วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ธนาคารไทยยุค 4.0 อาจไปไม่ถึงไหนถ้าไม่ใส่ใจที่ลูกค้า

ทั้งธุรกิจธนาคารและธุรกิจต่างๆ  กลัว(โดนมอง)ตกเทรนด์วิ่งตามกระแสเทคโนโลยี นำเครื่องมือใหม่ๆเข้ามาใช้ ต่างพากันยกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิตอล นำนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาใช้สร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ส่งมอบให้กับลูกค้า แน่นอนว่าในองค์กรต่างๆจะเจอการพยายามนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น AI (Artificial intelligence) , Bigdata, Machine learning ,blockchain, eKYC

คำเหล่านี้จะถูกนำมาเสนอในแผนการลงทุนใหม่การทำงานใหม่เพื่อแสดงถึงการใส่ใจในเทคโนโลยี แต่หลายครั้งยังลืมสิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับลูกค้าและความพอใจของลูกค้า

การนำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธนาคารปัจจัยที่ต้องพิจารณา

เทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้ต้องเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้า
ทำให้ลูกค้าใช้บริการและอยู่กับองค์กรให้ยาวนานขึ้น
Data-First ข้อมูลที่มีอยู่กับการนำเข้าข้อมูลใหม่ต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน
และพฤติกรรมของลูกค้าที่มาให้บริการกลุ่มต่างๆ พร้อมรับกับบริการแบบไหน

เจอเอกสารหนึ่งน่าสนใจของForrester
เอกสารนี้น่าสนใจสำหรับ คนที่กำลังวางแผนสำหรับการนำระบบใหม่ๆเข้ามาใช้จะเห็นมุมมองต่างๆตอนท้ายมีการขายของนิดหน่อยของเจ้าของเอกสารคือ Forrester

โดยสรุปสิ่งที่จะทำให้องค์กรไปได้ในอนาคต
คือการที่ต้องเลือกเทคโนโลยีที่นำมาสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ(ที่ดี)ให้กับลูกค้า โดยการพัฒนาระบบการทำงานภายใน ให้ข้อมูลแต่ละส่วนเชื่อมโยงกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ต้นทุนต่ำลง บริการดีขึ้น










ตัวอย่างหนึ่งที่ดีในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในวงการธนาคาร

L/G blockchain KBank

สำหรับ แอลจี บล็อกเชน “พิพิธ อเนกนิธิ” กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ขยายความว่า เป็นครั้งแรกของโลก ที่นำบล็อกเชนมาใช้ในการออกหนังสือคั้าประกัน(L/G) เพื่อตอบโจทย์ทางการตลาดให้กับลูกค้าทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและเพื่อธนาคารกสิกรไทย

ทั้งนี้แต่ละปีจะมี L/G ออกประมาณ 5 แสนฉบับ ซึ่งมี ต้นทุนจัดการที่แพง และยังมีความไม่สมบูรณ์ในแง่การทุจริต
ธปท.ระบุสถิติการออกหนังสือคํ้าประกันของธนาคารไทยทั้งระบบปี 2560 มีมูลค่าประมาณ 1.3 ล้านล้านบาทเติบโต 8% จากปี 2559 อยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ L/G เป็นกระดาษ 80% อีก 20% เป็นอิเล็กทรอนิกส์ แต่คาดอีก 2 ปีจะเหลือกระดาษ 65% อิเล็กทรอนิกส์ 35% และ 5% เป็นบล็อกเชนประมาณ 2 หมื่นฉบับ คาดว่ากสิกรไทยจะมีแชร์ปีนี้ 25% ซึ่งเป็นความท้าทาย

แอลจีบล็อกเชน” จึงเป็นการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนภาคลูกค้าที่สามารถสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา บล็อกเชนจะช่วยทำให้ข้อมูล เป็นระบบสร้างความน่าเชื่อถือ สามารถติดตามความเคลื่อนไหว และประสิทธิภาพของการทำงานจะดีกว่ามาก ซึ่งเป็นหัวใจหลัก

