วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เรื่องเหล้า... เช้าวันอาทิตย์ Sunday talk

เรื่องที่จะเล่านี้ มันเก่ามากๆ
จนจำไม่ได้แม้กระทั่งยี่ห้อเหล้า 
ชื่อเรื่อง ผู้เขียน และคนแปล 

ตลอดจนรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ 
ก็ดูจะเลือนรางจางไปกับกาลเวลา

แต่ก็ยังพอจำเค้าโครงคร่าวๆ 
เนื้อหาดีๆ แง่คิดโดนๆ 
ของนิยายสั้นเรื่องนี้
ไว้เป็นบทเรียนสอนใจ

จะไม่พูดพร่ำให้รำคาญ 
เรามาเข้าเรื่องเลยดีกว่า
       
เรื่องมีอยู่ว่า 
ชายหนุ่มวัยสามสิบคนหนึ่งชื่อแฟรงค์ 
เป็นคนซื่อ ปราศจากเล่ห์เหลี่ยม 
จิตใจดีงาม โอบอ้อมอารี

หลังเรียนจบ 
แฟรงค์ก็ยึดอาชีพเป็นเซลส์ขายรถ
แม้จะไม่เฟื่องฟูมั่งคั่ง 
แต่ก็สามารถดำรงชีพอย่างพอมีพอกินเรื่อยม   
       
จนกระทั่งเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ไปทั่วสหรัฐอเมริกาในต้นทศวรรษ 1930 

ชีวิตของแฟรงค์ก็พลิกผัน เขาตกงาน 
มิหนำซ้ำยังมีหนี้สินเป็นเงินก้อนโต    
       
แฟรงค์อับจน 
สิ้นหนทางที่จะแก้ไขวิกฤติต่างๆ 
ที่ถาโถมเข้าใส่เขา

เขาจึงร่ำสุรา ราดรดความทุกข์ไปวันๆ 
กระทั่งทุกอย่างดูย่ำแย่เลวร้ายกว่าเดิม 

ชายหนุ่มกลายเป็นไอ้ขี้เมา
ที่แทบไม่มีเงินหลงเหลือติดกระเป๋า

       
คืนวันหนึ่ง 
หลังจากใช้เงินดอลลาร์สุดท้ายที่มีอยู่
หมดไปกับเหล้าเป๊กสุดท้าย 

แฟรงค์ในสภาพเมาหยำเป 
เดินโซเซท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ
และบรรยากาศอึมครึมมืดมิด 

เขาเดินลัดเลาะ
ผ่านซอกตึกต่างๆ อย่างไร้จุดหมาย 
จนกระทั่งมาพบกับบาร์เหล้าเล็กแห่งหนึ่ง 
ตั้งอยู่ในมุมเปลี่ยวร้างไร้ผู้คนสัญจร
       
       
ภายในร้านว่างเปล่าปราศจากผู้คน 
มีเพียงบาร์เทนเดอร์ชายชรา
ร่างผอมสูงแก้มตอบ ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์

“แฟรงค์ ผมรอคุณอยู่นานแล้ว” 
ชายชราเอ่ยทัก
       
“คุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง” 
แฟรงค์ย้อนถามด้วยความสงสัย
       
       
“ผมรู้อะไรเกี่ยวกับคุณอีกเยอะ 
บางทีอาจจะรู้มากกว่าที่ตัวคุณรู้เสียด้วยซ้ำ 
คุณกำลังตกงาน สิ้นเนื้อประดาตัว 
และยอมแลกทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อเหล้าแก้วเดียว” 
ชายชรากล่าวช้าๆ ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
       
       
แฟรงค์ฟังคำพูดของชายชราอย่างสงบนิ่ง 
ทั้งแปลกใจและร่ำๆ ว่าจะสร่างเมา
       
       
“ฟังนะ แฟรงค์ 
ผมขอยื่นข้อเสนอบางอย่าง 
ที่นี่มีเหล้า 13 แก้วให้ดื่มฟรีๆ 
ถ้าหากคุณจะกล้าพอ 

แต่ คุณต้องเสี่ยงดวงบ้างนิดหน่อย
เพราะหนึ่งในจำนวนนี้มียาพิษ 
ถ้าคุณเป็นฝ่ายชนะพนันในการดื่ม

