วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พาเด็กกรุงเดินป่าเขาใหญ่ kids hiking khao yai

การปีนเขา หรือ เดินป่า หรือที่เรียก กันในภาษาอังกฤษว่า “ไฮกิ้ง (hiking)” ก็คือการเดิน ขึ้นเขาและ/หรือ เข้าป่า เป็นระยะทางไม่ไกลมาก เหมาะกับเด็กๆได้เรียนรู้ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ปลูกฝังจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อม

ทริปเดินป่าสำหรับเด็ก ครั้งนี้จึงเกิดขึ้นสำหรับน้องจิงจิง 8ขวบ และน้อง ผิงผิง 4 ขวบ พร้อมกับเพื่อนซี้ของทั้งคู่พี่มิ้นกับน้องเอลลี่

การเตรียมตัวสำหรับการเดินป่าสำหรับเด็ก
- ทำความเข้าใจกับเด็กก่อนว่าเราจะไปทำอะไร สิ่งนี้สำคัญอย่างไร ในภาษาเด็กคือจะสนุกอย่างไร จนได้ข้อตกลงว่าอยากจะไป
ในครั้งนี้คือชวนไปเที่ยวกับเพื่อนรักได้ไปเที่ยวเขาใหญ่และจะได้เดินสำรวจป่าด้วยกัน ลูกจึงยอม (เด็กแต่ละคนมีจุดสนใจต่างกัน)
- นัดเจ้าหน้าที่นำเดินป่า Ranger ควรมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นผู้นำทางเพื่อได้ช่วยถ่ายทอดความรู้
- เตรียมร่างกายสุขภาพให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ
- ชุดแต่งกายรัดกุม ป้องกันทากและแมลง


สำหรับการเดินป่าที่เขาใหญ่มีเส้นทางหลากหลายเส้นทางให้ได้สำรวจ หากเด็กเล็กแนะนำเส้นทางข้างจุดบริการนักท่องเที่ยว 1.24 KM 


เริ่มจากการดูการแสดงประวัติเขาใหญ่ ฟังบรรยายภาพรวมและดูสัตว์สตาฟที่จัดแสดงในจุดบริการก่อน 

จากนั้นRanger เจ้าหน้าที่นำทางจะพาเดินตามเส้นทางและอธิบายเรื่องราวต่างๆ หยุดพักให้ชมให้สังเกตุตลอดทาง


ที่พักของอุทยานแห่งชาติบนเขาใหญ่ 025620706 

เบอร์ Ranger เขาใหญ่ คุณประยูร 0870507253

ช่วงเวลาที่แนะนำ ปลายเดือนตุลาคม ต้นเดือนพฤษจิกายน ช่วงนี้ปลายฝน คนยังไม่เยอะครับ




วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วิธีการเลี้ยงลูกของสมเด็จย่าที่ทรงคุณค่าและควรนำมาเป็นแบบอย่างThe Most Efficient Way to Raise Up A Child


ได้อ่านหนังสือ เจ้านายเล็กๆยุวกษัตริย์ เมื่อตอนทำงานที่สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ เสียดายมากไม่มีโอกาสได้ซื้อมาเก็บไว้ ตอนนี้หาไม่เจอแล้ว
จำได้ว่าเป็นหนังสือที่ดีมากๆในเรื่องการสอนลูกเป็นบันทึกที่ทำให้เห็นว่าสมเด็จย่าเลี้ยงเจ้านายทั้งสามพระองค์อย่างไร จำได้คร่าวๆ ท่านให้เล่นอย่างธรรมชาติ ไม่มีของเล่นราคาแพง ส่วนใหญ่ประดิษฐ์ขึ้นเอง คิดทำทดลอง เล่นและแบ่งปัน ไม่แบ่งชนชั้น ฝึกความเป็นผู้นำ
โชคดีเจอ Twitter  นี้โดยบังเอิญ
ไฟล์หนังสือ "เจ้านายเล็กๆยุวกษัตริย์" ประพันธ์โดยพระพี่นาง เล่าเรื่องสามพี่น้องโดยละเอียด โหลดได้ที่ https://goo.gl/CI4CW7

