วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ก๋งเต็ง เสรี เทพย์ปฎิพัธน์

ก๋งเต็ง เสรี เทพย์ปฎิพัธน์
ขยันเป็นหลัก ประหยัดเป็นทุน
ทุกๆปีที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านมักได้พูดคุยถึงเรื่องราว  ต้นตระกูล  เทพย์ปฎิพัธน์
หนีสงครามญี่ปุ่นมาจากเมืองจีน
ลงเรือมาทางเวียดนาม ตั้งแต่อายุ 10ขวบ เรียนลูกคิดเรียนถึงป.4 ก็เริ่มตั้ง มาตั้งรกรากที่อ.ภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ขี่ม้าไปซื้อปอซื้อข้าว ที่ขอนแก่น ซื้อมาขายไปเก็บเงิน  จนเปิดซื้อขายหน่อไม้ จนเป็นหน่อไม้ปี๊ป ยี่ห้อเสรี สัญลักษณ์ ส.ร. ส่งไปขายทั่วประเทศ ส่งน้องๆเรียนจนปัจจุบัน เป็นผู้บริหารอยู่หลายหน่วยงาน ทั้งกลุ่มโรงพยาบาล และบริษัทน้ำตาล
ปัจจุบัน  ที่ จ.ชัยภูมิ ธุรกิจได้แตกแขนงออกไปเป็นเครือข่าย  ทั้ง 
- ธุรกิจลานรับซื้ออ้อย 
-โรงงานไม้ 
-โรงงานเฟอร์นิเจอร์ 
- ธุรกิจพลังงานทดแทน ทั้งไม้สับ woodchip
 http://oweera.blogspot.com/2012/12/tattong-woodchips.html บริหารจัดหาและขนส่งเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน ทั้ง กากอ้อย ปีกยูคา ส่งให้โรงงานอุตสาหกรรม

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สำรวจ 10 ธุรกิจรุ่ง 2558 10 ธุรกิจร่วง 2558

หอการค้าไทยเผย 10 ธุรกิจดาวเด่น-ร่วง ชี้ธุรกิจทางการแพทย์และความงามยังแรงครองแชมป์ 3 ปีซ้อน พร้อมคาดเศรษฐกิจไทยปีหน้าขาขึ้น เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวไตรมาส2/58

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เผย   ธุรกิจเด่น ปี 2558   ได้แก่
ธุรกิจทางการแพทย์และความงาม , เครื่องสำอาง , เทคโนโลยีสารสนเทศ , ท่องเที่ยว , การศึกษา ,ประกันชีวิต , เครื่องดื่ม  
ส่วนธุรกิจที่ไม่โดดเด่นในปี 58 ได้แก่    สิ่งทอ , ยางพารา    ,ข้าว , ร้านค้าดั้งเดิม (โชห่วย) , ดอกไม้ประดิษฐ์
       
ศูนย์พยากรณ์ฯ  
สรุปภาวะเศรษฐกิจปี 57 ขยายตัว 0.8  %  
ส่งออกขยายตัว    -0.2  %
การลงทุนขยายตัว -1.6  %
ในปี 58 โดยรวมจะขยายตัว    4.0  %
ส่งออกขยายตัว 4.1  %  
การลงทุน ขยายตัว  6.9    %  

 ปัจจัยที่สนับสนุนเศรษฐกิจในปี 58  การสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล    , อัตราดอกเบี้ยทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ    ,เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว"

สามารถดาว์โหลดเอกสารได้ที่นี่ 


วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Allianz Ayudhya กับกลยุทธ์ที่นำสู่ No 1 Digital Marketing ที่ SME ก็ปรับใช้ได้ #AZAY1DigiMkt

ออกตัวก่อนดังๆผมทำงานธุรกิจการเงินเหมือนกัน ไม่ได้เขียนเชียร์ใครแค่เขียนสิ่งที่ได้เห็น เพราะเชื่อว่าเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการในการปรับใช้

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสร่วมงานเลี้ยงน่ารักๆที่ทาง Allianz Ayudhya จัดขึ้นเพื่อแนะนำตัวผู้บริหารและเปิดเผยกลยุทธ์ในการเข้าสู่ยุคการตลาดดิจิตอลเต็มตัว เป็นการรวมตัวคนแวดวงการตลาดดิจิตอลมากที่สุดครั้งหนึ่ง ในกลุ่ม Blogger และ กลุ่ม Inference






ได้ฟังคุณพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เล่าถึงการก้าวแต่ละก้าวตั้งแต่ปี 2008 สู่การบุกได้การตลาดดิจิตอล
(นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด)
ปี 2008 ปรับเว็บให้คนเข้าใจง่าย มีข้อมูลให้ครบถ้วน  ลูกค้า/ตัวแทน สามารถหาข้อมูลได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย
ปี 2011 ครบ60ปี เชิญชวนแฟนเพจ ร่วมถ่ายภาพแล้วโพสในแฟนเพจ ใครได้ like มากสุดรับเงินทุกวัน

ปี 2012 การขายประกันต้องขายโดยคนที่ลูกค้าไว้วางใจได้ คนขายประกันต้องขายแบบ one advice เล่น Campaign เพื่อบอกว่าคุณอยากบอกอะไรถึงเพื่อนคุณ เปิดตัวผ่านรายการดังบนโลกออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ผ่านสื่อออนไลน์ ปูทางสู่การรับรู้ให้เป็นแบรนด์ประกันอันดับ1 ในโลกออนไลน์

ทำเพลงโดยLove is เราจะดูแลทุกเมื่อ เพื่อคุณ


ปี 2013 ทำเรื่องการเข้าถึงให้ง่ายขึ้น ติดไฟ5,000ดวงที่สยาม คนโพสข้อความดีๆคำแนะนำดีๆ1ครั้งมีไฟติด1ดวง สิ้นปีมีแฟนเพจมากที่สุดในวงการประกัน กว่า แสนคน มีคนติดตาม  140,000 คน ค่า Total Interaction 661,122 interaction


2014 บุกดิจิตอลเต็มที่
เพิ่ม engagement ด้วยการสร้างContent  มีคลิบวีดีโอ infographic ให้คนใช้ แชร์ไปบอกเพื่อนๆ
สร้างfacebook Fanpage official ให้agent ภายใต้โครงการ Social Media foe Sales เพื่อให้เห็นตัวตนของกันและกันบน facebook ให้พูดคุยรู้จักตัวตน ลูกค้าเห็นตัวแทน เริ่มที่27คนได้ผลดีมากเป็นอันดับ1ของกลุ่ม




นี่คือเรื่องราวส่วนหนึ่งจากการบรรยาย ใครอยากดูรูป หรือ ติดตามว่าใครร่วมงานนี้บ้างดูได้ที่ ติดตามได้ใน #AZAY1DigiMkt  ทั้ง Twitter และ IG

แต่ในงานนี้ผมได้เห็นหลายๆสิ่งหลายอย่างที่ประทับใจและอยากสรุปไว้

  1. พัฒนาคนภายในให้เป็นดิจิตอลแมนไปพร้อมกับการเข้าถึงลูกค้าในโลกดิจิตอล
  2. พัฒนาตัวแทนให้เป็นแบรนด์ สร้างofficial Fanpage ให้ตัวแทน อบรมตัวแทนให้สร้างFanpage updateพูดคุยกับเพื่อน แชร์ภาพ พูดคุยกับเพื่อนกับลูกค้า "ลูกค้าจะได้ไม่รู้สึกห่างกับตัวแทน" ธุรกิจ SME ก็ควรใช้แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้พนักงานทุกคน แต่เจ้าของกิจการควรทำ หรือ ใช้ทำในนามบริษัท 
  3. แบรนด์ใหญ่ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนออนไลน์ สื่อออนไลน์ งานนี้น่าจะเป็นงานที่รวมคนวงการดิจิตอลมาได้มากที่สุดงานหนึ่ง วันนี้คนของ AZAY เค้าเป็นดิจิตอลจริงๆ เค้าเข้าใจโลกและเรื่องราวออนไลน์ เค้าคุยกับผมรู้เรื่อง55555
  4. Campaign สร้าง Customer Engagement มีตลอดไม่ได้เน้นสร้างแค่แฟนเพจซื้อAd ซื้อfan แต่ต้องสร้างการมีส่วนร่วม ด้วยการชวนกันมาพูดเรื่องดีๆ เรื่องที่มีประโยชน์บนแฟนเพจ แล้วแบ่งปัน สำหรับ SME หากไม่มีคนมานั่งคิดคำสวยๆ ข้อมูลดีๆ ไปลองอ่านเพจนี้แล้วก็ Copy มาเลย (ฮา)
  5. ก่อนมางานนี้มีการพูดคุยทักทายกับคนของ Allianz Ayudhya ทั้งบนTwitter และLinkedIn มาระยะหนึ่ง พอมาถึงงานก็เลยเหมือนคนรู้จักกันมานานคุยกันสนุก  ขอบคุณ คุณนิ้ง และ คุณเอง ที่ต้อนรับอย่างเป็นกันเองมากๆ 