เอ้อ! ผมหมายถึงรอดตายนะ 
คุณจะได้เงิน 1000 ดอลลาร์ 
และทุกๆ แก้วต่อไป
เงินเดิมพันก็จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว” 
ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง 
ปราศจากวี่แววว่าล้อเล่น

“นี่คุณเล่นตลกห่าเหวอะไรอยู่วะ” 
แฟรงค์ตะคอกอย่างหงุดหงิด
       
“ผมไม่ได้ล้อเล่น” 
ชายชรากล่าวพร้อมทั้งหยิบแบงค์ 1000 ดอลลาร์
วางลงบนเคาน์เตอร์
        
“แล้วคุณจะได้อะไรจากการเล่นเกมนี้กับผม” 
ชายหนุ่มถามด้วยทีท่าน้ำเสียงอ่อนลง
       
       
“ขออนุญาตให้ผมได้แนะนำตัว
กับคุณอย่างตรงไปตรงมาดีกว่า 
ผมคือซาตาน 

ถ้าคุณแพ้พนัน ดื่มเหล้าแก้วที่มียาพิษ 
ชีวิตและวิญญาณของคุณ จะต้องเป็นของผม” 
ซาตานพูดด้วยน้ำเสียงยะเยือกวังเวง
       
       
แฟรงค์ลังเลไตร่ตรองว่า 
เขาควรเชื่อถือคำพูดของชายชรา
หรือยึดถือมันเป็นเพียงเรื่องเหลวไหลไร้สาระ
       
       
“คุณไม่มีอะไรต้องสูญเสีย
มากไปกว่านี้อีกแล้วนะพ่อหนุ่ม” 
ซาตานพูดรุกคืบโน้มน้าว
       
       
ท้ายที่สุด 
แฟรงค์จึงเลือกหยิบเหล้าแก้วหนึ่งบนเคาน์เตอร์
ด้วยมืออันสั่นเทา รวบรวมความกล้าดื่มมันเข้าไป 
หลับตาเตรียมใจรอรับพิษร้ายที่จะแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย 
จนชั่วครู่หนึ่งผ่านพ้น ก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ
       
       
“ยินดีด้วยนะ แฟรงค์ เงินนี้เป็นของคุณ” 
ชายชราหยิบแบงค์ 1000 ดอลลาร์ยื่นให้ชายหนุ่ม

“ยังมีเหล้าเหลืออยู่อีก 12 แก้ว 
คุณมาพบผมได้ตลอดเวลา เมื่อใดก็ตามที่ต้องการเงิน”
       
       
แฟรงค์ใช้เงิน 1000 ดอลลาร์ไปกับการกินดื่ม
และจับจ่ายซื้อสิ่งฟุ่มเฟือยจนหนำใจ 
และหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว 

คืนวันรุ่งขึ้นเขาจึงหวนกลับมาพบชายชราอีกครั้ง 
และชนะเดิมพันเงิน 2000 ดอลลาร์
       
       
คราวนี้ชายหนุ่มไม่ได้หมดเงินกับการเมามาย 
แฟรงค์เริ่มคิดวางแผนสร้างเนื้อสร้างตัว 
ทำธุรกิจของตนเอง 

แต่ 2000 ดอลลาร์นั้นยังไม่เพียงพอต่อการลงทุน 
สัปดาห์ต่อมาเขาจึงไปวัดดวงกับซาตาน 
และเป็นฝ่ายชนะได้เงินมาอีก 4000 ดอลลาร์
       
       
ธุรกิจร้านขายรองเท้าของชายหนุ่มจึงเริ่มต้นขึ้น 
และค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ มั่นคงตามลำดับ 

จนกระทั่งวันหนึ่ง
แฟรงค์เกิดไปพบและรู้จักสาวสวยชื่อพาเมลา
ทั้งคู่ต่างพึงพอใจในตัวอีกฝ่าย 
ความรักผลิบานงอกงามอย่างรวดเร็ว
       
       
เพื่อที่จะหาเงินก้อนมาจับจ่ายใช้สอยในพิธีแต่งงาน 
แฟรงค์จึงไปหาซาตานอีกครั้ง 
ชายชรายังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
   
“เพื่อนยาก คุณหายหน้าหายตาไปนาน 
จนทีแรกผมแทบจะจำไม่ได้ 
ดูสะอาดสะอ้าน แต่งตัวดี 
ตรงข้ามกับคืนแรกที่เราเจอกัน 
ผมเดาว่าคุณคงมีชีวิตใกล้จะสุขสบายแล้วสินะ” 
ชายชรายิ้มนิดๆ อย่างอ่อนโยน 
ยกเว้นแววตาที่เคลือบแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์
       
