วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555

ผลกระทบจากAEC ในธุรกิจ Telecom และ Computer



ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://ksmestartup.com สมัครวันนี้สัมมนาออนไลน์ฟรี ทั้งปี


ธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์...ก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
มีนาคม 2555


ธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ นับเป็น 1 ใน 4 ของสาขาธุรกิจบริการเร่งรัดการเปิดเสรีในปี 2553 ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการบริการของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Services: AFAS) ซึ่งครอบคลุมถึงการให้บริการโทรคมนาคมเพื่อการติดต่อสื่อสารทั้งด้านเสียงและข้อมูล เช่น บริการโทรศัพท์พื้นฐาน บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริการเพลงและคอนเทนต์ต่างๆผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ตลอดจนบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านคอมพิวเตอร์หรือระบบสารสนเทศ เช่น บริการที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศ บริการติดตั้งพร้อมบำรุงรักษาระบบงานสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นต้น

ทั้งนี้ การเปิดเสรีสาขาบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ จะครอบคลุมการขยายเพดานสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติเป็นสูงสุดร้อยละ 70 และการลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการในรูปแบบต่างๆ (Mode of Services) ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดขององค์กรการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) โดยแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 หรือ Mode-1 : การให้บริการข้ามพรมแดน (Cross Border Supply) เป็นการให้บริการจากพรมแดนของประเทศผู้ให้บริการไปยังพรมแดนของประเทศที่เป็นลูกค้า โดยผู้ให้บริการ ยังคงอยู่ในประเทศตน ไม่ต้องไปลงทุนหรือร่วมลงทุนจัดตั้งธุรกิจให้บริการในประเทศลูกค้า เช่น การให้บริการฟังเพลงออนไลน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

รูปแบบที่ 2 หรือ Mode-2 : การบริโภคในต่างประเทศ (Consumption Abroad) เป็นการให้บริการที่เกิดขึ้นในพรมแดนของประเทศผู้ให้บริการ โดยผู้เป็นลูกค้าเดินทางจากประเทศตนเข้ามาขอรับบริการในประเทศผู้ให้บริการ เช่น การเปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ให้บริการโดยผู้ประกอบการในประเทศที่ตนเดินทางไป เป็นต้น

รูปแบบที่ 3 หรือ Mode-3 : การจัดตั้งธุรกิจเพื่อให้บริการ (Commercial Presence) เป็นการให้บริการโดยผู้ให้บริการเข้าไปลงทุนหรือร่วมลงทุนจัดตั้งธุรกิจ (นิติบุคคล) เพื่อให้บริการในประเทศลูกค้า เช่น การเข้ามาลงทุนจัดตั้งบริษัทในไทย เพื่อเปิดให้บริการสื่อสารบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นต้น

รูปแบบที่ 4 หรือ Mode-4 : การให้บริการโดยบุคคลธรรมดา (Presence of Natural Person) เป็นลักษณะของการให้บริการที่บุคคลธรรมดาเดินทางเข้าไปทำงานประกอบวิชาชีพในสาขาบริการด้านต่างๆ ในประเทศลูกค้า เช่น นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาประกอบวิชาชีพในไทย เป็นต้น

การเปิดเสรีบริการด้านโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ย่อมมีทั้งโอกาสและความท้าทายต่อผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งนอกจากจะเผชิญกับการแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศแล้ว ยังต้องแข่งขันกับนักลงทุนอาเซียนที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในไทย ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพร้อมที่จะรุกและรับภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป จึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงสถานการณ์ที่ดำเนินอยู่ และเตรียมพร้อมในการปรับตัว และขยายโอกาสทางธุรกิจในฐานะส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน-AEC... ผลต่อธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ไทย

Ø  ข้อจำกัดด้านกฎหมายยังจำกัดผลกระทบต่อธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ไทย

ปัจจุบัน การเปิดเสรีบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ในทางปฏิบัติ พบว่า ประเทศไทยรวมถึงหลายประเทศในอาเซียนยังคงมีข้อจำกัดในการดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการด้านโทรคมนาคม ซึ่งถูกพิจารณาว่าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ จึงทำให้มีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและกฎหมายภายในประเทศ ทำให้ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี ตามข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการชุดที่ 7 ของ AEC ได้อนุญาตให้ธุรกิจต่างชาติสามารถเปิดให้บริการด้านโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ในรูปแบบการให้บริการข้ามพรมแดน (Mode-1) และอนุญาตให้ผู้บริโภคสามารถเดินทางไปใช้บริการในต่างประเทศได้ (Mode-2) ซึ่งเป็นรูปแบบพื้นฐานของการให้บริการระหว่างประเทศในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบการให้บริการข้ามพรมแดน ซึ่งผู้ประกอบการมักใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นตัวกลางในการให้บริการ เช่น บริการรับเขียนโปรแกรมประยุกต์โดยติดต่อสื่อสารกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

