วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ความรู้รอบตัวSME(4) : Li-bra-ry ร้านอาหารบ้านๆก็โดนใจถ้ารู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร


หนึ่งในความคิดของคนรุ่นใหม่ถามว่าอยากทำอะไรมักได้คำตอบว่าอยากทำร้านอาหารเก๋ๆ หรือร้านกาแฟขายขนมเค๊ก อยากทำแบบดีไซด์สวยๆเก๋ๆ
วันนี้ก็เจอร้านนึงที่เป็นConceptแบบร้านในฝันของทุกๆคน ร้านไล-บรา-รี่ สุขุมวิท24 เข้ามาทางข้างเอ็มโพเรียมอยู่กลางๆซอยจะเจอป้ายบอกทางเลึ้ยวซ้ายที่ซอยเล็กๆกลางซอยเจอเลย
การตกแต่งง่ายๆมากๆเหมือนบ้านจริงๆเลยขอเรียกว่าบ้านๆ มีสองชั้น ชั้นล่างมีบาร์กาแฟ และชั้นหนังสือขนาดใหญ่อยู่กลางร้าน เข้ามาในร้านบ่ายสองเห็นมีเด็กนักศึกษานั่งทำรายงานอยู่เหมือนเรามาในห้องสมุดมหา'ลัย สังเกตุดูถือเป็นร้านที่พนักงานน้อย สิ่งหนึ่งที่เห็นคือร้านนี้ตั้งใจอย่างยิ่งให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนตัว นั่งได้นานๆ อยากได้อะไรเดินมาสั่งเองที่บาร์กาแฟ แล้วเดี๋ยวมีคนมาเสริฟ สั่งปุ๊ปจ่ายเงินปั๊ป ตรงจุดนี้ถือเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีเพราะจะได้พูดคุยกับลูกค้าและร้านไม่ต้องมีพนักงานมาคอยรับออร์เดอ เก็บตังค์ทอนตังค์ กระดาษทิชชู่น้ำปล่าวก็ต้องจัดการเอง
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือจำนวนเมนูมีไม่ต้องมากรวมๆไม่น่าเกิน 10เมนูสำหรับอาหารและดูดีๆใช้วัตถุดิบไม่มากมายหลายชนิด จุดนี้ดีสำหรับผู้เริ่มทำร้านอาหารถ้่ามีเมนูน้อยควบคุมคุณภาพง่ายและไม่ต้องstockวัตถุดิบเยอะ เมนูราคาไม่แพงมาก100-140บาท อาหารรสชาดใช้ได้เลยทีเดียว น่าจะเป็ไอเดียดีๆสำหรับคนอยากเปิดร้านอาหารร้านกาแฟในฝัน
และที่สำคัญตรงใจกลุ่มนักศึกษาคนทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและสามารุทำอะไรเองได้ไม่ต้องมาเซอร์วิสมาก จึงทำให้ร้านนี้มีคนเต็มตลอดวันกลางวันคนoffice มากินข้าวซื้อกาแฟ สายๆก็มีคนมานั่งคุยธุรกิจ ทำรายงาน ก็มีรายได้ตลอดวัน

มานึกถึงคำผู้ใหญ่ที่เคยเปิดร้านอาหารบอกว่าอย่าทำเลยร้านอาหารเหนี่อยต้องตื่นเช้าตรู่ซื้อของมากมาย ทำแล้วเหลือทิ้งเยอะจมทุน พนักงานก็ดูแลยาก

แต่มาเห็น ไล-บรา-รี่แล้ว จึงรู้ว่า ถ้าจะทำธุรกิจให้สำเร็จต้องพัฒนาแนวทางใหม่ๆอย่าทำตามแบที่เค้าทำๆกันมา
Published with Blogger-droid v1.7.4

การลากเส้นต่อจุด...สุนทรพจน์วันรับปริญญาของมหาวิทยาลัย Stanford ที่สร้างความประทับใจไปทั่วโลก #SteveJobs

การลากเส้นต่อจุด BySteve Jobs 
วันรับปริญญาของมหาวิทยาลัย Stanford

สุนทรพจน์ที่สร้างความประทับใจไปทั่วโลกของ SteveJobs ผู้ก่อตั้ง Appleและผู้สร้าง Macintoch

โอวาทที่ Steve Jobs ผู้สร้าง Macintosh แสดงในวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัย Stanford เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้แก่บัณฑิตจบใหม่ในวันนั้น แต่ยังรวมไปถึงโลกคอมพิวเตอร์ ที่ Silicon Valley และยังคงได้รับการชื่นชมและกล่าวขวัญไปทั่วโลกจนถึงวันนี้

สุนทรพจน์วันนั้น Jobs เพียงแต่เล่าถึงบทเรียนในชีวิตของเขา 3 บท แต่เป็น 3 บทที่ทำให้เขาซึ่งแม้แต่แม่ที่แท้ จริงก็ไม่ต้องการ กลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

บทเรียนบทแรกของ Jobs ซึ่งเขาเรียกมันว่า “การลากเส้นต่อจุด” เริ่มต้นด้วยการเล่าว่า ตัวเขาเองไม่เคยเรียน จบมหาวิทยาลัย เพราะได้ลาออกหลังจากเรียนในมหาวิทยาลัย Reed College ไปได้เพียง 6 เดือน ส่วน เหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยนั้น Jobs กล่าวว่า มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เขายังไม่เกิด

แม่ที่แท้จริงของเขา ซึ่งเป็นนักศึกษาสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่ต้องการเลี้ยงดูเขา และตัดสินใจยกเขาให้เป็น บุตรบุญธรรมของคนอื่นตั้งแต่เขายังไม่ลืมตาดูโลก แต่เธอมีเงื่อนไขว่า พ่อแม่บุญธรรมของลูกของเธอจะต้อง เรียนจบมหาวิทยาลัย Jobs เกือบจะได้เป็นลูกบุญธรรมของนักกฎหมายที่จบมหาวิทยาลัยและมีฐานะ ถ้าเพียง แต่พวกเขาจะไม่เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้ายว่า พวกเขาไม่ต้องการเด็กผู้ชาย

