วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Srethai Superware ทำอย่างไรให้ เสือ สิง กระทิง แรด ยอมเดินร่วมกันในทางที่เราต้องการ


วันนี้ฟังเรื่องกลยุทธการบริหารการเปลี่ยนแปลงจากเจ้าพ่อเมลามีนเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง ‪#‎Srithai‬
ในยุคแรกๆของศรีไทยคือผู้ผลิตพลาสติกถ้วยถังกะละมัง พลาสติกแบบที่ไม่มีนวัตกรรมอะไร ใครๆก็เข้ามาแข่งขันนับวันก็เจอแต่ของถูกมาแข่ง
ผู้บริหารศรีไทยในยุคนั้นได้คุณสนั่นเข้ามาบริหารงาน คุณสนั่น นักเรียนนอกทำบริษัทเยอรมัน ลาออกมาทำงานกับบริษัทที่เป็นการบริหารแบบครอบครัวด้วยการถูกชะตากับผู้บริหาร แต่การบริหารบริษัทครอบครัวที่มีระบบบริหารแบบครอบครัวใหญ่ภรรยา3ลูกหลานอีกเพียบ ไม่เก่งจริงไม่มีทางรอด
นักบริหารทั่วไปคงเอาเวลามาวางแผนจัดการกำหนดกฎระเบียบเพื่อให้บริหารได้ คุณสนั่นก็ทำแต่ระเบียบอะไรออกมาใช้กับลูกหลานก็ยาก คุณสนั่นจึงคิดว่าแทนที่จะไปสู้รบกับครอบครัวเถ้าแก่ เอาเวลามาบริหารสร้างรายได้ให้บริษัท พาบริษัทไปในทางที่ถูกต้องดีกว่า "เพราะธุรกิจครอบครัวอย่างไรก็ต้องการคนที่เป็นตัวสร้างเงินสร้างทอง"(ไม่ใช่ตัวเงินตัวทอง)
จึงเริ่มหาโอกาสธุรกิจใหม่ๆ เริ่มทำพลาสติกคุณภาพสูงที่ในตลาดยังไม่มี คุณสนั่นมองเห็นโอกาสทางธุรกิจหนึ่งที่ใช้พลาสติกคุณภาพคือตลาดลังน้ำอัดลมที่ส่งตามร้านต่างๆ สมัยนั้นใช้ลังไม้ส่งและมีค่ามัดจำลัง ลังละ7บาท ศรีไทยไปเสนอให้มโค๊ก แป๊ปซี่ กรีนสปอร์ต ไม่มีใครยอมเอาซักคน
เพราะหากเป็นลังพลาสติก ทุกอย่างดีกว่าคุ้มค่าแต่ลูกค้าร้านค้าคงต้องจ่ายค่ามัดจำลัง ลังละ60บาท หากเจ้าไหนเปลี่ยนก่อนก็ต้องให้ลูกค้าจ่าย ซึ่งอาจกลายเป็นการที่ร้านค้าปฎิเสธและแบรนด์นั้นก็โดนคู่แข่งแย่งตลาดไป
กลยุทธที่จะทำให้ บิ๊กๆทั้งหลายยอมใช้การไปเจรจาทีละรายไม่สำเร็จจึงต้องหาวิธีรวมทุกคนมาและเล่าให้ฟังพร้อมกันให้ทุกๆคนเห็นว่าเป็นประโยชน์ร่วมกัน
ด้วยเทคโนโลยีกาผลิตพลาสติกที่ซื้อลิขสิทธิ์มานี่มาจากฝรั่งแถมเป็นบริษัทที่มีเชื้อพระวงศ์ด้วย จึงใช้โอกาสนี้เชิญผู้บริหารจากทุกค่ายทั้งโค๊ก เปปซี่ มิรินด้า กรีนสปอร์ต มาทานอาหารร่วมกัน (เป็นการทานอาหารที่มีเสริ์ฟแต่เบียร์เท่านั้นไม่มีน้ำอัดลมน้ำเปล่าให้เลือก) แล้วก็เสนอให้ทุกๆบริษัททำร่วมกัน"ทุกๆคนได้ประโยชน์" และ"เริ่มพร้อมๆกัน" เริ่มจากพื้นที่ชลบุรีประสบความสำเร็จและขยายไปทั่วประเทศและประเทศใกล้เคียง
วิธีการที่จะทำให้เสือ สิงห์ กระทิง แรด เดินทางไปด้วยกันมีอยู่สองทาง คือ ไฟไหม้ป่า กับ ทำให้อาหารสมบูรณ์อยู่บนเส้นทางเดียวกัน
กลยุทธ์ธุรกิจก็เช่นกัน
หากทำให้คู่แข่งทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันคู่แข่งก็จับมือกันได้ โมเดลนี้นอกจากตลาดน้ำอัดลมจะใช้ลังแบบเดียวกันแล้วยังมีการร่วมทำบริษัทฝาจีบ ร่วมกันด้วยในเวลาต่อมา
ติดตามเกร็ดเล็กผสมน้อยช่วยพัฒนาธุรกิจได้ที่
โอ วีระ SMEช่วยเต็มที่
http://oweera.blogspot.com
http://line.me/ti/p/%40oweera
http://facebook.com/oweerablog
Twitter @oweera