ทวิตโดย @p_prchy
จึงขอนำมาเก็บบันทึกไว้


*******************************************

อีกหนึ่งเนื้อหาดีๆเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับในหนังสือมากๆ



โรงเรียนทอสีได้จัดสัมมนาเรื่อง “เลี้ยงลูกแบบสมเด็จย่า” โดยคุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา อดีตข้าหลวงในพระองค์ มาร่วมเล่าประสบการณ์และแบ่งปันคำสอนของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ถึงวิธีการเลี้ยงดูลูกของพระองค์ ที่มีทั้งความปราดเปรื่อง หลักแหลม และมีเป้าหมายที่ชัดเจน จนสมควรใช้เป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่ง

1.  ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น 
สมเด็จย่าทรงเริ่มจากการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ทำเป็นต้นแบบในเรื่องของการมีวินัย การรักการค้นคว้าศึกษาหาความรู้ การประพฤติตัวที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ทั้งหมดนี้คือการตั้งตนเป็นแบบอย่างให้กับลูก เพราะเด็กเล็กจะมีพฤติกรรมเลียบแบบจากคนใกล้ชิด เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องลองตั้งคำถามกลับมาที่ตัวเองว่า ทุกวันนี้ที่เราอยากให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ แล้วเราล่ะ เป็นแล้วหรือยัง

2. ตั้งเป้าหมายในการเลี้ยงลูก 
สมเด็จย่าทรงเป็นพระมารดาที่มีเป้าหมายในการเลี้ยงลูกอย่างชัดเจน คือทรงตั้งใจพัฒนาอบรมลูกๆ ให้ดีในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง ทรงไม่คิดถึงประโยชน์ของพระองค์เอง ของพระโอรส หรือ พระธิดา แต่ทรงมองถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ในปัจจุบันหลายครั้งที่เราเห็นพ่อแม่ส่งลูกเรียนพิเศษในทุกวิชา โดยที่ไม่ได้ถามลูกว่าอยากเรียนอะไร หรือ พ่อแม่ที่คาดหวังเรื่องผลการเรียนสูงๆ เหล่านั้น คือ การตั้งเป้าหมายกับลูก โดยเอาความคาดหวังของตัวเองไปให้กับลูก เราจึงต้องมองย้อนกลับมาดูใหม่ว่า เป้าหมายที่เราตั้งไว้ หรือ ความคาดหวังนั้น เป็นไปเพื่อใคร เพื่อลูก เพื่อตนเอง หรือ เพื่อคนอื่นๆ ด้วย

3. จัดแบบแผนและสร้างระเบียบวินัยตั้งแต่ลูกยังเล็ก
สมเด็จย่าทรงวางแผนการดำเนินชีวิตให้กับพระโอรส พระธิดา ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เนื่องจากต้องทรงเป็นทั้ง “พ่อ” และ “แม่” ในเวลาเดียวกัน ทรงจัดการทุกอย่างเป็นเวลา โดยมีผู้ช่วย คือพระพี่เลี้ยงเพียงหนึ่งคนเท่านั้น เนื่องจากในเวลาที่เด็กยังเล็ก เขาไม่มีความรู้เรื่องขอบเขตของเวลา พ่อแม่จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องจัดเวลาให้กับพวกเขา เช่น นอน รับประทานอาหาร เล่น ไปโรงเรียน อาบน้ำ ออกกำลังกาย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะสร้างวินัยให้กับลูก ซึ่งสมเด็จย่าทรงเน้นเรื่องวินัยในการดำเนินชีวิต พระองค์รับสั่งถึงคำว่า “ระเบียบวินัยอย่างมีหลักการ” คือ การกำหนดขอบเขตของเวลา ในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสมดุลให้กับชีวิต ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเติบโตของเด็กๆ ต่อไป

