอกว่าให้ดูจากลูกค้า และขนาดธุรกิจ
ดูจากลูกค้า
กรณี1 รับงานจากบุคคลธรรมดา เวลาเขาจ่ายเงินเรา จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย  รายได้เราสามารถหลบหลีกสรรพากรได้
กรณี2 รับงานจากนิติบุคคล เวลาเขาจ่ายเงินเราจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย  หรือ ไม่หัก เราก็ต้องรับรู้รายได้ และยื่นสรรพากรเพราะนิติบุคคลนั้นๆเขาลงค่าใช้จ่าย ส่วนเราต้องรับรู้รายได้ หลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นหากทำการค้ากับนิติบุคคลมากกว่า แนะนำให้เปิดบริษัท

ดูจากรายได้
หากรายได้ไม่เยอะ ไม่ถึงล้านบาทต่อไป ทำเล็กๆ ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปเปิด
แต่หากรายได้มากกว่า ล้านบาทต่อปี แล้วมีทางที่จะโตต่อไป เปิดเลยดีกว่าครับ แนะนำว่าเปิด บริษัทจำกัดไปเลย
เมื่อเปิดแล้วค่าใช้จ่ายจะตามมา
ค่าใช้จ่ายในกรณี เป็นนิติบุคคล
1. ตรวสอบบัญชี ผู้สอบบัญชี 15,000-35,000/ ปี  (มือปืน)
    1.1 ขึ้นอยู่กับทุนจดทะเบียน ทุนไม่เกินล้าน ~ 15,000
    1.2 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ,เอกสารประกอบ
2. ค่าทำบัญชี 3,000/ เดือน
   2.1 ยื่นแบบสรรพากร ยื่นแบบประกันสังคม

ปีหลังๆมานี้ทางรัฐบาลพยายามให้เข้าระบบ ยังไงต้องคิดไว้เลยว่า ภาษี หนีได้ไม่นาน จงเข้าระบบซะดีๆ

สมัคร KSME ยังไง

อีกหนึ่งคำถามเพราะทุกคนที่ฟังบรรยายมักจะได้รับรู้ว่า KSME เป็นบริการธุรกิจของธนาคารกสิกรไทย ที่ให้บริการที่มากกว่าบริการทางการเงิน สมัครได้แม้ไม่ต้องเป็นลูกค้าสินเชื่อ
ก็แนะนำไปที่หน้านี้ได้เลยครับ
http://www.kasikornbank.com/TH/SME/Pages/SME.aspxe
เป็นที่รวมบริการต่างๆของ ลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกสิกรไทย



LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...