วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การสร้างความจงรักภักดีของลูกค้าในธุรกิจค้าปลีก S A V E Q Retail Management

ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการเพิ่มความพึงพอใจและสร้างความภักดีของลูกค้า ที่  7-ELEVEn ใช้มาอย่างยาวนานและได้รับการพิสูจน์จากความสำเร็จเป็นร้านค้าสะดวกซื้ออันดับหนึ่งของคนไทย ซี่งธุรกิจค้าปลีก น่าจะนำมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจและบริการของตน คือหลักการบริหาร  S A V E Q


S : Service
สะดวกสบายได้บริการที่เป็นเลิศ
Easy access, easy to find, fast friendly transaction

A : Assortment
สินค้าและบริการที่ตรงใจ
Relevant assortment, tailored at each store, in-stock

V : Value
คุ้มค่าคุ้มราคาพาให้มั่นใจ
A good value for the money, fair and reasonable pricing

E : Environment
สะอาดสว่างและปลอดภัย
Clean and safe environment

Q : Quality
สินค้าถูกสุขอนามัยได้คุณภาพ
Safe, consistent, and reliable


วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

มาราเกชหัวหินรีสอร์ทแอนด์สปา (Marrakesh Hua Hin Resort and Spa) ให้แค่3ดาวจ้า


โรงแรม มาราเกชหัวหินรีสอร์ทแอนด์สปา (Marrakesh Hua Hin Resort and Spa) ราคาคืนละ 11,000  บาท โรงแรมสวยมาก พนักงานบริการยังไม่สมกับราคา อาหารเช้าน้อย สระว่ายน้ำอุ่น มีKidsClubเล็กๆ ฟิตเนต 

หยุดยาวสัปดาห์นี้น้องจิงจิงมีนัดเที่ยวกับน้องมิ้น เพื่อนที่โรงเรียน St.andruw ใช้เส้นทางออกเดินทางจากกรุงเทพไปหัวหินใช้เวลา เกือบ 3ชั่วโมง เดี๋ยวนี้รถติดทางไปหัวหินทุกวันไม่เว้นวันหยุดวันธรรมดาเลยทีเดียว
ระหว่างทางแวะชะอำ เยี่ยมเพื่อนรุ่นน้องที่ ​โชควิชัย วัสดุ CEMENT Thai Home mart เพื่อเก็บข้อมูลไปเตรียมสอนหนังสือ น้องตุ๊กตาเจ้าของร้านก็สุดแสนใจดีเอาชมพู่เพชรมาฝาก
"ชมพู่เพชรแท้ๆ ลูกไม่ใหญ่ ช่วยที่อร่อยที่สุดคือ ก่อนเข้าฤดูฝน ชมพู่พอโดนฝนแล้วจะไม่หวาน" 
ลิงตัวโตปีนขึ้นหลังคา 

ผิงผิงสูงเท่าหลังคาแล้วค่ะ

แล้วแวะไปริมชายชาดชะอำ คิดถึงวันเก่าๆสมัยเด็กๆ ริมหาดชะอำยังเป็นรีสอร์ตที่พักชายหาด บ้านเป็นหลังๆ ถนนโล่งๆ ถีบจักรยาน สามตอนกับครอบครัว เด็กๆมีความสุขมาก ตอนน้ียังมีรถจักรยานอยู่แต่ไม่ค่อยมีคนถีบเพราะรถเยอะ

บ่ายสามไปถึงโรงแรม มาราเกชหัวหินรีสอร์ทแอนด์สปา (Marrakesh Hua Hin Resort and Spa)
จากโรงแรมสวยในหัวหินที่ไปพักมาหลายที่ ต้องยอบรับว่าที่นี่จัดได้สวยงาม  คล้ายๆ วิลล่ามาร๊อก วันนี้ฝนตกนิดหน่อยเลยไม่ค่อยได้ออกมาถ่ายรูปบวกกับโทรศัพท์แบตใกล้หมดจึงเก็บได้เพียงเล็กๆน้อยๆ
 ทางเข้าโรงแรมอยู่ก่อนถึงมาราเกช หัวหิน เรสซิเดนเซส เลยจากวิลล่ามาร์เก็ต ซัก เกือบ1กิโลเมตร หากผ่าน อินเตอร์คอนฯ หัวหินก็เตรียมเลี้ยวซ้ายได้เลย
จอดรถเพื่อเช็คอินที่นี่ ลานจอดรถตากแดดทั้งวัน หากทิ้งไว้แนะนำหาผ้าคลุม

ภาพแรกที่ทุกคนจะเห็น บ่อน้ำขนาดใหญ่
การออกแบบของที่นี่ทำได้สวยงามอุปกรณ์ตกแต่งทุกอย่างดูเข้ากันไปหมด ตั้งแต่ทางเข้า ป้ายบอกทางต่างๆ ออกไปแนวอียิป ทะเลทราย หรืออะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ดูหรูหราสมราคา


น้ำดื่มต้อนรับ น้ำกระเจี๊ยบผสมอะไรซักอย่าง อร่อยดีครับ 
ท่าประจำ เดี๋ยวนี้ไปไหนก็ต้องถ่ายท่านี้ 


พนักงานที่บริการดีที่สุดในการพักโรงแรมนี้

Lobby Marrakesh สูงโปร่งโล่งดีจัง 
ลิงตัวน้อยออกเดินสำรวจ ทางเดินด้านข้างโรงแรม ตกแต่งสวนด้วยลายแบบนี้ตลอดทาง


มาถึงโรงแรมมีปัญหาเรื่องเช็คอินนิดหน่อยคือบัตรที่รูดมานั้นไม่ผ่าน ก็จึงต้องเปลี่ยนบัตรใหม่ KSME Debit Card รูดผ่านง่ายสะบายใจชัวร์ ได้คืนอีก 1% ราคาหน้าโรงแรม ห้องดีลักซ์สวีท จากุซซี Jacuzzi suite ราคา 11,000 บาท แต่เด็กเกินสามขวบ ที่นี้จะคิดราคาอาหารเช้าเพิ่ม (แต่ต่อรองได้)



อยากเข้าไปพักแล้วววววว 
แต่ละอาคารจะมีสัญญลักษณ์อาคา ปาล์ม เต้นท์ อูฐ

ห้องพักของโรงแรมนี้มีสามสี สีเขียว สีแดง สีฟ้า เราไม่ได้เลือกมาพิเศษเค้าจัดให้เป็นห้องสีแดง ออกจะแรงไปนิดสำหรับคนมีครอบครัว มันดูมืดๆหรือว่าเป็นเพราะว่าเรามาวันที่ฝนตกก็ไม่รู้ ตึกที่ผมอยู่จะมีสัญญลักษณ์ เป็นเต้นท์​ ก็เลยคงทำให้ดูเหมือนนอนในเต้นท์มั๊ง มืดๆเล็กน้อย ส่วนตึกรูปปาล์ม ห้องเพื่อนของน้องจิงจิง เป็นสีฟ้า ดูสว่างกว่าเยอะเลย และจัดเตียงชิดผนังทำให้ดูห้องกว้างกว่า หากมาเป็นครอบครัวไม่ขอแนะนำห้องสีแดงครับ  