กว่า Jobs จะได้พ่อแม่บุญธรรม ซึ่งต่อมาเป็นผู้เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ ก็อีกหลายเดือนหลังจากเขาเกิด เนื่องจากแม่ที่แท้จริงของเขาเกิดจับได้ว่า ว่าที่พ่อแม่บุญธรรมของ Jobs ได้ปิดบังระดับการศึกษาที่แท้จริงซึ่ง ไม่ได้จบมหาวิทยาลัย และพ่อบุญธรรมของ Jobs ไม่ได้เรียนมัธยมด้วยซ้ำ แต่ต่อมาเธอก็ได้ยอมเซ็นยก Jobs ให้แก่พ่อแม่บุญธรรม เมื่อพวกเขารับปากว่าจะส่งเสียให้ Jobs ได้เรียนมหาวิทยาลัย

17 ปีต่อมา Jobs ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสมตามความต้องการของแม่ที่แท้จริง ผู้ไม่เคยเลี้ยงดูเขาแต่กลับ ต้องการกำหนดชะตาชีวิตของลูกที่ตนไม่เคยเลี้ยง ดู เพียง 6 เดือนในมหาวิทยาลัย Jobs ใช้เงินเก็บที่พ่อแม่ บุญธรรมซึ่งเป็นเพียงชนชั้นแรงงานได้สะสมมาตลอดชีวิต หมดไปกับค่าเล่าเรียนที่แสนแพง Jobs ตัดสินใจลา ออก เพราะเขามองไม่เห็นคุณค่าของการเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่สามารถช่วยให้เขาคิดได้ว่า เขาต้องการจะ ทำอะไรในชีวิต

แม้ว่าตอนนี้เมื่อมองกลับไปเขาจะรู้สึกว่า การตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้ง หนึ่งใน ชีวิตของเขา เพราะการลาออกทำให้เขาไม่ต้องฝืนเข้าเรียนในวิชาปกติที่บังคับเรียนซึ่งเขา ไม่เคย ชอบหรือสนใจ แต่สามารถเข้าเรียนในวิชาที่เขาเห็นว่าน่าสนใจได้

แต่เขาก็ยอมรับว่า นั่นเป็นชีวิตที่ยากลำบาก เมื่อเขาไม่ได้เป็นนักศึกษาจึงไม่มีห้องพักในหอพัก และต้องนอน กับพื้นในห้องของเพื่อน ต้องเก็บขวดโค้กที่ทิ้งแล้วไปแลกเงินมัดจำขวดเพียงขวดละ 5 เซ็นต์ เพื่อนำเงินนั้นไป ซื้ออาหาร และต้องเดินไกล 7 ไมล์ทุกคืนวันอาทิตย์ เพื่อไปกินอาหารดีๆ สัปดาห์ละหนึ่งมื้อที่วัด Hare Krishna

อย่างไรก็ตาม เขาชอบที่หลังจากลาออก เขาสามารถที่จะไปเข้าเรียนวิชาใดก็ได้ที่สนใจ และวิชาทั้งหลายที่ เขาได้เรียนในช่วงนั้น ซึ่งเขาใช้เวลาทั้งหมด 18 เดือน โดยเลือกเรียนตามแต่ความสนใจและสัญชาตญาณ ของเขาจะพาไป ได้กลายมาเป็นความรู้ที่หาค่ามิได้ให้แก่ชีวิตของเขาในเวลาต่อมา และหนึ่งในนั้นคือ วิชา ศิลปะการประดิษฐ์และออกแบบตัวอักษร (calligraphy)

Jobs ยอมรับว่า ในตอนนั้นเขาเองก็ยังมองไม่ออกเช่นกันว่า จะนำความรู้ที่ได้จากวิชานี้ไปใช้ประโยชน์อะไรได้ ในอนาคตของเขา แต่ 10 ปีหลังจากนั้น เมื่อเขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh เครื่องแรก วิชานี้ได้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างไม่เคยนึกฝันมาก่อน และทำให้ Mac กลายเป็น คอมพิวเตอร์เครื่องแรก ที่มีการออกแบบตัวอักษรและการจัดช่องไฟที่สวยงาม

ถ้าหากเขาไม่ลาออกจากมหาวิทยาลัย เขาก็คงจะไม่เคยเข้าไปนั่งเรียนวิชานี้ และ Mac ก็คงไม่อาจจะมีตัว อักษรแบบต่างๆ ที่หลากหลาย หรือ font ที่มีการเรียงพิมพ์ที่ได้สัดส่วนสวยงาม รวมทั้งเครื่องพีซี ซึ่งใช้ Windows ที่ลอกแบบไปจาก Mac อีกต่อหนึ่งก็เช่นกัน คงจะไม่มีตัวอักษรสวยๆ ใช้อย่างที่มีอยู่ในตอนนี้

อย่างไรก็ตาม Jobs บอกว่า ในเวลาที่เขาตัดสินใจลาออกนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถ “ลากเส้นต่อจุด” หรือหยั่งรู้อนาคตได้ว่า วิชาออกแบบและประดิษฐ์ตัวอักษร(คอลิกราฟฟี่) จะกลายเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ใน การออกแบบ Mac เขาเพียงสามารถจะลากเส้นต่อจุดระหว่างวิชาลิปิศิลป์กับการคิดค้นเครื่อง Mac ได้อย่าง ชัดเจน ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลังเท่านั้น

