วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

รับชำระเงินด้วย อาลีเพย์ (Alipay) และ วีแชทเพย์ (WeChat Pay) ทำยังไง

จำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่น ‘อาลีเพย์’ ทั่วโลก อยู่ที่ 520 ล้านคน และส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่เดินทางไปทั่วโลกรวมถึงมาเยือนประเทศไทยทั้งการมาทำธุรกิจและการมาในฐานะท่องเที่ยว  การขยายตลาดมายังประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ประมาณปีละ 10 ล้านคนสามารถมาต่อยอดระบบการจ่ายเงินที่ใช้งานอยู่แล้ว

วีแชทเพย์  (WeChat Pay) เป็นบริการ Mobile Payment ที่อยู่ในแอพพลิเคชั่น WeChat อันเป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการรับส่งข้อความ ซึ่งเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจีน Tencent บริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีนผู้ให้บริการ  ปัจจุบันมีผู้ใช้ WeChat แบบ monthly active กว่า 889 ล้านบัญชี และจำนวนผู้ใช้แบบ active กว่า 8.06 พันล้านบัญชี ดังนั้น WeChat Pay ซึ่งเป็นบริการของ WeChat จึงมีฐานผู้ใช้ที่แข็งแกร่งมาก ๆ ในประเทศจีนกำลังเติบโตตาม

ประเทศจีนเข้าสู่สังคมไร้เงินสดตั้งแต่ปี2017


ธุรกิจในประเทศไทยทั้ง SME และ ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะให้บริการแก่ลูกค้าชาวจีนให้สะดวกมากขึ้นด้วย การรับชำระเงินด้วย อาลีเพย์ (Alipay) และ วีแชทเพย์  (WeChat Pay)
ขณะนี้มีผู้ให้บริการรับที่ลงนามกับ Alibaba 7 ราย

  1. ธนาคารกสิกรไทย (Kasikorn Bank)
  2. บัตรกรุงไทย (KTC)
  3. True Money ในเครือ Ascend Group
  4. Counter Service
  5. GHL Thailand บริการจ่ายเงินในเครือบริษัท GHL Group ของมาเลเซีย
  6. เพย์สบาย (Paysbuy) (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Omise )
  7. พระยาเปย์ (PrayaPay)

ซึ่งแต่ละที่ก็เป็นช่องทางให้ร้านค้าในประเทศไทยขอรับบริการ รับชำระด้วยอาลีเพย์ ได้ ส่วน WeChat Pay หรือ TenPay หรืิ TencenPay  ขณะนี้มีธนาคารกสิกรไทยเพียงรายเดียวที่มีให้บริการ

นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ร่วมกับ นายวัลลภ ว่องจิตต์วุฒิไกร  รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดให้บริการเติมเงินและชำระเงินออนไลน์ผ่าน ‘อาลีเพย์และ ‘วีแชทเพย์ อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวชาวจีน สามารถชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน ‘อาลีเพย์’ และ วีแชทเพย์’ โดยการสแกนคิวอาร์ โค้ด บนหน้าจอเครื่องรับบัตรเครดิต (EDC) ของธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ และเคาน์เตอร์ดีแทค ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และสนามบินนานาชาติดอนเมือง ได้แล้ว





เป็นโอกาส ที่ร้านค้าในประเทศไทยจะสามารถรับชำระได้ด้วย   อาลีเพย์ (Alipay) และ วีแชทเพย์  (WeChat Pay) ตอนนี้ง่ายขึ้น ด้วย การสมัครผ่าน KBank โดยเริ่มจาก ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก
ขั้นแรกคือ ต้องมีบัญชีธนาคารกสิกรไทย 
ขั้นสอง สมัคร KPlus Shop ซึ่งเป็นบริการรับชำระเงินหรือ App ที่ใช้รับชำระค่าบริการด้วย QR Code ที่เป็นรูปแมวปิ๊ปจังนั่นหล่ะครับ ปกติการรับชำระด้วย QR Code นี้รับชำระได้จาก กระเป๋าเงินออนไลน์ หรือ  e-Wallet ในประเทศและทุกappธนาคารไม่เสียค่าธรรมเนียม
ขั้นสาม เลือกสมัครรับชำระด้วย e-wallet ต่างประเทศ 





1. กดเมนูบนขวา
กดเลือก “E-Wallet ต่างประเทศ”

2. เลือก E-Wallet 
ที่ท่านต้องการสมัคร

3. กรอกข้อมูลร้านค้า
เป็นภาษาอังกฤษ

4. กรอกที่อยู่สำหรับ
ส่งใบกำกับภาษี
เป็นภาษาไทย

5. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

6. กด “ยอมรับเงื่อนไข”
และ “ยืนยันข้อมูล”

7. ใช้งานได้ทันทีหลังสมัครสำเร็จ

ปัจจุบันนี้การโอนเงินในประเทศ ไม่มีค่าธรรมเนียม ซึ่งก็รวมไปถึงการรับชำระด้วยQR Code แต่หากเป็นการชำระด้วย e-wallet ต่างประเทศจะมีค่าธรรมเนียม

 ***********************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ @oweera อย่าลืมมี @ ด้วยนะครับ http://line.me/ti/p/%40oweera
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