4. เล่นอย่างถูกวิธี
เมื่อถึงเวลาเล่น จะปล่อยให้พระโอรสและพระธิดาเล่นอย่างอิสระ โดยจะทรงให้เล่นกับธรรมชาติ ต้นไม้ น้ำ ทรงเน้นให้เล่นกับสิ่งที่มีในธรรมชาติ มากกว่าของเล่น ทรงอนุญาตให้พระโอรสเล่นจุดไฟ แต่จะทรงบอกวิธีในการเล่นที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ผลจากการเล่นที่พระโอรส พระธิดา ได้ทรงเล่นคลุกดินคลุกทราย หรือ ได้ทำการทดลองกับธรรมชาติเหล่านี้ ส่งผลให้ทั้งสามพระองค์ ได้พัฒนาความคิดและความสามารถ โดยไม่ทรงรู้ตัว ตัวอย่างเช่น พระบาทสมเด็จพระเจาอยู่หัว ทรงสร้างหลุมที่เกิดจากการปลูกต้นไม้ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทดลองขุดดิน ใส่น้ำ ปลูกต้นไม้ จนสามารถสร้างแอ่งน้ำ ได้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งนับเป็นรากฐานที่ดีงามที่ทรงนำมาใช้พัฒนาประเทศชาติ จนถึงทุกวันนี้ การเล่นอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะการเล่นกับธรรมชาติ จึงมีความสำคัญ ซึ่งเด็กๆ ชาวเมืองยุคใหม่อาจจะขาดไป

5. ประหยัดอดออมไม่ฟุ่มเฟือย
สมเด็จย่าทรงสอนพระโอรส พระธิดาให้รู้จักใช้เงินของขวัญ ที่ทั้งสามพระองค์จะได้มีวันเดียว คือ วันคล้ายวันประสูติ ถ้าพระองค์ใดอยากได้สิ่งใดนอกจากนั้น ต้องทรงเก็บเงินเพื่อซื้อ หรือ ทรงได้รับอนุญาตให้หุ้นกัน เพื่อซื้อมาได้ หรือ จะทรงซื้อให้ก็ต่อเมื่อ ต้องใช้ประโยชน์ เช่น แผ่นเสียง ถ้าเป็นเพลงโปรดของแต่ละพระองค์ จะทรงให้เก็บสตางค์ซื้อเอง แต่ถ้าเป็นเพื่อการศึกษา เช่น เพลงคลาสสิค จะทรงซื้อให้

6. เรียนไปพร้อมๆ กับลูก
สมเด็จย่าจะไม่เคยเน้นเรื่องคะแนนของพระโอรส และ พระธิดา แต่ทรงช่วยในทุกขั้นตอนของการเรียน ไม่ว่าจะช่วยทำการบ้าน ช่วยศึกษาค้นคว้า จะทรงใช้วิธีทำให้ลูกดู เพื่อให้ลูกได้ทำตาม เช่น ถ้าไม่ทรงทราบเรื่องไหน จะต้องไปค้นคว้าจาก Encyclopedia หรือ มีครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ต้องทรงท่องกลอนเป็นภาษาเยอรมัน แต่ไม่ทรงโปรดที่จะท่อง สมเด็จย่าทรงไม่เคยเรียนภาษาเยอรมันมาก่อน ได้เสด็จไปหาคุณครู เพื่อเรียนท่องคำกลอนนั้นจนคล่อง และนำมาท่องให้พระโอรสฟัง ทำให้พระโอรสรู้สึกประหลาดใจ และเป็นแรงบันดาลใจ ให้ทรงหันมาเริ่มท่องกลอนนั้น การสอนของสมเด็จย่า จึงเน้นที่กระบวนการ หรือ วิธีการมากกว่าคำตอบ ทำให้พระองค์ รวมถึงพระโอรส พระธิดาทั้งสาม เป็นผู้ที่ทรงรู้อะไร รู้ลึก และ รู้จริง ในทุกๆ เรื่องที่ทรงค้นคว้า

