วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ตำนานไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ จากท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

จากท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

ชาวชุมชนวัดเจดีย์ และใกล้เคียง นับถือเคารพ ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ตั้งแต่สมัยบรรพชน สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น นับย้อนหลังไปเป็นเวลาหลายร้อยปี โดยถือว่า ไอ้ไข่ คือ วิญญาณของเด็กศักดิ์สิทธิ์  ที่คอยช่วยเหลือชาวชุมชน และดูแลปกป้กษ์รักษาวัดเจดีย์ ไม่ได้มีการสืบค้น หรือมีการกล่าวถึงตำนาน เพียงแค่นับถือกันอย่างนั้นมา

จนวันหนึ่งได้เกิด ตำนาน ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ศิษย์หลวงพ่อทวด จากบุคคลสำคัญ นั่นก็คือ จอมขมังเวทย์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช ท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช 


ที่ได้รับฟังถ้อยคำจากหลวงพ่อทวด ผ่านร่างทรง เมื่อครั้งสมัยจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗ (เนื่องจากท่านขุนพันธ์ เป็นผู้มีส่วนร่วม ในการจัดสร้างพระชุดนั้นด้วย) 

หลวงพ่อทวด ถาม่านร่างทรงว่า ท่านมาจากนครศรีธรรมราชท่านรู้จักลูกศิษย์เราหรือไม่ เป็นเด็กวัดอยู่ทางทิศเหนือของนครศรีธรรมราช ท่านขุนพันธ์ จึงสืบหาจนมาประสบพบเจอกับ ผู้ใหญ่เที่ยง เมืองอินทร์ จนได้นับถือเป็นสหายแลกเปลี่ยนสายวิชากัน ด้วย ผู้ใหญ่เที่ยง เองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง และรู้จัก ไอ้ไข่ เป็นอย่างดี ท่านขุนพันธ์ จึงได้เจอกับ ลูกศิษย์หลวงพ่อทวด ที่วัดเจดีย์นามว่า ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ตามคำบอกกล่าวของหลวงพ่อทวดผ่านร่างทรง

ซึ่งเป็นไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ที่บรรพบุรุษชาวชุมชนวัดเจดีย์นับถือสืบทอดกันมา และท่านขุนพันธ์ เองก็ได้สืบค้นศึกษาจนกลายเป็น ตำนานไอ้ไข่ศิษย์หลวงพ่อทวด และได้ยึดถือตำนานนี้บอกเล่าสืบต่อกันมา ซึ่งถือว่าท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช คือ ผู้สืบค้นตำนานนี้เป็นคนแรก 

ที่มา

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ตำนานไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ ข้อมูลจากภาพที่วัดเจดีย์ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

ตำนานไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์





ประวัติ ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์มีการบันทึกไว้หลายอย่าง แต่ขอนำบันทึกจากที่วัดมาเผยแพร่ เพื่อให้รับรู้รับทราบ เผื่อใครที่ยังไม่ได้ไปที่วัดจะได้ทราบข้อมูล ตำนานไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ สืบค้นโดย จากท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช

ย้อนกลับไปยังสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หลวงพ่อทวด พระผู้เปี่ยมด้วยญาณบารมีได้เดินทางไปยังกรุงศรีอยุธยา ในการนั้นท่านได้นำพา เด็กชายผู้หนึ่ง อายุราว ๙ ถึง ๑๐ ขวบมาด้วย หมายใจให้คอยปรนนิบัติรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึงยังฐานถิ่นวัดเจดีย์ ก็หยุดรั้งรอหมายพบเจอสหธรรมมิกครั้งศึกษาพระธรรม ยังเมืองนครศรีธรรมราช นามว่า ขรัวทอง ผู้เป็นสมภารวัด หมายสนทนาพาที ด้วยจิตอันเป็นไมตรีต่อกัน ดังมีหลักฐานนามถิ่นบ้านโพธิ์เสด็จ ไว้เป็นประจักษ์พยานว่ากาลหนึ่งพระโพธิฌาณ (หลวงพ่อทวด) ได้เดินทางมายังธรรมสถานแห่งนี้

ด้วยฌาณแห่งพระผู้มีบารมี จึงรับรู้ได้ว่าในภายภาคหน้า สถานที่แห่งนี้ จะเป็นหลักสำคัญแห่งพระพุทธศาสนา จึงบอกเด็กชายผู้คอยติดตามว่า.. "เจ้าจงอยู่ที่นี่เถิด จะต่อเกิดผลดีศรีสดใสภายภาคหน้านั้นต่อไปจะเป็นหลักชัยในทางธรรม" เด็กชายรับปากพระอาจารย์ แล้วตั้งสัตย์ปฎิญาณตามพระอาจารย์สั่ง หลวงพ่อทวด จึงฝากเด็กชายไว้กับ ขรัวทอง เด็กชายกลายเป็นเด็กวัดเจดีย์ คอยอยู่รับใช้สมภาร และดูแลวัดเจดีย์

ดังในตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึง เหตุการณ์ครั้นเจ้าพระยาคืนเมืองมีท้องตรามายังยังเมือง อยอง (ต.ฉลอง ในปัจจุบัน)  มีบันทึกไว้ว่า "มาถึงเมืองอลองแวะพักหนึ่งคืน  นมัสการสมภารทอง มีศิษย์เกะกะชื่อไอ้ไข่เด็กวัด.." แต่ถึงจะเป็นเด็กเกะกะซุกซนแต่เด็กชายก็เปี่ยมด้วยอานุภาพพิเศษ แปลกแตกต่างจากเด็กทั่วไป ชอบช่วยเหลือผู้คน หากใครมีปัญหาที่หมดปัญญาที่จะแก้ไข เป็นต้องมาออกปาก(ไหว้วาน) ทุกคราไป จึงไม่มีใครเกลียดชังถึงจะซุกซนเกเร ด้วยเป็นเด็กที่จริงจัง ทั้งวาจาและจิตใจ รับปากใครแล้วเป็นต้องทำให้ได้ ถึงจะเป็นอันตรายก็ตาม ว่ากันว่าควายตัวไหนพยศ หากเด็กวัดจับหางติดจะไม่ปล่อยเป็นอันขาด ถึงควายจะวิ่งอย่างไร จนควายตัวนั้นต้องละพยศหมดฤทธิ์

เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยจิตอันแสดงถึงอานุภาพพิเศษ ก็รับรู้ได้ว่าพระอาจารย์ (หลวงพ่อทวด) กำลังจะเดินทางกลับจากกรุงศรีอยุธยา ด้วยกลัวว่าหากพระอาจารย์กลับมาถึง จะนำพาตนกลับสู่ถิ่นฐานที่จากมา ด้วยคำสั่งของพระอาจาย์ที่สั่งให้เฝ้าและดูแลรักษาวัดเจดีย์ และด้วยสัจจะวาจาที่ได้ให้ไว้ เด็กชายจึงเดินลงสระน้ำภายในวัดเป็นการปลิดชีวิตตัวเอง ตามภาษาทางศาสตร์ เรียก การเสด็จ หมายสละร่างเหลือไว้แต่ดวงวิญญาณ ไว้คอยปกปักษ์รักษาวัดเจดีย์ สืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

บันทึกจาก ภาพ ตามตำนาน ที่วัดเจดีย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ถ่ายเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563

ด้วยศรัทธาอันแท้จริง 

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...