เปิดประตูเข้ามาเจอเตียงใหญ่ขวางตรงกลางห้อง จะเหมาะมากหากข้างหน้าเป็นทะเล
แต่ความจริงข้างหน้าเป็นคอนโด
เดินผ่านประตู้ห้องเข้ามา คือผ่านห้องน้ำ ด้านซ้ายเป็นสุขา ด้านขวาเป็นอ่างล้างหน้ากับฝักบัว ที่นี่น้ำในห้องแรงสะใจดีมากๆครับ



ห้องนอนสีแดงร้อนแรงได้อีก


ฝั่งขวามือ เป็นห้องสุขากับที่เก็บเสื้อผ้า ทำเป็นม่านกั้นไว้ เครื่องดืมมีน้ำ กาแฟ ชา จุดนี้ตัดคะแนนครับ เนสกาแฟ
กับชาธรรมดาๆ น่าจะมีชาที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่
ซึ่งหากให้ดีเน้นที่ชาหน่อยจะดีมากๆเข้ากับบรรยากาศ
มุมนี้ถ่ายจากระเบียงห้องเข้ามาครับ จัดเตียงอยู่กลางห้องเลยทำให้ห้องดูแคบไปหน่อย
ห้องเหมาะแก่การมาพักผ่อน ไม่มีโต๊ะทำงาน มีแต่โคมไฟให้อ่านหนังสือ มีไวไฟให้ใช้ฟรี ความเร็วพอดูหนังได้แต่หลุดบ่อยๆเหมือนกัน โทรทัศน์มีหลายช่องให้เลือกดูเหมือน True vision Gold Package มีช่องเด็ก ดิสนี่จูเนียร์ ให้เด็กๆได้ดู
ในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครับ ทีวีเคเบิ้ลTrueVision ผนังห้องทำให้เว้าลึกเข้าไปใส่กระจกสีแดงสวยดีครับ
ความเร็วเนตของโรงแรมใช้ได้เลยทีเดียว แต่พึงสังเกตุ
 App ตัวนี้ เช็คความเร็วจาก Host ของ dtac แต่ AD ข้างล่างนี้มัน....



ที่ระเบียงหน้าห้อง ห้องดีลักซ์สวีท จากุซซี (Jacuzzi suite ) จะมีอ่างจากุซซี ไว้ให้อาบเพลิดเพลิน เปิดน้ำไว้ซักพักหนึ่ง รอน้ำได้ซักครึ่งนึงก็เปิดให้น้ำพุ่งมานวดตัวสบายอารมณ์ ท่ามกลางธรรมชาติหน้าระเบียงได้ แต่นั่นคงจะดีมากหากด้านหน้าห้องนี้เป็นที่โลงเห็นวิวไม่เห็นคน แต่เนื่องจากโรงแรมนี้เป็นตึกอยู่ตรงกันข้ามกับ เรสสิเดนท์ เพียงมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ขวางอยู่ จึงไม่สามารถที่จะอาบน้ำแบบส่วนตั๊วส่วนตัวได้ ทางโรงแรมก็ได้ทำม่านสีดำมาไว้ปิดกันอายแต่ก็ปิดไม่หมด การอาบน้ำคงต้องใส่เสื้อผ้าอาบน้ำกันหล่ะทีนี้ 
ระเบียงห้องทุกห้องมีอ่างจากุชชี่ นอนอาบพร้อมกันสองคนสบายครับ
ภาพสวยงามนี้คือวิวจากห้องนอน ซึ่งทำให้ความคิดที่จะนอนบนเตียงกลางห้องดูวิว หรือ อาบจากุชชี่ท่ามกลางธรรมชาติ จบลงอย่างสิ้นเชิง เพราะหันหน้าเข้ากับ มาราเกซเรสสิเดนท์ 
หลังจากพักผ่อนหายเหนื่อยเตรียมตัวอาบน้ำเปลี่ยนชุดพาเด็กๆไปเล่นสระน้ำกัน พาจิงจิงผิงผิงอาบน้ำระหว่างอาบน้ำที่ Rain Shower เจอสิ่งที่ไม่น่าเจอคือ เข็มกลัดเปิดปลายไว้ อยู่ที่พื้นห้องน้ำ โชคดีมองเห็นก่อนลูกๆจะไปเหยียบ หรือ ผิงผิงหยิบเข้าปาก คาดว่าน่าจะเป็นเข็มของเสื้อผ้าหรือป้ายราคาซักอย่างไม่ใช่ของเราแน่ๆเพราะพึ่งมาถึง หยิบลงไปแจ้งที่ Lobby พนักงานรับไว้บอกจะแจ้งGM ให้แล้วบอกขอบคุณเรา (เอ่อ น้องครับควรจะขอโทษไม่ใช่เหรอ) แต่จนกระทั่งวันกลับบ้านก็ยังไม่มีคำตอบหรือคำขอโทษจากใครทั้งสิ้น

ตกอยู่ในตำแหน่งใต้Rain Shower โชคดีมากๆที่ยังไม่ได้ใช้ แค่ใช้อาบฝักบันอยู่เท่านั้น
ในห้องเจอสองอันเลย อีกอันหนึ่งอยู่ที่ตรงพื้นอ่างล้างหน้า



ห้องน้ำมืดพอสมควร จึงเกือบมองไม่เห็นเข็ม


เนื่องจากเป็นทริปเที่ยวของลูกอยากให้ลูกสนุกเต็มที่เราเลยเฉยๆไม่ตามทวงคำตอบให้ลูกได้เล่นน้ำไป สระว่ายน้ำไม่ได้ถ่ายรูปมาแต่บอกได้่ว่าสวย ยิ่งตอนกลางคืนเปิดไฟยิ่งสวยมากๆ ชายหาดเป็นจุดทึ่มีทรายสวยไม่มีหิน น้ำในเดือนนี้ใสสะอาดอย่างไม่น่าเชื่อ เด็กๆได้เล่นทราย วิ่งผ่านกองทัพปูลม เล่นกันสนุกสนาน 
สระว่ายน้ำขนาดเพียงพอต่อจำนวนแขก ไม่มีอุปกรณ์เล่นน้ำให้ยืม ต้องนำมาเอง สระเป็นสระที่มีจากุชชี่รอบๆ ให้นั่งแช่น้ำ ส่วนว่ายน้ำลึก 130 ซม. ตลอดสระ 
ภาพจาก ​​Agoda 
ตอนเย็นไปทานอาหารที่ โรงแรมสายลม ใกล้ๆกับที่พัก ร้านอาหารแบบเปิดโล่งมีโต๊ะริมทะเล อาหารรสชาดใช้ได้ 
ตอนเช้า ทานอาหารเช้าที่โรงแรม เป็นอีกหนึ่งจุดทึ่น่ารู้สึกว่า ต่ำกว่าที่คาดคิด เพราะอาหารให้เลือกน้อย ไม่ค่อยอลังกาลเท่าราคา นี่หากคิดราคาเด็กเพิ่มอีกคนหนึ่งคงรู้สึกแย่กว่านี้