ในขณะที่การเข้ามาจัดตั้งธุรกิจเพื่อให้บริการในประเทศไทย (Mode-3) ซึ่งมีการตั้งเป้าไว้ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) ที่ได้อนุญาตการถือหุ้นของคนสัญชาติอาเซียนสูงสุดที่ร้อยละ 70 ตั้งแต่ปี 2553 นั้น ในส่วนของบริการโทรคมนาคมสามารถกระทำได้เฉพาะผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง แต่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทขายต่อบริการ หรือใบอนุญาตประเภทที่ 1 จากหน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคม (กสทช.) ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าผู้ประกอบการ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) เท่านั้น เนื่องจากไม่เข้าข่ายกฏเกณฑ์เกี่ยวกับสัดส่วนผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติต่อผู้ถือหุ้นชาวไทยในนิติบุคคลไทยได้ไม่เกินร้อยละ 49:51 ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ในขณะที่ผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองนั้น ยังคงได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่

จากสภาพการณ์ดังกล่าวข้างต้น คาดว่า ในธุรกิจบริการโทรคมนาคม ผู้ประกอบการสัญชาติอาเซียนที่ต้องการจะเข้ามาเปิดให้บริการในไทย  น่าจะเข้ามาในรูปแบบ MVNO และจับตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แทนที่จะเป็นตลาดหลักที่ถูกครอบครองโดยผู้ประกอบการรายหลักของไทย ซึ่งมีโครงข่ายสื่อสารเป็นของตนเองและมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงในตลาดเมืองไทย สำหรับตลาดเฉพาะกลุ่มที่น่าจะเป็นเป้าหมายของผู้ประกอบการสัญชาติอาเซียน คือ ตลาดชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคชาวอาเซียนในไทย โดยอาจจะเป็นผู้ที่เข้ามาประกอบอาชีพ ทำธุรกิจ ท่องเที่ยว หรือแม้แต่ผู้เข้ามาศึกษาต่อในไทย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหลังการเปิดเสรี AEC เนื่องจาก ปัญหาในเรื่องภาษา และความต้องการความเป็นกันเองในการติดต่อสื่อสารเพื่อขอรับบริการ ทำให้เกิดความต้องการในบริการหลังการขายด้วยภาษาประจำชาติ และคอนเทนต์ต่างๆ ที่เป็นภาษาของประเทศนั้นๆ รวมถึงความต้องการในบริการติดต่อสื่อสารกลับมายังบ้านเกิดของตนที่สะดวกและราคาย่อมเยาอีกด้วย

ในขณะที่บริการที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น ถูกจัดอยู่ในบัญชีสามซึ่งเป็นธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งระบุว่าต้องมีสัดส่วนของผู้ถือหุ้นชาวไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 จึงยังคงเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งในการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และส่งผลให้ผู้ประกอบการสัญชาติอาเซียนที่ต้องการเข้ามาเปิดบริการด้านคอมพิวเตอร์ในไทย น่าจะเข้ามาในรูปแบบของการเป็นพันธมิตรกับนักลงทุนชาวไทย เพื่อประกอบธุรกิจบริการดังกล่าวในไทย

ทั้งนี้ ผลกระทบจากการเข้ามาลงทุนในธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบการสัญชาติอาเซียน น่าจะยังคงอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากบริบทของกฎหมายในไทยที่ยังคงมีข้อจำกัดดังกล่าวข้างต้น อย่างไรก็ดี ท้ายที่สุด ประเทศไทยรวมถึงประเทศต่างๆในอาเซียนก็ย่อมต้องดำเนินการผ่อนคลายกฎระเบียบการลงทุนต่างๆในอนาคตเพื่อการเปิดเสรีมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น ผู้ประกอบการชาวไทยควรเร่งพัฒนาและจัดหาบุคลากรที่มีทักษะและความชำนาญ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

Ø  โอกาสการลงทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในประเทศอาเซียน

สำหรับโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในการลงทุนในอาเซียนนั้น แม้หลายประเทศในอาเซียนยังคงมีข้อจำกัดด้านกฎหมายดังเช่นกรณีของไทยอยู่ อย่างไรก็ดี บางประเทศในอาเซียนค่อนข้างเปิดเสรีธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว พม่าและสิงคโปร์ ซึ่งอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นเป็นสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 100 จึงนับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะก้าวออกไปขยายตลาดในประเทศอาเซียนดังกล่าว

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยมีโอกาสหลากหลายในการลงทุนในธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ในอาเซียน เช่น ธุรกิจรับจ้างบริการวางโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมในประเทศที่โครงข่ายสื่อสารกำลังอยู่ในช่วงพัฒนา ธุรกิจรับจ้างหรือรับช่วงต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศต่างๆ และธุรกิจให้บริการดิจิทัลคอนเทนต์อย่างเช่นเกมส์ออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ทั้งนี้ การเลือกลงทุนขยายธุรกิจบริการใด ควรพิจารณาข้อมูลพื้นฐานทางด้านความพร้อมและการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในประเทศอาเซียนแต่ละประเทศประกอบในการตัดสินใจเลือกธุรกิจที่ต้องการลงทุนได้เหมาะสม

                ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สรุปข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นและโอกาสทางธุรกิจของแต่ละประเทศสมาชิกในอาเซียน เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจจะออกไปเจาะตลาดอาเซียนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน ดังนี้

สิงคโปร์/มาเลเซีย
ข้อมูลเบื้องต้น
v มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม โดยเฉพาะโครงข่ายสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงทั้งมีสายและไร้สาย
v สิงคโปร์มีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชาชนราวร้อยละ 77 ในขณะที่มาเลเซียราวร้อยละ 62[1]  
v มีการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างกว้างขวางทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน

โอกาสทางธุรกิจ
v ความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง และอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่สูงของผู้บริโภค ทำให้เกิดโอกาสหลากหลายทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจให้บริการดิจิทัลคอนเทนต์ต่างๆผ่านอินเทอร์เน็ต ธุรกิจพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และธุรกิจรับจ้างพัฒนาระบบสารสนเทศต่างๆ เป็นต้น
อินโดนีเซีย/เวียดนาม/ฟิลิปปินส์
ข้อมูลเบื้องต้น
v มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมทั้งมีสายและไร้สายเฉพาะเขตตัวเมือง ในขณะที่ในเขตชนบทกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาโครงข่ายสื่อสารต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายโครงข่ายสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงไร้สาย 3G
v อินโดนีเซียมีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตราวร้อยละ 22 เวียดนามราวร้อยละ 34 และฟิลิปปินส์ราวร้อยละ 29
v อยู่ในช่วงการเร่งพัฒนาและประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั้งในภาครัฐและเอกชน

โอกาสทางธุรกิจ
v จากการเร่งขยายโครงข่ายสื่อสารต่างๆในเขตชนบท ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการรับจ้างให้บริการวางโครงข่ายสื่อสารต่างๆ อย่างไรก็ดี การลงทุนเพื่อเปิดให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมโดยตรงในประเทศต่างๆดังกล่าว ยังคงเผชิญข้อจำกัดทางด้านกฎหมายดังเช่นกรณีของไทย
v จากการเร่งพัฒนาและประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจด้านบริการที่ปรึกษาและรับจ้างพัฒนาระบบสารสนเทศต่างๆ
พม่า / สปป.ลาว / กัมพูชา
ข้อมูลเบื้องต้น
v โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมทั้งมีสายและไร้สายยังคงอยู่ในช่วงการพัฒนา และมีนโยบายเปิดเสรีด้านธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์เพื่อรับเงินลงทุนจากต่างประเทศ
v พม่ามีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตราวร้อยละ 0.2 สปป.ลาวราวร้อยละ 8.1 และกัมพูชาราวร้อยละ 3.1
v อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาและประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทั้งในภาครัฐและเอกชน
v ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีกำลังซื้อที่ไม่สูงนัก ทำให้การตัดสินใจส่วนใหญ่เน้นพิจารณาจากราคาและประโยชน์ของสินค้าและบริการเป็นสำคัญ ขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆยังได้รับความนิยมจำกัดเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้สูง