“สมคิด จิรานันตรัตน์” รอง ประธาน เคบีทีจี กล่าวว่า สิ่งที่กสิกรไทยดำเนินการคือปรับวิธีการออกL/G มาอยู่ในบล็อกเชน ขณะเดียวกันสามารถกำหนดเงื่อนไขต่างๆ เช่นการจ่ายเงิน หรือแอลจีหมดอายุจะให้ทำอะไรโดยสามารถใช้บล็อกเชนกสิกรไทยผ่าน Origin Cert ซึ่งเป็นตัวเชื่อมและสามารถเห็น L/G ทั้งบล็อกเชนได้ ซึ่งสามารถนำสินค้าหรือบริการอีกมากมาอยู่ในบล็อกเชน

อาทิ กรมการปกครองนำข้อมูลบัตรประชาชนไว้ในบล็อกเชน ทำ ให้พิสูจน์ตัวบุคคลโดยไม่ต้องยื่นเอกสารใหม่ในการสมัครหรือรับบริการต่างๆ หรือกรมที่ดินนำโฉนด ที่ดินอยู่ในบล็อกเชนและข้อมูลเคลมประกันจะง่ายขึ้นหากโรงพยาบาลนำข้อมูลมาอยู่ในบล็อกเชน ขณะที่วอลมาร์ตนำบล็อกเชนมาใช้กับสัตว์หรือสินค้าเกษตร เหล่านี้จะ ทำให้รู้แหล่งผลิตและแหล่งสินค้า-บริการกระจายไปที่ไหนบ้าง กรณีเกิดโรคระบาดจะเห็นว่า บล็อกเชนสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้

สำหรับธีมของกสิกรไทยต้องการทำให้เป็น Official Paper Less Platform สอดคล้องกับ Digital Economy แต่การเข้าสู่สังคมไร้เงินสดนั้น ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน นโยบายรัฐบาล ที่จะผลักดัน และทุกคนเห็นประ โยชน์รวมทั้งประเทศชาติ สังคมไร้เงินสดจะทำให้ประเทศไทยเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างแท้จริง
ที่มา : http://www.thansettakij.com/content/183108

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ศิลปะการฟังอย่างลึกซึ้ง Coaching listening skills

ทักษะการฟัง เป็นทักษะหนึ่งที่โค้ช Coach จำเป็นต้องมีเพราะช่วยให้การโค้ชเป็ฯไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการฟังแบบโค้ชจะแตกต่างจากการฟังทั่วไป


ยิ่งโค้ชสามารถฟังได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เข้าใจ ผู้ได้รับการโค้ช Coachee มากขึ้นเท่านั้น

ศิลปะการฟังจะช่วยให้โค้ชเข้าถึงโค้ชชี่มีหลักการง่ายๆ 5 ข้อดังนี้




ฟังด้วยหู หมายถึง การใช้ฟูฟังสิ่งที่โค้ชชี่กำลังสื่อสารอย่างตั้งใจ ไม่พูดแทรกขัดจังหวะ และไม่ทำอย่างอื่นไปพร้อมกันที่จะทำให้โค้ชเข้าใจเนื้อหาผ่านคำพูดและเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกผ่านน้ำเสียงของโค้ชชี่

ฟังด้วยใจ หมายถึง การฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ จดจ่ออยู่กับโค้ชชี่ และเรื่องที่เขากำลังพูดโดยไม่ใช้มาตรฐานหรือความสามารถของตนเองตัดสินว่าสิ่งนั้นถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี

ฟังด้วยตา หมายถึง การสบตาและการสังเกตุอากับกริยาของโค้ชชี่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้โค้ชเข้าในสิ่งที่โค้ชชี่พูดและไม่ได้พูดออกมา รวมถึงเข้าใจเจตนาในการพูดขอโค้ชชี่มากยิ่งขึ้น