ในเมื่อไม่มีใครที่จะลากเส้นต่อจุดไปในอนาคตได้ ดังนั้นคำแนะนำของ Jobs ก็คือ คุณจะต้อง “ไว้ใจและเชื่อ มั่น” ว่า จุดทั้งหลายที่คุณได้ผ่านมาในชีวิตคุณ มันจะหาทางลากเส้นต่อเข้าด้วยกันเองในอนาคต ซึ่งจะเป็น อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา โชคชะตา ชีวิต หรือกฎแห่งกรรม ขอเพียงแต่คุณต้องมีศรัทธาในสิ่งนั้นอย่าง แน่วแน่

บทเรียนชีวิตบทที่สองที่ Jobs เล่าต่อไปคือ ความรักและการสูญเสีย Jobs อายุเพียง 20 ปี เมื่อเขาเริ่มก่อตั้ง Appleกับเพื่อนที่โรงรถของพ่อ เพียง 10 ปีให้หลัง Appleเติบโตจากคนเพียง 2 คนกลายเป็นบริษัทใหญ่โตที่ มีมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์และพนักงานมากกว่า 4,000 คน

แต่หลังจากที่เขาเพิ่งเปิดตัว Macintosh ซึ่งเป็นประดิษฐกรรมสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดของเขา ได้เพียงปีเดียว Jobs ก็ถูกไล่ออกจากบริษัทที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งเองกับมือ เมื่ออายุเพียงแค่ 30 ปี หลังจากเขาทะเลาะถึงขั้นแตกหักกับ นักบริหารมืออาชีพ ที่เขาเองเป็นผู้ว่าจ้างให้มาบริหาร Appleและกรรมการบริษัทกลับเข้าข้างผู้บริหารคนนั้น

ข่าวการถูกไล่ออกของเขาเป็นข่าวที่ใหญ่มาก และเช่นเดียวกัน มันเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตของเขา Jobs กล่าวว่า เขาได้สูญเสียสิ่งที่เขาได้ทำมาตลอดชีวิตไปในพริบตา และเขารู้สึกเหมือนตัวเองพังทลาย เขา ไม่รู้จะทำอะไรอยู่หลายเดือน และถึงกับคิดจะหนีออกจากวงการคอมพิวเตอร์ไปชั่วชีวิต

แต่ความรู้สึกอย่างหนึ่งกลับค่อยๆ สว่างขึ้นข้างในตัวเขา และเขาก็พบว่า เขายังคงรักในสิ่งที่เขาทำมาแล้ว ความล้มเหลวที่ Appleมิอาจเปลี่ยนแปลงความรักที่เขามีต่อสิ่งที่ได้ทำมาแล้วแม้เพียงน้อยนิด เขาจึงตัดสินใจ ที่จะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ซึ่งต่อมาเขาพบว่า การถูกอัปเปหิจาก Appleกลับกลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นใน ชีวิตของเขา เพราะความหนักอึ้งของการประสบความสำเร็จได้ถูกแทนที่ด้วยความเบาสบายของการ เป็นมือ ใหม่อีกครั้ง และช่วยปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ จนสามารถเข้าสู่ช่วงเวลาที่สร้างสรรค์ที่สุดในชีวิตของเขา

ช่วง 5 ปีหลังจากนั้น Jobs ได้เริ่มตั้งบริษัทใหม่ชื่อ NeXT และ Pixar และพบรักกับ Laurenceซึ่งต่อมาเป็น ภรรยาของเขา Pixar ได้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนจากคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องแรกของโลกนั่นคือ Toy Story และ ขณะนี้เป็นสตูดิโอผลิตการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก

ส่วน Appleกลับมาซื้อ NeXT ซึ่งทำให้ Jobs ได้กลับคืนสู่ Apple อีกครั้ง และเทคโนโลยีที่เขาได้คิดค้นขึ้นที่ NeXT ได้กลายมาเป็นหัวใจของยุคฟื้นฟูของ Apple

Jobs กล่าวว่า ความล้มเหลวเป็นยาขมแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไข้ เมื่อชีวิตเล่นตลกกับคุณ จงอย่าสูญเสีย ความเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณรัก Jobs เชื่อว่า สิ่งเดียวที่ทำให้เขาลุกขึ้นได้ในครั้งนั้น คือเขารักในสิ่งที่เขาทำ ดังนั้น คุณจะต้องหาสิ่งที่คุณรักให้เจอ เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้คุณเกิดความพึงพอใจอย่างแท้จริง คือการได้ทำใน สิ่งที่คุณเชื่อว่ามันยอดเยี่ยม และวิธีเดียวที่คุณจะทำให้คุณสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมได้ก็คือ คุณจะต้องรักใน สิ่งที่คุณทำ และถ้าหากคุณยังหามันไม่พบ อย่าหยุดหาจนกว่าจะพบ และคุณจะรู้ได้เองเมื่อคุณได้ค้นพบสิ่งที่ คุณรักแล้ว

ส่วนบทเรียนชีวิตบทสุดท้ายในโอวาทของเขาคือ ความตาย เมื่ออายุ 17 ปี Jobs ประทับใจในข้อความหนึ่งที่ เขาได้อ่านมา ซึ่งเสนอแนวคิดให้คนมีชีวิตอยู่โดยคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต และตลอด 33 ปีที่ผ่านมา Jobs จะถามตัวเองในกระจกทุกเช้าว่า ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในชีวิตของเขา เขาจะยังคงต้องการทำสิ่งที่เขา กำลังจะทำในวันนี้หรือไม่ ถ้าหากคำตอบเป็น “ไม่” ติดๆ กันหลายวัน เขาก็รู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้อง เปลี่ยนแปลง