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ENSOGO เป็นตัวอย่างของทฤษฏีต้มกบ คือไปแบบไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวแต่ไม่ยอมปรับตัว


http://www.ensogo.co.th/th



ยุคแรกของ Ensogo ปลุกตลาด อีคอมเมิร์ช ในเมืองไทย ในกลุ่มเว็บขายดีล ซึ่งประยุกต์มาจากเว็บ GroupBuy
Logo ensogo ในยุคแรก


ปี2010-2011 ยุคที่คนยังไม่ชินกับการซื้อของออนไลน์เพราะไม่คุ้นเคย ไม่รู้สึกแตกต่างจากการซื้อตามห้าง กระแสการใช้ Social media เริ่มเติบโตขึ้น คนไทยอย่างพวกเราเริ่มรู้จัก Hi5 foursquare

เว็บขายของแบบดีล เริ่มเป็นที่รู้จักในโมเดลของ Group buy รวมกันซื้อได้ราคาถูก เมื่อมียอดซื้อมากถึงจำนวนที่กำหนดไว้เจ้าของเว็บก็ขาย
เกิดความนิยมมากเพราะเหมือนได้ซื้อในราคาขายส่ง คนขายก็win ได้ขายมากๆเหมือนขายส่ง คนซื้อก็ได้ในราคาถูก

แต่ในเมืองไทย เว็บดิลรายใหญ่ของโลก อย่าง Groupon เข้ามาในตลาดนี่ไม่สำเร็จเพราะมีบริษัทไทยที่แข็งแกร่งอย่าง Ensogo หลายคนไม่ทราบว่านี่ตั้งโดยคนไทย

Ensogo เสนอตัวเป็นผู้ให้บริการขายดีล ในแบบที่คนไทยชอบมากกว่าคือ ซื้อได้เลยไม่ต้องรอครบจำนวน แต่มีเวลาที่จำกัด รูปแบบนี้ถูกใจคนซื้อมาก สำหรับคนขาย Ensogo ขายไอเดียการตลาดคือการช่วยให้ร้านค้ารายเล็กๆ สามารถเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากๆได้ในเวลาอันรวดเร็วจากฐานข้อมูลของสมาชิก Ensogo ซึ่งมีหลักแสนที่มีการจัดหมวดหมู่อย่างดีแยกSegmentมากมาย 

ในยุคปี 2011-2012 ย้อนไป5ปีที่แล้วไม่ค่อยมีเครื่องมือหรือช่องทางใดๆที่ง่ายเหมือนสมัยนี้ SME และ ร้านอาหาร โรงแรมใหม่ๆ จึงเลือกใช้ Ensogo ในการโฆษณาสินค้าที่ราคาพิเศษสุดๆ ลูกค้าได้ซื้อของในราคาถูก มาทดลองใช้บริการหากติดใจจะมาใช้บริการซ้ำ  ยอดขายดีลพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็น Startup ที่เติบโตมาก ทั้งฐานลูกค้าและ รายได้ แต่รูปแบบธุรกิจนี้มีบางอย่างที่เกิดคำถามคาใจ

คนไปซื้อดิลได้ในราคาพิเศษมาใช้บริการแล้วร้านค้าจะได้อะไร?
ลูกค้าจะใช้บริการมากกว่าที่จ่ายซื้อดิลมั๊ย?
ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำจริงเหรอ?