       
แฟรงค์ไม่สนใจแม้กระทั่ง
จะเอ่ยทักทายหรือสนทนาด้วย 
เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก 
เลือกหยิบเหล้าแก้วหนึ่งขึ้นดื่ม 
จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก 
เมื่อพบว่าตนเองปลอดภัย
       
“8000 ดอลลาร์
สำหรับเหล้าแก้วที่สี่เป็นของคุณ 
แต่ขอโทษนะครับ 
ผมคิดว่ารวมกับเงินเก็บออมของคุณ 
ผมเกรงว่ามันอาจจะไม่พอ” 
ชายชราพูดพร้อมๆ กับ
ผายมือไปยังแก้วเหล้าที่เหลืออยู่
       
       
แฟรงค์ยืนลังเลไตร่ตรอง 
ในที่สุดก็ตัดสินใจดื่มเหล้าแก้วที่ห้า 
และได้เงินไปอีก 16000 ดอลลาร์
       
       
“ลาก่อน ผมกับคุณ
คงไม่มีความจำเป็นต้องพบกันอีกตลอดกาล” 
แฟรงค์เอ่ยลาซาตาน
       
       
“นั่นยังไม่แน่นัก 
แต่ถึงยังไง ผมก็จะรอคุณอยู่ตรงนี้” 
ชายชรากล่าวทิ้งท้าย
       

แฟรงค์แต่งงานกับพาเมลา 
หลายปีผ่านไป ธุรกิจของเขาเติบโตขึ้น 

จากร้านเล็กๆ 
กลายเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดปานกลาง 
มีลูกสามคน ชายหนึ่ง หญิงสอง 
ครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์แบบ 

แต่แล้วการเพลี่ยงพล้ำให้กับคู่แข่งทางการค้า
ก็ทำให้เงินสดไม่เพียงพอหมุนเวียน 

แฟรงค์กู้เงินจากธนาคาร 
โดยเอาบ้านจำนองเป็นหลักประกัน 
ทว่าแทนที่สถานการณ์จะกระเตื้อง 
กลับทรุดหนักซวดเซกว่าเดิม
       
แฟรงค์ในวัยสี่สิบ
จึงต้องมาดื่มเหล้าแก้วที่หก 
เพื่อเงิน 32000 ดอลลาร์ 

และเหล้าแก้วที่เจ็ด 
เพื่อเงิน 64000 ดอลลาร์ 
เพื่อนำไปกอบกู้แก้ไขปัญหาทางธุรกิจของตน 
จนกระทั่งมรสุมชีวิตคลี่คลายไปได้อีกครั้ง
       
       
หลังจากนั้น
ชีวิตของแฟรงค์ก็ก้าวสู่เส้นทาง “ขาขึ้น” 
กลายเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ 
ฐานะมั่งคั่งร่ำรวย 

เขาเริ่มขยับขยายไปยังการลงทุนอื่นๆ 
โดยเฉพาะการซื้อหุ้น ซึ่งทำกำไรมหาศาล 

จนกระทั่งวันหนึ่ง หุ้นที่เขาถือไว้ราคาตกดิ่งฮวบ 
จนต้องแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมๆ คือ 
ดื่มเหล้าแก้วที่แปด
       
       
แฟรงค์ดื่มเหล้าแก้วที่เก้า 
ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา 
เพื่อนำเงินไปใช้ปรนเปรอชู้รัก 
และต้องการปกปิดอำพราง
ไม่ให้กระทบต่อบัญชีรายได้จากธุรกิจ 
ซึ่งพาเมลาผู้เป็นภรรยาจะสามารถตรวจสอบได้
       
       
จากนั้นก็ดื่มเหล้าแก้วที่สิบ 
เพื่อเลิกรากับชู้รักที่เขาเบื่อหน่าย 
และโดนเธอเรียกร้องขู่กรรโชกเงินก้อนโต
       