ฟังด้วยปาก หมายถึง การทบทวนในสิ่งที่โค้ชชี่พูดออกมาเป็นระยะรวมถึงการถามเพื่อให้โค้ชชี่ได้ตระหนักและคิดค้นหาทางเลือกด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้เกิดการสื่อสารสองทางและทำให้การพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่น

ฟังด้วยตัว หมายถึง การใช้อวัจนภาษาประกอบการฟัง เช่นการพนักหน้า การโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ซึ่งการใช้ภาษากายเช่นนี้เป็นการแสดงถึงความตั้งใจ และมีสมาธิในการรับฟังสิ่งที่โค้ชชี่กำลังสื่อสารออกมา

การฟังทั่วไป คนฟังจะได้ยินสิ่งที่พูดออกมา Content แต่การฟังแบบโค้ช จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจถึงความรู้สึก ความคิด ความเชื่อ เนื้อหา และเจตนาของผู้พูดได้ทั้งหมด (Context) ทำให้ Coach เข้าใจ Coachee ได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะทำให้กระบนการ Coaching ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน พร้อมที่จะเดินทางสู่จุดหมายที่กำหนดไว้ร่วมกัน 

ที่มา K-Coaching academy โค้ชด้วยใจให้เติบโต


บทความที่น่าสนใจ

5 คำถามทรงพลังกับการโค้ช

***********************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ @oweera อย่าลืมมี @ ด้วยนะครับ http://line.me/ti/p/%40oweera
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันพุธที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ใครผิด? ซื้อกาแฟสามแก้วคิดเงินสามครั้ง Retail is Detail

ที่หน้าเคาเตอร์กาแฟสด มีณเดชยืนอยู่
"อเมริกาโน่ไม่หวานแก้วใหญ่ กาแฟแก้วกลางใช้เหรียญซื้อ กาแฟแก้วใหญ่แลกซื้อครับ"

พนักงานยืนงงพักหนึ่ง
แล้วคิดเงินกาแฟอเมริกาโน่เย็นแก้วใหญ่45บาทค่ะ
ขอคิดเงินแยกค่ะ ปิ๊ง ใบเสร็จรับเงินค่ะ
แก้วนี้ใช้เหรียญซื้อ
ปิ๊ง ใบเสร็จรับเงินค่ะ
แลกซื้อใช้ใบเสร็จกาแฟสด
ปิ๊ง ใบเสร็จรับเงินค่ะ

ได้บิลมาสามใบ ใบหน้าค้อนเล็กน้อยจากพนักงานคิดเงินหน้าหวานและหน้าบูดๆของลูกค้าที่ต่อแถว
ภาพประกอบ เพราะใบเสร็จใบหนึ่งถูกใช้ไปแล้วใบสุดท้ายจึงไม่ใช่ใบจริง

มีอะไรผิดพลาด? ทำไมต้องคิดเงินสามครั้ง เปิด-ปิด ทอนเงินสามรอบ


สำหรับคนคิดแคมเปญ (Campaign manager )
การคิดรายการส่งเสริมการขาย ต้องคิดถึงคนปฎิบัติการ เพราะพนักงานหน้างาน(Operation)เป็นผู้ส่งมอบไม่ใช่คนคิด หลายกิจกรรมการตลาด หรือ Marketing Campaign ล้มเหลวได้เพราะความยากในการทำงานจริงหน้างานทั้งจากลูกค้าหรือพนักงานคิดเงินกับพนักงานขาย

สำหรับคนบริการ ( Operation Team )
การมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าต้องให้สิทธิแก่ลูกค้าให้ดีที่สุดมีรายการส่วนลดหรือช่วยให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่สุดเป็นศิลปะในการขายชั้นยอด รายการส่งเสริมการขายไม่ใช่แค่เรื่องราคาแต่คือประสบการณ์ เห็นหรือไม่พนักงานส่งมอบอะไรในวันนี้ พนักงานคนนี้ใช้วิธีคิดเงินแยกเพื่อเอาใบเสร็จรับเงินที่มีสิทธิแลกซื้อมาเพื่อให้ส่วนลดในอีกแก้วหนึ่ง จาก 24 บาทลดเหนือ 20 บาท ลูกค้ามีความสุขได้ประโยชน์เต็มที่