คำถามนี้ผมไม่ขอเขียนคำตอบ




ยุคของการเติบโต รายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมูลค่าธุรกิจเติบโตทั้งจำนวนและรายได้ เป็นตัวอย่างของ StartUp ไทยที่สามารถเติบโตหลายสิบเท่าในเวลาอันรวดเร็วและส่งต่อธุรกิจอย่างสวยงาม ให้กองทุนธุรกิจ อีคอมเมิร์ชระดับโลกเข้ามาซื้อกิจการเอาทั้งคนเอาทั้งเทคโนโลยีเข้ามาต่อเติมให้ธุรกิจเจริญต่อไป จนเป็นเว็บดีลอันดับหนึ่งของเมืองไทย

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี จาก PC สู่ยุค Smart Phone อินเตอร์เนตที่ดีขึ้นเข้าถึงคนมากขึ้น Social Media และเครื่องมือการตลาดที่มีให้เลือกมากขึ้น ผู้ขายของผ่านเว็บดิลมีทางเลือกมากขึ้น กระแสร้อนแรงของ Social media marketing ทำให้ธุรกิจเว็บดีลที่กินส่วนต่างสร้างรายได้..ร้อนระอุ

จุดแข็งของธุรกิจEnsogoที่มีฐานข้อมูลให้ผู้ค้าเข้าถึงคนได้มากๆเริ่มไม่ใช่จุดแข็งที่แข็งแรงอีกต่อไป เพราะคู่ค้าก็เลือกซื้อสื่อแบบเจาะจงได้มากขึ้น ราคาไม่แพงและทำได้มากกว่าการลดราคาและต้องเสียค่าส่วนต่าง ดิลที่น่าสนใจเริ่มลดลง

เหมือนกบที่ว่ายอยู่ในหม้อน้ำกำลังอุ่นขึ้นเรื่อยๆ กบที่ว่ายอยู่ไม่รู้สึกเป็นภัยหรือแม้จะรู้สึกแต่ก็ยังมีความสุขดีอยู่ จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว ขาที่แข็งแรงไม่สามารถพาตัวเองหนีไปสู่บ่อน้ำใหม่ กลายเป็นกบต้ม อย่างน่าเสียดาย

ในวันนี้ที่มีข่าวปิดEnsogo ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงไทยจึงทำให้นักธุรกิจไทย SME และ Startup ต้องเรียนรู้เป็นประสบการณ์



*******************************
จงสำรวจตัวเองอยู่เสมอว่าเรายืนหยัดในธุรกิจนี้ได้เพราะอะไร
สำรวจว่าจุดแข็ง จุดขาย ของธุรกิจเรายังเป็นสิ่งที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันหรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจอยู่รึป่าว
เรายังเป็นธุรกิจที่ Win-Win อยู่ใช่มั๊ย
ยิ่งยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วยิ่งต้องหมั่นตรวจสอบธุรกิจตัวเอง

โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera 
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand
คลิปวีดีโอดีๆ ที่ทำให้เห็นคุณค่าของเครือข่ายธุรกิจ https://goo.gl/qAr4e0

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ด้วยความฉลาดเกินไปของGoogle Bill due ทำให้ผมต้องโทรไปโวยวายกับais Call center และนี่คือสิ่งที่ได้รับ