สรุป
  • เป็นโรงแรมที่เหมาะกับคู่รักหนุ่มสาว การมาพักแบบครอบครัว​ไม่แนะนำ
  • พนักงานบริการยังไม่เท่าโรงแรม5ดาว แต่ราคาห้าดาวแล้ว จึงขอแนะนำให้ทำใจไว้นิดนึง
  • โรงแรมนี้น่าจะชูจุดขายที่การสร้างประสบการณ์ ความแตกต่าง เช่น 
    • การเลือกใช้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์  
    • การเสริฟชาแบบอาหรับ เลือกรสชาดชาที่พิเศษ
  • ควรแนะนำห้องพักให้เหมาะกับประเภทของแขกที่เข้าพัก 
  • การสร้างอ่างจากุชชี่ด้านนอกน่าจะมีลำโพง หรือการสร้างบรรยากาศที่พิเศษ ชวนให้คนใช้มากขึ้นเพื่อให้เกิดประสบการณ์พิเศษ เป็นที่น่าจดจำ
  • ราคา 5  ดาวแต่ขอให้แค่ 3 ดาวครับ





















เข้าพักวันที่ 23 พฤษภาคม 2556
ราคา  4,999  บาท

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แม็คโครมิตรแท้โชวห่วย หรือ MRA “Makro Retailer Alliance” ต้นแบบกลยุทธ์ได้ใจ ​SME


โครงการแม็คโครมิตรแท้โชว์ห่วย ของห้างค้าส่งอันดับหนึ่งของไทยอย่างMAKRO อีกหนึ่งโครงการที่สร้างสรร ในการแข่งขันธุรกิจ การเข้าไปในจิตใจผู้บริโภคที่เป็นผู้ประกอบการ ไม่ใช่ตอบสนองด้วยสินค้าเพียงอย่างเดียวการให้ความรู้การช่วยเหลือเพื่อให้ลูกค้ามียอดขายและดำเนินธุรกิจได้นั้น เป็นการวางรากฐานความจงรักพักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว การจัดทำคู่มือเพื่อให้ SME ค้าปลีกศึกษาก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะส่งเสริมลูกค้าให้แข็งแรง เห็นว่าเป็นเอกสารที่ดีจึงอยากนำมาเผยแพร่


KBank Makro  สองแบรนด์หัวใจเดียวกัน 

จากสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกในปัจจุบัน ส่งผลให้รูปแบบการค้าขายของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก การขยายตัวอย่างรวดเร็วของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อที่มีจำนวนสาขามากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี ทำให้กลุ่มลูกค้าผู้บริโภค มีช่องทางในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น อันส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีก
ดั้งเดิมที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นเพื่อให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย สามารถดำรงอยู่ได้ตามสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด อาทิเช่น การนำเสนอสินค้า และบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย การปรับปรุงรูปแบบการจัดเรียงสินค้าภายในร้าน เพื่อให้สะดวกต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภค ตลอดจนการบริหารและควบคุมต้นทุนซึ่งต้องคำนึงถึง การจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการค้าปลีกควรให้ความใส่ใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจค้าปลีก ในสถานะการณ์ของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

7 กลยุทธ์การจัดการธุรกิจค้าปลีก


  1. การเลือกทำเลที่ตั้งร้าน 
  2. ความหลากหลายของสินค้าและบริการ
  3. ราคา และผลกำไร
  4. แผนผังร้านค้าและการจัดเรียงสินค้า
  5. การตกแต่งร้านค้า
  6. รายการส่งเสริมการขาย
  7. การจัดสินค้าคงคลัง


วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

7กลยุทธ์การจัดร้านค้าปลีก ​Retail Shop Strategy


อ่านเจอกลยุทธ์นี้มาน่าสนใจ อ่านจบครบเจ็ดข้อ ภาพของ 7-11 ลอยออกมาเลย บทความนี้มาจาก อ.สมภพ เจริญกุล

ร้านค้าปลีก คือ สถานที่ที่ลูกค้าปลายทางไปซื้อ ซึ่งเวลาเราจะจัดหน้าร้านสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ


  1. Transparency : ปลอดโปร่ง โปร่งใส วางสินค้าอย่างมีเหตุมีผล จัดกลุ่มแบบง่ายๆ และมีความชัดเจน โชว์ห่วยมักจะจัดอย่างระเกะระกะ และที่สำคัญความสูงของชั้นวางต้องพอเหมาะ
  2. Conveninen : สะดวกสบาย ทำเลของร้านต้องให้คนไปมาสะดวก เข้าร้านได้ง่ายและเร็ว ที่จอดรถต้องมี รถลากรถเข็นต้องเห็นชัด หยิบได้สะดวก และอะไรก็แล้วแต่ที่ลูกค้าต้องการ เขาต้องสามารถเดินเข้าถึงได้ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาซื้อ
  3. Relivancy : สินค้าตรงความต้องการสินค้าต้องตรงกับเป้าประสงค์ของผู้ที่ต้องการมา shop มีให้เลือกพอเหมาะ สินค้ารุ่นใหม่ควรเอามาขาย หรือสินค้าที่คนอื่นไม่มีก็ควรเอามาขายเพื่อสร้างความแตกต่างได้
  4. Affordent : ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าได้อย่างเพียงพอทั้ง rating reviews สินค้าใหม่ ก็ควรจะมี display สินค้าออกมาให้ชัดเจน เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสินค้า
  5. Service : การบริการสำคัญที่สุด จุดที่สำคัญที่สุดคือ จุดจ่ายเงิน ต้องเร็วและง่าย ลูกจ้างหรือคนที่ทำงานต้องมีความกระตือลือร้น และมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าและบริการเป็นอย่างดี และสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้ด้วย
  6. Enjoyment :  ต้องส่งมอบความสุข ทำให้ผู้มาซื้อ มาแล้วมีความสุข เป็นการสร้างสิ่งที่เกินความคาดหวังให้กับลูกค้า อาหาร เครื่องดื่ม ก็ต้องมีเป็นจุดๆ และที่สำคัญผู้ที่มีเด็กมาด้วยเราต้องคิดหาทางสะดวกให้แก่ลูกค้าที่มาด้วย
  7. Comfortable : สร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้มาซื้อ เพลง กลิ่น และห้องน้ำสำคัญสุด และอย่ายัดเยียด หรือติดขัด ช่องทางเดินควรจะสะดวกสบาย ไหลได้ตลอด ไม่แคบเกินไป ไม่ใช่เน้นแต่ขายพื้นที่อย่างเดียว


