วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555

AECGeeK การรวมตัวของคนไม่ธรรมดา งานอาสาวิชาการ


นิยามของคำว่า Geek ไม่มีหลักที่แน่ชัดแต่ในความหมายของผม Geek (กี๊ก) แปลว่า ผู้คลั่งไคล้ใฝ่รู้ไปจนถึงหมกมุ่นในเรื่องที่สนใจ โลกนี้จึงมีทั้ง Geek IT ,Geekศิลปะ, 

มีโอกาสได้คลุกคลีกับ Geek วงการไอทีมาระดับหนึ่งพบว่าบุคคลเหล่านี้เค้าสนใจและศึกษาข้อมูลเรื่องนั้นๆลงลึกรู้จริง มากๆ แต่ที่จะเล่าให้ฟังวันนี้ คือ AECGeek  เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่า เรื่อง AEC ใกล้ตัวมากขึ้นทุกวัน และไม่อยากให้สิ่งที่ตนมีคือความรู้เรื่อง AEC และ กลยุทธ์ธุรกิจ กลายเป็นความรู้ในตัวไม่สามารถนำออกมาช่วยเหลือใครได้ จึงได้จัดตั้ง เวปเพจขึ้นมาใน Facebook http://www.facebook.com/AECGeek  โดยมีคณะก่อการเป็นบุคคลในบริษัที่ปรึกษาข้ามชาติ อาจารย์นิด้า  และผู้รู้(กูรู) กลุ่มหนึ่ง คอยเอาข่าวสารด้าน AEC มาอัพเดตและให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ โดยเริ่มครั้งแรกวันที่ 12 กรกฎาคม 2555 ด้วยระยะเวลาเพียง สองเดือนมีผู้สนใจเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกมากถึง 20,254 คนโดยที่ไม่ได้ทำการตลาดอะไรมากมายนอกจากการเอาข้อมูลเชิงวิเคราะห์มาเล่าให้ฟัง 
สิ่งที่ทำให้ AEC Geek ประสบความสำเร็จ นั้นคือการนำ Business Model ระดับสากล มาใช้ประกอบในการวิเคราะห์ข้อมูลและนำมาเล่าให้ฟังอย่างเข้าใจง่ายๆ 

แต่ด้วยกระแสตอบรับที่ดีมากๆ วันที่ 9 กันยายน มีการโพสฉลองยอดสมาชิก ถึง 10,000 คน และไม่นานก็ได้เชิญชวนสมาชิกที่สนใจเหมือนกัน มาเป็น Geek เหมือนกัน โดยโครงการที่ปรึกษาอาสา
ถือเป็นอีกหนึ่งครั้งที่มีการจัดตั้งเครือข่าย อาสากูรู ที่จะอาสามาทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจไทย ในชื่อโครงการ Driving Value Innovation For Thai Business ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้คนที่มีจิตอาสา + ผู้มีจิตอยากรู้ว่าใครหนอคือ AEC Geek เข้ามาร่วมงานอย่างคับคั้ง 


จากการเข้าสังเกตุการณ์พบว่า คนส่วนใหญ่ที่มาล้วนอยากรู้ว่าใครคือต้นคิด และจะทำอะไรต่อไป ในวันจัดงานกว่าครึ่งเป็นเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ ที่มีความกังวลและมองหาทางออกสำหรับธุรกิจกับ AEC และมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นคนมีใจอยากช่วยเหลือธุรกิจไทยจริงๆ

ในงานได้มีการนำเสนอแนวคิดของการเป็นที่ปรึกษา Concept และเครื่องมือต่างๆเพื่อเป็นการปูพื้นฐานและคัดกรองผู้ที่จะเป็นที่ปรึกษาอาสากับโครงการที่จะมีความร่วมมือกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการให้คำปรึกษากับ SME กลุ่มต่างๆ

เอกสารที่ใช้ในการบรรยาย ดูได้ที่ไฟล์นี้ครับ




นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้รู้ว่าคนให้ความสนใจในเรื่อง AEC เยอะมากจริงๆและน่าชื่นชมที่มีคนจิตอาสาตั้งเพจนี้ขึ้นมา



วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

การปรับตัวการท่องเที่ยวรับตลาดAEC asean tourism


ในปี 2558 นี้  ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เราจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคนไทยและภาคธุรกิจทุกแขนง  ต้องตื่นตัว และเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนด้วยกันให้มากขึ้น    เพื่อเป็นการเปิดโลกกว้าง และเป็นจุดเริ่มต้นการเตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต
การเปิดเสรีบริการด้านการท่องเที่ยว    ซึ่งรวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่องภายใต้กรอบอาเซียนแต่ขณะเดียวกันก็ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าแนวโน้มการแข่งขันในอนาคตจะยิ่งทวีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในเมืองไทยด้วยการถือครองสัดส่วนการถือหุ้นที่เพิ่มมากขึ้น   จากคู่แข่งทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดการให้บริการด้านการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามแนวโน้มมูลค่าเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนโดย  หากจะพิจารณารายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ผ่านมา  สามารถแสดงข้อมูลได้ดังนี้
ที่มา  :  ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

จากข้อมูลข้างต้นรายได้ของประเทศไทยที่มาจากการท่องเที่ยว  592,794   ล้านบาท ในปี  53  และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลประมาณการรายได้ในปี 54 ไว้ที่  700,000 ล้านบาท เติบโตในอัตรา 18%  ชึ้ให้เห็นถึงศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีแนวโน้มในทิศทางที่ดี
สถานที่ท่องเที่ยวของไทยที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ  จากผลการสำรวจของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ปี 2554  ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูล จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 69 ประเทศ

อันดับที่
แหล่งท่องเที่ยว
จังหวัด
1
หมู่เกาะพีพี
กระบี่
2
เกาะเต่า
สุราษฎร์ธานี
3
หาดพัทยา
ชลบุรี
4
อัลคาซาร์ คาบาเรต์
ชลบุรี
5
หาดป่าตอง
ภูเก็ต
6
เกาะเสม็ด
ระยอง
7
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
พังงา
8
ตลาดนัดจตุจักร
กรุงเทพฯ
9
อ่าวมาหยา
กระบี่
10
หาดจอมเทียน
ชลบุรี

ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
จากข้อมูลพบว่า แหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาตินิยม 10   อันดับแรก ส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล อันดับที่ 1 คือ หมู่เกาะพีพี   จังหวัดกระบี่ อันดับที่ 2 เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎรธานี อันดับที่ 3  หาดพัทยา จังหวัดชลบุรี  เป็นต้น

หากจะเปรียบเทียบสัดส่วนนักท่องเที่ยวจากประเทศกลุ่ม อาเซียน กับ ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา  ท่องเที่ยวในประเทศไทย  ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในปี 54  มีมากกว่า  19  ล้านคน มีอัตราการเติบโตถึง  20%  และเป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียน คิดเป็นร้อยละ    26  และใน ปี 55  (ม.ค. เม.ย.)   ประเทศไทยยังคงมีนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียน คิดเป็นร้อยละ 24  ที่เห็นได้ชัดคือนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ  1 ใน  4  ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด
 จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศ ASEAN ที่ให้ความนิยมมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุด คือ   มาเลเซีย  ลาว  และ สิงค์โปร  ตามลำดับ และเห็นได้ชัดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวของทุกประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวในปี 2554  มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2553  ทุกประเทศ
สำหรับสถานการณ์ตลาดภายในประเทศนั้น ภาคบริการด้านการท่องเที่ยวของไทยนับว่ามีศักยภาพค่อนข้างสูง ทั้งในส่วนของความพร้อมในการให้บริการแก่ชาวต่างชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  ซึ่งการเปิดเสรีภาคการท่องเที่ยวน่าจะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมีรายได้เพิ่มขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อเข้ามาใช้บริการโดยเฉพาะด้านโรงแรมที่พักซึ่งเป็นเครือข่ายของบรรดานักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย  อันจะก่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามมา
ผู้ประกอบการไทยควรเร่งปรับตัวโดยใช้ประโยชน์จากการเป็นอาเซียนเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด   รวมทั้งการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยอาศัยจุดแข็งของภาคการท่องเที่ยวของไทยโดยเฉพาะการเป็นที่ยอมรับในด้านการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม ความมีอัธยาศัยไมตรีที่ดีของคนไทย การมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาติอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง    ธุรกิจจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก   รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ  เช่น
ระบบการชำระเงิน ที่ควรเพิ่มความสะดวกเรื่องการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต บัตรเงินสดมากขึ้นขณะเดียวกันควรใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ให้ข้อมูลสนับสนุนการท่องเที่ยวมากขึ้น มีการพัฒนาด้านแอพพลิเคชั่น  รวมทั้งเว็บไซต์  เพื่อให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว   อำนวยความสะดวกการจอง  รวมทั้งใช้ช่องทางนี้ให้นักท่องเที่ยวได้แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยว   ซึ่งที่กล่าวมานั้นถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดเพื่อผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว จะนำไปใช้และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้มากยิ่งขึ้น   นั่นเอง
โดย   ว่าที่ ร.ต.ญ.ณิชานันท์      เอี่ยมเพ็ชร 



วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

ใครอ่ะ วีระ เจียรนัยพานิชย์ weera chearanaipanit



วีระ เจียรนัยพานิชย์

startup consultant   stock2morrow  

+oweera SME Partnership 


ประวัติการทำงาน

ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน
Vice President : Head of SME Network Marketing Development 
SME Marketing Management Department KASIKORNBANK

ประสบการการทำงาน
Assistant Vice President, Senior SME Partnership Development KBank
ผู้จัดการด้านการบริหารงานจัดซื้อและการตลาดของธุรกิจค้าปลีกชั้นนำทั้งในเครือเซ็นทรัลและ7-11
ผู้จัดการฝ่ายเคลื่อนไหวสาธารณะ สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ (องค์การมหาชน) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี


ประสบการณ์อื่นๆอาจารย์พิเศษ วิชาการบริหารเชิงกลยุทธ์ ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ธุรกิจSME
ร่วมงานกับธนาคารกสิกรไทย ตั้งแต่ปี 2549 รับผิดชอบงานด้านการตลาดและงานส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจ SME เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ หน่วยงานและสมาคมส่งเสริม SME และสร้าง SME Networking



ผลงานภาคภูมิใจ

- โครงการส่งเสริมการจัดการที่ยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ KSME Care ได้รับเลือกเป็น Marketing Campaign of the year จากนิตยสาร Marketeer

- รายการ SME ตีแตก ได้รับรางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาด Bronze Award จากสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย MAT

- ร่วมเขียนหนังสือคู่มือการเป็นผู้เริ่มต้นธุรกิจ Startup เสี่ยยุคใหม่ 

ปัจจุบัน

ที่ปรึกษาประจำรายการ Startup เสี่ยยุคใหม่ ทางช่องเนชั่น TV ช่อง 22 วันอาทิตย์ เวลา 13:00 น.
ที่ปรึกษางานด้านเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อพัฒนาธุรกิจ SME



เชี่ยวชาญพิเศษ และกิจกรรมด้านสังคม


  • กรรมการตัดสินแผนธุรกิจ NEC / กรรมการรับเชิญรายการสมรภูมิไอเดียช่อง 3
  • วิทยากร กิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่าย KSME Care
  • บรรยาย การบริหารเครือข่ายธุรกิจ Biz Club
  • เสวนา โครงการ ​CICT กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
  • เสวนา บนเส้นทางการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยทุนทางปัญญา
  • บรรยาย กลยุทธ์การค้าและเครื่องมือการเงินสำหรับAEC
  • บรรยาย ปรับกลยุทธ์ธุรกิจค้าส่งเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเครือซิเมนไทย ( SCG )
  • เสวนา อนาคตประเทศไทยกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
  • ผู้เขียนหนังสือ Startup เสี่ยยุคใหม่ แปลงไอเดียของคุณให้เป็นธุรกิจร้อยล้าน
  • กิจกรรมพัฒนาองค์กร, Ice Braking Activity การจัดการความรู้ Knowledge Management Business Matching, Start-up Business
  • ที่ปรึกษาอาสา AEC GEEK
  • กรรมการสมาคม อีคอมเมอร์ช

ติดตามกิจกรรมบรรยาย

เดือน กันยายน 2558
http://oweera.blogspot.com/2015/08/oweera-partnership-lecture-in-august.html


เชื่อมโยงหน่วยงานรัฐและองค์กรเอกชนในการสร้างความรู้ AEC ให้กับ ​SME

บรรยายหัวข้อ เสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการเครือข่ายธุรกิจ ​Biz Club 

เสวนา EICT e-Market place สู่ Supply chain ช่วยเพิ่มศักยภาพ SMEs ได้จริง?