7. เน้นการพัฒนา EQ มากกว่า IQ 
ทรงสอนให้พระโอรสพระธิดารู้จักความรับผิดชอบ นั่นคือ มาตรฐานในการใช้ชีวิต ที่ทรงอบรม เวลาพระโอรส พระธิดา ทรงทำผิด จะทรงเรียกมาอธิบายเหตุผล ให้เข้าใจเสียก่อน ทรงเน้นในเรื่องการทำตัวเป็นคนดี ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย และ แข็งแรง โดยทักษะเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานในการเผชิญกับโลกเมื่อลูกโตขึ้น ทรงมีหลักในการพัฒนาพระโอรส พระธิดา เช่นต้องมีจริยธรรม ซื่อตรง ที่สำคัญคือการเน้นเรื่องการพัฒนาจุดแข็ง โดยทรงตรัสไว้ว่าในโลกนี้ ไม่มีใครดี 100% ต้องหาจุดอ่อน และ จุดแข็งของลูกให้เจอ เพื่อพัฒนาในส่วนนั้นได้ตรงจุด
นอกจากนี้ ยังทรงเน้นในอีกหลายเรื่องเช่น ต้องเสวยให้หมดจาน ห้ามทิ้งอาหาร หรือ ช่วยให้ลูกได้ช่วยเหลือตัวเองได้ คำสอนของพระองค์ทรงเป็น Practical Wisdom คือทำตามได้อย่างง่ายดาย เหล่านี้ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่อาจลืมไป เพราะมัวไปโฟกัสในสิ่งอื่นๆ ในชีวิต

วิธีการเลี้ยงลูกของสมเด็จย่าเป็นวิธีที่พ่อแม่ทุกคน สามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างง่ายดายและแน่นอนว่ามีประสิทธิภาพ โดยสามารถดูได้จากพระโอรส พระธิดาทั้งสามพระองค์ ที่เติบโตมาเป็นบุคคล ทรงคุณภาพที่สุดสามพระองค์ เท่าที่ประวัติศาสตร์ชาติไทยเคยมีมา

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก นิตยสาร Custard Dec 2015

****************************************************************
รวมเนื้อหาดีๆที่ให้เราได้เรียนรู้การเลี้ยงดูลูกจากสมเด็จย่า

เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์ https://goo.gl/PDop75


กษัตริย์ยอดกตัญญู

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ธุรกิจ SME 4.0 การสร้างเครือข่ายลูกค้าที่มีประสบการณ์ดีๆร่วมกัน

SME4.0 นิยามใหม่ของธุรกิจ SME ที่พัฒนามาจาก
SME ยุคที่1 เป็นผู้ผลิตสินค้าแล้วขาย มาสู่การเป็น
SME ยุคที่2 มองเห็นความต้องการลูกค้าที่แตกต่างกันเริ่มผลิตตามความต้องการของลูกค้า ที่หลากหลาย สร้างแบรนด์วางตำแหน่งในใจลูกค้า
SMEยุคที่3 สร้างแบรนด์ที่ดีต่อสังคม เพิ่มมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น สร้างประสบการณ์ที่ดี
และยุคนี้ยุคที่สื่อSocial Media internet อิทธิพลต่อการตัดสินใจของลูกค้า
SME ยุคที่4 สร้างสังคมที่ดีให้กับธุรกิจ ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า สร้างประสบการณ์ที่ดีจนเกิดการบอกต่อ และการเชื่อมต่อเครือข่ายลูกค้ากับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี
ยกตัวอย่างเช่น Builk.com software บริหารต้นทุนรับเหมาก่อสร้าง ที่ให้ผู้รับเหมาได้ใช้บริการฟรี ช่วยผู้รับเหมาบริหารต้นทุนได้ มีSupplier เสนอราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างให้ผู้รับเหมาเลือก
นอกจากให้ผู้รับเหมาใช้บริการฟรีแล้วยังช่วยเชื่อมต่อพันธมิตรธุรกิจให้กับลูกค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ จนทำให้เกิดชุมชนคนใช้software แลกเปลี่ยนข่าวสาร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ศรีจันทร์ / snail white แบรนด์เครื่องสำอางค์ไทยที่เริ่มต้นนำสินค้าเข้าสู่ตลาดด้วยการทำให้เกิดการทดลองใช้ เกิดประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้และแนะนำสินค้าจากผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค และเกิดการสื่อสารที่ดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้าผ่านโลกออนไลน์ เปลี่ยนผู้ใช้ให้กลายเป็นผู้แนะนำ
SME ในยุคใหม่ต้องทำให้สินค้ามีตัวตนบนโลกออนไลน์เกิดภาพในใจลูกค้า
จากสินค้าดีมีคุณค่า ทำให้เกิดการทดลองใช่ แชร์ รีวิว บอกต่อผ่านสื่อ เกิดเครือข่ายของผู้บริโภค
ส่วนหนึ่งจากการให้สัมภาษณ์จาก MVTV