แล้วทำไมคนเราไม่สนใจจะจัด
1. เราไม่เข้าใจหรือไม่สนใจนัก Shop เพราะส่วนใหญ่เราจะสร้างความพึงพอใจโดยส่วยตัวของเรา คือ เป็นการมองจาก inside out มากกว่า outside in เราจึงจะต้องมาจากลูกค้าเป็นสำคัญ
2. งก มีพื้นที่ทุกตารางเมตรมีค่า เลยจะขายพื้นที่ให้มากสุด หรือการทำร้านขึ้นมาแบบลวกๆ ไม่ละเอียด
ข้อเตือนใจสำหรับการทำธุรกิจค้าปลีก
1. ที่ใหม่มันจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ต้องระวัง และเกิดขึ้นมาแล้วดีกว่าของเก่าด้วย
2. เวลาลูกค้าจากไป จะไม่กลับมาแล้วเพราะการเดินทางที่สะดวก ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้น
3. ผู้บริโภค ยุคนี้ฉลาดมากขึ้นและใช้ความพยายามมากขึ้นด้วยเพราะฉะนั้น แนวคิดที่ตั้งร้านตามพื้นที่ ส่าชุมชนต้องนี้น่าจะมีความต้องการสำหรัยร้านที่เราจะเปิด แท้จริงแล้วอาจจะไม่ใช่แล้วก็ได้

ดังนั้น การสร้างร้านค้าปลีก ก็คือเป็นการสร้างความสุขให้ผู้มาซื้อนั่นเอง
อ้างอิง (จากงานวิจัย From Demand To Purchase)

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หนึ่งในฝันที่อยากพาครอบครัวไปเที่ยวสุดหรูกับบีเอ็มดับเบิ้ลยู Sixt Thailand One day one dream with BMW


เมื่อมีคำถาม ถามให้ลองตอบ ว่าชอบภูเขาหรือทะเล
ไม่ยากใช่ไหมถ้าใครจะตอบ สิ่งที่ชอบรู้อยู่แก่ใจ
เนื้อเพลงของศุบุญเลี้ยง แว่วมาในหูทุกครั้งที่มีคนถามว่า ชอบไปเที่ยวที่ไหน สารถาพตามตรงว่าในสมัยหนึ่ง ตอนเรียนหนังสืออยู่มหาวิทยาลัยฝันไว้ว่า..เมื่อมีเงินเก็บพอประมาณจะซื้อ Harley Davidson ไปเที่ยวบนเขาใหญ่ คือคำตอบแรกในหัวของผมเสมอ


แต่วันนี้ วันที่มีครอบครัวของตัวเอง มีภรรยาเป็นของตนเอง1คน มีลูกสาวที่น่ารัก2คน น้องจิงจิง กับน้องผิงผิง  ความฝันแบบนั้นก็คงต้องเก็บพับไว้ ภาพนั้นมันยังคงเป็นความฝันที่เรามีความสุขได้ทุกครั้งที่ฝัน แต่ที่ทำให้เราจะมีความสุขอย่างแท้จริงคือการได้ท่องเที่ยวไปกับครอบครัว ไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัย สะดวกสบาย รถSUV คันใหญ่กว้างขวาง พาเราไปท่องเที่ยวบนที่พักที่แสนอบอุ่นส่วนตัว และเข้าใกล้ธรรชาติ อย่าง ศรีพันวา หรือ คีรีมายา
ศรีพันวา ภูเก็ต
คีรีมายา เขาใหญ่
ที่หนึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศบนแหลมพันวาที่ยื่นออกไปในทะเล บนที่พักมองเห็นวิวทะเลอยู่รอบด้านได้รับคำนิยมจากสื่อว่าเป็นวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มองพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกได้ทุกวัน กลางวันกิจกรรมทางน้ำ หรือเข้าห้องสปาหลังม่านน้ำตก ปล่อยเด็กๆเล่นน้ำกับครูฝึก ค่ำๆหลังพระอาทิตย์ตกจิบอะไรเย็นๆเล่นกับลูกๆมองดูแสงจันทร์สะท้อนน้ำ  
อีกที่หนึ่งเป็นเต๊นท์หรูหราท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาใหญ่มีโอโซนชุ่มปอดแบบนี้หาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้ว พาเด็กๆเดินป่าชมธรรมชาติเขาใหญ่ บ่ายๆเย็นๆขึ้นบอลลูนชมพระอาทิตย์ตก หลังอาหารค่ำชมการแสดงพลุดอกไม้ไฟ ก่อนหลับท่ามกลางธรรมชาติ
สองสถานที่นี้คงไม่ยากที่จะไป ด้วยโปรโมชั่น ไทยเที่ยวไทย เที่ยวไทยสบายกระเป๋า เที่ยวไทยไปทั่วโลก และอีกสารพัด งานท่องเที่ยวที่จัดโปรโมชั่นให้โรงแรมสุดหรูเมืองไทย คนไทยเข้าเที่ยวได้

แต่ถ้าจะทำฝันให้สมบูรณ์แบบ กับการเดินทางด้วยรถยนต์ SUVคันใหญ่อย่าง BMW X1 ปลอดภัยนั่งสบาย คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนอยู่ในเมืองหลวงที่การจราจรคับคั่งติดอันดับโลกการเลือกซื้อรถยนต์เป็นของตนเองคงนั่นก็ไม่พ้น ซิตี้คาร์คันเล็กคล่องแคล่ว พอจะไปเที่ยวก็ต้องนั่งเบียนกันไปเว้นเสียแต่ว่าจะเช่ารถ แต่บริษัทเช่ารถยนต์ทั่วไปบ้านเรา ก็มีแต่รถเก่าSUVมีให้เลือกน้อยมาก หากมีก็คงเป็น CRV ก็ Fortuner

ความฝันของผมก็ใกล้ความจริง เมื่อเห็น SiXT Thailand บริษัทรถเช่าที่มีทั้งบริการรถเช่าทุกระดับ โดดเด่นที่รถหรู BMW / Mini / และยังมีบริการเช่าพร้อมคนขับ (Limousine Service) มีกิจกรรม SiXT Thailand One day one dream with BMW นำรถหรู BMW X1 มาให้ได้ลุ้นเช่าขับฟรี 2วัน1คืน ด้วยกติกาง่ายๆเขียนบทความเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้หัวข้อ One day one dream with BMW ส่งมาประกวดที่ www.facebook.com/SixtThailand ก็ได้ลุ้นขับฟรี จึงต้องรีบไปขุดความฝันเอามาเล่าให้เพื่อนๆฟัง หากใครสนใจก็เข้าร่วมกิจกรรมได้ หรือหากใครอยากช่วยสานฝันผมให้เป็นจริง ช่วยกด Like  เพจของ Sixt rent a Car Thailand แล้วช่วยโหวต Blog ของผมนีี้ด้วยนะครับ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เพื่อนๆผู้อ่านมีคำตอบรึยังครับ ว่าชอบเที่ยวภูเขาหรือทะเล ส่วนของผมมีคำตอบมาตั้งนานแล้ว ว่าชอบอะไร...