อนาคตประเทศไทยบนเส้นทางการแข่งขันด้วยภูมิปัญญา

แขกรับเชิญในรายการสมรภูมิไอเดีย แนะนำเครืองมือ Social Media สำหรับธุรกิจ SME

งานวันสายใจไทย 

จัดกิิจกรรม เพิ่มความรู้ให้กับผู้ประกอบการ  KSME Value Plus และ KSME Business Matching

กูรูรับเชิญ ร่วมตัดสินผู้เข้าแข่งขันในรายการสมรภูมิไอเดีย
http://www.thaiecommerce.org/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=3&Id=539566764


รวมบทสัมภาษณ์ วีระ เจียรนัยพานิชย์ จากสื่อต่างๆ 
เนชั่น สุดสัปดาห์

ครอบครัว 'เจียรนัยพานิชย์' โซเชียลมีเดีย คือสายใยรักและผูกพัน  17 พฤษภาคม 2556
The Nation


กรุงเทพธุรกิจ

ศึก4เส้า สงครามน้ำดำ est ส่อบล็อกเป๊ปซี่2แสนร้านค้า  29 ตุลาคม 2555

    ด้าน วีระ เจียรนัยพานิชย์ นักการตลาดผู้เชี่ยวชาญประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ให้ความเห็นเกี่ยวกับการแข่งขันของตลาดน้ำดำในไทยว่า การแข่งขันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเพราะมีแบรนด์อื่นๆ เพิ่มเข้ามาในตลาดไทยเป็น 4 แบรนด์ คือ โค้ก เป๊ปซี่ est และบิ๊กโคล่า
“เรื่องราคาเอง ผมมองว่าเล่นมากไม่ค่อยได้เพราะราคาน้ำดำในระดับปัจจุบันก็ถือว่าเหมาะสมอยู่แล้ว ผู้ผลิตเองคงไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้มาก”
ดังนั้นเขาจึงเห็นว่า แคมเปญหรือโปรโมชั่นที่โดนใจผู้บริโภคจะกระตุ้นตลาดได้มากกว่า นอกจากนี้ยังอยากจะให้จับตาเครื่องดื่มแบรนด์ใหม่ est ที่จะทยอยเข้ามาทำตลาดหลังวันที่ 1 พ.ย.นี้โดยเชื่อว่าเสริมสุขคงจะใช้วิธี "บล็อก” ให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นช่องทางการจัดจำหน่าย Traditional Trade (ร้านค้าปลีกดั่งเดิม) กว่า 2 แสนร้านค้า ให้รับเฉพาะสินค้าของเสริมสุขเพียงรายเดียว เพื่อถอยร่นเป๊ปซี่ออกจากช่องทางการจำหน่ายนี้ในที่สุด
“เป๊ปซี่ต้องหลุดออกจากร้านค้าเดิมของเสริมสุขแน่นอน โดยเสริมสุขเคยใช้กับวิธีนี้กับโค้กมาแล้วจนโค้กไม่สามารถอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเป๊ปซี่ได้ เสริมสุขเก่งในเรื่องการตลาดการกระจายสินค้ามากอยู่แล้วไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ทำให้เป๊ปซี่อยู่ในอันดับหนึ่งได้นานขนาดนี้”
วีระ บอกด้วยว่า ช่องทาง Modern Trade (ร้านค้าปลีกสมัยใหม่) นับจากนี้จะมีสีสันมากขึ้น เพราะผู้ผลิตน้ำดำทั้งหลายจะต้องนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางนี้มากขึ้น เพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC ) โดยเฉพาะ อีกทั้งช่องทางที่เป็น Traditional Trade ถูกจองโดยทางเสริมสุขเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม แม้การแข่งขันของน้ำดำจะรุ่นแรงมากขึ้น แต่กลุ่มผู้บริโภคบางส่วนก็ยังยึดติดกับรสชาติ และจงรักภักดีในแบรนด์อยู่ ดังนั้นแม้เป๊ปซี่จะเปลี่ยนแปลงไป แต่ผู้บริโภคก็จะยังคงติดอยู่ จึงไม่น่าจะมีผลกระทบมากนักในความเห็นของเขา อีกทั้งหากเปิด AEC เป๊ปซี่เองก็มีทางออกโดยการตั้งโรงงานผลิตหรือใช้โรงงานผลิตในประเทศเพื่อนบ้านแทน เพื่อส่งสินค้ามาจำหน่ายในไทย
ระยะยาวเขาจึงมองว่า ปัญหาด้านการผลิตก็จะไม่เกิดขึ้นเช่นในปัจจุบัน.