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สี่ภาพที่ทำผมน้ำตาไหลในวันนี้ เครดิตภาพจาก Facebook ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี

ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พระมารดาในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2514 ที่จังหวัดสมุทรสาคร มีชื่อเล่นว่า อี๊ด เป็นธิดาของนายอภิรุจ สุวะดี และนางวันทนีย์ สุวะดี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด 5 คน เข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัย (อนุกูลราษฎร์) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการทั่วไป ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2545 และสำเร็จการศึกษาปริญญาโท หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คหกรรมศาสตร์) ภาคพิเศษ สาขาวิชาการพัฒนาการครอบครัวและเด็ก คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พระอิสริยยศ
นางสาวศรีรัศมิ์ สุวะดี (9 ธันวาคม 2514-10 กุมภาพันธ์ 2544)
หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา (10 กุมภาพันธ์ 2544-15 มิถุนายน 2548)
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ (15 มิถุนายน 2548-11 ธันวาคม 2557)
ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี (11 ธันวาคม 2557-ปัจจุบัน)

ยศทางทหาร
ว่าที่ร้อยตรีหญิง 
ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นราชองครักษ์พิเศษ (5 เมษายน 2555) 
ร้อยตรีหญิง และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (12 เมษายน 2555) 
พันเอกหญิง (4 พฤษภาคม 2555) 
ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสำนักเวชศาสตร์กองทัพบก กรมแพทย์ทหารบก (1 พฤศจิกายน 2556) 
พลตรีหญิง (1 พฤศจิกายน 2556)
 — in ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี (ศรีรัศมิ์ สุวะดี).

ขอบันทึกไว้ ณ ที่นี้ในฐานะเคยถวายการรับใช้ โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ร่วมกับ ศูนย์นมแม่แห่งชาติ และ สถาบันวิทยาการกรเรียนรู้  ภาพจำในใจคือ ท่านช่วยเหลือใหม่แม่ที่พึ่งมีบุตรได้รู้คุณค่าของการให้ นมแม่ รณรงค์สอนการให้นมแม่และช่วยให้มีห้องให้นมแม่ตามสถานที่ต่างๆทั้งหน่วยราชการและบริษัทเอกชน 

- กราบ-





หมายเหตุ ภาพจาก https://www.facebook.com/tanpuying.bussaba.suvadee
เพจที่เป็นทางการ 
https://www.facebook.com/pages/เรารัก-พลตรีหญิง-ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์-สุวะดี/1571622946408718



วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Family and Money สองสิ่งที่ได้เรียนรู้จากคู่คุณอ่ำกับคุณจอย

อ่านเรื่องอ่ำกับจอยแล้วสะดุดสองประโยค
1.เงินคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตสำเร็จลูกเมียจะสบาย 
2.ใช้เวลาทั้งหมดทำงานให้ได้เงิน  
อยากให้อ่านข่าวนี้ก่อนอ่านบรรทัดต่อไป  http://goo.gl/V46GwL


เครดิตรูปภาพจาก http://women.sanook.com/31761/


รู้สึกโชคดีที่ได้อ่าน 
รู้สึกเหมือนเจอโดเรมอน 
รู้สึกเป็นโนบิตะ

โดเรมอน ข้ามเวลามาหาโนบิตะเพื่อบอกว่าอนาคตโนบิตะจะเป็นอย่างไร หากยังทำตัวเหมือนทุกวันนี้ โนบิตะไม่เชื่อจึงข้ามเวลาไปเจอด้วยกันโนบิตะจนไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตนรักไม่มีความสุขอย่างที่หวังไว้เพราะทำตัวอย่างปัจจุบันนี้

คุณอ่ำเป็นไอดอลของผมคนหนึ่งติดตามผลงานมาตั้งแต่อดีต บทสรุปชีวิตคุณอ่ำตอนนี้ ที่ทุ่มแททำงานตามความฝันตนเอง เพื่อจะให้ครอบครัวสบาย ทำเพื่ออนาคตของลูก แต่ไม่เหลือเวลาดูแลครอบครัว ดูแลคนที่รักและห่วงใยเราตลอด คือต้องแยกทาง ต้องห่างกับลูก หนี้สินฉุดทั้งธุรกิจและครอบครัว 

ลองอ่านแล้วเทียบกับชีวิตตัวเองดู อืมมมมมมบ

หลายครั้งเหมือนหลอกตัวเองว่าทำงานเพื่อหาเงินให้ลูกให้ภรรยา เพราะขโมยเวลาครอบครัวไป
เขียนไว้พอดีสิ้นปี มานั่งคำนวนเวลาการทำงานกับวันหยุดที่ได้อยู่กับครอบครัวแล้ว
ปีหน้าต้องวางแผนใหม่ 

สวัสดีปี 2558 กับปีแห่งความพอเพียง ปีแห่งการบริหารเวลา 


วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สร้าง Viral clip ต้องคิดสามชั้น

แนวทางการสร้างไวรัลคลิป บันไดสามขั้นคือ
1.เนื้อหาต้องโดนใจ น้ำตาต้องมา
- ขำ ฮากระจาย น้ำตาไหล
- ซึ้งใจ น้ำตาไหล
- อิ่มเอม ปิติ น้ำตาไหล
2. การปล่อย
- เลือกช่วงเวลาที่ตรงกับเนื้อหา วันพ่อ วันปีใหม่ วันสงกรานต์
- ช่วงเวลาในการใช้อินเตอร์เนตมากๆ
- คนที่จะช่วยกระจายไวรัลคลิปให้เข้าถึง ทริปเล็กน้อย มีบางธุรกิจสร้างตัวเองในFacebook,twitter ไปเป็นเพื่อนกับนักกระจายข่าวไม่ต้องเป็นคนดังมากแต่เป็นคนที่ชอบแชร์มาก คนเหล่านี้เห็นอะไรน่าสนใจก็แชร์
3.สอดแทรกแบรนด์ลงไป
- แทรกสินค้าหรือโลโก้ลงไปในเนื้อเรื่องแบบเนียนๆ
- หากจะให้เห็นแบรนด์ชัดๆคนจำแบรนด์ได้ เนื้อเรื่องต้องดีจริงๆคนถึงแชร์
- หากเนื้อหาสอดแทรกสินค้ายาก เอาตัวโฆษณา ไปใส่ต่อท้าย หรือ ใช้การซื้อโฆษณาbanner ในYoutube แทน หรือ ทำลิ๊งให้ดูโฆษณาในตอนท้าย ปล่อยให้ตัวที่เป็น Viral ได้ทำหน้าที่ของตัวเองและพาแบรนด์ไปด้วย


ตัวอย่างการทำโฆษณาโดยใช้ Viral ที่สมบูรณ์ที่สุดอันหนึ่ง 

Air Canada ทำ Viral VDO ที่ออกมาในช่วงปีใหม่ ก่อนเทศกาลวันหยุด ด้วยการทำเซอร์ไพส์คนแคนนาดาที่กลับบ้านไม่ได้ ใครๆก็รู้สึกเหงาเมื่อไม่ได้กลับบ้านในช่วงเวลาวันหยุดยาว เล่นกับความรู้สึกร่วมแบบนี้ ก็ น้ำตาร่วงสิครับ ลองดูกัน ให้ถึงตอนท้าย






วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ลูกเผาพ่อในวันพ่อ

5ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่คนไทยทุกคน แสดงออกถึงความรักและเทิดทูลพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง 
และเรียกติดปากว่า วันพ่อแห่งชาติ
เมื่อเข้าสู่ยุค Social media เป็นวันหยุดได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวหลายคนถ่ายรูปกับพ่อ หรือโพสรูปถ่ายกับพ่อ 
จนมีคนกล่าวว่า เป็นวันอวดพ่อแห่งชาติ ฟังดูน่ารักดี 
สำหรับblog นี้ถนัดเขียนมากกว่าโพสรูปจึงขอนำเสนอ คุณพ่อ สมชาย เจียรนัยพานิชย์ ของกระผมเป็น พ่อดีเด่นแห่งชาติ(ของลูกๆ) ด้วยคุณสมบัติดังนี้