โอกาสทางธุรกิจ
v จากการที่พม่า สปป.ลาว และกัมพูชา เป็นประเทศที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ส่งผลให้เกิดโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการรับจ้างให้บริการวางโครงข่ายสื่อสาร ตลอดจนโอกาสในการเปิดให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมโดยตรง จากนโยบายเปิดเสรีด้านธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ในประเทศต่างๆดังกล่าว
v จากการที่การประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศต่างๆดังกล่าวยังคงอยู่ในภาวะเริ่มต้น ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจที่หลากหลายในบริการด้านคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นบริการที่ปรึกษาและรับจ้างพัฒนาระบบสารสนเทศ บริการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น


การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ...เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

นอกจากการทำความเข้าใจผลกระทบและโอกาสจากการเปิดเสรีบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์แล้ว ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจให้แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในประเทศอาเซียนต่างๆ ดังนี้

Ø ศึกษา เรียนรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น AEC
ผู้ประกอบการที่ยังคงขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาและรายละเอียดของ AEC ควรที่จะเริ่มต้นศึกษาให้เข้าใจอย่างชัดเจนเสียก่อน ทั้งทางด้านกฎระเบียบ เงื่อนไขการลงทุน ภาษี และกฎหมายแรงงาน โดยอาจจะเข้าร่วมฟังสัมมนาของทางหน่วยงานภาครัฐ หรือสอบถามไปยังหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องดังกล่าว เช่น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงไอซีที เป็นต้น

Ø พัฒนาคุณภาพของบุคลากร
ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ คือ ทรัพยากรบุคคล เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมักเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการควรที่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในอนาคต และวางแผนที่จะยกระดับทักษะและความชำนาญของบุคลากรเหล่านั้นอยู่เสมอ

Ø รักษาฐานลูกค้าเก่าให้มั่น ไปพร้อมๆกับการสร้างฐานลูกค้าใหม่
ภายหลังการเปิดเสรี AEC ผู้ประกอบการไทยมีแนวโน้มที่จะเผชิญการแข่งขันจากคู่แข่งในอาเซียนมากขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยความได้เปรียบของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่มีความใกล้ชิด เข้าใจในพฤติกรรม และผูกพันกับกลุ่มลูกค้าเก่าในไทยมายาวนาน ซึ่งนับเป็นจุดแข็งที่ผู้ประกอบการไทยควรใช้ในการรักษาฐานที่มั่นของลูกค้าในไทย ในขณะที่แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆในอาเซียนภายใต้การเปิดเสรีดังกล่าว

Ø เตรียมความพร้อมทางด้านภาษา
ภาษาอังกฤษนับได้ว่าเป็นภาษากลางในการทำธุรกิจระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยควรพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษของบุคลากรให้พร้อมเพื่อรองรับการแข่งขัน และการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศให้เติบโตมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมด้านภาษาแล้ว ก็อาจที่จะศึกษาภาษาอื่นในอาเซียนเพิ่มเติม เช่น ภาษาลาว พม่า กัมพูชา เป็นต้น เพื่อเปิดโอกาสในการเข้าสู่ลูกค้าในประเทศนั้นๆได้ง่ายยิ่งขึ้น

Ø ศึกษาระเบียบและกฎหมายของประเทศในอาเซียน
ก่อนที่จะขยายธุรกิจไปในอาเซียน ผู้ประกอบการควรศึกษาและทำความเข้าใจระเบียบและกฏหมาย ของแต่ละประเทศสมาชิกให้ชัดเจนเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายละเอียดของกฎหมายที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ ซึ่งแต่ละประเทศย่อมมีกฏระเบียบและข้อปฏิบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งการเข้าใจถึงกฎระเบียบจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้อย่างถูกต้อง สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

Ø สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ
เพื่อลดความเสี่ยงในการขยายการลงทุนในประเทศอาเซียน ผู้ประกอบการอาจให้ความสำคัญในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทในประเทศที่เราต้องการไปลงทุน เพื่อเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน  และร่วมถ่ายทอดเทคนิคการจัดการ ทักษะต่างๆ ในการทำตลาดในประเทศนั้น ตลอดจนสร้างอำนาจต่อรองในตลาด ให้มากขึ้นกว่าการดำเนินธุรกิจเพียงลำพัง



บทสรุป

การก้าวไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ของไทยมีการตื่นตัวกันมากขึ้น และน่าจะเป็นทั้งโอกาสและอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย โดยภายหลังจากการเปิดเสรี AEC คาดว่า ผลกระทบจากการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการสัญชาติอาเซียนในธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ของไทย น่าจะยังคงอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่จะมาลงทุนในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการด้านโทรคมนาคม ซึ่งจัดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ และมีลักษณะของข้อจำกัดเดียวกันกับประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน อย่างไรก็ดี ท้ายที่สุด ประเทศไทยรวมถึงประเทศต่างๆในอาเซียนก็ย่อมต้องดำเนินการผ่อนคลายกฎระเบียบการลงทุนต่างๆในอนาคตเพื่อการเปิดเสรีมากยิ่งขึ้น

แนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ในภูมิภาคอาเซียนน่าจะเข้มข้นและรุนแรงมากขึ้นในอนาคตภายหลังการเปิดเสรีมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใดที่มีความพร้อมและสามารถปรับตัวได้ก่อนทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ ย่อมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใดที่ไม่พร้อมที่จะปรับตัว ก็อาจจะทำให้เสียโอกาสให้กับคู่แข่งไป ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยจะต้องเร่งปรับตัว โดยอาจจะเริ่มจากการศึกษาและทำความเข้าใจในกฎระเบียบและรายละเอียดของการเปิดเสรีด้านบริการโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็เร่งจัดหาบุคลากรที่มีทักษะและความชำนาญ รวมไปถึงการหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจให้แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในประเทศอาเซียนต่างๆต่อไป


แหล่งที่มา
Internet World Stats :  www.internetworldstats.com
พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
World Trade Organization : The General Agreement on Trade in Services (GATS)


[1] ข้อมูลจาก Internet World Stats

วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

บอกบุญจร้า วันศุกร์นี้ ครอบครัวผมจะไปทำบุญบริจาคเงินช่วยเหลือ โรงเรียนภูงามโนนสะอาด


วันศุกร์นี้ 30 มีนาคม 2555  ผมและครอบครัวจะไปบริจาคของเล่นอุปกรณ์กีฬา และเงินสนับสนุนอาหารกลางวันให้โรงเีรียน ภูงามโนนสะอาด ซึ่งเป็นโรงเรียนกันดาล มีน้องที่มหาลัยคนหนึ่งไปเป็นครูอาสาอยู่และได้แจ้งบอกบุญมา โรงเรียนภูงามโนนสะอาด ก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจของ พ.ต.ต.วิเชียร เสียงใส ขณะดำรงตำแหน่งครูใหญ่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนายาว ที่เห็นถึงความยากลำบากในการเดินทางของนักเรียนที่มาจากชุมชนภูงามและโนน สะอาด โดยมีความตั้งใจให้เป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนายาว  เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 141 คน ครูอาสา 15 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นเด็กสัญชาติไทย ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขต ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา และยังคงไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากหน่วยงานใด

ผมและครอบครัวจึงขอบอกบุญ ใครมีอุปกรณ์การเรียนเหลือใช้ ชุดนักเรียน อุปกรณ์กีฬาที่ยังใช้ได้ ร่วมทำบุญด้วยกันครับ หรือ ไม่สะดวกเป็นของจะเป็นปัจจัยก็จะนำไปส่งถึงมือครบทุกบาททุกสตางค์ครับ
หากสนับสนุนเป็นของ รบกวนเิอามาที่office วันพุธหรือพฤหัสนี้ครับ
หากสนับสนุนเป็นเงิน โอนมาได้ที่ บัญชีธนาคารกสิกรไทย ออมทรัพย์ WEERA CHEARANAIPANIT 745-2-44909-3    สะดวกง่ายดายหากโอนผ่าน   K Cyber Banking   :-)


                                                     อนุโมทนาบุญล่วงหน้านะครับ

                                                          โอ วีระ และครอบครัว
                                                            0820044420

อนิสงค์ของการทำบุญให้ความรู้ อาทิ สร้างพระไตรปิฎก สร้างโรงเรียน
จะได้รับอานิสงส์ผลบุญทั้งในชาตินี้และชาติหน้า จะเป็นผู้มีสติปัญญาดี เป็นผู้นำให้กับบุคคลอื่นอยู่เสมอ คิดอ่านสิ่งใดก็ไม่ค่อยผิดพลาด ความจำดี
ด้านการงาน ก็จะเป็นที่นับหน้าถือตา เป็นเจ้าคนนายคน ถึงพร้อมด้วยบริวารรายล้อมรอบกาย
ถึงแม้จะเป็นหญิงก็จะได้เป็นใหญ่ ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวายพระไตรปิฎกนี้ มักเป็นนักวิชาการหรือเกี่ยวข้องกับงานใหญ่
หากเจออุปสรรค ก็จะเห็นทางออกอยู่เบื้องหน้า ไม่ต้องนั่งกลุ้มหรือไปปรึกษาใคร