เปิดมือถือตอนเช้ามีแจ้งเตือนครบดิลจ่ายเงินค่ามือถือais 1,160.95 จำได้ว่ายอดนี้จ่ายไปแล้ว เลยโทรไปถาม ais 1148
ข้อความอัตโนมัติ ไล่เรียงลำดับเมนูยืดยาวให้ฟัง (*เบ้ปากมองบน)จะเยอะไปไหน กด 0 ทันที เจออีกหนึ่งชุดเมนูจะถามพนักงานเรื่องอะไร กดเสร็จรับสายทันที
ช่อทิพย์ : สวัสดีค่ะคุณจิตต์รักษ์วันนี้มีอะไรให้รับใช้ค่ะ
ผม : ผมพึ่งชำระค่าบริการไป ผ่าน K Mobile banking Plus ยอด 1160.95 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำไมยังมีemailเตือนให้จ่ายอีก
ช่อทิพย์ : ได้เลยค่าคุณจิตต์รักษ์ เดี๋ยวช่อทิพย์เช็คขอมูลให้รอสักครู่นะค่ะ
(นี่เค้าคิดว่าเราชื่อจิตต์รักษ์เหรอเนี่ยนั่นชื่อภรรยาผมไม่เคยชื้ออะไรในชื่อตัวเองอยู่แล้วภรรยาบริการให้ตลอด)
......
ไม่เกิน10วินาที
......
ช่อทิพย์ : สวัสดีค่ะคุณจิตต์รักษ์ ( ผมวีระเฟ้ย) ได้ตรวจสอบเรียบร้อยค่ายอดดังกล่าวชำระเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่ต้องกังวลค่ะ
(ระหว่างนั้นเปิดดูemailเค้าส่งมาตั้งแต่25เดือนที่แล้วระบบแค่แจ้งเตือน อายอ่ะไปโวยวายเค้า)
ผม : *พูดแก้เขิล เอ่อ..ค่าใช้บริการผมทำไม่เกินpackage บราๆๆๆๆ คำถามอีกเป็นชุด
ช่อทิพย์ : รอสักครู่ค่ะ
......
ไม่เกิน10วินาที
......
ช่อทิพย์ : สวัสดีค่ะคุณจิตต์รักษ์ ขออภัยที่ให้ถือสายรอ(ไม่นานเลยครับเร็วจนตกใจต่างหาก)
*คำตอบล้านแปดที่ถามไปเธอหามาได้หมด มีค่าSMS 20 ครั้ง
ผม : ค่าSMSแพงจัง มีpackageอะไรมั๊ยครับ
(ปกติผมจะส่งSMSแนะนำตัวให้ทุกคนที่ได้แลกนามบัตรและมีเบอร์มือถือเพื่อให้เค้าจำเราได้)
ช่อทิพย์ : คำนวนการใช้ย้อนหลังให้แล้วค่ะขอแนะนำ packageเสริม 50 SMS 50บาทค่ะ
ผม : โอเคครับเอาเลยครับ 50บาท (เห้ย50เองถูกมาก)
ช่อทิพย์ : เดี๋ยวช่อทิพย์คำนวนให้นะค่ะเนื่องจากรอบนี้ยังไม่ตัดบิลเดี๋ยวช่อทิพย์คำนวนค่าใช้จ่ายให้เป็นเฉลี่ยนะค่ะไม่ต้องจ่ายเต็ม50บาท ..... ทั้งหมดเดือนนี้จ่ายเพิ่ม12บาทค่ะ
***********************
อึ้ง+ปลื้ม+ประทับใจ มากกับความพร้อมในการให้บริการ ข้อมูลเราดีเยี่ยมให้คำแนะนำเสนอการให้บริการด้วยหัวใจจริงๆ ไม่เคยโดนหลอกขายpackage ที่เราไม่ควรซื้อ ทุกๆครั้งที่ถามโปร พนักงานAis จะเลือกเสนอให้บริการที่ใกล้เคียงประวัติการใช้งานเราเสมอ และที่น่าประทับใจคือทุกครั้งเราจ่ายแบบประหยัดขึ้นด้วย ais อาจได้เงินเราน้อยลงแต่ได้หัวใจเรามากขึ้น
นี่สินะ ‪#‎บริการด้วยหัวใจ‬
ปล.ที่ระบบandroidเตือนวันครบกำหนดจ่ายโดยที่เรายังไม่ได้ตั้งอะไรเลยนี่เกิดจากการที่gmailอ่านจดหมายเราใช่ป่าวเนี้ย

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...