  • ป๊าสอนลูกแบบบุฟเฟ่ มีอาหารเต็มที่อยากกินต้องไปจัดการเอง ไม่ป้อนแต่สอนให้รู้มารยาท และการแบ่งปัน
  • ป๊าไม่เคยสอนลูกเข้าช่วยงานสังคมเลย แต่ป๊า/ม๊าทำให้ดู
  • ป๊าไม่ค่อยคุยกับลูกๆ แต่ป๊าดูเฟสบุ๊ค ลูกโพสไปป๊าก็ไลค์มาถ้าชอบมากก็แถมเม้นต์มาด้วย ทำให้บ้านเราไม่เคยห่างกัน
  • จำไม่ได้ป๊าเคยอ่านหนังสือให้ลูกฟังรึป่าวแต่รู้ว่าหลายปีมานี้ป๊าอ่านหนังสือให้เด็กๆฟังหลายร้อยหลายพันครั้ง หลานๆจีโน่จิงจิงนีน่าผิงผิงจึงได้รับเชื้อรักหนังสือมาด้วย และมีครูหลายคนทำตามไปสร้างห้องสมุดดีๆหนังสือดีๆคนสอนดีๆช่วยให้เด็กๆหลายตำบลกลับมารักการอ่าน
  • ลูกป๊าอย่างน้อยสามคนเคยผ่านธุรกิจรีเทลหรือเป็นผู้บริหารในธุรกิจรีเทลยักษ์ใหญ่ ไม่สามารถแก้ปัญหา Minimarts ที่ปั๊มน้ำมันขอนแก่นสมชายบริการได้ เพราะป๊า เอาชั้นหนังสือไปตั้งในนั้น ปล่อยให้เด็กโรงเรียนใกล้ๆมานั่งอ่านหนังสือรอผู้ปกครองมารับในminimarts 50%ของพื้นที่แบ่งไว้ให้สังคม เหล้าเบียร์ก็ไม่ขาย 
  • เวลาส่งจดหมายให้เพื่อนๆ โรตารี ป๊าจะcc ลูกทุกคนในครอบครัว จนป่านนี้ลูกๆยังไม่รู้เหตุผล หรือว่าเป็นกฏงานสังคมต้องส่งแจ้งครอบครัว อ่านมาหลายปีลูกๆคอยซึมซับมารยาทสังคม การให้เกียรติ และรู้ว่าไปไหนพ่อก็มีคนต้อนรับ รู้ว่าน้ำใจกับกำลังใจไม่ใช่สินทรัพย์ให้กันได้ตลอด ป๊าไม่เคยต้องทำงานคนเดียวมีเพื่อนมวลมิตรโรตารีทั้งในและต่างประเทศคอยสนับสนุนตลอดมา ด้วยไมตรีจิตรแห่งโรตารี << อันนี้คำลงท้ายจดหมายผมจำได้ขึ้นใจ
  • กี่ปีผ่านไปลูกก็ยังไม่เคยโตในสายตา ป๊าคอยดูแล สอบสวน เอ๊ย!ถามไถ่  บอกตรงนี้เลย ลูกไม่เคยรู้สึกรำคาญ กลับรู้สึกอบอุ่น เหมือนมีคนดูแล ตลอด 
  • วันพ่อปีนี้ไม่ได้อยู่กับพ่อ ไม่ได้โทรไปบอกรักพ่อ ขอเขียนเผาพ่อแทนล่ะกันนะป๊า










ส่วนหนึ่งของเสี้ยวหัวใจที่อยากเขียน #ลูกเผาพ่อในวันพ่อ 
ด้วยรักและเคารพ 

โอจูนจิงจิงผิงผิง

เมื่อครั้งลูกชายขอให้พ่อกล่าวอวยพรงานแต่งงาน ท่านก็ก็ยังคงเป็นพ่อแนวๆเหมือนเดิม

ยุทธศาสตร์ที่จะมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ ของธนาคารกสิกรไทย ในปี 2558 [ KBank Strategy 2015 ]




ยุทธศาสตร์ที่จะมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ เพื่อผลักดันธุรกิจของธนาคารกสิกรไทยให้ไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ ได้แก่

  1. การเป็นอันดับหนึ่งด้านธนาคารหลักของลูกค้า( Customer’s Main Bank )ในทุกกลุ่มลูกค้า และมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
  2. การเน้นย้ำเรื่องบริการที่เป็นเลิศตามแนวคิด “บริการทุกระดับประทับใจ” และการเสริมสร้างตำแหน่งทางการตลาดนี้ให้แข็ง
  3. การเป็นผู้นำ การให้บริการทางการเงินในโลกดิจิตอล ( Digital Banking) และบริการธุรกรรมทางการเงิน (Transaction Banking) จากผลสำรวจด้าน Digital Banking Perception ธนาคารกสิกรไทยเป็นอันดับ 1และธนาคารฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ โดยการพัฒนานวัตกรรมบริการดิจิตอลแบงกิ้งให้สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของกลุ่มลูกค้ารายย่อย และการพัฒนาบริการด้านธุรกรรม หรือ Transaction Banking โดยอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตอบโจทย์ทางธุรกิจของลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่ ในยุค Digital Economy ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
  4. การเป็นธนาคารแห่งเออีซีบวกสาม “AEC+3 Bank”เพื่อตอบสนองต่อโอกาสทางธุรกิจซึ่ง มาจากการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) รวมถึงโอกาสทางธุรกิจกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หรือ AEC+3



ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
KBANKตั้งเป้าเป็นธนาคารแห่งAEC 3

ธนาคารออกโฆษณาช่วง วันพ่อ ตรงกันสามธนาคารโดยมิได้นัดหมาย แต่ความหมายกินใจมากครับ Father's day

นานๆจะได้เห็นธนาคารออกโฆษณามาชนในช่วงเวลาเดียวกันปกติ Agency จะมีสืบข่าวกันและพยายามออกไม่ให้ตรงช่วงกัน แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ เนื้อเรื่องเน้นความหมายคล้ายกันคือเอาเรื่องความสัมพันธ์ กระตุกอารมณ์ผู้ชมชวนให้คิดถึงพ่อ
ลองมาทายกันดูเล่นๆครับ ว่าอันไหนของธนาคารอะไรบ้าง


เรื่องแรก เชื่อว่าธุรกิจครอบครัวเติบโตด้วยความรัก รัก..จากพ่อ






เรื่องที่สอง
เรื่องราวความรัก ความผูกพันของสองพ่อลูกกับบททดสอบของชีวิต เพื่อความฝันของลูก พ่อจะทำอย่างไร? พบกับคลิปวีดีโอที่จะตราตรึงใจทุกคนไปอีกน­าน




เรื่องที่สาม ฝันของคุณเป็นจริงได้ เริ่มต้นที่การออม

เรื่องราวของพ่อลูกคู่หนึ่ง โดยพ่อสอนให้ลูกสาวรู้จักการออมเงินตั้งแต­่เด็ก โดยกำหนดเป็นกฏของพ่อว่า ต้องหยอดกระปุกทุกวัน ลูกสาวก็เชื่อฟังและปฏิบัติตามเรื่อยมาจนโ­ตโดยไม่คิดจะถามพ่อสักครั้งว่าหยอดกระปุกเ­ยอะแยะมากมาย





ดูแล้วเป็นยังไงกันบ้างครับ เล่าให้ฟังซักนิด 
แต่สำหรับผม 
หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรไปหา บอกรักพ่อเลยครับ 

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ทำธุรกิจ B2B ต้องตอบโจทย์ลูกค้าแบบ Customer solution กรณีศึกษา Adecco thailand

ได้เคยเขียนไว้หลายครั้งแล้วเกี่ยวกับแนวคิด Customer solution ซึ่งเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าต้องรู้ให้ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไร อย่างไร ตัวอย่างเช่น ขายโทรศัพท์ ลูกค้าต้องการแค่โทรศัพท์รึป่าวหรือต้องการเครื่องมือสื่อสาร ซื้อ คอนโด ลูกค้าต้องการที่ที่นอนบนตึกรึป่าวหรือต้องการการใช้ชีวิตแบบคนเมือง
วิธีการคิดแบบนี้จะทำให้ สินค้าเรามีตัวตนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ง่ายต่อการสร้างความแตกต่างโดยเฉพาะธุรกิจที่เป็นแบบ B2B
  • สินเชื่อธุรกิจของธนาคาร ลูกค้าต้องการเงินทุนหรือต้องการขยายธุรกิจ
  • Recruitment firm ลูกค้าต้องการแค่หาคนมาทำงานหรือบริหารคน
  • บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลูกค้าต้องการโทรศัพท์หากัน หรือต้องการโทรศัพท์เพื่อใช้ทำตลาด
ล่าสุดในงาน Adecco Thailand Release Market Review 2014 เป็นงานประจำปีที่ +Adecco Thailand ได้จัดขึ้นเพื่อ บอกแนวโน้มการจ้างงาน และผลวิจัยเกี่ยวกับการสรรหาและดูแลพนักงาน และปีนี้ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจมากๆสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจ คือ การสร้าง  AHEAD Application ระบบจัดการงานด้าน Field Marketing and HR System เห็นอีกหนึงธุรกิจที่เข้าใจการตอบโจทย์ลูกค้าไม่ใช่แค่ สินค้าหรือบริการอย่างเดียว ยังมองหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้ามอบบริการที่ตอบสนองต่อธุรกิจลูกค้าได้อย่างดียิ่ง


 คุณธิดารัตน์  กาญจนวัฒน์ 
ได้ฟังผู้บริหารคนเก่งของ คุณธิดารัตน์  กาญจนวัฒน์  ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค – ไทยและเวียดนาม กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย เล่าเรื่องราวต่างๆในงานมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ อเด็คโก้ ไม่ใช่แต่เป็นแค่บริษัทจัดหางานที่ทำหน้าที่เพียงสรรหาคนให้ตามที่ลูกค้าต้องการ แต่ยังมีการทำวิจัยที่เป็นประโยชน์ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