สำหรับคนที่กำลังคิดเรื่อง สังคมไร้เงินสด
สังคมไร้เงินสด Cashless society กับธุรกิจที่แตะคนมากที่สุดในประเทศไทยอย่าง7-11ในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนแปลงน่าเรียนรู้ยิ่งนักลองไปถามพนักงานหน้างานกับลูกค้าที่ใช้บัตร จะเจอปัญหาของลูกค้าอีกมากมายที่รอการแก้ไข นั่นคือโอกาสทางธุรกิจของท่าน

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ไม่ได้ตั้งใจหาคนผิดนะครับแค่อยากชวนคิด

คนคิดแคมเปญที่ 7-11 นี่ลำบากหน่อยมีเครื่องมือให้เล่นเยอะ ทั้ง เงินสด บัตรเซเว่น คะแนนในบัตร เหรียญ และยัง true wallet อีก อ่อ.. ยังมีโปรโมชั่นบัตรเครดิตในบางสาขาอีกนะครับ

เพราะ Retail is Detail เทพพระเจ้าอยู่ในรายละเอียด

***********************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

5 วิธีเพิ่มเพื่อนเพิ่มโชคดีให้ตัวเรา


เพราะเชื่อว่าคอนเนคชั่นที่ดีสร้างโอกาสธุรกิจที่ดีๆ ผมมีเกร็ดเล็กมาฝากครับ มันจะดูเยอะๆหน่อย แต่ทำมาหนึ่งปีมีมิตรรักเพิ่มขึ้นมีสิ่งดีๆวิ่งเข้าหาตัวเองเยอะขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ การได้รับความช่วยเหลือ รายได้ และโอกาสใหม่ๆแนะนำ  วิธีนี้ทำเป็นประจำโชคดีมาหาแน่นอน

1.ใช้นามบัตรให้เกิดประโยชน์
- การแลกนามบัตรสำคัญหันหน้านามบัตรให้คนที่จะรับได้อ่านสะดวก แสดงถึงความตั้งใจให้เค้ารู้จักเรา
- รับนามบัตรมาอ่านชื่อเค้าเพื่อแสดงการตอบรับ และสะกดคำอ่านได้ถูกต้อง
- จดบันทึกสิ่งต่างๆที่จะทำให้เราจำเค้าได้...นามบัตรเยอะเดี๋ยวลืม

2. ส่ง SMS ไปแสดงความยินดีที่ได้รู้จักสำหรับคนที่เราอยากให้ความสำคัญ เมื่อเราส่ง SMS ไป เบอร์มือถือเราจะเข้าไปอยู่ในมือถือเค้า สะดวกที่เค้าจะบันทึกเบอร์เราไว้ อย่างง่ายดาย ผมมีคนชวนไปช่วยงานหลายครั้งจากการที่เค้ามีเบอร์เราอยู่SMS

3. บันทึกข้อมูลลงใน google contact เก็บข้อมูลไว้เผื่อนามบัตรหาย และเปิดดูจากที่ไหนก็ได้ แถมมีข้อดีหลายอย่าง
- ข้อมูลจะถูกเชื่อมโยงและแนะนำให้เป็นเพื่อทาง social media ต่างๆได้
-หากเค้าสะดวกเพิ่มเป็นเพื่อนใน Social network ถ่ายภาพร่วมกันซักภาพ ขออนุญาติTag ภาพ..จะจำกันได้อีกนาน

4.บุคคลที่เราเคารพ คนเก่งๆที่ได้รู้จักหากเป็นเพื่อนกันแล้ว กด see first ไว้ซักสามเดือน เราจะได้เรียนรู้อะไรจากเค้ามากมาย กดไลค์ ให้คอมเม้นต์แลกเปลี่ยนความเห็นกัน เป็นการได้เรียนรู้ที่หลากหลายพัฒนาตัวเราได้มากขึ้น


