วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Taiwan Expo 2018 ครั้งแรกในเมืองไทย 30 สิงหาคมนี้

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (Bureau of Foreign Trade, MOEA) ร่วมกับ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council) และสมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน (Thai-Taiwan Business Association) พร้อมด้วยสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (Thailand Convention and Exhibition Bureau - TCEB) จัดงาน Taiwan Expo 2018 ครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Let’s Tie Together” ชูเทคโนโลยีเพื่อให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม และกระตุ้นความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับไต้หวัน งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2561 ณ อีเว้นท์ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา



นายเฟลิกซ์ เฮช. แอล. ชิว ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดอุตสาหกรรม สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักในการจัดงาน Taiwan Expo ว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไต้หวัน ผู้คนต่างพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น และมีศักยภาพทางด้านธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง จึงกำหนดจัดงาน ไต้หวัน เอ็กซ์โป 2018 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “Let’s Tie Together” เพื่อแสดงถึงความร่วมมือกันระหว่างไทยกับไต้หวัน ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานในครั้งนี้จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนมีความสุขและสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกับสร้างโอกาสสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการค้าในภูมิภาคอาเซียน




ภายในงานไต้หวัน เอ็กซ์โป 2018 จะได้พบกับสินค้า เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไต้หวันที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากขึ้น และได้รู้จักไต้หวันอย่างใกล้ชิดขึ้นในมุมมองใหม่ที่หลากหลายผ่าน 7 โซนแสดงสินค้าไฮไลท์ ได้แก่

  • โซนเทคโนโลยีเพื่อชีวิตคนเมือง (Smart City) 
  • โซนเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Tech) 
  • โซนสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพ (Health Care) 
  • โซนศิลปวัฒนธรรม (Culture) 
  • โซนการท่องเที่ยว (Talents & Tourism) 
  • โซนสินค้าการเกษตร (Agricultural) 
  • โซนสินค้าเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น (Good Living) 

จากผู้ประกอบการที่มาร่วมออกบูธกว่า 210 ราย นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังมีสิทธิ์ลุ้นตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ไทเป จำนวน 2 รางวัล นายเฟลิกซ์ กล่าว

นายชู-เทียน หลิว ประธาน สมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน กล่าวว่า จัดงาน Taiwan Expo 2018 ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในเมืองไทย หลังจากที่ได้มีการจัดงานหลากหลายประเทศในเอเซียมาแล้ว เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยแต่ละประเทศได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เฉลี่ยมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 18,000 คน ซึ่งในปี 2560 ที่ผ่านมาไต้หวันเข้ามาลงทุนในประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 14,307 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 480,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะมีความร่วมมือทางการค้าเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้น การจัดงาน ไต้หวัน เอ็กซ์โป 2018 ครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนสื่อกลางของนักลงทุนไทยและไต้หวันได้พบปะแลกเปลี่ยนมุมมองธุรกิจและการเจรจาทางการค้าต่อไปในอนาคต ผ่านกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ พร้อมส่งเสริมความรู้ผ่านงานสัมมนาในอุตสาหกรรมต่างๆ (Industry Forums) อาทิ Taiwan Excellence Smart Transportation Forum, Taiwan Smart Machinery Forum และ Taiwan Digital Commerce & Startups Forum ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ฟรี ทาง https://thai.taiwanexpoasean.com/en_US/index.html

นายเจสัน ฮู ผู้อำนวยการ ฝ่ายการค้า สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เผยว่า ไต้หวัน ตั้งเป้าลงทุนในตลาดอาเซียน และประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกมากขึ้นตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southbound) ของรัฐบาลที่มุ่งก่อให้เกิดความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศ และผลักดันให้ผู้ประกอบการไต้หวันก้าวออกไปลงทุนในประเทศต่างๆ มากขึ้น โดยประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพทางการค้า มีวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตที่คล้ายคลึงกัน จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะมีการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม เทคโนโลยี การศึกษา รวมทั้งการร่วมลงทุนทางธุรกิจ



นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (TCEB) กล่าวว่างาน Taiwan Expo 2018 ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนไทยที่ได้สัมผัสกับความเป็นไต้หวันทั้งในแง่ของผู้บริโภคที่สนใจนวัตกรรมช่วยเสริมการใช้ชีวิตให้สะดวกสบายขึ้น และกลุ่มผู้ทำธุรกิจที่อยากต่อยอดทั้งเรื่องเทคโนโลยีและการค้า ในภาพรวมหวังว่าจะเห็นความร่วมมือที่ได้รับการต่อยอดอย่างมีคุณภาพต่อไป
(ข่าวประชาสัมพันธ์)