  1. คู่มือฐานเงินเดือนของไทย Thailand Salary Guide 2015 ที่ปีนี้ทำให้ดูง่ายขึ้นมากๆ ดาวโหลดได้จากเว็บนี้ http://www.adecco.co.th/salary-guide/  
  2. ปีนี้มีงานวิจัยที่น่าสนใจเพื่อเอาไว้แนะนำลูกค้า “อยู่หรือไป อะไรสำคัญสุด” ขอสรุปประเด็นสั้นๆตรงนี้ 
    1. ปัจจัยที่มีผลทำให้คนอยากอยู่ต่อกับองค์กร 5 อันดับแรกคือ เงินเดือนและสวัสดิการ ความก้าวหน้าในการทำงาน หัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน และโอกาสในการพัฒนาตนเอง ตามลำดับ 
    2. ปัจจัยที่ผู้ที่กำลังมองหางานต้องการจากงานใหม่ 5 อันดับแรก คืออัตราค่าจ้างที่สูงขึ้น งานมีความท้าทายมากขึ้น อิสระในการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร และตารางงานที่ยืดหยุ่นได้ ตามลำดับ
    3. และข้อสำคัญจากการสำรวจพนักงานปัจจุบัน พบว่าร้อยละ 26 พอใจกับงานที่ทำอยู่ ร้อยละ 18 ไม่พอใจกับงานที่ทำอยู่แต่ยังไม่ได้คิดหางานใหม่ ร้อยละ 56 ไม่พอใจกับงานทำอยู่และกำลังมองหางานใหม่  
  3. AHEAD แอพพลิเคชั่นใหม่สำหรับงาน Field Marketing & HR Systemที่ทาง Adecco เห็นถึงปัญหาของลูกค้าที่มีพนักงานหลายสาขา จึงได้พัฒนา Application ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการ โดย แอพฯ นี้มีคุณสมบัติหลักๆ
    1. การบันทึกเวลาเข้า-ออกงานพร้อมพิกัดสถานที่ปฏิบัติงานที่ตรวจสอบได้จริง 
    2. การส่งภาพนิ่ง ภาพวิดีโอ และข้อความ
    3. การตรวจเช็ครายการงานที่ต้องทำในแต่ละวัน
    4. การจัดการ Stock สินค้า
    5. การจัดการสินค้าใกล้หมดอายุ
    6. การออกแบบสอบถามเพื่อบันทึก Customer Insight
    7. การจัดเก็บข้อมูลพิกัดร้านค้าและสถานที่
    8. การนับจำนวนลูกค้าและผลิตภัณฑ์

จะเห็นได้ว่า Adecco ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ตอบสนองโจทย์ลูกค้าธุรกิจโดยไม่ได้มองแค่การให้บริการแต่ยังพยายามเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า โดยลูกค้าส่วนหนึ่งที่เป็นธุรกิจที่มีสาขาเยอะมีพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า หรือ มีพนักงานขายที่ต้องไปดูแลร้านค้าต่างๆมีความต้องการ เครื่องมือแบบนี้อยู่ จึงสร้างเครื่องมือนี้มาช่วยให้การบริหารบุคคลของลูกค้าง่ายขึ้นสะดวกขึ้น



อ่อ..สำหรับผู้ที่มี Linkedin 
www.Resu-ME.me เครื่องมือสร้าง LinkedIn Profile ของคุณให้น่าสนใจในรูปแบบวิดีโอและอินโฟกราฟฟิค เจ๋งมากลองดูของผมนะครับ
http://www.resu-me.me/sharevideo/n9jeup5_Wg

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เรื่องเหล้า... เช้าวันอาทิตย์ Sunday talk

เรื่องที่จะเล่านี้ มันเก่ามากๆ
จนจำไม่ได้แม้กระทั่งยี่ห้อเหล้า 
ชื่อเรื่อง ผู้เขียน และคนแปล 

ตลอดจนรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ 
ก็ดูจะเลือนรางจางไปกับกาลเวลา

แต่ก็ยังพอจำเค้าโครงคร่าวๆ 
เนื้อหาดีๆ แง่คิดโดนๆ 
ของนิยายสั้นเรื่องนี้
ไว้เป็นบทเรียนสอนใจ

จะไม่พูดพร่ำให้รำคาญ 
เรามาเข้าเรื่องเลยดีกว่า
       
เรื่องมีอยู่ว่า 
ชายหนุ่มวัยสามสิบคนหนึ่งชื่อแฟรงค์ 
เป็นคนซื่อ ปราศจากเล่ห์เหลี่ยม 
จิตใจดีงาม โอบอ้อมอารี

หลังเรียนจบ 
แฟรงค์ก็ยึดอาชีพเป็นเซลส์ขายรถ
แม้จะไม่เฟื่องฟูมั่งคั่ง 
แต่ก็สามารถดำรงชีพอย่างพอมีพอกินเรื่อยม   
       
จนกระทั่งเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ไปทั่วสหรัฐอเมริกาในต้นทศวรรษ 1930 

ชีวิตของแฟรงค์ก็พลิกผัน เขาตกงาน 
มิหนำซ้ำยังมีหนี้สินเป็นเงินก้อนโต    
       
แฟรงค์อับจน 
สิ้นหนทางที่จะแก้ไขวิกฤติต่างๆ 
ที่ถาโถมเข้าใส่เขา

เขาจึงร่ำสุรา ราดรดความทุกข์ไปวันๆ 
กระทั่งทุกอย่างดูย่ำแย่เลวร้ายกว่าเดิม 

ชายหนุ่มกลายเป็นไอ้ขี้เมา
ที่แทบไม่มีเงินหลงเหลือติดกระเป๋า

       
คืนวันหนึ่ง 
หลังจากใช้เงินดอลลาร์สุดท้ายที่มีอยู่
หมดไปกับเหล้าเป๊กสุดท้าย 

แฟรงค์ในสภาพเมาหยำเป 
เดินโซเซท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ
และบรรยากาศอึมครึมมืดมิด 

เขาเดินลัดเลาะ
ผ่านซอกตึกต่างๆ อย่างไร้จุดหมาย 
จนกระทั่งมาพบกับบาร์เหล้าเล็กแห่งหนึ่ง 
ตั้งอยู่ในมุมเปลี่ยวร้างไร้ผู้คนสัญจร
       
       
ภายในร้านว่างเปล่าปราศจากผู้คน 
มีเพียงบาร์เทนเดอร์ชายชรา
ร่างผอมสูงแก้มตอบ ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์

“แฟรงค์ ผมรอคุณอยู่นานแล้ว” 
ชายชราเอ่ยทัก
       
“คุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง” 
แฟรงค์ย้อนถามด้วยความสงสัย
       
       
“ผมรู้อะไรเกี่ยวกับคุณอีกเยอะ 
บางทีอาจจะรู้มากกว่าที่ตัวคุณรู้เสียด้วยซ้ำ 
คุณกำลังตกงาน สิ้นเนื้อประดาตัว 
และยอมแลกทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อเหล้าแก้วเดียว” 
ชายชรากล่าวช้าๆ ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
       
       
แฟรงค์ฟังคำพูดของชายชราอย่างสงบนิ่ง 
ทั้งแปลกใจและร่ำๆ ว่าจะสร่างเมา
       
       
“ฟังนะ แฟรงค์ 
ผมขอยื่นข้อเสนอบางอย่าง 
ที่นี่มีเหล้า 13 แก้วให้ดื่มฟรีๆ 
ถ้าหากคุณจะกล้าพอ 

แต่ คุณต้องเสี่ยงดวงบ้างนิดหน่อย
เพราะหนึ่งในจำนวนนี้มียาพิษ 
ถ้าคุณเป็นฝ่ายชนะพนันในการดื่ม

เอ้อ! ผมหมายถึงรอดตายนะ 
คุณจะได้เงิน 1000 ดอลลาร์ 
และทุกๆ แก้วต่อไป
เงินเดิมพันก็จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว” 
ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง 
ปราศจากวี่แววว่าล้อเล่น

“นี่คุณเล่นตลกห่าเหวอะไรอยู่วะ” 
แฟรงค์ตะคอกอย่างหงุดหงิด
       
“ผมไม่ได้ล้อเล่น” 
ชายชรากล่าวพร้อมทั้งหยิบแบงค์ 1000 ดอลลาร์
วางลงบนเคาน์เตอร์
        
“แล้วคุณจะได้อะไรจากการเล่นเกมนี้กับผม” 
ชายหนุ่มถามด้วยทีท่าน้ำเสียงอ่อนลง
       
       
“ขออนุญาตให้ผมได้แนะนำตัว
กับคุณอย่างตรงไปตรงมาดีกว่า 
ผมคือซาตาน 

ถ้าคุณแพ้พนัน ดื่มเหล้าแก้วที่มียาพิษ 
ชีวิตและวิญญาณของคุณ จะต้องเป็นของผม” 
ซาตานพูดด้วยน้ำเสียงยะเยือกวังเวง
       
       
แฟรงค์ลังเลไตร่ตรองว่า 
เขาควรเชื่อถือคำพูดของชายชรา
หรือยึดถือมันเป็นเพียงเรื่องเหลวไหลไร้สาระ
       