--------------------------------------------
ไม่ใช่แค่ 4 มีอีกเป็น 10 "ราคาคือตัวแปร"
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินภาวะการแข่งขันตลาดน้ำอัดลมของไทยว่า กำลังจะเผชิญกับความท้าทายอีกครั้ง ไม่เพียงผู้ประกอบการหน้าใหม่ในไทยที่จะเข้าสู่ตลาด แต่ยังรวมทั้งผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศกลุ่มอาเซียน ที่ไม่ได้ผลิตภายใต้ลิขสิทธิ์ของผู้ประกอบการน้ำอัดลมรายใหญ่ของโลก ซึ่งคาดว่าจะสนใจเข้ามาทำตลาดน้ำอัดลมในไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ในอาเซียน จนอาจทำให้ตลาดน้ำอัดลมไทยเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นไปอีก เพราะเออีซี เป็นเหตุ
โดย "กลยุทธ์การแข่งขันด้านราคา" อาจจะเป็น "กลยุทธ์แรก" ที่จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างฐานการตลาดช่วงเริ่มต้น และในทางกลับกัน คาดว่าผู้ประกอบการในธุรกิจน้ำอัดลมของไทย จะมีโอกาสเข้าไปรุกขยายตลาดในกลุ่มอาเซียนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยไทยมีความพร้อมในการผลิตน้ำอัดลมที่ดีกว่าอีกหลายประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอินโดจีน ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบสำคัญคือ น้ำตาล รวมทั้งอุตสาหกรรมสนับสนุน อาทิ บรรจุภัณฑ์พลาสติก และกระป๋องอะลูมิเนียม ซึ่งสามารถผลิตเพื่อสนองความต้องการและส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ
ทั้งนี้ตลาดน้ำอัดลมไทย มีขนาดใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน สัดส่วนประมาณร้อยละ 35.2 ของปริมาณการจำหน่ายน้ำอัดลมในอาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ทำให้ไทยเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจค่อนข้างมากจากผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อรอจังหวะที่จะเข้ามาทำตลาดน้ำอัดลมในไทย และเริ่มมาประสบความสำเร็จในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภายหลังการก้าวเข้าสู่ตลาดน้ำอัดลมของผู้ประกอบการรายใหม่จากต่างประเทศ ที่อาศัยกลยุทธ์ทางด้านราคารวมทั้งปริมาณสินค้าที่มากกว่า เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค
ด้านความพร้อมด้านการประหยัดต่อขนาด (อีโคโนมี ออฟ สเกล) ไทยเป็นตลาดที่มีความต้องการบริโภคน้ำอัดลมค่อนข้างสูง ประมาณ 2,700 ล้านลิตร/ปี และมีการบริโภคน้ำอัดลมต่อหัวประชากรสูงสุดประมาณ 43 ลิตร/คน/ปี ซึ่งทำให้โรงงานน้ำอัดลม สามารถใช้กำลังการผลิตขนาดใหญ่เพื่อรองรับตลาดในประเทศ รวมถึงตลาดส่งออก จึงเกิดการประหยัดต่อขนาดและสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิต
ความพร้อมทางด้านอุตสาหกรรมสนับสนุน ทั้งบรรจุภัณฑ์แก้ว พลาสติก กระป๋อง กระดาษ และฝาจีบ และเป็นการผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้ต้นทุนต่ำกว่าประเทศอื่นๆในอาเซียน
การเป็นศูนย์กลางของประเทศในภูมิภาค ช่วยให้การขนส่งและการกระจายสินค้าไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศCLMV ซึ่งไทยสามารถขนส่งสินค้าข้ามแดนได้สะดวกและมีต้นทุนต่ำ