ดื่มเหล้าแก้วที่สิบเอ็ด 
เพื่อนำเงินไปลงทุนในธุรกิจบ่อนพนัน 
และยาเสพติด
       
       
ส่วนเหล้าแก้วที่สิบสอง 
แฟรงค์ตัดสินใจดื่มมันด้วยเหตุผลสั้นๆ 
คือ ความโลภ

แม้จะร่ำรวยจนทรัพย์สินที่มีอยู่ 
ใช้อย่างไรก็ไม่หมด 
ทว่าเงินเดิมพันจำนวนสองล้านแปดพันดอลลาร์ 
ก็เย้ายวนกระทั่งแฟรงค์ในวัยห้าสิบ อดใจไว้ไม่ไหว
       
       
“เพื่อนรัก คราวนี้คุณหายไปนานมาก 
จนผมคิดว่าจะไม่ได้เจอคุณอีกซะแล้ว” 
ชายชราในรูปลักษณ์เดิมๆ คงที่กล่าวทัก
       
       
“ผมมาดื่มครั้งสุดท้าย 
ยังเหลือเหล้าอีกสองแก้วใช่มั้ย 
อัตราความเสี่ยงสูงหน่อย 
แต่เดิมพันนั้นโคตรคุ้มเลยวะ” 
แฟรงค์หัวเราะอย่างก้าวร้าว 
มองและชั่งน้ำหนักไปยังเหล้า
ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ 
จากนั้นก็ตัดสินใจเลือกแก้วซ้ายมือ
       
       
เขายกเหล้าขึ้นดื่มอย่างช้าๆ จนหมด 
เฝ้ารอดูว่ามันจะก่อให้เกิดปฏิกิริยากับร่างกาย 
แต่แล้วทุกสิ่งก็ยังคงเป็นปกติ
       
       
“ขอเงินให้ผม และลาก่อนตลอดกาล” 
แฟรงค์พูดด้วยความลิงโลดดีใจ

...

...
       
...

“อะไรทำให้คุณคิดว่าคุณชนะ” 
ชายชรายังคงสงบนิ่ง
       
       
“ผมบอกไว้แล้วว่าเหล้าแก้วหนึ่งมียาพิษ 
แต่ดูเหมือนผมจะสะเพร่าไปนิดนึง 
จึงลืมบอกคุณว่า 

ยาพิษนั่น ไม่ได้ทำให้ตายทันที 
แต่ออกฤทธิ์อย่างช้าๆ ทีละน้อย 
คุณดื่มมันไปตั้งแต่แก้วที่หกแล้ว” 
ซาตานอธิบายพร้อมๆ กับรอยยิ้มอันชั่วร้าย
       
       
“นับตั้งแต่นั้น 
วิญญาณคุณก็เป็นของผม 
คุณไม่ได้สังเกตเลยว่า 
ตัวคุณเองเปลี่ยนไป 

จากคนซื่อๆ จิตใจดีงาม 
คุณกลายเป็นพ่อค้าที่เอารัดเอาเปรียบ 
เป็นนายจ้างที่ขูดรีด 
เป็นสามีที่ละเลยภรรยา 
เป็นพ่อผู้ไม่รับผิดชอบใส่ใจต่อลูกๆ 

คุณค่อยๆ ทรยศหักหลังเพื่อนร่วมงาน 
บดขยี้คู่แข่งด้วยเล่ห์เหลี่ยมอำมหิต 
มักมากในกาม ติดการพนัน 
ละโมบไม่รู้จักพอ 

ผมขอชื่นชม คุณเลวได้อย่างครบถ้วน 
ชั่วสมบูรณ์แบบ ยิ่งกว่าที่คาดคิดเอาไว้เยอะ”
       
       
แฟรงค์ตกตะลึง
สีหน้าซีดเผือด ร่างกายร้อนผ่าว 
ปวดแสบเหมือนมีใครมาบิดลำไส้ 
หายใจกระหืดกระหอบติดขัด
       
       
“นับจากดื่มเหล้าแก้วที่หก 
คุณก็กลายเป็นคนไร้วิญญาณ 
ดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อปรนเปรอตนเอง 

แต่ผมเชื่อว่า 
คุณคงรู้สึกบ้างเหมือนกันว่า 
ชีวิตคุณว่างเปล่า 
โหยหาไขว่คว้าต้องการบางสิ่งอยู่ตลอดเวลา 
และคุณคิดว่าเงินคือคำตอบ 
ทว่ายิ่งได้มาเท่าไร ก็ยิ่งถมไม่เต็ม 
นั่นเป็นเพราะว่า คุณไม่มีวิญญาณ 
และเมื่อคุณปราศจากมัน 
คุณก็ไม่มีวันรู้จักและเข้าใจได้อีกเลยว่า 
ความรักเป็นอย่างไร 
ใช่แล้ว! คุณกลายเป็นชีวิตที่ทำความรักหล่นหาย”
       
       
แฟรงค์ตายโดยไม่ทันได้ยิน
คำพูดประโยคท้ายๆ ของซาตาน
       
       
ชายชราหยิบเหล้าแก้วสุดท้ายชูขึ้น 
“แก้วนี้ผมดื่มให้แก่ชีวิตที่น่าสมเพชของคุณ” 

นิทานเรื่องนี้
สอนให้รู้ว่า...