       
“คุณไม่มีอะไรต้องสูญเสีย
มากไปกว่านี้อีกแล้วนะพ่อหนุ่ม” 
ซาตานพูดรุกคืบโน้มน้าว
       
       
ท้ายที่สุด 
แฟรงค์จึงเลือกหยิบเหล้าแก้วหนึ่งบนเคาน์เตอร์
ด้วยมืออันสั่นเทา รวบรวมความกล้าดื่มมันเข้าไป 
หลับตาเตรียมใจรอรับพิษร้ายที่จะแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย 
จนชั่วครู่หนึ่งผ่านพ้น ก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ
       
       
“ยินดีด้วยนะ แฟรงค์ เงินนี้เป็นของคุณ” 
ชายชราหยิบแบงค์ 1000 ดอลลาร์ยื่นให้ชายหนุ่ม

“ยังมีเหล้าเหลืออยู่อีก 12 แก้ว 
คุณมาพบผมได้ตลอดเวลา เมื่อใดก็ตามที่ต้องการเงิน”
       
       
แฟรงค์ใช้เงิน 1000 ดอลลาร์ไปกับการกินดื่ม
และจับจ่ายซื้อสิ่งฟุ่มเฟือยจนหนำใจ 
และหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว 

คืนวันรุ่งขึ้นเขาจึงหวนกลับมาพบชายชราอีกครั้ง 
และชนะเดิมพันเงิน 2000 ดอลลาร์
       
       
คราวนี้ชายหนุ่มไม่ได้หมดเงินกับการเมามาย 
แฟรงค์เริ่มคิดวางแผนสร้างเนื้อสร้างตัว 
ทำธุรกิจของตนเอง 

แต่ 2000 ดอลลาร์นั้นยังไม่เพียงพอต่อการลงทุน 
สัปดาห์ต่อมาเขาจึงไปวัดดวงกับซาตาน 
และเป็นฝ่ายชนะได้เงินมาอีก 4000 ดอลลาร์
       
       
ธุรกิจร้านขายรองเท้าของชายหนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้น 
และค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ มั่นคงตามลำดับ 

จนกระทั่งวันหนึ่ง
แฟรงค์เกิดไปพบและรู้จักสาวสวยชื่อพาเมลา
ทั้งคู่ต่างพึงพอใจในตัวอีกฝ่าย 
ความรักผลิบานงอกงามอย่างรวดเร็ว
       
       
เพื่อที่จะหาเงินก้อนมาจับจ่ายใช้สอยในพิธีแต่งงาน 
แฟรงค์จึงไปหาซาตานอีกครั้ง 
ชายชรายังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
   
“เพื่อนยาก คุณหายหน้าหายตาไปนาน 
จนทีแรกผมแทบจะจำไม่ได้ 
ดูสะอาดสะอ้าน แต่งตัวดี 
ตรงข้ามกับคืนแรกที่เราเจอกัน 
ผมเดาว่าคุณคงมีชีวิตใกล้จะสุขสบายแล้วสินะ” 
ชายชรายิ้มนิดๆ อย่างอ่อนโยน 
ยกเว้นแววตาที่เคลือบแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์
       
       
แฟรงค์ไม่สนใจแม้กระทั่ง
จะเอ่ยทักทายหรือสนทนาด้วย 
เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก 
เลือกหยิบเหล้าแก้วหนึ่งขึ้นดื่ม 
จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก 
เมื่อพบว่าตนเองปลอดภัย
       
“8000 ดอลลาร์
สำหรับเหล้าแก้วที่สี่เป็นของคุณ 
แต่ขอโทษนะครับ 
ผมคิดว่ารวมกับเงินเก็บออมของคุณ 
ผมเกรงว่ามันอาจจะไม่พอ” 
ชายชราพูดพร้อมๆ กับ
ผายมือไปยังแก้วเหล้าที่เหลืออยู่
       
       
แฟรงค์ยืนลังเลไตร่ตรอง 
ในที่สุดก็ตัดสินใจดื่มเหล้าแก้วที่ห้า 
และได้เงินไปอีก 16000 ดอลลาร์
       
       
“ลาก่อน ผมกับคุณ
คงไม่มีความจำเป็นต้องพบกันอีกตลอดกาล” 
แฟรงค์เอ่ยลาซาตาน
       
       
“นั่นยังไม่แน่นัก 
แต่ถึงยังไง ผมก็จะรอคุณอยู่ตรงนี้” 
ชายชรากล่าวทิ้งท้าย
       

แฟรงค์แต่งงานกับพาเมลา 
หลายปีผ่านไป ธุรกิจของเขาเติบโตขึ้น 

จากร้านเล็กๆ 
กลายเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดปานกลาง 
มีลูกสามคน ชายหนึ่ง หญิงสอง 
ครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์แบบ 

แต่แล้วการเพลี่ยงพล้ำให้กับคู่แข่งทางการค้า
ก็ทำให้เงินสดไม่เพียงพอหมุนเวียน 

แฟรงค์กู้เงินจากธนาคาร 
โดยเอาบ้านจำนองเป็นหลักประกัน 
ทว่าแทนที่สถานการณ์จะกระเตื้อง 
กลับทรุดหนักซวดเซกว่าเดิม
       
แฟรงค์ในวัยสี่สิบ
จึงต้องมาดื่มเหล้าแก้วที่หก 
เพื่อเงิน 32000 ดอลลาร์ 

และเหล้าแก้วที่เจ็ด 
เพื่อเงิน 64000 ดอลลาร์ 
เพื่อนำไปกอบกู้แก้ไขปัญหาทางธุรกิจของตน 
จนกระทั่งมรสุมชีวิตคลี่คลายไปได้อีกครั้ง
       
       
หลังจากนั้น
ชีวิตของแฟรงค์ก็ก้าวสู่เส้นทาง “ขาขึ้น” 
กลายเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ 
ฐานะมั่งคั่งร่ำรวย 

เขาเริ่มขยับขยายไปยังการลงทุนอื่นๆ 
โดยเฉพาะการซื้อหุ้น ซึ่งทำกำไรมหาศาล 

จนกระทั่งวันหนึ่ง หุ้นที่เขาถือไว้ราคาตกดิ่งฮวบ 
จนต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมๆ คือ 
ดื่มเหล้าแก้วที่แปด
       
       
แฟรงค์ดื่มเหล้าแก้วที่เก้า 
ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา 
เพื่อนำเงินไปใช้ปรนเปรอชู้รัก 
และต้องการปกปิดอำพราง
ไม่ให้กระทบต่อบัญชีรายได้จากธุรกิจ 
ซึ่งพาเมลาผู้เป็นภรรยาจะสามารถตรวจสอบได้
       
       
จากนั้นก็ดื่มเหล้าแก้วที่สิบ 
เพื่อเลิกรากับชู้รักที่เขาเบื่อหน่าย 
และโดนเธอเรียกร้องขู่กรรโชกเงินก้อนโต
       
ดื่มเหล้าแก้วที่สิบเอ็ด 
เพื่อนำเงินไปลงทุนในธุรกิจบ่อนพนัน 
และยาเสพติด
       
       
ส่วนเหล้าแก้วที่สิบสอง 
แฟรงค์ตัดสินใจดื่มมันด้วยเหตุผลสั้นๆ 
คือ ความโลภ

แม้จะร่ำรวยจนทรัพย์สินที่มีอยู่ 
ใช้อย่างไรก็ไม่หมด 
ทว่าเงินเดิมพันจำนวนสองล้านแปดพันดอลลาร์ 
ก็เย้ายวนกระทั่งแฟรงค์ในวัยห้าสิบ อดใจไว้ไม่ไหว
       
       
“เพื่อนรัก คราวนี้คุณหายไปนานมาก 
จนผมคิดว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกซะแล้ว” 
ชายชราในรูปลักษณ์เดิมๆ คงที่กล่าวทัก
       
       
“ผมมาดื่มครั้งสุดท้าย 
ยังเหลือเหล้าอีกสองแก้วใช่มั้ย 
อัตราความเสี่ยงสูงหน่อย 
แต่เดิมพันนั้นโคตรคุ้มเลยวะ” 
แฟรงค์หัวเราะอย่างก้าวร้าว 
มองและชั่งน้ำหนักไปยังเหล้า
ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ 
จากนั้นก็ตัดสินใจเลือกแก้วซ้ายมือ
       
       
เขายกเหล้าขึ้นดื่มอย่างช้าๆ จนหมด 
เฝ้ารอดูว่ามันจะก่อให้เกิดปฏิกิริยากับร่างกาย 
แต่แล้วทุกสิ่งก็ยังคงเป็นปกติ
       
       
“ขอเงินให้ผม และลาก่อนตลอดกาล” 
แฟรงค์พูดด้วยความลิงโลดดีใจ

...

...
       
...