"ยักษ์ค้าปลีก" เท 7 หมื่นล. ดักโอกาส "เออีซี" 23 กรกฎาคม 2555 




วีระ เจียรนัยพาณิชย์ นักการตลาดผู้เชี่ยวชาญด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เชื่อว่า การเปิดเออีซี ในปี 2558 จะเป็น "ปัจจัยบวก" ต่อธุรกิจค้าปลีกไทย เนื่องจากธุรกิจนี้ถือว่ามีความเข้มแข็งมากกว่าอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ทั้งด้วยขนาดและศักยภาพ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ที่ผ่านมา ยังเห็นความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่หลายรายของไทย ต่างมีแผนตักตวงโอกาสจากการเปิดเออีซี

 "ห้างไทยหลายๆ ราย เก่งกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้มาก ในอาเซียนไม่มีใครรุกธุรกิจค้าปลีกไปจีนเหมือนอย่างกลุ่มเซ็นทรัล นอกจากนี้ ยังเข้าไปตั้งห้างตามหัวเมืองใหญ่ รอยต่อประเทศ ในจุดสำคัญๆ ที่จะเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เชียงราย ซึ่งจะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังพม่า จีน  หรือห้างที่อุดรธานี และขอนแก่น ล้วนแต่รองรับกลุ่มลูกค้าที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว"

 นอกจากนี้ ทีวี และสื่อบันเทิงอื่นๆ จากไทย ที่ไปได้รับความนิยมในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สินค้าในกลุ่มเสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องประดับ รองเท้าและกระเป๋า จากนำเข้าจากไทยพลอยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งล้วนส่งผลดีต่อธุรกิจค้าปลีกไทย

 อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกไทยจะมีความเข้มแข็ง แต่ยังมีคู่แข่งที่น่าจับตา คือ กลุ่มทุนค้าปลีกจากมาเลเซีย และสิงคโปร์ พ่วงด้วยกลุ่มทุนค้าปลีกจากจีน ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ คือ การรุกคืบเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะกิจการร่วมค้า (Joint Venture) หรือการส่งเสริมการขายระหว่างกัน (Merchandise) กับธุรกิจขนาดกลางในต่างจังหวัด

 “กลุ่มทุนจีนเข้ามาทางภาคเหนือค่อนข้างเยอะ อย่างเชียงราย ขณะที่กลุ่มทุนสิงคโปร์ และมาเลย์จะเน้นที่โซนหัวหินและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ของไทย” เขาตั้งข้อสังเกต




ผู้จัดการ
สื่อสารการตลาดสร้างโอกาสธุรกิจ 9 พฤศจิกายน 2552
http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9520000132225


รวมบทสัมภาษณ์ วีระ เจียรนัยพานิชย์ จากสื่อต่างๆ


 Contact me

https://plus.google.com/u/0/photos/106434856452619784555/albums/profile

http://twitter.com/oweera @oweera ติดตามเรื่องราวสาระด้าน SME และ AEC ได้เลยจ้า

http://facebook.com/oweera ชีวิตส่วนตัวเรื่อยเปื่อย ติดต่องานได้แต่ไม่ตอบจ้า

http://www.facebook.com/SMEnetworkingThailand  บันทึกชีวิตการทำงานและเรื่องรวมที่เจอ ติดต่องานทางนี้เลย

http://www.linkedin.com/in/oweera ประวัติทำงานโดยละเอียด


Samsung galaxy S3 VS iPhone5

Marketing3.0  เป็นยุคของการทำการตลาดไม่ใช่แค่สร้างแบรนด์ให้โดดเด่นดึงดูดลูกค้าเข้ามาหา (Marketing1.0) หรือ รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าสร้างประสบการณ์ที่ดี(Marketing2.0) แต่ต้องสร้างให้ลูกค้ามาติดตามสนใจ ใส่ใจในแบรนด์ของเรา หรือเรียกว่าเป็นสาวกเลยให้จงได้ แบรนด์ที่เป็นตัวอย่างชัดเจนมากที่สุดแบนด์หนึ่งคือ Apple  มีเวปของแฟนคลับมากมาก มีคนเขียนถึงเล่าเรื่องราวบอกต่อๆกันมากที่สุดแบรด์หนึ่งของโลก หากมีใครมาแหย่ แบรนด์ที่เราชอบสาวกย่อมไม่ยอมเป็นธรรดา แถมไม่นิ่งดูดายด้วยด้วย ยกตัวอย่างที่ หลักเปิดตัวสินค้าใหม่ iPhone5 สาวกร้องยี้ (แต่ก็จะซื้อ) Samsung เห็นได้ทีรีบออก Ad ตัวหนึ่งออกมาเพื่อเทียบให้ดูในสิ่งที่เหนือกว่า