อัตราส่วนทางการเงิน ที่ SME ควรรู้



เรื่องบัญชีสำหรับ SME ดูจะเป็นไม้เบื่อไม้เมา เหมือนออกกำลังกาย รู้ว่าดีแต่ไม่อยากทำ
แต่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ วันนี้มาอบรมผู้จัดการศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ SME ได้นั่งฟังวิชาการเงินสำหรับ SME เลยอยากสรุปประเด็นสาระสำคัญ

ฺ1.การวิเคราะห์ความเก่งไม่เก่งของธุรกิจ ดูกันจากตัวเลขทางการเงิน หากตัวเลขทางการเงินไม่มีเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเราเก่งหรือไม่



2.การจะมีตัวเลขทางการเงินต้องเรียนรู้บัญชีสองอย่าง คือ บัญชีกำไรขาดทุน และงบดุล ซึ่งเป็นงบแสดงฐานะทางการเงิน


การจะมีตัวเลขทางการเงินได้ก็จะเป็นต้อง ได้จากการเก็บข้อมูลทางการเงินที่ดีหาก SME จะเริ่มวางแผนทางการเงิน มีตัวอย่างแผนการเกินสำหรับ SMEมาแจกด้วยครับ
ตัวอย่าง Excel แผนการงานสำหรับSME
https://goo.gl/tCqrkq


3.เอาตัวเลขทางการเงินมาทำอะไรได้อีก

การคำนวณจุดคุ้มทุนสำหรับSME
คำถามยอดฮิตที่เจ้าของร้านหลายคนอยากรู้ก็คงหนีไม่พ้น 2 ข้อนี้ เป็นตัวอย่างจาก SellSuKi

1. ต้องขายกี่ชิ้นถึงจะคุ้มทุน?

2. หรือ ต้องขายชิ้นละกี่บาทถึงจะได้กำไร

แต่ก่อนที่จะไปหาคำตอบ 2 ข้อนี้ เราอยากให้เพื่อนรู้จักและสำรวจตัวเองก่อนว่า ปัจจุบันธุรกิจของเรามี “ต้นทุน” เท่าไหร่ โดยต้นทุนในการทำธุรกิจเราต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

– ต้นทุนผันแปร (Variable Cost – VC) คือ ต้นทุนที่มีการผันแปร/เปลี่ยนแปลงไปตามยอดขาย เช่น ค่าโฆษณาบน Facebook (ยอดขายเพิ่มมากขึ้น ก็เพราะเราลงงบโฆษณามากขึ้น) ค่าคอมของตัวแทนจำหน่าย (ยิ่งขายได้มาก ก็ต้องเสียค่าคอมมาก) ค่าผลิตสินค้า (ราคาที่สั่งผลิต เปลี่ยนไปตามยอดที่เราสั่ง) เอาง่ายๆ คืออะไรก็ได้ ที่มีตัวเลขไม่คงที่นั่นเองค่ะ เพื่อนๆ ลองลิสออกมาให้หมดเลยนะคะ

– ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost – FC) คือ ต้นทุนที่มีเลขตายตัว ไม่แปรผันกับยอดใดๆ ทั้งสิ้น มีจำนวนเท่าๆ กันตลอด เช่น ค่าเช่าที่ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงานประจำ ฯลฯ เช่นเดียวกันค่ะ ลองลิสออกมาให้หมดเลยนะคะ

1. ต้องขายกี่ชิ้นถึงจะคุ้มทุน?
สมมุติว่าเราขายครีม/เครื่องสำอางออนไลน์ ที่มีต้นทุนดังนี้
VC = ต้นทุนครีมที่ไปซื้อจากโรงงาน 60,000 บาท 100 กระปุก, ค่า Packaging 2,000 บาท, ค่าโฆษณาบน Facebook 30,000 บาท ค่าจ้าง Graphic Designer 5,000 บาท ส่วนค่าส่งสินค้าให้ลูกค้าออกเอง XD ฮ่าๆ = 97,000 บาท = กระปุกละ 970 บาท

FC = ค่าจ้าง Admin ตอบลูกค้าเดือนละ 12,000 บาท ค่าทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายรายเดือน 4,000 บาท = 16,000 บาท

โดยสมมุติว่าเราตั้งราคาขายไว้ที่กระปุกละ 1,200 บาท

จะได้ออกมาเป็นสูตร ดังนี้


2. ต้องขายกี่บาทถึงจะคุ้มทุน?
จะได้ออกมาเป็นสูตร ดังนี้



เพียงเท่านี้ เจ้าของกิจการทุกท่านก็จะได้มีเป้าหมายที่ถูกต้อง และยังทำให้เราทราบต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าที่เราขาย

4.เอาตัวเลขทางการเงินมาคำนวนการกู้เงิน
การทำงบกำไรขาดทุนอย่างเดียวไม่สามารถใช้กู้เงินได้ แต่ตัวเลขเอามาคำนวนสินเชื่อได้และต้องประกอบกับ ข้อมูลตัวเลขรายได้กับหนี้จากสถาบันการเงินต่างๆ

ตารางคำนวนสินเชื่อ SME KBank https://www.kasikornbank.com/th/Calculator/SME-Loan 

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...