เมื่อมีคำถามถามกันบ่อยบ่อย
ต้องคอยตอบเธอเรื่อยไป
ว่าบนภูเขาหรือทะเลไกล
ชอบที่ไหน "ชอบทีมีเธอ"



ศึกชิงความเป็นเจ้าตลาดภูธรถึงจุดเดือด ทุกแบรนด์บุก Localized Marketing นักการตลาดต้องจับตา

Localized Marketing กำลังเป็นที่สนใจเพราะตลาดเมืองต่างจังหวัด ช่างหอมหวานสำหรับทุกแบรนด์ ที่พยายามฉีกหนีการแข่งขันในกรุงเทพ ดังนั้นจึงขอติดตาม กิจกรรมของแบรนด์ต่างๆที่ลงพื้นที่ในบล๊อกนี้ ผ่าน Tab Localized

KSME ช่วยเต็มที่ บุกตลาดภูเก็ต
กสิกรไทย เล็งตลาดต่างจังหวัด โอกาสกว่า 500,000 ล้านบาท Localized Marketing Link





"ดีมานด์" ตลาดต่างจังหวัด แนวโน้มโตสูงกว่าเมืองกรุง Localized Marketing Link


บิ๊กซีเพิ่มงบเท่าตัวบุกตลาดภูธร จับมือ'บางจาก'ขยายสาขาปั๊มน้ำมัน Localized Marketing Link

เมเจอร์ฯลงทุน3พันล้าน เจาะ'ภูธร-อาเซียน'รับตลาดโต Localized Marketing Link

อสังหาฯยกทัพต่างจังหวัดแห่ชิงเค้กก้อนใหม่ 3 แสนล้าน Localized Marketing Link

บิ๊กอสังหาฯชิงเจ้าตลาดภูธร ฟันธง "อีสาน"บูมรับอาเซียน Localized Marketing Link

ธุรกิจรับสร้างบ้านปี56 ตลาดตจว.โตแรง Localized Marketing Link

แสนสิริ ลุยอุดรฯ - ขอนแก่น ตามแผน 6 กุญแจสำคัญด้านการรุกตลาดต่างจังหวัด Localized Marketing Link
6 กุญแจสำคัญด้านการรุกตลาดต่างจังหวัดของแสนสิริ ที่จะผลักดันสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ประกอบด้วย
1. การรุกตลาดต่างจังหวัดต่อเนื่อง โดยใน 6 จังหวัด ได้แก่ หัวหิน, ภูเก็ต, เขาใหญ่, เชียงใหม่, พัทยา และขอนแก่น ซึ่งบริษัทได้เริ่มพัฒนาโครงการไปแล้วในปีที่ผ่านมา จะมีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในหลากหลายเซกเมนต์ ให้ครอบคลุมต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ภายในปีนี้บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ เพื่อขยายฐานลูกค้าและรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในอีก 6 จังหวัด 7 ทำเล ได้แก่ ระยอง, อุดรธานี, นครราชสีมา, มหาสารคาม, ศรีราชา, บางแสน และหาดใหญ่ โดยจ่อคิวเปิดตัว “ดีคอนโด เนินพระ” ที่จ.ระยอง เป็นโครงการแรก กำหนดเปิดพรีเซลล์ในช่วงวันที่ 26 - 27 มกราคมนี้ ในราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท รวมทั้งยังได้เร่งศึกษาโอกาสในตลาดที่มีความเป็นไปได้ในจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง โดยเล็งเปิดตัวโครงการเพิ่มเติมในอีก 4 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก, สุราษฎร์ธานี, อุบลราชธานี และกาญจนบุรี เป็นต้น รวมแผนการพัฒนาโครงการในตลาดต่างจังหวัดเพิ่มเติมทั้งสิ้น 10 จังหวัด 11 ทำเล ภายใต้การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่อย่างยั่งยืนและตลอดไป รวมถึงเป็นส่วนผลักดันในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดนั้นๆ อย่างยั่งยืน ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างจังหวัด “วันนี้ พรุ่งนี้ ตลอดไป” รวมถึงความมุ่งมั่นในการมอบสิ่งดีๆ สู่สังคมในแต่ละจังหวัดอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง Sansiri Social Change อีกด้วย


 Key Driver ที่ 2 ได้แก่ การจับตลาด niche ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีความเฉพาะตัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อฉีกหนีจากการแข่งขันในตลาดเดิมๆ โดยเห็นได้จากความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา จากการเปิดตัวโครงการดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งประสบความสำเร็จสูงในการเจาะเข้าสู่ตลาดนี้เป็นครั้งแรกในปีที่ผ่านมา โดยบริษัทได้วางแผนการพัฒนาโครงการในลักษณะนี้เพิ่มเติมขึ้นอีกในปีนี้
Key Driver ที่ 3 การวางเป้าเพิ่มสัดส่วนในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นจากสัดส่วนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยหรือมีครอบครัวเป็นคนไทยและกำลังมองหาที่อยู่อาศัย กลุ่มต่างชาติที่มองหาบ้านหลังที่สอง เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อน หรือกลุ่มต่างชาติอาวุโสที่ต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับการพักผ่อน ภายหลังจากการเกษียณอายุงาน หรือ Retirement แล้ว รวมถึงกลุ่มต่างชาติที่ต้องการลงทุนทั้งจากในเอเชียด้วยกันหรือจากตะวันตก ซึ่งบริษัทมีโครงการที่อยู่อาศัยที่หลากหลายเซกเมนต์ที่สามารถตอบรับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้ไว้อย่างครอบคลุมครบถ้วนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมทั้งยังมี พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทในเครือซึ่งนับเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงตลาดในกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ด้วยเครือข่ายของเอเจนต์ทั้งในไทยและในต่างประเทศที่พลัสมีอยู่ โดยล่าสุด บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ยังได้เปิดตัวwww.rentalforholidays.com ซึ่งจะใช้เป็นเว็บไซต์ศูนย์กลางในการนำเสนออสังหาริมทรัพย์คุณภาพในเครือแสนสิริทั่วประเทศ เพื่อเจาะกลุ่มผู้เช่าทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อมอบบริการแบบไร้รอยต่อแก่ลูกค้าแสนสิริ ภายใต้สต็อกที่อยู่อาศัยคุณภาพ รวมทั้งบ้านพักตากอากาศในเมืองท่องเที่ยว อาทิ หัวหิน และภูเก็ตให้เลือกทุกระดับราคารวมกว่า 16,000 รายการทั่วไทย โดยได้เพิ่มความสะดวกด้านการจองและช่องทางชำระเงินผ่านทางเว็บไซต์และจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ทันที ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในต้นปี 2556 เป็นต้นไป



Key Driver 4 การกลับมารุกพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮน์เอนด์ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดที่มีความน่าสนใจ โดยในปีนี้บริษัทจะรุกพัฒนาบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ “นาราสิริ” อีกครั้ง เพื่อให้ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบนมากยิ่งขึ้น โดยได้เตรียมเปิดตัวนาราสิริ 4 โครงการใหม่ ในทำเลศักยภาพ ได้แก่ บางนา/พุทธมณฑลสาย 1/พระราม 2 และศรีนครินทร์ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 8,000 ล้านบาท