Jobs กล่าวว่า วิธีคิดว่าคนเราอาจจะตายวันตายพรุ่ง เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จักมา ซึ่งได้ช่วย ให้เขาสามารถตัดสินใจครั้งใหญ่ๆ ในชีวิตได้ เพราะเมื่อความตายมาอยู่ตรงหน้า แทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะ เป็นความคาดหวังของคนอื่น ชื่อเสียงเกียรติยศ ความกลัวที่จะต้องอับอายขายหน้าหรือล้มเหลว จะหมดความ หมายไปสิ้น เหลือไว้ก็แต่เพียงสิ่งที่มีคุณค่าความหมายและความสำคัญที่แท้จริงเท่านั้น

วิธีคิดเช่นนี้ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้คุณไม่ตกลงไปในกับดักความคิดที่ว่า คุณมีอะไรที่จะต้องสูญเสีย เพราะความจริงแล้ว เราทุกคนล้วนมีแต่ตัวเปล่าๆ ด้วยกันทั้งนั้น

เมื่อปีที่แล้ว เขาได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ตับอ่อนชนิดที่รักษาไม่ได้ และจะตายภายในเวลาไม่เกิน 3-6 เดือน แพทย์ถึงกับบอกให้เขากลับไปสั่งเสียครอบครัวซึ่งเท่ากับเตรียมตัวตาย

แต่แล้วในเย็นวันเดียวกัน เมื่อแพทย์ได้ใช้กล้องสอดเข้าไปตัดชิ้นเนื้อที่ตับอ่อนของเขาออกมาตรวจอย่าง ละเอียด ก็กลับพบว่า มะเร็งตับอ่อนที่เขาเป็นนั้นแม้จะเป็นชนิดที่พบได้ยากก็จริง แต่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการผ่าตัด และเขาก็ได้รับการผ่าตัดและหายดีแล้ว

นั่นเป็นการเข้าใกล้ความตายมากที่สุดเท่าที่ Jobs เคยเผชิญมา และทำให้ขณะนี้เขายิ่งสามารถพูดได้เต็มปาก เสียยิ่งกว่าเมื่อตอนที่เขาเพียงแต่ใช้ความตายมาเตือนตัวเองเป็นมรณานุสติ ว่า ไม่มีใครที่อยากตาย แม้แต่คน ที่อยากขึ้นสวรรค์ก็ยังไม่อยากตายก่อนเพื่อจะไปสวรรค์ แต่ก็ไม่มีใครหลีกหนีความตายพ้น และเขาคิดว่า มัน ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น Jobs เห็นว่า ความตายคือประดิษฐกรรมที่ดีที่สุดของ “ชีวิต” ความตายคือสิ่งที่ เปลี่ยนแปลงชีวิต ความตายกวาดล้างสิ่งเก่าๆ ให้หมดไปเพื่อเปิดทางให้แก่สิ่งใหม่ๆ

ดังนั้น Jobs บอกว่า เวลาของคุณจึงมีจำกัด และอย่ายอมเสียเวลามีชีวิตอยู่ในชีวิตของคนอื่น จงอย่ามีชีวิตอยู่ ด้วยผลจากความคิดของคนอื่น และอย่ายอมให้เสียงของคนอื่นๆ มากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวของคุณ และที่ สำคัญที่สุดคือ คุณจะต้องมีความกล้าที่จะก้าวไปตามที่หัวใจคุณปรารถนาและสัญชาตญาณของคุณจะ พา ไป เพราะหัวใจและสัญชาตญาณของคุณรู้ดีว่า คุณต้องการจะเป็นอะไร

Jobs ปิดท้ายสุนทรพจน์ของเขา ด้วยการหยิบยกวลีที่อยู่ใต้ภาพบนปกหลังของวารสารฉบับสุดท้ายของ วารสารเล่ม หนึ่งที่เลิกผลิตไปตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน ซึ่งเขาเปรียบวารสารดังกล่าวเป็น Googleบนแผ่นกระดาษ และเป็นประดุจคัมภีร์ของคนรุ่นเขา วารสารดังกล่าวมีชื่อว่า TheWholeEarth Catalog จัดทำโดย Stewart Brand ส่วนวลีนั้นคือ "Stay hungry, stay foolish" “จงหิวโหย จงโง่เขลาอยู่เสมอ” ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาหวังจะเป็นเช่นนั้นเสมอมา

Fortune ฉบับเดือนกันยายน 2548

แปลและเรียบเรียงโดย เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์



เด็กกำพร้า ครอบครัวหย่าร้าง โดนไล่ออกจากงาน และเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก

จะไม่ได้เห็นภาพนี้บนเวทีอีกแล้ว
บนหน้าเวป http://www.apple.com/  ในวันที่ไม่มี Steve Jobs อุทิศหน้าแรกให้เป็นภาพนี้


Published with Blogger-droid v1.7.4

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

KBank หนุนกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็ก จับมือพันธมิตร ททท สนท Google AIS ช่วยทุกมิติ



ธนาคารกสิกรไทย จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ เปิดโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็ก ให้บริการทางการเงิน พร้อมทำตลาด และให้องค์ความรู้ เพื่อธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็กเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ามีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ 13,000 ราย ยอดสินเชื่อ 4,000 ล้านบาท สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงเดือนตุลาคม 2555

            นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวไทยถือเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญ และสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2553 มีสัดส่วน GDP สูงถึง 43% จึงส่งผลให้มีผู้เข้ามาทำธุรกิจท่องเที่ยวในแต่ละปีเพิ่มมากขึ้น ธนาคารกสิกรไทย จึงร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็ก 3 ด้าน ได้แก่
            1.ด้านการเงิน ให้การสนับสนุนทางการเงิน K-SME Tourism Solutions ด้านวงเงินกู้และวงเงินสินเชื่อเบิกเกินบัญชี แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อใช้ลงทุนและหมุนเวียนในธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจที่พัก ให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 15 ล้านบาทสามารถ เลือกผ่อนได้ตามฤดูกาล  ธุรกิจร้านอาหาร ให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 15 ล้านบาท จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย 3 เดือนแรก ธุรกิจบริการรถเช่าและบริการเรือเช่า ให้วงเงินสินเชื่อสูงสุดถึง 120% ของมูลค่าหลักประกัน ธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจร้านขายของฝาก ให้วงเงินหมุนเวียนสูงสุด 100% ของมูลค่าหลักประกัน หรือ 15 ล้านบาท
            2.ด้านการตลาด ธนาคารจะใช้ช่องทางประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ของธนาคาร นอกจากนี้ยังร่วมกับ  บริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด ประชาสัมพันธ์ธุรกิจผ่าน Google Place ฟรี ร่วมสร้างเวปฟรีในโครงการธุรกิจไทย Go Online และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)สนับสนุน K-SME SIM ให้ผู้ประกอบการสามารถรับข่าวสารและบริการส่งข้อความสั้น (SMS) ประชาสัมพันธ์ธุรกิจได้สูงสุด 500 ข้อความต่อเดือน
            3.ด้านองค์ความรู้ ธนาคารกสิกรไทยจะสนับสนุนความรู้ทางด้านการจัดการด้านการเงิน การบัญชี และร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้คำแนะนำความรู้เฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ร้านสปา และธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจร้านขายของฝาก
            นายปกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 6-9 ตุลาคม 2554 ธนาคารกสิกรไทย ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ “เทคนิคบริหารธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมของ SME ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ณ โรงแรม S31 ถนนสุขุมวิท เพื่อให้ความรู้ในการบริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยวและการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
            ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทย ตั้งเป้ามีผู้ประกอบการท่องเที่ยวขนาดเล็ก สมัครเข้าร่วมโครงการ 13,000 ราย และวงเงินสินเชื่อ 4,000 ล้านบาท โดยผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็กกสิกรไทย (K-SME Tourism Solutions) ได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา และศูนย์ธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ K-BIZ Contact Center โทร. 02-888-8822
            นายธวัชชัย อรัญญิก รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านการตลาดในประเทศ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านศูนย์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำนวน 35 ศูนย์ทั่วประเทศ โดยในส่วนของการส่งเสริมการขาย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีเว็บไซต์ที่ผู้ประกอบการสามารถประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด รวมถึงการจัดงานแสดงสินค้าเพื่อนำเสนอให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังมีส่วนช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวโดยทางอ้อมด้วยการกระตุ้นตลาดผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น
      นางสาวมัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว หากเศรษฐกิจไม่ดีทำให้การใช้จ่ายในการท่องเที่ยวของประชาชนลดลง ซึ่งถ้าเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศดี การท่องเที่ยวก็ยังสามารถเดินหน้าไปได้ ผู้ประกอบการควรมองตลาดท่องเที่ยวเป็นหลายส่วน เช่น ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย คนไทยไปท่องเที่ยวต่างประเทศ และคนไทยท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งหากบริหารสัดส่วนการท่องเที่ยวให้ดีผู้ประกอบการก็สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การสนับสนุนทางการเงิน การสัมมนาให้ความรู้ และการช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชนถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยผู้ประกอบการรับมือกับสภาวะต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปได้

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ความรู้รอบตัวSME (3): อาหารอีสานสู่น่านน้ำสีคราม Blue Ocean




ท่ามกลางดงร้านอาหารในห้างCentral ลาดพร้าวชั้น4ที่พึ่งเปิดใหม่คนต่อแถวกันกินอาหารหลายร้านแต่ส่วนใหญ่จะต่อร้านอาหารเกาหลีญี่ปุ่นราเมง ปล่อยให้ร้านอาหารไทยๆอย่าง ขนมจีน แหลมเจริญซีฟูด หรือร้านดังอย่างแบลคแคนยอน S&P ต้องอิจฉาปนความคิดอยู่ในหัวว่าร้านคนไทยก็อร่อยเหมือนกันนะครับบบบ
แต่ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รู้สึกว่าร้านแบบนี้กินที่ไหนก็ได้ไม่ค่อยแตกต่างมากนักนานๆมาทีก็อยากกินที่ไม่ซ้ำแต่จะไปต่อแถวทั้งทีก็อยากอุดหนุนคนไทยแท้ๆ แล้วผมก็เจอร้านหนึ่งคนต่อแถวรอคิวเรียกเยอะพอสมควรตกแต่งร้านดูดีมีราคาแต่ว่ามองอีกที นี่มัน โคขุนโพนยางคำนี่นา อาหารอีสานแท้ืลูกข้าวเหนียวอย่างเราต้องลองซักหน่อย
เข้าไปนั่งกินแล้วพบกับความแปลกใหม่ตื่นตาตื่นใจมากกับการเข้ามากินแจ่วฮ้อน หรือคนกรุงเรียกกันว่าจิ้มจุ่ม ที่นำเสนอสินค้าแบบใหม่อาหารทุกอย่างอยู่บนสายพานให้ลูกค้าเลือกหยิบเองทุกอย่าง เนื้อผักขนมหวาน ไม่ต้องมีคนเสริฟ พนักงานเติมน้ำอย่างเดียว อยากกินอาหารพิเศษลาบส้มตำสั่งแล้วก็จะมีรถไฟวิ่งมาเสริฟถึงที่ บนโต๊ะมีเตาไฟฟ้าให้เราเลือกเองว่าจำกินจิ้มจุ่มในหม้อหรือเอากะทะมาทำปิ้งย่าง