เหล้า... ไม่ดีต่อสุขภาพ
ทำให้ขาดสติ และ
วิจารณญาณ

CR :line สมาคมธุรกิจแฟรนไชส์และไลเซ่น

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ที่ผมรู้จัก [Mr Patchara Samalapa]

คุณพัชร สมะลาภา หรือ"คุณปั๋ม" ที่หลายๆคนรู้จักทั้งในข่าวสังคม หรือแวดวงนักการเงิน เป็นบุคคลที่หาข้อมูลการทำงานผลงานต่างๆได้ไม่ยาก ถามอากู๋ได้  ประวัติพัชร สมะลาภา แต่ตอนนี้จะสิ้นปี2557 ใกล้ครบสองปี ที่ผมได้รู้จัก คุณพัชร สมะลาภา  ต่อไปนี้จะขอใช้คำว่า คุณปั๋ม เพราะดูเหมือนเป็นคำที่ทุกคนในKBank ใช้เรียก หรือบางคนเรียก พี่ปั๋ม
พัชร สมะลาภา

ในปี2555 มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง ในสายงาน SME ของธนาคารกสิกรไทย ปรับย้ายพี่มด ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ ไปดูสายงานRetail แล้ว ให้คุณปั๋ม ย้ายจาก รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย มาดูแลสายงานSME  ณ วันนั้น ก็ตกใจพอสมควรเพราะเป็นช่วงเวลาที่ KSME  มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ1ในตลาดสินเชื่อธุรกิจSMEแล้ว ทุกแบงค์ก็พุ่งมาบุกที่ตลาดSME การเปลี่ยนแม่ทัพตอนนี้จะดีเหรอ  ณ วันนี้สองปีผ่านไป KSME ยังคงเป็นที่1และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ดีขึ้น(มาก) เพราะฝีมือของ คุณปั๋ม เลยอยากใช้โอกาสนี้เขียนบันทึกความทรงจำดีๆกับ(เจ้า)นาย ซักครั้ง

  • ปี2555 รู้ชื่อคุณพัชร สมะลาภา เป็นผู้บริหารสายงานใหม่ รีบหาชื่อเพื่อดูหน้าตา เอ่อ..ไม่เจอแหะ เจอแต่ข้อมูลภรรยา รู้จักคุณปั๋มอย่างแรกเลย คือ คุณปั๋มภรรยาสวยเก่ง
  • ข้อมูลเดียวที่เจอตอนนั้นคือ ข่าวนี้ รู้อย่างที่สอง พี่ปั๋มนักลงทุนแนวบู๊ 
  • พี่ปั๋มนัดประชุมแนะนำตัว เป็นการคุยง่ายๆ ห้องประชุมใหญ่จินดาธร เป็นคำพูดที่ไม่ใช่แนวที่คุ้นหู ฟังดูง่ายๆ เป็นกันเอง ภาษาวัยรุ่นนิดๆ
  • สายสืบบอกว่า พี่ปั๋มไม่ใช้คนขับรถ ปกติ รองกรรมการผู้จัดการจะได้รถประจำตำแหน่งเป็น BMW Serie7 แต่พี่ปั๋มไม่ใช้ พี่ปั๋มขับรถเอง (ไม่ขอเขียนตรงนี้เพื่อความปลอดภัยรู้แค่คันนั้นวิ่งได้เกิน200)
  • สองสามเดือนแรกเป็นการเรียนรู้กัน พี่ปั๋มลงพื้นที่ทันทีไปเยี่ยมทีมขาย ในต่างจังหวัดทุกพื้นที่ เดินทางเยอะมาก เพื่อรู้จักลูกค้า รู้จักทีมงานให้ได้เร็วที่สุด ทีมงานมีเป็นพัน ลูกค้า600,000 พี่ปั๋มใช้เวลาเดือนแรกที่จะเข้าใจทั้งหมด ผมว่านี่คือภาระกิจสำคัญของผู้บริหารทุกคนในยุคนี้จริงๆ
  • "ไม่ต้องยกพลมาต้อนรับ ไม่เอาทัวร์ไหว้พระ อยากไปเจอลูกค้าพร้อมผู้ดูแลลูกค้า ทีมไปทำงานตัวเองไม่ต้องมาดูแลผม" พี่ปั๋มกล่าวไว้
  • KBank จับมือกับ BUILK.COM ไปให้ความรู้และต่อยอดธุรกิจให้เป็นธุรกิจก่อสร้างอย่างมืออาชีพก็เกิดจาก วิสัยทัศน์ พี่ปั๋มนี่หล่ะ คำเร็วมองไกล  ( ต้องขอบคุณ +Nat Piyawongsomboon  +Patai Padungtin  ) 