Key Driver 5 การขยายตลาดให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์มากขึ้นอีก ด้วยแผนการพัฒนาบ้านเดี่ยวในระดับราคา3 ล้านบาทและทาวน์เฮาส์ในระดับราคา 1.5 ล้านบาท ในทำเลที่ใกล้แหล่งงาน เช่น นิคมอุตสาหกรรมในทำเลปทุมธานี และวงแหวนกาญจนาภิเษก หรืออยู่ใกล้แหล่งเมืองเก่า เช่น ประชาอุทิศหรือสำโรงเป็นต้น โดยคาดว่าจะเปิดการขายในช่วงประมาณไตรมาสที่ 2 ของปีนี้



Key Driver ที่ 6 คือ แผนการเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการด้วยระบบพรีคาสให้มากยิ่งขึ้น โดยในช่วงกลางปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับการพัฒนาโครงการแนวสูง โดยเฉพาะแบรนด์ ดีคอนโด ภายใต้กำลังการผลิตที่ 42,000 ตารางเมตร/ปี หรือคิดเป็นประมาณ 10 ตึก/ปี รวมถึงโครงการทาวน์เฮาส์ภายใต้แบรนด์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้อีกด้วย


"ลลิล"โหมเจาะตลาดต่างจังหวัด บุกภาคตะวันออกก่อนลุยอีสาน Localized Marketing Link

Q House รุกตลาดอสังหาฯ ภายใต้แบรนด์"เดอะทรัสต์" ขยายฐานตลาดต่างจังหวัด Localized Marketing Link

กสิกรไทย เล็งตลาดต่างจังหวัด โอกาสกว่า 500,000 ล้านบาท Localized Marketing Link

จับตาเอไอเอสส่ง 3 แบรนด์มือถือ ปูพรมตลาดต่างจังหวัดสกัดคู่แข่ง Localized Marketing Link

 ค้าปลีกไอทีชี้ตลาดต่างจังหวัดบูม Localized Marketing Link

โนเกีย โหมตลาดต่างจังหวัด ปั้มยอดประคองมาร์เก็ตแชร์ Localized Marketing Link

ทรูรุกหนักลูกค้าองค์กรต่างจังหวัด หวังดันยอดหมื่นล้านบาท Localized Marketing Link

อีซี่ บาย ลุยตลาดต่างจังหวัด เปิดตัวสาขาล่าสุดที่เพชรบูรณ์ ฯลฯ Localized Marketing Link

เอสวีโอเอรุกต่างจังหวัด เจาะตลาดระดับล่าง Localized Marketing Link

เอชพี สานต่อแคมเปญ "Compaq, Your Companion" รุกตลาดต่างจังหวัด Localized Marketing Link

"นิ คอน" ลั่น เน้น ตลาด ต่าง จังหวัด กระทุ้ง ยอด ขาย Localized Marketing Link

 ฟูจิตสึเปิดแผนรุกตลาดครึ่งปีหลัง เน้นตลาดองค์กรต่างจังหวัดยิ่งขึ้น Localized Marketing Link

Samsung ชูกลยุทธ์ Fragmentation เจาะตลาดภูธร Localized Marketing Link

"เจมาร์ท" รุกตลาดต่างจังหวัด ประเดิม จัดงาน "โคราช โมบาย"  Localized Marketing Link

พิซซ่าฮัทเจาะตลาดต่างจังหวัด เปิดสาขาห้องแถว-ห้างท้องถิ่น Localized Marketing Link

ธี บรีส นำร่อง 100 ล้าน จับตลาดซักมือต่างจังหวัด Localized Marketing Link

นกแอร์ ปรับแผนรับศึกโลว์คอส54 เบนเข็มเทงบเจาะตลาดต่างจังหวัด Localized Marketing Link

ตลาดรถมือสองต่างจังหวัดแข่งดุ สหการประมูล เร่งปั๊มยอด Localized Marketing Link

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กลยุทธ์การตลาดSME สู่AEC ด้วยMarketing Mix

หากพิจารณาตัวเลขประชากรในภูมิภาคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ที่มีสูงถึงเกือบ 600 ล้านคน ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองเพียงจีนและอินเดียเท่านั้น และเมื่อพิจารณาในเชิงคุณภาพที่อำนาจในการซื้อของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ภูมิภาคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการเข้าไปขยายตลาดต่อยอดของผู้ประกอบการ SMEs ของไทย

ในการบริหารการตลาดในAECของผู้ประกอบการ SMEs จะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ประสบการณ์ระหว่างประเทศของผู้ประกอบการว่ามีเพียงพอหรือไม่ การขยายตัวของอุตสาหกรรมของตัวเองในภูมิภาคAECว่าอยู่ในระดับใด ลักษณะความเป็นสากล (การลดลงของอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ) ในอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ตลาด ความเสี่ยงของประเทศที่เข้าไปเปิดตลาด ความแตกต่างทางวัฒนธรรมของผู้บริโภค ศักยภาพทางการตลาดของผู้ประกอบการความรู้ทางการตลาด ระดับการแข่งขันและกลยุทธ์ที่มุ่งใช้ในอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ตลาด พันธมิตรทางธุรกิจในระดับสากล

เมื่อผู้ประกอบการได้ประเมินศักยภาพของตลาดและตัวเองในเบื้องต้นแล้ว ลำดับต่อมาคือการกำหนดรูปแบบกลยุทธ์ของผู้ประกอบการ SMEs ในการเข้าสู่ตลาด AEC ได้แก่ การส่งออก การทาสัญญาผลิต การให้ลิขสิทธิ์ การขยายแฟรนไชส์หรือการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ

ผู้ประกอบการ SMEs จะต้องเตรียมความพร้อมด้วยการศึกษาข้อมูลสภาพแวดล้อมทั่วไป ภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงรสนิยมของผู้บริโภคในตลาดอาเซียนเพื่อเลือกเข้าสู่ตลาดที่ถูกต้องรวมทั้งต้องตระหนักถึงความสำคัญของการแบ่งส่วนทางการตลาดและการเลือกตลาดเป้าหมาย โดยการจัดแบ่งลูกค้าที่มีอยู่ทั้งหมดออกเป็นกลุ่มๆ จัดให้คนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือเหมือนกันด้านความต้องการในผลิตภัณฑ์ มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางการตลาดเหมือนกันการแบ่งส่วนทางการตลาดให้เล็กลงไปสู่การตลาดเฉพาะส่วน การตลาดท้องถิ่น การตลาดเฉพาะบุคคล จะทำให้ทราบถึงความต้องการและความพอใจของแต่ละส่วนตลาด ทำให้สามารถเลือกตลาดส่วนย่อยส่วนหนึ่ง หรือหลายส่วนมาเป็นตลาดเป้าหมายได้ ทำให้นักการตลาดวิจัยตลาดและศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มได้ง่ายและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น และทำให้การวางแผนทางการตลาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