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ชีวิตดีขึ้นแค่ใช้เวลา 5 นาทีวางแผนกิจวัตรในวันพรุ่งนี้


ใช้เวลา 5 นาทีก่อนนอนวางแผนเพื่อชีวิตที่ดี กันนะครับ 



เผื่อเวลาให้กับสิ่งที่รัก 
ในการวางตารางกิจวัตรประจำวัน ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับหน้าที่การงานเพียงอย่างเดียว ควรจะเผื่อเวลาไว้เพื่อได้ทำในสิ่งที่รักบ้าง อาจจะเป็น งานอดิเรก เช่น การอ่านหนังสือเล่มโปรดหรือดูซีรีส์ที่ชอบ แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม แต่เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่รักเป็นประจำวันทุกวันจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ความเครียดทั้งหลายจะลดลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการทำงาน ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อตัวเองเท่านั้น ยังส่งผลไปยังคนรอบข้างเราอีกด้วย

เช็คให้ชัวร์ว่าใช้เวลาไปกับสิ่งที่สำคัญ 
ข้อนี้อาจจะดูใกล้เคียงกับข้อที่แล้วสักหน่อย เพราะสิ่งที่รักกับสิ่งที่อยากทำ มีเพียงเส้นแบ่งบางๆ เท่านั้น การเขียนตารางกิจวัตรจะช่วยให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่สำคัญกับชีวิต แต่ในขณะที่เขียนควรจะต้องพิจารณาว่าสิ่งที่เขียนไปนั้นจำเป็นจริงๆ หรือไม่ วิธีสังเกตง่ายๆ ถ้าเดือนต่อๆ ไปกิจวัตรเหล่านั้นเราเริ่มจะไม่ค่อยใส่ใจที่จะทำหรือไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แสดงว่าสิ่งนั้นกลายเป็นกิจกรรมขยะที่กินตารางเวลาของเราไป พิจารณาทบทวนกิจวัตรและลำดับความสำคัญใหม่อย่างละเอียดอีกครั้ง ผมชอบวีดีโอนี้ของคุณ รวิศ หาญอุตสาหะ สอนเรื่องการตามหาสิ่งน้อยอย่างมีวินัย เป็นเรื่องของการบริหารเวลาที่ดีมากครับ

เทคนิคการบริหารเวลา ของ รวิศ หาญอุตสาหะ


จัดสรรกิจวัตรที่ใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน 
ถ้าเราลองสังเกตดูดีๆ กิจวัตรบางอย่างอาจมีความใกล้เคียงกันและสามารถทำในสถานที่เดียวกันได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นการรีดผ้าชุดทำงาน แทนที่จะรีดวันละชุดก่อนไปทำงาน ลองเปลี่ยนเป็นรีดวันเดียวเพื่อสำหรับใส่ทั้งสัปดาห์ เราอาจใช้เวลามากเพียงหนึ่งวัน ส่วนวันที่เหลือเราสามารถจัดสรรเวลาไปทำงานอย่างอื่นได้ ลองจัดกลุ่มกิจวัตรดูใหม่ จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ เพราะไม่ต้องเสียเวลาในการทำสิ่งเดิมที่น่าเบื่อซ้ำๆ ทุกวัน ก่อนจะเปลี่ยนไปทำกิจวัตรถัดไป ประสิทธิภาพในการทำงานส่วนอื่นก็จะเพิ่มมากขึ้นโดยอัตโนมัติ



กำหนดเดดไลน์ 
เป็นที่ทราบกันดีว่าเส้นตายเป็นแรงผลักดันอันมหาศาลที่ทำให้งานเราสำเร็จลุล่วงได้ตามกำหนด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกำหนดเดดไลน์เข้าไปในตารางกิจวัตรประจำวันของเราด้วย เพราะนอกจากจะทำให้สิ่งที่ตั้งเป้าหมายไว้เสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดแล้ว มันยังช่วยให้เราเลิกนิสัยผัดวันประกันพรุ่งได้



ทำสิ่งเล็กๆ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ทุกวัน 
ไม่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ใดเกิดขึ้นได้ในเวลาอันสั้น การค่อยๆ ทำสิ่งเล็กๆ สะสมไปเรื่อยๆ ทุกวัน เมื่อถึงเวลาเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ก็สำเร็จได้ เพียงแค่รักษาวินัยอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่นการฝึกใช้ภาษาอังกฤษให้เชี่ยวชาญ ด้วยการเขียนตารางการฝึกฝนเป็นกิจวัตรประจำวันและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เชื่อว่าไม่นานความฝันในการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษก็จะบรรจุอยู่ในลิสต์ความสำเร็จของเราได้ในที่สุด

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...