  • ผมได้ทีมงานมาใหม่คนหนึ่ง สาวสวยคนขวาในรูป เป็นลูกน้องเก่าพี่ปั๋มตอนอยู่ KA เป็นคนที่ทำให้เราได้เข้าใจพี่ปั๋ม มากขึ้นที่สุด (พี่ปั๋มชอบปาร์ตี้ , จัดงานมันส์มาก ,ชอบให้พนักงานทำงานและใช้ชีวิต)
  • สิ่งที่เปลี่ยนไปในครึ่งปีแรกชัดเจนที่สุดคือ งานประชุมทีมขายประจำปี เดิมทีจะเป็นการให้มานำเสนอแผนงาน มีการทำ workshop  สัมมนา เปลี่ยนเป็น มาเที่ยวด้วยกันเล่นเกมส์สนุกๆได้ของขวัญ
  • การสัมมนาประจำปีภาคค่ำทำโรงแรมให้เป็นผับส่วนตัว เมากันได้เต็มที่ ดิ้นกันได้สุดเหวี่ยง ไม่ต้องมีฟอร์มของนายแบงค์
  • วันประชุมสัมมนาประจำปี พี่ปั๋ม ขับรถมาเองจากบ้าน เสื้อยืด กางเกงยีนต์ รองเท้าแตะคีบ 
  • "การทำงานในหลายๆฝ่าย ในสายงานเดียวกันจะสำเร็จได้ ก็เพราะคำว่า พวกเรา หากทุกคนมีคำเดียวคือ พวกเรามันก็จะเกิดความเชื่อใจไว้ใจทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข"
  • ตั้งทีม Local Marketing เพราะทีมต่างจังหวัดขาดเครื่องมือการตลาดที่จะช่วย จึงให้คนสำนักงานใหญ่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปหาทีมขายบ่อยๆ เจอลูกค้าบ่อยๆ แล้วเอามาปรับปรุงการทำงาน 
Patchara style
หลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากๆ สร้างแนวทางการทำงานแบบใหม่ ที่เรียกได้ว่าอึ้ง!! ( กสิกรชูแผนกลยุทธ์หลัก) ว่านี้เป็นกลยุทธ์ของผู้นำตลาด ตามทฤษฎีที่เรียนมามันไม่น่าใช้น้าาา แต่ขอบอกว่ามันเวิร์คมากๆ 
  • คำว่าเป็นที่หนึ่งไม่สำคัญเท่าเป็นธนาคารที่ลูกค้าพอใจมากที่สุด พี่ปั๋มบอกไม่ชอบบอกว่าเราเป็นที่ 1 ให้คนอื่นฟังแบบที่ธนาคารต่างๆชอบประกาศ ให้เลิกโฆษณาว่าเราเป็นอันดับ1อัดการตลาดลงไปว่ามีคนใช้บริการเรามากที่สุด แต่ขอให้ไปทำให้ลูกค้ารักเราเยอะๆแล้วคนอื่นอยากมาใช้เราดีกว่า ( เหมือนในการตลาด 3.0 เปลี่ยนจาก Head สุ่ Heart ) 
  • คน คน คน คือส่ิงที่สำคัญที่สุด มีการประกาศ นโยบาย 40 ชั่วโมง จากเดิมพนักงานทำงานหนักมากกลับดึก เสาร์อาทิตย์มาทำงาน พนักงานลาออกเยอะ โดนดึงตัวไปง่าย เพราะวิ่งหาลูกค้าใหม่แล้วเอาเวลาดึกมาทำงานเอกสาร จึงกำหนดให้เป็น KPI ผู้จัดการทีมเลยว่าลูกน้องต้องไม่ทำงานเกิน 40ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ใครให้ลูกน้องทำงานเกินเวลาแสดงว่าไม่มีประสิทธิภาพ เน้นทำงานให้มีประสิทธิภาพเต็มที่ในเวลางานแทน แล้วเอาเวลาที่เหลีอไปใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือ ส่วนตัว
  • ดูแลลูกค้าเก่าให้ดีที่สุด เป็นนโยบายที่กลับข้างในขณะที่คู่แข่งบุกเต็มที่ แต่คุณปั๋มกลับเน้นให้ทีมผู้ดูแลลูกค้าไปเยี่ยมลูกค้าปัจจุบันให้บ่อยที่สุด ลดเวลาวิ่งหาลูกค้าใหม่ 
  • ไม่ต้องมอบสิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการ ช่วยต้องช่วยจริงๆ เป็นที่มาของการลดเลิกการจัดสัมมนาที่ต้องเกณฑ์กันมาฟัง แต่ให้ทำเป็นกลุ่มเล็กๆให้ลูกค้าได้เต็มที่  ช่วยเต็มที่
  • ให้ลูกค้าใหม่ที่จะเข้ามา มีเงื่อนไขน้อยยยย ที่สุด สำหรับการหาลูกค้าใหม่กลับไปแก้ที่กระบวนการหลังบ้านให้ง่ายขึ้นเร็วขึ้น แต่ไม่ลดความเสี่ยง  
สำหรับผมเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้นคือ การลดเวลาการไปหาลูกค้าใหม่ ให้ไปเยี่ยมลูกค้ามากขึ้น ทำให้มีเวลาเข้าใจธุรกิจลูกค้ามากขึ้น บริการได้ตรงความต้องการมากขึ้น ลูกค้าก็ Happy มีการใช้บริการอื่นๆมากขึ้นด้วย รายได้ไปชดเชยกับลูกค้าใหม่ นี่หล่ะที่ทำให้เชื่อว่า สมการตัวเลข ระหว่างสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง กับ สิ่งที่บอร์ดบริหารต้องการ จะหาจุดบรรจบกันเจอ