หลักเกณฑ์ในการแบ่งส่วนตลาดผู้บริโภค ได้แก่ การแบ่งโดยใช้เกณฑ์ภูมิศาสตร์ คือ การแบ่งตลาดออกมาตามประเทศรัฐ จังหวัด อาเภอ ตาบลหมู่บ้าน บริษัท การแบ่งโดยใช้เกณฑ์ประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ ขนาดครอบครัว รายได้ อาชีพการศึกษา ศาสนา เชื้อชาติ การแบ่งโดยใช้เกณฑ์ลักษณะทางจิตวิทยา โดยใช้เกณฑ์รูปแบบการดำเนินชีวิต บุคลิกภาพ ชนชั้นทางสังคม ค่านิยม และการแบ่งโดยใช้เกณฑ์พฤติกรรมการใช้หรือตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์ เช่น โอกาสในการซื้อการแสวงหาผลประโยชน์ สถานะของผู้ใช้อัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ สภาพความซื่อสัตย์ขั้นตอนความพร้อม ทัศนคติ

หลังจากนั้นจะเป็นการพัฒนากลยุทธ์การตลาดของผู้ประกอบการ SMEs เพื่อบริหารการตลาดระหว่างประเทศให้ประสบความสำเร็จด้วยส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix : 4 P’s) ประกอบด้วย 

1. ผลิตภัณฑ์ (Product)พัฒนาผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ สร้างความแตกต่างในด้านผลิตภัณฑ์ สร้างแบรนด์ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ และให้ความสำคัญกับการทาวิจัยและพัฒนา

 2. ด้านราคา (Price) จะต้องตั้งราคาตามเกรด/คุณภาพของแต่ละชนิดของสินค้า โดยการกำหนดกลยุทธ์ด้านราคา ต้องคำนึงถึงคุณค่าที่รับรู้ในสายตาของลูกค้า ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง การแข่งขัน ปัจจัยอื่นๆ 

3. การจำหน่าย (Place) ต้องคำนึงถึงระบบโลจิสติกส์ ในการกระจายสินค้าด้วยได้แก่ การกระจายตัวสินค้า หรือการสนับสนุนการกระจายตัวสินค้าสู่ตลาด การขนส่ง การเก็บรักษาสินค้า การคลังสินค้า และการบริหารสินค้าคงเหลือ การส่งเสริมการตลาด (Promotion) ในการสื่อสารเพื่อสร้างความพึงพอใจต่อตราสินค้าหรือบริการ ประกอบด้วยการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การขายโดยพนักงานขาย การส่งเสริมการขาย และการตลาดทางตรง ซึ่งจะต้องประสมประสานทั้งหมดนี้ไปในทิศทางเดียวกัน ที่สามารถบ่งบอกถึงคุณลักษณะเฉพาะ หรือจุดขายผลิตภัณฑ์ (Uniqueness)



จาก Postoday , thaiaec.net 

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ฟรี!! สัมมนาหัวข้อ "ปรับโฉมธุรกิจค้าปลีก ให้ติดปีกอย่าง CP ALL" โดย คุณสวรรยา พิพัฒน์ไพศาล ผู้จัดการด้านบริหารผลิตภัณฑ์ หน่วยงาน Catalog Order ชมออนไลน์ได้ที่ www.ksmecare.com/webinar

อีกหนึ่งงานสัมมนาที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ประกอบการ ค้าปลีก ที่จะได้ฟังกลยุทธ์การบริหารร้านค้าปลีกของ 7-11 โดยวิทยากรที่มีประสบการในแวดวงร้านค้าปลีกมาอย่างยาวนาน

"สูตรสำเร็จรอบทิศ พิชิตธุรกิจ SME" เจาะลึก รู้จริง ทุกเรื่องธุรกิจ

ในหัวข้อ "ปรับโฉมธุรกิจค้าปลีก ให้ติดปีกอย่าง CP ALL"

 
 
โดย คุณสวรรยา พิพัฒน์ไพศาล
ผู้จัดการด้านบริหารผลิตภัณฑ์ หน่วยงาน Catalog Order
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในเนื้อหาดังนี้
                     

-  เทคนิคและโปรโมชั่นในการดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อเป็นประจำและซื้อก่อนคู่แข่ง
-  การบริหารจัดการสินค้า Merchandising เช่น การสั่งซื้อสินค้าที่เหมาะสม (ช่วงเวลาและปริมาณ) การบริหารจัดเก็บการบริหารจัดการสินค้าคงคลังหมุนเวียน
-  เทคนิคการบริหารจัดการหน้าร้าน ที่สามารถตอบสนองความต้องการหรือความคาดหวังของผู้บริโภค
 
ติดตามชมได้ที่ www.ksmecare.com/webinar
ในวันพุธที่ 22 พ.ค. นี้ เวลา 18.30-20.30 น.

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Mood of Me By Artistry กรณีศึกษาการสร้างสื่อออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ (Branding) และดูแลลูกค้า (CRM)

Application ยอดนิยม ของคนไทยในเดือนเมษายน 2556 คงไม่มีใครไม่รู้จัก "ติ๊กเก้อ"  ที่มียอดโหลดทะลุ 2 ล้านภายใน1สัปดาห์ สร้างความหวังให้กับวงการพัฒนา แอพพิเคชั่นไทยอีกครั้ง ในใจคิดอยากจะเขียนรีวิว แอป ติ๊กเก้อ แต่ก็เห็นคนรีวิวไปเยอะแล้ว และมีสัมภาษณ์นักพัฒนา Absolute Play โดย MacThai.com ไปแล้ว

Blog เล็กๆอย่างเราขอเขียนบันทึกถึงอีกหนึ่ง Application ที่มาสร้างกระแสในช่วงเวลาเดียวกันคือ 
Mood Of Me App เป็น app แสดงอารมณ์ของผู้หญิง (แต่ก็เห็นชายหนุ่มหลายคนใช้กัน) มีเพื่อนๆหลายคนแชร์ผ่าน ทั้ง IG และ FB มีดาราบางคนก็เล่นด้วย เลยลองโหลดมาเล่นดู จึงรู้ว่า App นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Forward Beauty Community ที่เครื่องสำอางค์ Artistry สร้างขึ้นมาใน Facebook เพื่อกลุ่มลูกค้า Artistry โดยเฉพาะ ว้าว!!น่าสนใจแหะ ที่สนใจไม่ใช่เครื่องสำอางค์นะแต่เป็น การสร้างเครื่องมือ Social Media For CRM and Brand awareness ที่มีประสิทธิภาพมากทีเดียว เพราะอย่างน้อย App นี้ก็เปิดทางให้ผมเข้าไปรู้จักกับแบรนด์​Artistry และเป็นสมาชิก facebook.com/artistrythailand  และเห็นคนมาถามตอบแชร์ข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ comment กันไปมา ทำให้เรามีความรู้เรื่องเหล่านี้มากขึ้นระดับนึงเลยทีเดียว