“อะไรทำให้คุณคิดว่าคุณชนะ” 
ชายชรายังคงสงบนิ่ง
       
       
“ผมบอกไว้แล้วว่าเหล้าแก้วหนึ่งมียาพิษ 
แต่ดูเหมือนผมจะสะเพร่าไปนิดนึง 
จึงลืมบอกคุณว่า 

ยาพิษนั่น ไม่ได้ทำให้ตายทันที 
แต่ออกฤทธิ์อย่างช้าๆ ทีละน้อย 
คุณดื่มมันไปตั้งแต่แก้วที่หกแล้ว” 
ซาตานอธิบายพร้อมๆ กับรอยยิ้มอันชั่วร้าย
       
       
“นับตั้งแต่นั้น 
วิญญาณคุณก็เป็นของผม 
คุณไม่ได้สังเกตเลยว่า 
ตัวคุณเองเปลี่ยนไป 

จากคนซื่อๆ จิตใจดีงาม 
คุณกลายเป็นพ่อค้าที่เอารัดเอาเปรียบ 
เป็นนายจ้างที่ขูดรีด 
เป็นสามีที่ละเลยภรรยา 
เป็นพ่อผู้ไม่รับผิดชอบใส่ใจต่อลูกๆ 

คุณค่อยๆ ทรยศหักหลังเพื่อนร่วมงาน 
บดขยี้คู่แข่งด้วยเล่ห์เหลี่ยมอำมหิต 
มักมากในกาม ติดการพนัน 
ละโมบไม่รู้จักพอ 

ผมขอชื่นชม คุณเลวได้อย่างครบถ้วน 
ชั่วสมบูรณ์แบบ ยิ่งกว่าที่คาดคิดเอาไว้เยอะ”
       
       
แฟรงค์ตกตะลึง
สีหน้าซีดเผือด ร่างกายร้อนผ่าว 
ปวดแสบเหมือนมีใครมาบิดลำไส้ 
หายใจกระหืดกระหอบติดขัด
       
       
“นับจากดื่มเหล้าแก้วที่หก 
คุณก็กลายเป็นคนไร้วิญญาณ 
ดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อปรนเปรอตนเอง 

แต่ผมเชื่อว่า 
คุณคงรู้สึกบ้างเหมือนกันว่า 
ชีวิตคุณว่างเปล่า 
โหยหาไขว่คว้าต้องการบางสิ่งอยู่ตลอดเวลา 
และคุณคิดว่าเงินคือคำตอบ 
ทว่ายิ่งได้มาเท่าไร ก็ยิ่งถมไม่เต็ม 
นั่นเป็นเพราะว่า คุณไม่มีวิญญาณ 
และเมื่อคุณปราศจากมัน 
คุณก็ไม่มีวันรู้จักและเข้าใจได้อีกเลยว่า 
ความรักเป็นอย่างไร 
ใช่แล้ว! คุณกลายเป็นชีวิตที่ทำความรักหล่นหาย”
       
       
แฟรงค์ตายโดยไม่ทันได้ยิน
คำพูดประโยคท้ายๆ ของซาตาน
       
       
ชายชราหยิบเหล้าแก้วสุดท้ายชูขึ้น 
“แก้วนี้ผมดื่มให้แก่ชีวิตที่น่าสมเพชของคุณ” 

นิทานเรื่องนี้
สอนให้รู้ว่า...

เหล้า... ไม่ดีต่อสุขภาพ
ทำให้ขาดสติ และ
วิจารณญาณ

CR :line สมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และไลเซ่น

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ที่ผมรู้จัก [Mr Patchara Samalapa]

คุณพัชร สมะลาภา หรือ"คุณปั๋ม" ที่หลายๆคนรู้จักทั้งในข่าวสังคม หรือแวดวงนักการเงิน เป็นบุคคลที่หาข้อมูลการทำงานผลงานต่างๆได้ไม่ยาก ถามอากู๋ได้  ประวัติพัชร สมะลาภา แต่ตอนนี้จะสิ้นปี2557 ใกล้ครบสองปี ที่ผมได้รู้จัก คุณพัชร สมะลาภา  ต่อไปนี้จะขอใช้คำว่า คุณปั๋ม เพราะดูเหมือนเป็นคำที่ทุกคนในKBank ใช้เรียก หรือบางคนเรียก พี่ปั๋ม
พัชร สมะลาภา

ในปี2555 มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง ในสายงาน SME ของธนาคารกสิกรไทย ปรับย้ายพี่มด ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ ไปดูสายงานRetail แล้ว ให้คุณปั๋ม ย้ายจาก รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย มาดูแลสายงานSME  ณ วันนั้น ก็ตกใจพอสมควรเพราะเป็นช่วงเวลาที่ KSME  มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ1ในตลาดสินเชื่อธุรกิจSMEแล้ว ทุกแบงค์ก็พุ่งมาบุกที่ตลาดSME การเปลี่ยนแม่ทัพตอนนี้จะดีเหรอ  ณ วันนี้สองปีผ่านไป KSME ยังคงเป็นที่1และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ดีขึ้น(มาก) เพราะฝีมือของ คุณปั๋ม เลยอยากใช้โอกาสนี้เขียนบันทึกความทรงจำดีๆกับ(เจ้า)นาย ซักครั้ง

  • ปี2555 รู้ชื่อคุณพัชร สมะลาภา เป็นผู้บริหารสายงานใหม่ รีบหาชื่อเพื่อดูหน้าตา เอ่อ..ไม่เจอแหะ เจอแต่ข้อมูลภรรยา รู้จักคุณปั๋มอย่างแรกเลย คือ คุณปั๋มภรรยาสวยเก่ง
  • ข้อมูลเดียวที่เจอตอนนั้นคือ ข่าวนี้ รู้อย่างที่สอง พี่ปั๋มนักลงทุนแนวบู๊ 
  • พี่ปั๋มนัดประชุมแนะนำตัว เป็นการคุยง่ายๆ ห้องประชุมใหญ่จินดาธร เป็นคำพูดที่ไม่ใช่แนวที่คุ้นหู ฟังดูง่ายๆ เป็นกันเอง ภาษาวัยรุ่นนิดๆ
  • สายสืบบอกว่า พี่ปั๋มไม่ใช้คนขับรถ ปกติ รองกรรมการผู้จัดการจะได้รถประจำตำแหน่งเป็น BMW Serie7 แต่พี่ปั๋มไม่ใช้ พี่ปั๋มขับรถเอง (ไม่ขอเขียนตรงนี้เพื่อความปลอดภัยรู้แค่คันนั้นวิ่งได้เกิน200)
  • สองสามเดือนแรกเป็นการเรียนรู้กัน พี่ปั๋มลงพื้นที่ทันทีไปเยี่ยมทีมขาย ในต่างจังหวัดทุกพื้นที่ เดินทางเยอะมาก เพื่อรู้จักลูกค้า รู้จักทีมงานให้ได้เร็วที่สุด ทีมงานมีเป็นพัน ลูกค้า600,000 พี่ปั๋มใช้เวลาเดือนแรกที่จะเข้าใจทั้งหมด ผมว่านี่คือภาระกิจสำคัญของผู้บริหารทุกคนในยุคนี้จริงๆ
  • "ไม่ต้องยกพลมาต้อนรับ ไม่เอาทัวร์ไหว้พระ อยากไปเจอลูกค้าพร้อมผู้ดูแลลูกค้า ทีมไปทำงานตัวเองไม่ต้องมาดูแลผม" พี่ปั๋มกล่าวไว้
  • KBank จับมือกับ BUILK.COM ไปให้ความรู้และต่อยอดธุรกิจให้เป็นธุรกิจก่อสร้างอย่างมืออาชีพก็เกิดจาก วิสัยทัศน์ พี่ปั๋มนี่หล่ะ คำเร็วมองไกล  ( ต้องขอบคุณ +Nat Piyawongsomboon  +Patai Padungtin  ) 