นี่หล่ะคือผู้บริหารที่เป็นนักการตลาดยุค 3.0อย่างแท้จริง หรือเราจะเรียก พี่ปั๋ม3.0 ดี

Update 04/04/2561 ธนาคารกสิกรไทย ประกาศแต่งตั้ง คุณพัชร สมะลาภา เป็น กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย 

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Montblanc sweet cafe at Siam center

Sweet thing for sweet person คือ Concept ของร้าน Mont Blance sweet cafe เค๊กฝรั่งเศสสไตลญี่ปุ่น สาขา นิมมานเหมินทร์ ซอย7ที่มาเปิดใหม่อีกสาขาหนึ่งที่กลางแหล่งวัยรุ่น(อย่างเรา) ที่สยามเซ็นเตอร์ชั้น1ข้างร้าน โอปองแปง ฝั่งติดกับตึกจอดรถ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวาน วันนี้พาจิงจิงกับผิงผิง มาชิมขนมหวานรอเรียนพิเศษ


พ่อแม่ก็เลยลุยกับขนมอร่อยๆ ที่ตู้ขนม เป็นเค๊กฝรั่งเศสตามconceptของชื่อร้าน ดังนั้นต้องจัดไปคือ Macaron (มาคารอน )


รสไม่หวานเกินไปอร่อยดี มองไปรอบๆร้านขนมน่ากินบรรยากาศน่านั่ง เหมาะเป็นที่พักนั่งรอ 


ยกที่หนึ่งเบาๆขนมของลูก กาแฟของพ่อ กาแฟที่นี่ระดับกลางๆไม่ได้มีอะไรพิเศษ ใช้ผงสำเร็จผ่านเครื่องอัดทำให้เหลือฝุ่นลงมาฝืดคอนิดหน่อย  

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าลองคือ AngelBowl ถ้วยใหญ่ไปหน่อยวันนี้เลยขอผ่าน 