ครูที่นี่ล้วนเป็นครูอาสาไม่มีผลตอบแทนเป็นตัวเิงิน
โรงเรียนที่สร้างด้วยมือชาวบ้าน ชาวค่ายอาสาจากโรงเรียน มหาวิทยาลัยต่างๆ

ห้องน้ำบรรยากาศธรรมชาติ
อาคารเรียน

อาคารอเนกประสงค์และที่ทานอาหารเด็กๆ
 ความต้องการเร่งด่วน
1. หนังสือเรียน
โรงเรียนยังไม่มีหนังสือสำหรับให้นักเรียนได้ใช้ประกอบการเรียนอยู่เลย ในปีที่ผ่านมา เด็กๆต้องอาศัยการจดบนกระดานอย่างเดียว ซึ่งทำให้การสอนเกิดความล่าช้า และเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ เป็นอย่างมาก
2. งบประมาณสำรองค่าอาหารกลางวันและนมโรงเรียน
ในภาคเรียนที่ 1 / 2553 นี้ ทางโรงเรียนจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณค่าอาหารกลางวัน และนมโรงเรียน จากหน่วยงานภาครัฐ แต่เนื่องจากต้องรอรอบการเบิกจ่ายงบ ซึ่งคาดว่าจะได้รับในภาคเรียนที่ 2/2553 และทางโรงเรียนเอง ไม่มีงบประมาณสำรอง เพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันและนมโรงเรียนอยู่เลย เป็นผลให้นักเรียนและครูขาดแคลนอาหารกลางวัน ตลอดจนนักเรียนไม่ได้ดื่มนม ซึ่งทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ มีการเจริญเติบโตทางร่างกายช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกันที่ได้รับสารอาหารครบ ถ้วน
3. เงินเดือนครู
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ทางโรงเรียนไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานใด จึงทำให้คณะครูมีสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ได้รับค่าครองชีพเพียงเดือนละ 500 - 2,000 บาท หรือบางเดือนหากไม่มีผู้บริจาค ก็จะไม่ได้รับเงินเดือนเลย
ทางโรงเรียนกำลังอยู่ในระหว่างการเสนอขอเบิกจ่ายงบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะได้รับในภาคเรียนที่ 2/2553 และไม่เพียงพอต่อรายจ่ายที่โรงเรียนต้องแบกรับ ปัจจุบัน โรงเรียนมีครูและเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แบบเต็มเวลาจำนวนทั้งสิ้น 14 คน โดยไม่มีเงินเดือนมาเป็นเวลา 4 เดือนแล้ว
งบประมาณที่ทางโรงเรียนตั้งไว้เพื่อเป็นเงินเดือนสำหรับครูและเจ้าหน้าที่ใน ปี 2553 นี้ ในอัตรา 4,000 บาท ต่อเดือน เฉลี่ยในภาคการศึกษาแรก เป็นเงิน 224,000 บาท
4. ระบบน้ำดื่ม
ทางโรงเรียนมีสระน้ำมาตรฐาน ขนาดพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งทางกรมทรัพยากรน้ำได้มาช่วยขุดไว้ให้ และได้วางระบบประปาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังขาดระบบกรองน้ำสำหรับดื่มและแปรงฟัน นักเรียนจำเป็นต้องนำน้ำดื่มมารับประทานเอง ไม่ได้แปรงฟัน และทางโรงเรียนต้องซื้อน้ำถังพลาสติกมาเพื่อเป็นน้ำดื่มสำหรับครู และเพื่อประกอบอาหาร
5. สนามเด็กเล่น
ปัจจุบัน ทางโรงเรียนมีบริเวณที่จัดเป็นสนามเด็กเล่น และมีเครื่องเล่นเก่าซึ่งย้ายมาจากศาลาประชาคมหมู่บ้าน พร้อมกับการจัดตั้งโรงเรียน เป็นเครื่องเล่นเก่า มีสภาพผุพังจนเกิดอันตรายแก่เด็กๆอยู่บ่อยครั้ง และส่วนใหญ่ชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้แล้ว
6. ระบบไฟฟ้า
ทางโรงเรียนจำเป็นต้องเดินระบบไฟฟ้าตามอาคารใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากในปัจจุบัน ระบบไฟฟ้าของโรงเรียน เป็นการเดินไฟแบบง่ายๆ แค่พอให้ใช้งานได้ไปก่อน (เป็นสายไฟเส้นเล็ก ขนาดไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน และเกิดไฟฟ้าลัดวงจรบ่อยครั้ง )
7. สนามกีฬา
ปัจจุบัน ทางโรงเรียนมีลานคอนกรีต สำหรับเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ขนาดเล็ก จำนวน 1 แห่ง
( แต่ยังขาดแป้นบาสเกตบอล) และมีพื้นที่กว้างขวางภายในบริเวณโรงเรียน เพื่อกันไว้เป็นสนามฟุตบอล แต่ยังขาดงบประมาณในการปรับปรุงสนาม (เป็นดินลูกรังปนหิน ที่ได้จากการขุดบ่อ จึงไม่สามารถเล่นกีฬาในสนามนี้ได้)
* หมายเหตุ : มีอุปกรณ์กีฬาหลายประเภท ที่ได้จากการบริจาคจากหน่วยงานต่างๆ มากเพียงพอ อยู่ในสภาพใหม่ ยังไม่ได้ใช้งาน เนื่องจากไม่มีสนามฝึก)