คนแน่นร้านกินไปได้ซักพักก็เริ่มนึกสงสัยทำมัยเราและคนอื่นมากมายมากินร้านนี้ท่ามกลางการแข่งที่ดุเดือด ร้านอาหารอีสานแบบนี้อยู่สู้ได้อย่างไรหรือนี่คือน่านน้ำสีครามที่เราเคยอ่านมาที่เค้าเปรียบเทียบการแข่งขันในตลาดเดิม ฤ แต่จะฆ่าฝ่าฟันกันให้ตาย
ควรหันไปมุ่งเน้น ค้นหา “ความต้องการใหม่ๆ ของลูกค้า ตลาดใหม่ๆ หรือ ธุรกิจใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีใครทำ จะได้ไม่ต้องแข่งขันกับใคร” จะได้ไม่ต้องห้ำหั่นเอาเป็นเอาตายในการแข่งขันกัน จน กำไรทุกคนหดหาย ซึ่งเขาเรียกแนวคิดนี้ว่า “Blue Ocean Strategy หรือกลยุทธ์ทะเลสีน้ำเงิน” คือ เป็นทะเลใหม่ น้ำ ใสๆ อากาศดี มีปลาให้จับเยอะแยะ

“Blue Ocean Strategy หรือกลยุทธ์ทะเลสีน้ำเงิน” บอกว่า ถ้าจะให้สำเร็จได้ ต้องทำแบบ “ขจัด-ลด-ยก-สร้าง” คือ “กิจกรรมที่เราทำอยู่อะไรที่ไม่จำเป็น ให้ขจัดทิ้งเลย ต้นทุนอะไรบ้างที่ลดให้ต่ำกว่าคู่แข่งได้ให้กำหนดออกมา มาตรฐานอะไรบ้างที่สามารถยกระดับให้เหนือกว่าคู่แข่งได้ให้ระบุ และที่สำคัญ คือ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ต้องเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครทำหรือนำเสนอให้แก่ลูกค้าหรือ ตลาดใดๆ”

มาถอดรหัส อาหารอีสานน่านน้ำสีครามนี้ดูกัน
1 ขจัด
กิจกรรมที่เราทำอยู่อะไรที่ไม่จำเป็น ให้ขจัดทิ้งเลย ร้านอาหารสิ่งที่จัดการลำบากสุดคือคน ทั้งพ่อครัว/เด็กเสริฟ แต่ร้านนี้ไม่ต้องมีพ่อครัวมาทำอาหารมากมายใช้ของสดให้คนปรุงเอง แต่สร้างความมั่นใจความอร่อยด้วยเนื้อที่สดผักที่สด และน้ำจิ้มที่อร่อย ควบคุมแค่นี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องคนครัว
2"ลด"ต้นทุนอะไรบ้างที่ลดให้ต่ำกว่าคู่แข่งได้ให้กำหนดออกมา
ต้นทุนที่สูงของอาหารและร้านอาหารคือการเก็บรักษาอาหารเครื่องปรุงต่างๆ ของเหลือที่ต้องทิ้ง หรืออาหารที่ต้องทำมันต้องมีส่วนประกอบมากมายทั้งผักประดับ แต่ร้านนี้นำต้นทุนของสิ้นเปลืองทั้งหลายมาแปลงเป็นเงินได้หมดจะกินจิ้มจุ่มจะใส่ผักอะไรก็เลือกเอาเองทุกอย่างมีราคาหมดทั้งผักกะกล่ำฝอย เนื้อหมูติดมันเท่ากับร้านไม่ต้องแบกต้นทุนของเหล่านี้เอง ลูกค้าจ่ายให้หมด
3"ยก"มาตรฐานอะไรบ้างที่สามารถยกระดับให้เหนือกว่าคู่แข่งได้ให้ระบุ ร้านอาหารอีสานปกติเนื้อก็คือเนื้อหมูก็คือหมูแต่ที่นี่เนื้อธรรมดาไม่มีต้องเลือกกินส่วนไหนราคาไม่เท่ากัน
4"สร้าง"สิ่งที่ยังไม่เคยมีใครทำหรือนำเสนอให้แก่ลูกค้าหรือ ตลาดใดๆ ร้านอาหารอีสานคงไม่มีใครคิดจะทำสายพานคงมีแต่ในร้านอาหารญี่ปุ่นแบบนี้ได้ทั้งแปลกและประหยัดคนเสริฟ เป็นสิ่งแปลกใหม่ในตลาดแถมโดนใจไม่ต้องมาคอยสั่งและลุ้นว่าอาหารมาถูกหรือมาผิด

นี่ก็น่าจะเข้าเกณฑ์ Blue Oceanในบริบทไทยๆได้แล้วนะครับลองนำแนวคิดไปปรับใช้กันดู
Published with Blogger-droid v1.7.4

วันดีเดือนตุลาคม 2554 วันธงไชย วันดีราศีแจ่มใส วันกาลกิณี October 2011



วันธงไชย (วันดี เหมาะกับการเปิดกิจการ,เริ่มงาน,เข้าบ้านใหม่,มงคลสมรส)
วันอาทิตย์ที่ 2 ต.ค.
วันพุธที่ 5 ต.ค.
วันเสาร์ที่ 8 ต.ค.
วันพฤหัสที่ 13 ต.ค.
วันเสาร์ที่ 15 ต.ค. (วันรำลึกพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม)
วันอังคารที่ 18 ต.ค.
วันพฤหัสที่ 20 ต.ค.
วันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. (วันปิยมหาราช)
วันพฤหัสที่ 27 ต.ค.
วันอาทิตย์ที่ 30 ต.ค.

วันดี (เหมาะทำการมงคล)
วันพฤหัสที่ 6 ต.ค.
วันศุกร์ที่ 7 ต.ค.

วันดีราศีแจ่มใส (เหมาะกับการประกอบธุรกิจ การงาน)
วันจันทร์ที่ 3 ต.ค.
วันจันทร์ที่ 10 ต.ค.

วันออกพรรษา
วันพุธที่ 12 ต.ค.

