วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ยุคทองของ กิจการเพื่อสังคม เมื่อผู้ใหญ่ใจดีร่วมกันส่งเสริม กิจกรรม ชิงทุนกว่า1ล้านus

ช่วงนี้ต้องถือเป็นยุคทองของstartupและSMEจริงๆทุกหน่วยงานออกมาจัดกิจกรรมรณรงค์และโครงการส่งเสริม ถึงขนาดบรรจุในแผนการพัฒนาเศรษฐกิจของหน่วยงานต่างๆอาทิ กระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะธุกิจกลุ่ม Social Business หรือองค์กรธุรกิจที่มีพันธกิจทางสังคม เป็นลูกผสมของ Public Sector ที่เน้น Public Interest และ Public Sector ที่เน้น Efficiency หรือเข้าใจง่ายๆคือทำธุกิจที่มีประสิทธิภาพสร้างรายได้มีกำไรและเน้นการตอบแทนสู่สังคม

ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ กล่าวไว้หลังการประชุมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเพื่อสังคม "ด้วยโมเดลธุรกิจแบบ Social Business โลกจึงน่าอยู่ขึ้น ทุนนิยมมิได้เป็น Materialistic Capitalism แบบเดิมอีกต่อไป แต่เป็นทุนนิยมที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น หรือที่เรียกว่า Humanistic Capitalism ที่สามารถตอบโจทย์ความมั่งคั่ง ความมั่นคงและความยั่งยืนไปพร้อมๆกัน

ผมได้เห็น Social Business Models ที่หลากหลาย แต่ล้วนมีจุดเริ่มเดียวกัน คือ จากการ "คิด" ทำเพื่อคนอื่น แล้วธุรกิจจะตามมา ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ได้ยกตัวอย่าง 9 ต้นแบบ Social Business ที่น่าสนใจ เช่น ฟาร์มสุขไอศกรีม ไอศกรีมหวานน้อย อร่อยได้บุญ, Fish Folk, อาหารทะเลส่งตรงจากชาวประมง, SHE : Social Health Enterprise, Social Giver ระบบนิเวศแห่งการทำความดีและการให้, 141 One for One หนึ่งการซื้อคือหนึ่งการให้, อาข่า อ่ามา กาแฟเพื่อชุมชน ... ธุรกิจเพื่อชุมชนยังมีอีกมาก ไม่จำกัดรูปแบบนะครับ ผมคิดว่าเราจะเริ่มจากการพัฒนา "Eco System" ของ Social Business แล้วเจาะลึกถึงการสร้างระบบ เครื่องมือ หรือหาช่องทางในการส่งเสริมกลุ่มธุรกิจนี้ เพื่อให้เป็น "Smart Enterprise ในศตวรรษที่ 21" ซึ่งตอบโจทย์เศรษฐกิจพอเพียง และจะเป็นการ Re-Branding ประเทศไทยสู่การค้ายุคใหม่ ที่ไม่ได้หวังผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว"


มีตัวอย่างกิจการหนึ่งที่เมื่อเอ่ยชื่อเรื่องธุรกิจเพื่อสังคม หลายๆคนจะต้องรู้จัก นั่นคือ  Social Giver ของคุณอลิสา นภาทิวาอำนวย หนึ่งใน9ต้นแบบ ที่ตอบสนองlifestyle ของคนรุ่นใหม่ ให้ช้อปดีลที่น่าสนใจและได้ช่วยสังคมไปพร้อมๆกัน เป็นหนึ่งในโครงการ ที่ชนะเลิศลำดับที่สอง ของโครงการ AisTheStartup2015 และ ได้รางวัล แคมเปญ The Ventureเป็นแคมเปญที่สร้างแรงบันดาลใจให้สังคมหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการทำเพื่อสังคมของ ชีวาส รีกัล (CHIVAS REGAL) เมื่อปีที่ผ่านมา ได้ไป ซิลิคอน แวลลีย์ (Slilicon Valley) รัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อรับคำแนะนำจากนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมเข้าร่วมการแข่งขันกับตัวแทนจากอีก 15 ประเทศ แม้เมื่อปีที่แล้วจะไม่ได้ชนะที่หนึ่งในระดับโลกแต่ก็ทำชื่อเสียงให้กับประเทศและธุรกิจของSocial giver ก็กลับมาพัฒนาธุรกิจจนแข็งแกร่งเป็นตัวอย่างให้ธุรกิจไทยและธุรกิจเพื่อสังคมระดับโลก


ในปีนี้ มีโอกาสดีที่ทาง ชีวาสรีกัล ได้มีการจัดงาน The Venture ขึ้นเป็นปีที่สอง มุ่งหวังจะสนับสนุนให้
นักธุรกิจไทยรุ่นใหม่เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการเห็นคุณค่าของการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม โดยจะเฟ้นหาสุดยอดนักธุรกิจผู้มีแนวคิดตอบแทนสังคมเพียงหนึ่งเดียวเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันต่อในเวทีระดับโลก พร้อมรับคำแนะนำจากนักธุรกิจผู้มีชื่อเสียง พบปะกับนักลงทุนและแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้บริหารชื่อดังมากมาย เป็นการต่อยอดความสำเร็จเพื่อพิชิตเงินรางวัล 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯจากชีวาส รีกัลต่อไป

หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการsme นักธุรกิจเพื่อสังคมหรือเป็นStartup โอกาสมาถึงแล้ว
สมัครเข้าร่วมเพื่อเป็นสุดยอดนักธุรกิจเพื่อสังคมกับแคมเปญ The Venture ปี 2
ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2558 เป็นต้นไป หมดเขตรับสมัคร 1ธันวาคม2558 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.theventure.com

หรือดูVDOได้ที่




แสดงความคิดเห็น
เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...