  • ผมได้ทีมงานมาใหม่คนหนึ่ง สาวสวยคนขวาในรูป เป็นลูกน้องเก่าพี่ปั๋มตอนอยู่ KA เป็นคนที่ทำให้เราได้เข้าใจพี่ปั๋ม มากขึ้นที่สุด (พี่ปั๋มชอบปาร์ตี้ , จัดงานมันส์มาก ,ชอบให้พนักงานทำงานและใช้ชีวิต)
  • สิ่งที่เปลี่ยนไปในครึ่งปีแรกชัดเจนที่สุดคือ งานประชุมทีมขายประจำปี เดิมทีจะเป็นการให้มานำเสนอแผนงาน มีการทำ workshop  สัมมนา เปลี่ยนเป็น มาเที่ยวด้วยกันเล่นเกมส์สนุกๆได้ของขวัญ
  • การสัมมนาประจำปีภาคค่ำทำโรงแรมให้เป็นผับส่วนตัว เมากันได้เต็มที่ ดิ้นกันได้สุดเหวี่ยง ไม่ต้องมีฟอร์มของนายแบงค์
  • วันประชุมสัมมนาประจำปี พี่ปั๋ม ขับรถมาเองจากบ้าน เสื้อยืด กางเกงยีนต์ รองเท้าแตะคีบ 
  • "การทำงานในหลายๆฝ่าย ในสายงานเดียวกันจะสำเร็จได้ ก็เพราะคำว่า พวกเรา หากทุกคนมีคำเดียวคือ พวกเรามันก็จะเกิดความเชื่อใจไว้ใจทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข"
  • ตั้งทีม Local Marketing เพราะทีมต่างจังหวัดขาดเครื่องมือการตลาดที่จะช่วย จึงให้คนสำนักงานใหญ่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปหาทีมขายบ่อยๆ เจอลูกค้าบ่อยๆ แล้วเอามาปรับปรุงการทำงาน 
Patchara style
หลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากๆ สร้างแนวทางการทำงานแบบใหม่ ที่เรียกได้ว่าอึ้ง!! ( กสิกรชูแผนกลยุทธ์หลัก) ว่านี้เป็นกลยุทธ์ของผู้นำตลาด ตามทฤษฎีที่เรียนมามันไม่น่าใช้น้าาา แต่ขอบอกว่ามันเวิร์คมากๆ 
  • คำว่าเป็นที่หนึ่งไม่สำคัญเท่าเป็นธนาคารที่ลูกค้าพอใจมากที่สุด พี่ปั๋มบอกไม่ชอบบอกว่าเราเป็นที่ 1 ให้คนอื่นฟังแบบที่ธนาคารต่างๆชอบประกาศ ให้เลิกโฆษณาว่าเราเป็นอันดับ1อัดการตลาดลงไปว่ามีคนใช้บริการเรามากที่สุด แต่ขอให้ไปทำให้ลูกค้ารักเราเยอะๆแล้วคนอื่นอยากมาใช้เราดีกว่า ( เหมือนในการตลาด 3.0 เปลี่ยนจาก Head สุ่ Heart ) 
  • คน คน คน คือส่ิงที่สำคัญที่สุด มีการประกาศ นโยบาย 40 ชั่วโมง จากเดิมพนักงานทำงานหนักมากกลับดึก เสาร์อาทิตย์มาทำงาน พนักงานลาออกเยอะ โดนดึงตัวไปง่าย เพราะวิ่งหาลูกค้าใหม่แล้วเอาเวลาดึกมาทำงานเอกสาร จึงกำหนดให้เป็น KPI ผู้จัดการทีมเลยว่าลูกน้องต้องไม่ทำงานเกิน 40ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ใครให้ลูกน้องทำงานเกินเวลาแสดงว่าไม่มีประสิทธิภาพ เน้นทำงานให้มีประสิทธิภาพเต็มที่ในเวลางานแทน แล้วเอาเวลาที่เหลีอไปใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือ ส่วนตัว
  • ดูแลลูกค้าเก่าให้ดีที่สุด เป็นนโยบายที่กลับข้างในขณะที่คู่แข่งบุกเต็มที่ แต่คุณปั๋มกลับเน้นให้ทีมผู้ดูแลลูกค้าไปเยี่ยมลูกค้าปัจจุบันให้บ่อยที่สุด ลดเวลาวิ่งหาลูกค้าใหม่ 
  • ไม่ต้องมอบสิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการ ช่วยต้องช่วยจริงๆ เป็นที่มาของการลดเลิกการจัดสัมมนาที่ต้องเกณฑ์กันมาฟัง แต่ให้ทำเป็นกลุ่มเล็กๆให้ลูกค้าได้เต็มที่  ช่วยเต็มที่
  • ให้ลูกค้าใหม่ที่จะเข้ามา มีเงื่อนไขน้อยยยย ที่สุด สำหรับการหาลูกค้าใหม่กลับไปแก้ที่กระบวนการหลังบ้านให้ง่ายขึ้นเร็วขึ้น แต่ไม่ลดความเสี่ยง  
สำหรับผมเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้นคือ การลดเวลาการไปหาลูกค้าใหม่ ให้ไปเยี่ยมลูกค้ามากขึ้น ทำให้มีเวลาเข้าใจธุรกิจลูกค้ามากขึ้น บริการได้ตรงความต้องการมากขึ้น ลูกค้าก็ Happy มีการใช้บริการอื่นๆมากขึ้นด้วย รายได้ไปชดเชยกับลูกค้าใหม่ นี่หล่ะที่ทำให้เชื่อว่า สมการตัวเลข ระหว่างสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง กับ สิ่งที่บอร์ดบริหารต้องการ จะหาจุดบรรจบกันเจอ



นี่หล่ะคือผู้บริหารที่เป็นนักการตลาดยุค 3.0อย่างแท้จริง หรือเราจะเรียก พี่ปั๋ม3.0 ดี

Update 04/04/2561 ธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง คุณพัชร สมะลาภา เป็น กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย 

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Montblanc sweet cafe at Siam center

Sweet thing for sweet person คือ Concept ของร้าน Mont Blance sweet cafe เค๊กฝรั่งเศสสไตลญี่ปุ่น สาขา นิมมานเหมินทร์ ซอย7ที่มาเปิดใหม่อีกสาขาหนึ่งที่กลางแหล่งวัยรุ่น(อย่างเรา) ที่สยามเซ็นเตอร์ชั้น1ข้างร้าน โอปองแปง ฝั่งติดกับตึกจอดรถ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวาน วันนี้พาจิงจิงกับผิงผิง มาชิมขนมหวานรอเรียนพิเศษ


พ่อแม่ก็เลยลุยกับขนมอร่อยๆ ที่ตู้ขนม เป็นเค๊กฝรั่งเศสตามconceptของชื่อร้าน ดังนั้นต้องจัดไปคือ Macaron (มาคารอน )


รสไม่หวานเกินไปอร่อยดี มองไปรอบๆร้านขนมน่ากินบรรยากาศน่านั่ง เหมาะเป็นที่พักนั่งรอ 


ยกที่หนึ่งเบาๆขนมของลูก กาแฟของพ่อ กาแฟที่นี่ระดับกลางๆไม่ได้มีอะไรพิเศษ ใช้ผงสำเร็จผ่านเครื่องอัดทำให้เหลือฝุ่นลงมาฝืดคอนิดหน่อย  

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าลองคือ AngelBowl ถ้วยใหญ่ไปหน่อยวันนี้เลยขอผ่าน 

น้องๆพนักงานที่นี่มาจากเชียงใหม่สาขานี้เป็นเจ้าของเดียวกัน (ทราบมาว่ามีสาขาแฟรนไชส์แล้ว3สาขาในกรุงเทพ)

การทำร้านอาหารให้อร่อย ต้องสร้างจาก
1.อาหารอร่อย มีเอกลักษณ์
2.มีมาตรฐานรสชาดและบริการ
3.การตลาด การสร้างแบรนด์ สร้างการจดจำ ทำเลที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

3ขั้นตอนเพื่อความยั่งยืนนี้ห้ามสลับ วัยรุ่นมีสตางค์อยากทำร้านขนมร้านอาหารมักทำสลับ 3,2,1จึงมักพลาด 

มาชมร้านนี้ต่อ Montblanc sweet cafe สาขานี้1,2ทำได้ดี แต่Locationแบบนี้น่าเป็นห่วง เดาว่าค่าเช่า100,000-150,000เป็นอย่างน้อยเทียบกับจำนวนคนผ่าน น่าเป็นห่วง ร้านดีๆขนมอร่อย ราคาพรีเมี่ยม น่าจะไปอยู่ในที่ๆมีคนผ่านมากกว่านี้ 









ให้คะแนน
อาหาร (ขนม) 9/10
เครื่องดื่ม (กาแฟ) 7/10
บรรยากาศ 8/10
บริการ 8/10

@oweera 9/11/2557


วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมื่อ CP จะซื้อ LH Bank ภาพของ 7 eleven Bank ก็ใกล้ชัดในเมืองไทย

ซีพี ทุ่ม ซื้อ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ 

ซีพีหนึ่งในกลุ่มทุนที่พร้อมที่สุดกลุ่มหนึ่งและมีแนวความคิดขยายกิจการเพื่อให้เกิดการครองคลุมธุรกิจในระบบsupply chainให้ได้มากที่สุดจะได้เกิดความได้เปรีบบในการแข่งขัน 




จึงไม่แปลกถ้าวันนี้ CP All ซึ่งมีเครือข่ายร้านค้าปลีก(7-11) อยู่ใกล้แตะ10,000แห่งอยู่แล้ว มีบริการที่รับชำระเงินมีเงินหมุนเวียนผ่านจำนวนมาก ขายทั้งประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุและประกันรถยนต์ รับชำระสินเชื่อประเภทต่างๆ มีการโอนเงินผ่านTrue Moneyและ Smart purse ตัวเลขของธุรกิจต่างๆที่ลูกค้า7-11ใช้บริการอยู่มีอยู่แล้วในมือ 
แม้ข่าวนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันจากแบงค์ชาติ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูง 

บริการโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็ม รับเงินที่เซเว่นอีเลฟเว่น (K-ATM to 7-Eleven)


และ LH Bankเองก็เน้นบริการเฉพาะเรื่องบ้านอยู่แล้วกลุ่มลูกค้ารายย่อยยังไม่แข็งแกร่งเท่าไหร่หากได้ CP all มาเป็นPartner น่าจะไปได้ไกลขึ้น 