รวมข่าว AEC วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ข่าวเด่น KBankหนุนธุรกิจเอสเอ็มอีโกอินเตอร์ สร้างเครือข่ายแบงก์อาเซียนรับ AEC




เว็บ 8 ผลลัพธ์ใหม่สำหรับ AEC
Weekly - Manager Online - เตรียมคน เตรียมองค์กร นับถอยหลังรับมือ AEC
๐ เมื่อการเกิดขึ้นของ AEC มีท้งโอกาสและอุปสรรค๐ กูรูชื่อดังแนะเตรียมพร้อมรับมือ๐ 3 ส่วน สำคัญ ทั้งผู้นำ-องค์กร และเอชอาร์๐ ...
www.manager.co.th/mgrweekly/viewnews.aspx?NewsID...
บทวิเคราะห์ » ปรับโมเดลธุรกิจรับ AEC ยึดหลัก ความรู้คู่นวัตกรรม
ปรับโมเดลธุรกิจรับ AEC ยึดหลัก ความรู้คู่นวัตกรรม [วันที่ 30 ก.ย. 2554 ]. กระแสของการรวม เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมถึงโอกาสในการทำธุรกิจกับตลาด ยักษ์ใหญ่อย่างจีน ...
www.pandintong.com/ViewContent.php?ContentID=7821
HR in Thailand toward AEC at 28.9.54_Final
ก ก ก AEC. ➢ Gap ก ก ก. ก ก ก. The Research of HR System in AEC Context .... Conceptual Framework of HR System for Thai Business Sectors in AEC Context ...
www.pim.ac.th/pit-news/item/download/141
Twitter / DTN_Thailand : เสวนาเรื่อง AEC http://t.c ...
เสวนาเรื่อง AEC http://t.co/m33UwAu. ... เสวนาเรื่อง AEC fb.me/ueh9v2TK 1:43 AM Sep 14th via Facebook Retweeted by 1 person. Dtn_thailand. DTN_Thailand ...
twitter.com/Dtn_thailand/status/113895620498042880
SCC แนะภาคเอกชนใช้โอกาสเปิด AEC ขยายลงทุน เตือนศึกษาวัฒนธรรม ...
SCC แนะภาคเอกชนใช้โอกาสเปิด AEC ขยายลงทุน เตือนศึกษาวัฒนธรรม-สังคมก่อน. ข่าว เรียลไทม์ชิ้นเต็มของสำนักข่าวอินโฟเควสท์เป็นส่วนหนึ่งของบริการแอสเพน (Aspen) ...
www.news.songtoday.com/87351/
Asean Economic Community
AEC. Asean Economic Community. สามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้อย่าง ... AEC ได้ มอบหมายให้ประเทศต่างๆ ทำหน้าที่รับผิดชอบเป็นผู้ประสานงานหลัก (Country Coordinators) ...
oldweb.econ.tu.ac.th/class/.../กลุ่ม%2015%20AEC.pptx
เคแบงก์หนุนธุรกิจเอสเอ็มอีโกอินเตอร์ สร้างเครือข่ายแบงก์อาเซียนรับ AEC
เคแบงก์หนุนธุรกิจเอสเอ็มอีโกอินเตอร์ สร้างเครือข่ายแบงก์อาเซียนรับ AEC.
www.logisticsdigest.com/.../6987-เคแบงก์หนุนธุรกิจเอสเอ็...
รฟท.ทุ่มทุน 2 พันล้าน ผุดศูนย์กระจายสินค้ารับ AEC
ผู้ว่าการฯ รถไฟแห่งประเทศไทย ศูนย์กระจายสินค้ารับ AEC รฟท.ทุ่มทุน 2 พันล้าน ผุดศูนย์ กระจายสินค้ารับ AEC.
news.mediathai.net/detail_news.php?newsid=88769



วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รวมข่าว AEC วันที่30กันยายน ข่าวเด่นวิศวกรกับAEC

AEC  วิศวกรกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
Joomla! - the dynamic portal engine and content management system.
studentaffairs.eng.chula.ac.th/web/index.php?...id...
จี้ไทยเร่งปฏิบ้ตรตามพิมพ์เขียวAEC
แนะไทยเพิ่มบทบาททุกภาคเศรษฐกิจในAECธปท.เผยผลวิจัยแนะไทยควรเร่งปฏิบัติตาม พิมพ์เขียวทุกภาคเศรษฐกิจของAEC ...
www.thanonline.com/index.php?option=com...
ไทยยังไม่พร้อมรับมือ AEC แนะเร่งพัฒนาฝีมือ-จับคู่ธุรกิจ - DBBnews ...
ไทยยังไม่พร้อมรับมือ AEC แนะเร่งพัฒนาฝีมือ-จับคู่ธุรกิจ. Details: Created on Monday, 26 September 2011 10:54. ไทยยังไม่พร้อมรับมือ AEC แนะเร่งพัฒนาฝีมือ-จับคู่ธุรกิจ ...
www.dbbnews.com/.../345-ไทยยังไม่พร้อมรับมือ-aec-แนะเ...
คาดเปิด AEC นักธุรกิจจีนทะลัก
คาดเปิด AEC นักธุรกิจจีนทะลัก. หวั่นหลังเปิดเออีซีทุนจีนบุกไทย ลงทุนท่องเที่ยวครบวงจร กระทบผู้ประกอบการไทย แนะเอกชนปรับตัวเน้นเชิงรุก. ดร.ธนิต โสรัตน์ ...
www.tanitsorat.com/news/view.php?id=219
ปรับโมเดลธุรกิจรับ AECยึดหลัก'ความรู้คู่นวัตกรรม'
รายงาน(วันสุข). จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ วันสุข. ปีที่ 7 ฉบับที่ 330 ประจำวัน จันทร์ ที่ 3 ตุลาคม 2011. คอลัมน์/บทความ -. เรื่อง ปรับโมเดลธุรกิจรับ AECยึดหลัก'ความรู้คู่นวัตกรรม' ...
www.dailyworldtoday.com/newsblank.php?news_id=12278
AEC 2015 | ITBiz | lekasina.com
Posts Tagged 'AEC 2015'. ซิป้าเปิดตัว “ทัพ Cloud Software ไทยบุกตลาดท่องเที่ยว เอเชีย” กรุยทางปักธงซอฟต์แวร์ไทยรองรับ AEC 2015. September 28th, 2011 lekasina ...
itbiz.lekasina.com/archives/tag/aec-2015
การวางระบบส่งเสริมSMEsรับการเปลี่ยนผ่านส่ AEC
การวางระบบส่งเสริมSMEsรับการเปลี่ยนผ่านส่ AEC. วันที่ 21 ก.ย. 2554 สขร.สปข.๕. วาง ระบบส่งเสริม SMEs รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ AEC ...
region5.prd.go.th/ewt_news.php?nid=2193&filename...
คณะบริหารธุรกิจ ม.เนชั่นลำปาง จัดบรรยายพิเศษ AEC and ASEAN : 323 ...
เนชั่นลำปาง จัดบรรยายพิเศษ AEC and ASEAN. สร้างความรู้ ความเข้าใจในกรอบความ ร่วมมืออาเซียน ดร.ณัฐชา เพชรดากูล รักษาการคณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น ...
www.yonok.ac.th/yonok53/new_view.php?id=323
ข้อมูลการประชุม AEC
mod_vvisit_counter, ทุกวัน, 54049. วันนี้: ก.ย. 29, 2011. ข้อมูลการประชุม AEC. Up. ดาวน์โหลดข้อมูลการประชุม AEC. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (1.85 ...
strategyudon.net/index.php?option=com...view...id...