น้องๆพนักงานที่นี่มาจากเชียงใหม่สาขานี้เป็นเจ้าของเดียวกัน (ทราบมาว่ามีสาขาแฟรนไชส์แล้ว3สาขาในกรุงเทพ)

การทำร้านอาหารให้อร่อย ต้องสร้างจาก
1.อาหารอร่อย มีเอกลักษณ์
2.มีมาตรฐานรสชาดและบริการ
3.การตลาด การสร้างแบรนด์ สร้างการจดจำ ทำเลที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

3ขั้นตอนเพื่อความยั่งยืนนี้ห้ามสลับ วัยรุ่นมีสตางค์อยากทำร้านขนมร้านอาหารมักทำสลับ 3,2,1จึงมักพลาด 

มาชมร้านนี้ต่อ Montblanc sweet cafe สาขานี้1,2ทำได้ดี แต่Locationแบบนี้น่าเป็นห่วง เดาว่าค่าเช่า100,000-150,000เป็นอย่างน้อยเทียบกับจำนวนคนผ่าน น่าเป็นห่วง ร้านดีๆขนมอร่อย ราคาพรีเมี่ยม น่าจะไปอยู่ในที่ๆมีคนผ่านมากกว่านี้ 









ให้คะแนน
อาหาร (ขนม) 9/10
เครื่องดื่ม (กาแฟ) 7/10
บรรยากาศ 8/10
บริการ 8/10

@oweera 9/11/2557


วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เมื่อ CP จะซื้อ LH Bank ภาพของ 7 eleven Bank ก็ใกล้ชัดในเมืองไทย

ซีพี ทุ่ม ซื้อ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ 

ซีพีหนึ่งในกลุ่มทุนที่พร้อมที่สุดกลุ่มหนึ่งและมีแนวความคิดขยายกิจการเพื่อให้เกิดการครองคลุมธุรกิจในระบบsupply chainให้ได้มากที่สุดจะได้เกิดความได้เปรีบบในการแข่งขัน 




จึงไม่แปลกถ้าวันนี้ CP All ซึ่งมีเครือข่ายร้านค้าปลีก(7-11) อยู่ใกล้แตะ10,000แห่งอยู่แล้ว มีบริการที่รับชำระเงินมีเงินหมุนเวียนผ่านจำนวนมาก ขายทั้งประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุและประกันรถยนต์ รับชำระสินเชื่อประเภทต่างๆ มีการโอนเงินผ่านTrue Moneyและ Smart purse ตัวเลขของธุรกิจต่างๆที่ลูกค้า7-11ใช้บริการอยู่มีอยู่แล้วในมือ 
แม้ข่าวนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันจากแบงค์ชาติ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูง 

บริการโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็ม รับเงินที่เซเว่นอีเลฟเว่น (K-ATM to 7-Eleven)


และ LH Bankเองก็เน้นบริการเฉพาะเรื่องบ้านอยู่แล้วกลุ่มลูกค้ารายย่อยยังไม่แข็งแกร่งเท่าไหร่หากได้ CP all มาเป็นPartner น่าจะไปได้ไกลขึ้น 

ธนาคารกับเครือข่ายร้านค้าปลีกไม่ใช่ภาพที่ไกลเกินฝัน ขนาดธุรกิจธนาคารยังมีคำว่า Retail Banking และ ธนาคารเพื่อรายย่อย สองธุรกิจนี้จึงต้องมาบรรจบกันแน่ๆ (ฮา) 

ในประเทศญี่ปุ่นยิ่งมีความชัดเจนระหว่างความเป็นไปได้ของธุรกิจ Retail กับ Banking ที่ญี่ปุ่นมีมีธนาคารชื่อ  7 Bank มีสาขาบริการอัตโนมัติที่ ร้าน7-eleven เลย 
แถมยังมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักเป้าหมายหนึงคือคนไทย มีเว็บภาษาไทย วีดีโอไทยด้วยครับ



ตู้ ATM  7Bank ใน 7e;even japan 


หากเสริมเรื่องระบบชำระเงินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งการเดินหน้าธุรกิจe commerce ของ 7-Catalog ยิ่งเกิดความได้เปรียบ และส่งผลดีต่อภาพรวมการค้าของออนไลน์ของไทยมากยิ่งขึ้น 

Cr.ภาพจากเจ้าสัวจากบอร์ด คิดต่าง
และ Link 7 ฺBank Japan  http://www.sevenbank.co.jp/soukin/ti/

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...