8. การปรับปรุงสภาพห้องเรียน
เนื่องจากเดิมที อาคารของโรงเรียนเป็นอาคารหลังคามุงหญ้า ไม่มีฝาผนังกั้น ต่อมา ทางโรงเรียนได้รับความช่วยเหลือจากของชมรมค่ายอาสา และหน่วยงานภาคเอกชนที่มีจิตศรัทธาต่างๆ ค่อยสร้างต่อเติมทีละเล็กน้อยจนสำเร็จเป็นอาคารดังรูป แต่เนื่องจาก เป็นการก่อสร้างเพื่อให้พอใช้งานได้ไปก่อน ด้วยงบประมาณจำกัด ประกอบกับสถานที่ตั้งของโรงเรียน อยู่บนเนินเขาที่มีลมพัดแรงตลอดเวลา จึงทำให้ส่วนประกอบหลายอย่างของอาคารชำรุด โดยเฉพาะฝ้าเพดาน บานหน้าต่าง และประตูห้องเรียน (ยังไม่มีงบประมาณปรับปรุง)
9. บ้านพักครู
ปัจจุบัน ทางโรงเรียนมีครูและบุคลากรทางการศึกษา แบบทำงานเต็มเวลา จำนวน 14 คน และมีเด็กนักเรียนจำนวนหนึ่ง ที่ต้องอาศัยอยู่กับครูที่โรงเรียน เนื่องจากปัญหาด้านการเรียน (อ่านหนังสือไม่ออก) , ปัญหาครอบครัว ( ผู้ปกครองต้องไปทำงานใช้แรงงานที่อื่น ไม่มีผู้ดูแล เป็นต้น) จึงจำเป็นต้องมีครูส่วนหนึ่ง อาศัยอยู่ที่โรงเรียน เพื่อดูแลเด็กกลุ่มนี้ เป็นกรณีพิเศษ โดยในปัจจุบัน เด็กๆและครู ต้องอาศัยนอนร่วมกันในห้องเก็บของ และห้องสมุด เนื่องจากทางโรงเรียนยังไม่มีงบประมาณสำหรับสร้างบ้านพักครู
10. ห้องครัว และอุปกรณ์ประกอบอาหาร
ทางโรงเรียน ได้ปรับปรุงสภาพห้องครัวใหม่ เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานการจัดตั้งโรงเรียน แต่ในปัจจุบัน ยังขาดอุปกรณ์สำหรับทำครัว อยู่เป็นจำนวนมาก และยังไม่มีอ่างล้างจาน สำหรับล้างภาชนะของเด็กนักเรียน รวมถึงชั้นสำหรับวางคว่ำตากจาน ตู้แช่ และอุปกรณ์ทำครัว
11. โรงเรือน สำหรับการทำปศุสัตว์ (เลี้ยงไก่ , เลี้ยงสุกร)
ทางโรงเรียน ได้สร้างโรงเรือนขนาดประมาณ 5 x 50 เมตร เสาไม้ หลังคามุงหญ้า โดยวางแผนให้เป็นโรงเรือนสำหรับการทำโครงการเลี้ยงไก่ และเลี้ยงสุกร เพื่อนำมาเป็นอาหารกลางวัน แต่ยังไม่ได้ดำเนินการต่อเนื่อง เพราะไม่มีงบงบประมาณในการทำกรง / คอก ตลอดจนจัดซื้อไก่ และสำรองเป็นค่าอาหารสัตว์
12. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และหูฟัง ( Sound Lab)
ขาดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้จริง เพื่อประกอบการเรียนการสอน และการสืบค้นข้อมูลสำหรับเด็ก ในปัจจุบันทางโรงเรียนมีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ประมาณ 15 เครื่อง แต่เป็นเครื่องเก่าที่ได้รับบริจาคมา และมีสภาพชำรุด ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทางนักศึกษาคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ของ ABAC เคยมาตรวจเช็คสภาพ และแนะนำให้ทิ้ง เพราะเป็นเครื่องรุ่นเก่า ( หน้าจอสีเขียว) ไม่สามารถหาอะไหล่ได้ และไม่สามารถใช้งานกับระบบ Internet เพื่อการสืบค้นข้อมูลได้
โรงเรียนอยู่ในพื้นที่กันดาร ไม่มีโทรศัพท์พื้นฐาน ที่เข้าถึง โดยปกติจะใช้งานระบบ Internet โดยผ่านการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ( ไม่สามารถใช้เครือข่าย True ได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณ)
13. ชุดโต๊ะนักเรียน
ทางโรงเรียนมีชุดโต๊ะนักเรียนที่ได้รับการบริจาคมาจำนวนหนึ่ง แต่ปัจจุบันมีสภาพหักพัง
ไม่สามารถใช้งานได้ และมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน จึงได้โต๊ะนำม้านั่งยาว (เป็นโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับพนักงาน ที่ได้รับบริจาคมา) และขอยืมเก้าอี้พลาสติกจากวัด มาใช้ทดแทนไปก่อน ซึ่งมีขนาดไม่ถูกต้องตามระบบสรีระของเด็ก
14. กระดาษถ่ายเอกสาร
เนื่องจากทางโรงเรียนยังขาดหนังสือ และสื่อการสอนที่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องใช้กระดาษถ่ายเอกสารขนาด A4 เป็นจำนวนมาก สำหรับจัดทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติม ข้อสอบ และเอกสารความรู้ต่างๆ
( โรงเรียนมีเครื่องถ่ายเอกสารใช้แล้ว ที่ได้รับการบริจาคมา จำนวน 1 เครื่อง )