Published with Blogger-droid v1.7.4

ความรู้รอบตัวSME(2) : การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยกระบวนการ ของ Cut&Curl

บางครั้งรู้สึกมั๊ยว่าอยากเพิ่มราคาอยากได้กำไรที่มากกว่าเดิมแต่ไม่รู้จะเพิ่มยังไง เพื่อให้ลูกค้าพอใจมาใช้บริการเหมือนเดิม หรืออยากขายสินค้าที่ไม่ต่างกันมากแต่อยากได้ราคาที่สูงกว่า
ในทางกลับกันเราใช้บริการสินค้าแบบหนึ่งอยู่แต่ก็รู้สึกว่ายินดีจ่ายเพิ่มอีกนิดถ้าได้บริการที่ดีกว่านี้
"มันดูมีความเกี่ยวข้องกันจริงมั๊ย"

แน่นอนจุดตัดของความต้องการของผู้ซื้อ กับความต้องการของผู้ขายย่อมมีแน่แต่ทำอย่างไรหล่ะ วันนี้ผไปตัดผมที่ร้านประจำ Cut&Curl สาขา Central world

ก่อนหน้านี้เป็นคนที่เปลี่ยนร้านตัดผมบ่อยมาก เพราะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการตัดผมและเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าราคาเป็นตัวบอกคุณภาพ จึงตัดผมก็อยู่ราคาประมาณ 300-500 บาท ตัดมาหลายที่จนมาเจอช่างอ้อม ก็เลยตัดกันมาตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดกับร้านตัดผมร้านนี้คือการพัฒนาบริการ และการสร้างลูกค้าจรให้เป็นลูกค้าประจำ และที่สำคัญร้านนี้มีความเปลี่ยนแปลงสร้างประสบการณ์ใหม่ๆได้ตลอดเวลา

สำหรับราคา 450 บาทต่อการตัดผม 1 ครั้ง ก็นับว่าสูงพอสมควรแต่ร้านนี้ก็สามารถตอบสนองลูกค้าเพื่อให้เกิดความพึงพอใจ

  • ปกติเข้าร้านทำผมต้องเจอคำถามตัดกับใครมีช่างประจำรึป่าว แต่ที่นี่ไม่ต้องบอกเลย
  • รับลูกค้าเข้ามาไม่ได้ให้ไปสระผมเลยทันที "รบกวนนั้งเก้าอี้ตัดผมก่อนนะค่ะ" แล้วพนักงานก็มานวดศรีษะ กับนวดคอ (ประมาณว่าให้ผ่อนคลาย และกระตุ้นหนังสีศรีษะ)
  • เสร็จแล้วก็ไปนอนที่เตียงสระผม ก็ตามปกติ สิ่งหนึ่งที่เจอกับร้านนี้คือไม่พยามคุยถ้าลูกค้าไม่คุยด้วย และไม่พยายามขายของ 
  • สระผมเสร็จแล้วก็มีการนวดผม ที่นี่จะนวดผมและนวดหนังศรีษะไปด้วยชอบมากผ่อนคลายดี
  • ก่อนลุกจะให้ไปตัดผม มีการนำผ้าร้อนมาทำเป็นหมอนหนุนรอก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมของโต๊ะทำผม (ตอนนี้ผมแทบหลับทุกที)
  • ตัดผมเสร็จ ก็มีการล้างผม เซ็ทผมตามปกติ
  • ตอนเก็บเงิน มีการขอเลขสมาชิก ที่เป็นเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งดีกว่าที่เคยตัดร้านอื่นที่ต้องถือบัตร ซึ่งก็ได้ส่วนลดอีกหน่อย เหลือ 400 บาท
ดูเป็นไงครับขั้นตอนดูเยอะดีมั๊ยครับ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งครับกับการทำง่ายๆให้การเพิ่มความใส่ใจในขั้นตอนต่างๆเพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่ดีและความพอใจสูงสุด ซึ่งน่าจะนำไปปรับใช้ได้นะครับ

Published with Blogger-droid v1.7.4

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...