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

20 สิ่งที่คนรวยทำเป็นประจำ

1. กินอาหารขยะ (JunkFood) น้อยกว่า 300 แคลลอรี่ต่อวัน : อย่าลืมกินอาหารมีประโยชน์ด้วยหล่ะ
2. ตั้งเป้าหมายในความสำเร็จอย่างมุ่งมั่น : เขียนไว้ให้ตัวเองเห็นทุกๆวัน
3. ออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 วัน : ไม่นับรวมการเดินห้างช๊อปหนักมาก
4. ฟัง AudioBook (หนังสือเสียง) ระหว่างไปทำงาน : OokBee / Skill lane / Youtube ดีๆมีให้ดูเยอะมาก
5. สร้างรายการที่ต้องทำในแต่ละวัน (To do list) : ผมใช้ Trello ทำทั้ง list งานตัวเองและเริ่มใช้กับทีม
6. ให้ลูกๆอ่านหนังสือ (ไม่ใช่นิยาย) 2 เล่มต่อเดือน : เริ่มจากนิทานภาพ สู่วรรณกรรมเด็ก อย่าให้เริ่มอ่านจากtablet
7. ให้ลูกๆทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อเดือน : พ่อแม่ต้องทำให้เห็นก่อน และพาลูกๆทำด้วยกัน
8. โทรศัพท์เพื่ออวยพรวันเกิดผู้อื่น : มันให้ความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นจริงๆและเป็นการบริหารconnection ที่ดีมากๆ
9. เขียนเป้าหมายของเขาออกมา : เป้าหมายที่อยู่ในใจ กับ ฝันกลางวันมันคล้ายกันมากๆ
10. อ่านหนังสืออย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน : อ่านถึงข้อนี้ได้แสดงว่าคุณอ่าน30นาทีต่อวันได้แน่ๆ
11. พูดในสิ่งที่เขาคิด : ตรงไปตรงมาเสมอ
12. พบปะพูดคุยเพื่อสร้างสังคม อย่างน้อย 5 ชั่วโมงต่อเดือน : สังคมที่หลายหลายนำมาซึ่งรายได้จากหลายทาง
13. ดูทีวีน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน : รวมถึง Social Media ด้วย
14. ไม่ดูรายการ Reality : มันติดจริงๆนะอย่าลองเลย
15. ตื่นก่อนเวลาทำงาน 3 ชั่วโมง : 3ชั่วโมงที่มีคุณค่าหลายคนใช้เวลานี้จัด/ปรับตารางงาน งานเสร็จตั้งแต่ครึ่งวัน
16. สอนสิ่งดีๆเพื่อสร้างความสำเร็จในแต่ละวันให้กับลูกๆ : หนึ่งในเรื่องที่ควรคุยกับลูกทุกๆวัน365วันจะได้365วิธีใช้ชีวิตที่โรงเรียนไม่ได้สอน
17. เชื่อว่านิสัยที่ดีสร้างความสำเร็จมากกว่าโชค : ถ้าไม่เชื่ออ่านข้อต่อไป
18. เชื่อว่านิสัยแย่สร้างโชคร้ายแบบสุดๆ : ถ้าไม่เชื่ออ่านข้อก่อนหน้า
19. เชื่อในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเรียนรู้มันตลอดชีวิต : คนที่หยุดการศึกษาจะกลายเป็นคนไร้การศึกษาในอนาคต
20. รักการอ่าน (อย่างน้อยก็อ่าน 20 ข้อนี้จนจบและแชร์ต่อ ^^)
ที่มา :
Tom Corley, RichHabits.net
20 Things The Rich Do Every Day by Tom Corley

ภาพประกอบเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมและสร้างเครือข่าย ชีวิตทำงานประจำทำงานธนาคาร เอาเวลาที่มีส่วนหนึ่งไปทำงานด้านวิชาการแบ่งความรู้ให้นักศึกษา เป็นโค้ชให้น้องๆรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ความเป็นผู้ประกอบการ Startup

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...