ธนาคารกับเครือข่ายร้านค้าปลีกไม่ใช่ภาพที่ไกลเกินฝัน ขนาดธุรกิจธนาคารยังมีคำว่า Retail Banking และ ธนาคารเพื่อรายย่อย สองธุรกิจนี้จึงต้องมาบรรจบกันแน่ๆ (ฮา) 

ในประเทศญี่ปุ่นยิ่งมีความชัดเจนระหว่างความเป็นไปได้ของธุรกิจ Retail กับ Banking ที่ญี่ปุ่นมีมีธนาคารชื่อ  7 Bank มีสาขาบริการอัตโนมัติที่ ร้าน7-eleven เลย 
แถมยังมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักเป้าหมายหนึงคือคนไทย มีเว็บภาษาไทย วีดีโอไทยด้วยครับ



ตู้ ATM  7Bank ใน 7e;even japan 


หากเสริมเรื่องระบบชำระเงินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งการเดินหน้าธุรกิจe commerce ของ 7-Catalog ยิ่งเกิดความได้เปรียบ และส่งผลดีต่อภาพรวมการค้าของออนไลน์ของไทยมากยิ่งขึ้น 

Cr.ภาพจากเจ้าสัวจากบอร์ด คิดต่าง
และ Link 7 ฺBank Japan  http://www.sevenbank.co.jp/soukin/ti/

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อยากเริ่มต้นทำธุรกิจเบเกอรี่เริ่มต้นอย่างไรดี...

ธุรกิจอาหารหรือเบเกอรี่อย่างแลกเลยต้องทำให้อร่อยได้มาตรฐาน 

อร่อย = คนที่ไม่ได้รักเรายังพูดว่าอร่อย

มาตรฐาน= รสชาติสม่ำเสมอ


หากสินค้านิ่งแล้วจึงเลือก กลุ่มเป้าหมายกับช่องทางการตชาดครับ หากทำเค๊กpremium ก็ต้องเลือกสถานที่premium เพราะคนจะมีกำลังซื้อพอ


หากระดับกลาง ก็เลือกร้านในชุมชน หรือการฝากขายกับร้านกาแฟ สวยๆจับกลุ่มคนชั้นกลาง กาแฟแก้วละ60-100


คำแนะนำไม่ควรเริ่ทจากสินค้าหลายตัวครับเพราะไม่รู้ว่าอะไรจะขายดีให้เริ่มจากตัวที่มั่นใจที่สุดว่าอร่อย 


มีตัวอย่างเคสนึงที่เจอมาลองอ่านดูนะครับ


Sweet'n Soft Cake คู่รัก จบ ม 6 เรียนวิศวะไม่จบ ล้มละลาย เริ่มสร้างตัวด้วยเงินแค่ 2 พันบาท http://m.pantip.com/topic/32468387


*เก็บตกจากการให้คำปรึกษาธุรกิจSMEและStartup

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เรื่องเล่าขาน ตำนานปลาใหญ่ (กินปลาเล็ก)

Big fish story.
ปลาใหญ่กินปลาเล็กตำนานเล่าขานมานานในท้องทะเลสีครามหรือน่านน้ำสีเลือดเต็มไปด้วย(ธุรกิจ)ปลาเล็กว่ายทวนน้ำ หรือกำลังต่อสู้ ล้วนอยู่ในสายตา(ธุรกิจ)ปลาใหญ่ จ้องมองคอยเขมือบเพื่อตัวเองเติบโตใหญ่ขึ้นไปอีก
เหล่าปลาใหญ่ชอบเลือกกินอาหารอย่างไร หลายคนคงอยากรู้เพื่อ หนีรอดให้ได้ หรือ จงใจให้ปลาใหญ่กิน เพื่อจะได้Exitอย่างเท่ห์ๆ
ลองมาศึกษาเมนูโปรดของปลาใหญ่ดูซิว่ามีอะไรบ้าง

เมนูแรก ปลาเล็กพริกขี้หนู
ปลาใหญ่ชอบบริษัทที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว อาทิมีKnow how ที่น่าสนใจ หรือถือลิขสิทธิ์ที่ทำรายได้ อาทิ ลิขสิทธิ์เพลง,Software,หรือแม้แต่ที่ดินผืนงามจุดน่าสนใจเป็นพิเศษคือมองเห็นได้ว่าปลาเล็กพริกขี้หนูนี้ถ้าได้ใส่เงินลงไปอีกจะขยายได้ดีกว่านี้ เผ็ดได้กว่านี้

เมนูที่สอง ปลาก้างเยอะ
ปลาเล็กที่มีจุดเด่นเช่น ลูกข่ายเยอะ มีตัวแทนจำหน่ายเยอะ หรือระบบLogisticดีเข้าถึงคนได้เยอะ หรือ application ที่มีคนใช้เยอะๆ เสริมสุขถูกซื้อโดยBJC เพื่ออาศัยช่องทางจัดจำหน่ายนำสินค้าใหม่ๆเข้าตลาด

เมนูที่สาม ปลาหอกข้างแคร่
ปลาใหญ่หลายตัวชอบซื้อคู่แข่ง ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในจังหว่ะที่คู่แข่งเพลี้ยงพล้ำ หรือเปิด
โอกาสให้เจรจา เหมือนBigCซื้อคาร์ฟู เลย์ซื้อ มันมัน

เมนูที่สี่ ปลาสวยงาม
เมนูนี้เป็นที่นิยมแบรนด์ใหญ่เลือกซื้อกิจการที่ชื่อดังทำกำไรเอามาเสริมบารมีและต่อจิ๊กซอร์ธุรกิจเดิม แบบเกรย์ฮาว ที่ถูกซื้อไปโดยทรัพย์ศรีไทย ต่อยอดเชื่อมโยงกับธุรกิจอาหารที่มีอยู่ ซื้อมาแล้วก็ปล่อยให้บริหารต่อไป

เมนูที่ห้า ปลากินรวบ
อาหารชั้นเลิศที่จะช่วยเพิ่มกำไรให้กิจการ CRC ผู้บริหารB2S ซื้อ PageOne ธุรกิจหนังสือต่าง เพราะจะได้สิทธิจัดจำหน่ายหนังสือจากสำนักพิมพ์ชั้นนำ ได้กำไรเพิ่มขึ้น

เมนูที่หก ปลาลอกคราบ,ปลาเปลี่ยนน้ำ
เวลาปลาเล็กกำลังจะเติบโต หรือกำลังจะเปลี่ยนผ่านคนบริหารในครอบครัว พ่อสร้างมาลูกอาจไม่อยากบริหารต่อ เป็นโอกาสเหมาะที่ปลาใหญ่จะเสนอซื้อกิจการ

ตามตำนานปลาใหญ่กินปลาเล็กมีหลายรูปแบบ ทั้งซื้อเพื่อต้องการควบคุมกิจการ , ซื้อเพื่อสร้างธุรกิจต่อ แต่ ยุคนี้มีปลาบางตัวที่ปลาใหญ่กลัวคือ"ปลาเร็ว" "ปลาหมู่"



วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

จากวิกฤติ Tesco อังกฤษถึง Tesco lotus ในไทย...ทางเลือกทางรอดเชิงกลยุทธ์

จำนวนสาขาของเทสโก้โลตัสในไทย1,800สาขา 
เม็ดเงินลงทุน1.5แสนล้านบาท 
ประเมินมูลค่าไว้2.22-3.72แสนล้านบาท 
เทสโก้ต้องการหาเงินทุน1.58แสนล้านบาทมาพลิกฟื้นกิจการในประเทศอังกฤษ

นักการตลาดในไทยมองว่า วิกฤตินี้ไม่น่ากระทบในไทย เพราะเทสโก้ฯไทยแข็งแกร่งมากทำกำไรได้ดี 
มุมมองผม คิดว่าการตัดเนื้อร้ายรักษาไว้ซึ่งเนื้อดีปรับยุทศาสตร์ตามสถานการณ์จริง น่าจะส่งผลดีที่สุด ประเทศที่เทสโก้ไปลงทุนแล้วไม่กำไรอย่างอเมริกา/จีน ควรขายทิ้งแม้ขายไม่ได้ราคาดีเท่าไทย 
เพราะหากขายไทย ที่คู่แข่งอย่างWalmart ที่จ้องตาเป็นมันคงซื้อแน่นอน ยิ่งเหมือนเติมพลังให้คู่แข่ง 
แต่ถ้าพลิกวิกฤตินี้แบ่งขายหุ้นให้บริษัทในไทย ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ทางเลือกนี้ทีหลายคนกำลังจ้องตาเป็นมันไม่แพ้ Walmart ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัล/กลุ่มคุณเจริญ/CP หรือแม้แต่กลุ่มทุนจากเพื่อนบ้านในอาเซียน

ผู้บริหารระดับสูงตอนนี้ของ เทสโก้โลตัส ก็คือ คุณสุนทร อรุณานนท์ชัย ซึ่งก็เป็นผู้บริหารใกล้ชิดกับเจ้าสัวธนินทร์อยู่แล้ว หากจะขายคงไม่พ้นมือของ CP แน่นอน

#Retail #Strategy  
Cr. ภาพจากโพสทูเดย์

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...