5.ส่งความปรารถนาดี หากรู้วันเกิดใช้เวลาซัก1นาทีโทรไปหาอวยพรวันเกิด ทุกครั้งที่เราส่งความปรารถนาให้คนอื่นด้วยจิตใจที่ดีโชคดีจะเข้ามาหาเราเอง



***********************************************
โอ วีระ เจียรนัยพานิชย์
นักการตลาด นักสร้างเครือข่ายธุรกิจ นักสร้างพันธมิตรธุรกิจSME
ติดตามข่าวสารได้ในช่องทางต่างๆดังนี้
Twitter @oweera
LINE@ http://line.me/ti/p/%40oweera
BLOG http://oweera.blogspot.com
Fanpage https://facebook.com/SMENetworkingThailand

วันพุธที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

คำถามที่ทรงพลัง Coach and Coachee

การโค้ชชิ่ง คือการถาม ไม่ใช่การสอน การบอก การสั่ง ทักษะในการตั้งคำถามจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เค้าตระหนักและสามารถหาคำตอบได้ด้วยตนเอง
ความโชคดีของผมคือการได้ Mentor ดีๆหลายคนตลอดการทำงานที่ผ่านมา ได้รับการโค้ชชิ่งและได้เรียนรู้ศาสตร์การโค้ชดีๆเสมอจากที่ทำงาน และได้ฝึกทักษะการเป็นโค้ชที่ดีให้กับลูกทีม เป็นแนวทางคำถามที่จะใช้คุยกับทีมงาน



ในช่วงการประเมินผลงานกลางปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่อยากให้ผู้บริหารงานได้คุยกับลูกน้อง ทางธนาคารจึงออกชุดแนวคำถามเพื่อใช้ในการโค้ชชิ่ง กับทีมงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาการทำงานร่วมกัน

คำถามที่ทรงพลัง
เป็นแนวคำถามที่ใช้ในการโค้ชชิ่งทีมงาน ให้ร่วมคิดค้นหาคำตอบด้วยตัวเค้าเอง คำถามทรงพลังเหล่านี้จะทำให้เกิดพลังในการคิด และพลังในการทำ

คำถาม เพื่อให้เห็นความสำคัญกับเป้าหมาย

  • เรื่องนี้สำคัญกับคุณอย่างไร
  • อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจเลือกเรื่องนี้มาคุย
  • ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ จะส่งผลดีต่อชีวิตคุณอย่างไร
คำถาม เพื่อทบทวนสถานการณ์ปัจจุบัน

  • ตอนนี้มีอะไรขัดขวาง ที่ทำให้คุณไปไม่ถึงเป้าหมาย
  • ถ้าปล่อยเรื่องนี้ไว้ตไป จะเกิดอะไรขึ้น
  • คุณได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง อะไร Work อะไรไม่work
คำถาม เพื่อชวนคิดค้นหาทางเลือก

  • ถ้าไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย เราจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้
  • ถ้าคนที่เก่งทึ่สุดเจอกับปัญหานี้ คิดว่าเขาจะแก้ปัญหาด้วยวิธีไหน
  • ตอนที่คุณเคยประสบปัญหาคล้ายๆแบบนี้ คุณได้ทำอะไรไปบ้าง
คำถาม เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

  • หลังจากที่เราคุยกันแล้วตอนนี้คุณมีความมั่นใจมากขึ้นแค่ไหน
  • เราจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เราคุยกัน
  • หลังจากนี้ คุณจะทำอะไรเป็นสิ่งแรก

Coaching คือ การที่ Coach ทำหน้าที่ เพื่อนร่วมคิด และ พา Coachee จากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งที่ดีกว่าเดิม

ซึ่งเชื่อว่าสิ่งนี้จะมีประโยชน์กับการทำงานของทุกคนเลยอยากนำมาแบ่งปันครับ



LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...