15. ของเล่น และสื่อการเรียนรู้ สำหรับเด็กอนุบาล
การจัดแผนการเรียนการสอนของระดับอนุบาลตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นการสอนแบบจัดประสบการณ์ ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องมีมุมของเล่นเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์สำหรับเด็ก โทรทัศน์ เครื่องเล่น DVD ตลอดจนแผ่นซีดีเพลง และการ์ตูนสร้างสรรค์เพื่อประกอบการเรียนรู้
16. อุปกรณ์การเกษตร
โรงเรียนวางแผนจัดทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และหารายได้เข้าโรงเรียน โดยกันพื้นที่แปลงเกษตรเพื่อปลูกพืชผักสวนครัว แต่ยังขาดอุปกรณ์การเกษตรที่จำเป็น อาทิ เครื่องตัดหญ้า จอบ เสียม พลั่ว ผ้าสแลน (ปัจจุบัน ขอยืมจากผู้ปกครองนักเรียน)
17. เครื่องดนตรี
ทางโรงเรียนมีครูที่มีความสามารถด้านดนตรีสากล และดนตรีพื้นบ้าน แต่ยังขาดอุปกรณ์ขยายเสียง และเครื่องดนตรีหลายชนิด เช่น โปงลาง แคน พิณ เครื่องแต่งกายชุดรำภาคอีสาน (สำหรับเด็ก) บางครั้งต้องขอยืมเครื่องดนตรีจากโรงเรียนใกล้เคียง ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร (ทางโรงเรียนสามารถฝึกสอนเด็กๆ เพื่อรับงานการแสดงดนตรีพื้นบ้านตามเทศกาลต่างๆ เป็นรายได้พิเศษ)

ข้อมูลโรงเรียนภูงามโนนสะอาด
ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 279 หมู่ 18 บ้านทุ่งเหียง
ต.ท่ากระดาน อ. สนามชัยเขต
จ.ฉะเชิงเทรา 24160

ตำแหน่งผู้รับใบอนุญาต
มูลนิธิครูอาสาสานฝันปันรักมอบให้ นายพันธยุทธ ผิวแก้ว เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต

ประเภทโรงเรียนสามัญศึกษา (การศึกษาสงเคราะห์ไม่เก็บค่าเล่าเรียน)
เปิดสอนระดับ ก่อนประถมศึกษา และประถมศึกษา 
เวปโรงเรียนที่ อาสาสมัครทำให้ http://pnsch.blogspot.com/

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...