ในยุค ที่ทุกคนไม่อยากตกขบวนการสร้างเครื่องมือสื่อสารไปยังลูกค้าเกือบทุกแบรนด์ต่างสร้าง
  • Facebook Page โปรโมทสินค้าของแบรนด์ตัวเอง
  • Instagram โปรโมทรูปโฆษณาของแบรนด์ตัวเอง
  • Twitter โปรโมทกิจกรรมของแบรนด์ตัวเอง
  • Mobile Application ก็สำหรับโปรโมททุกสิ่งทุกอย่างของแบรนด์ตัวเอง (อีกแล้ว)
แต่ส่วนใหญ่มักจะ FAIL เพราะลืม
  1. ลืมกติกาการเข้าสู่จิตใจลูกค้าคือ " Social Media , Smart Phone เป็นพื้นที่ส่วนตัวลูกค้า ที่ไม่อยากได้โฆษณาอะไรมาปรากฎ ถ้าเค้าไม่ต้องการ"  
  2. ลืมการเชื่อมโยงกันระหว่างสื่อต่างๆ
  3. ลืมมองลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สร้างสิ่งที่ลูกค้าอยากใช้ไม่ใช่แบรนด์อยากบอก
จากการได้ลองใช้ App Mood Of Me ดูและเข้าไปร่ามกิจกรรมกับ Facebook.com/artistrythailand เห็นแนวทางการสร้าง Social Media สำหรับแบรนด์ที่ต้องการทำ CRM และยังหวังผลด้าน Brandingได้อีกด้วย

Mobile Application ต้องเข้ากับพฤติกรรมลูกค้าเป้าหมาย
Mood of Me กับ ติ๊กเก้อ App เข้ามาช่วยแต่งภาพให้ผู้ที่คนจะโพสมีลูกเล่นในการบอกอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้น การเข้ามาที่ถูกที่ถูกจังหว่ะ ถูกกับพฤติกรรมลูกค้า ก็จะสามารถดึงการมีส่วนร่วมได้มาก
ใช้ผสมกันหลายๆ App นี่หล่ะธรรมชาติของคนชอบแชร์



ลูกค้าไม่ได้ต้องการให้ใครมาใช้สื่อของตัวเองเป็นพื้นที่โฆษณา
Mood of Me จึงใส่แบรนด์ของตัวเองให้น้อยที่สุดโดยทำแค่ลายน้ำเล็กๆเพียงแค่มองเห็นไม่เด่นชัดมาก และสร้าง Hastag ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแบรนด์ และให้ลูกค้าเลือกที่จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ จึงทำให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมได้ ยิ่งเป็นดาราหรือคนดัง ก็จะเลือกเพราะเล่นApp แล้วเป็นการโฆษณามากไปอาจทำให้เสียโอกาสกับแบรนด์ดังอื่นๆได้
ดาราดังหลายคนก็นำมาเล่น สร้างกระแสแบบปากต่อปาก

สร้างกิจกรรมที่ดึงคนจากApplication เข้าสู่ Web หรือ Social network 
Facebook Artistrythailand ดึงคนจาก Mood of Me App เข้าเวปด้วยการลุ้นรางวัลเมื่อมีการใช้งานApplication แล้วโพส

ใช้ประโยชน์จาก Social Network ในการสร้างCommunity แทนที่จะใช้เพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว
เป็นการดึงจุดเด่นของลูกค้า Facebook ซึ่งมีพฤติกรรม ชอบแชร์ชอบออกความคิดเห็นมาเป็นประโยชน์โดยสร้างเป็นพื้นที่ให้มาแลกแปลี่ยนความเห็นกัน ทำให้แบรนด์สามารถทุ่นแรงในการสร้าง Content ในกรณีที่ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดี และเป็นเครื่องมือในการสื่อสารช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าในกรณีที่มีปัญหากับสินค้าด้วย ตรงจุดนี้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของ ARTISTRY ด้วยเพราะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่
ใช้ Social Network ในการสื่อสารข้อมูลให้ข้อมูลที่ลูกค้าต้องการรู้ แทนการสื่อสารด้วยการเสนอขายสินค้า
อย่างน้อย Facebook Artistry Thailand ก็ทำให้รู้ว่า
Artistry คือคือเครื่องสําอางบํารุงผิวระดับพรีเมียมที่มียอดจําหน่ายสูงสุด 1 ใน 5 ของโลกและ
ไม่ได้มีเครื่องสำอางค์เฉพาะของผู้หญิง ยังมี อาร์ทิสทรี เมน คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ชายคือใช้ขั้นตอนง่ายๆในการดูแล ซึ่งสามารถหาข้อมูลได้ไม่ยากจากใน Facebook โดยทำเป็นApplicationบน Facebook เพื่อหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่อยู่ในเฉพาะ Timeline 

สำหรับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ของ artistry รวมทั้งเกร็ดความรู้ของความสวยความงาม ก็สามารถเข้ามา update ข้อมูลต่างๆได้จาก community นี้เช่นกัน ซึ่งหลังจากนี้จะมี update ตลอดทุกสัปดาห์



แนวทางนี้น่าจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อีกหลายแบรนด์ที่กำลังจะกระโดดเข้ามาสู้หัวใจลูกค้าโดยการสื่อสารผ่าน Social Media หรือ Mobile Application  หากสนในสามารถลอง โหลดมาลองเล่นได้
For iOS

For Android 













วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Samsung นี่หล่ะแบรนด์ที่เราชอบยิ่งได้ ดีเจเจ๊แหม่ม( dj J Mam) มาเป็นพรีเซนเตอร์ล่าสุด

Samsung นี่หล่ะแบรนด์ที่เราชอบ นับๆดูแล้วเราก็มีของค่ายนี้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย

  • ทั้งมือถือ2ซิมที่หน้าตาแบบBB 
  • GalaxyS3มือถือที่เข้ากับเราได้ดีมากเรียกได้ว่าพัฒนาต่อยอดจากiPhoneได้สุดยอดจริงๆ 
  • Samsung Galaxy8.9รุ่นแรกๆของการสร้างแบรนด์Galaxyที่โด่งดังก่อนหน้านี้มีคนเรียกว่าiPadแอนดรอยด์ 
การทำตลาดแบบTestimonial advertising แบบนี้ต้องปรบมือให้ครีเอทีพที่เลือกใช้ influencer เฉพาะกลุ่มเข้ากับแบรนด์ได้ดีมากๆตามหลักการตลาดเป๊ะเลือกPresenter ต้องให้เข้ากับ Brand character เจ๊แหม่มนี่หล่ะใช่เลยมีคนรักมากพอพอกับคนที่ไม่ชอบเธอ เธอบอกว่าเธอสร้างทุกอย่างมาด้วยตัวเธอเองไม่ใช้GMM



เครดิตรูปภาพจาก Macthai.com

วีดีโอคลิปนี้ได้โดนเก็บไปเรียบร้อยแล้ว


อ่านเพิ่มเติมได้ที่

https://www.macthai.com/2013/05/01/fail-djjmam-tweet-cheer-samsung-galaxy-s4-from-iphone/
เจ๊แหม่มของขึ้น!!! Samsung ดีกว่าทำไมยังใช้ iPhone มุมมองของการสื่อสารที่น่ารัก

blog from my iPhone

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...