ไม่นานนัก เรียกว่าไม่ทันข้ามวัน ก็เจอเหล่าสาวกของขึ้น ออกมาปกป้องแบรนด์ที่เรารัก
ไม่ต้องมาดูอะไรมาก แกมันน่าเกลียด
อี๊ นังพลาสติก
ของขั้นเลิศกว่ายาวกว่านะ
ยาวกว่าเมื่อกี้แถมยังมีอะไรมากกว่าที่แกรู้นะ
พาดหัวให้ใหม่เลย
จะมีแบรนด์ไหนในโลกที่ทำได้อย่างนี้มั๊ยเนี่ย หวังว่าจะมีแบรนด์ไทยซักแบรนด์เป็นได้เช่นนี้

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

นักธุรกิจมองAppบนมือถืออย่างไร

Mobile Application ในมุมมองของนักธุรกิจเป็นอย่างไร
ความคิดเห็น
ทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักมากขึ้น 66%
เป็นเจ้าของกิจการต้องมีApp 63%
ช่วยบริหารธุรกิจได้ดีขึ้น 56%
สร้างรายได้ให้ธุรกิจ 51%
ที่มา กรุงเทพธุรกิจทีวี BizSoup

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

กรุงเทพธุรกิจทีวี เปิดเต็มรูปแบบวันนี้ 9-9-55 Thai Talk Special

กรุงเทพธุรกิจทีวี พร้อมเปิดสถานี ดีเดย์9-9-55
GMMZ ช่อง 118 ดูได้แล้วทุกจาน (update 14-9-55)
นับเป็นสถานีโทรทัศน์เพื่อเศรษฐกิจอย่างแท้จริงเพราะเศรษฐกิจไทยไม่ใช่มีแต่เรื่องหุ้น นักธุรกิจยังต้องการอะไรที่มากกว่านั้น
- มุมมองภาพกว้างเศรษฐกิจโลกที่จะกระทบกับธุรกิจไทย
- ความเคลื่อนไหวอาเซียน และ AEC
- เศรษฐกิจภูมิภาคของไทย
- ความก้าวหน้าของธุรกิจไทยและกรณีศึกษา
- Start up

ช่องนี้เป็นช่องในฝันว่าไทยน่าจะมีเป็นของตนเองยม่ใช่อยากรู้ต้องไปดู CNBC วันนี้ NBC ทำได้แล้ว ขอเชียร์อย่างเต็มที่



"กรุงเทพธุรกิจทีวี"เปิดสถานีและออกอากาศเต็มรูปแบบ แล้วในวันที่ 9 เดือน 9 ไฮไลต์รายการเด่นสำหรับวาระพิเศษนี้เปิดเวทีพบ "10 ผู้นำ"

ในวันนี้ (9 ก.ย.) กรุงเทพธุรกิจทีวีพร้อมออกอากาศเต็มรูปแบบตามสัญญาที่ให้ไว้กับผู้ชมหลังจากทดลองออกอากาศมานานกว่า 3 สัปดาห์ โดยผังรายการเริ่มตั้งแต่ 06.00 น. ส่วนไฮไลต์รายการเด่นสำหรับวาระพิเศษนี้ เปิดเวทีให้ผู้ชมได้พบ 10 ผู้นำทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นซีอีโอ นักคิด และนักการเมือง ผ่านรูปแบบการเสวนาโต๊ะกลม เริ่มตั้งแต่ช่วง 11.00-12.00 น.รายการ AEC Move เสวนาหัวข้อ "เจาะลึกอาเซียน" แขกรับเชิญ นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู และนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

ช่วง 14.00-15.00 น. เสวนาโต๊ะกลม "เศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้าย" แขกรับเชิญ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

และหลังข่าวค่ำช่วง 19.00-20.00 น. ชมรายการ "Thai Talk Special" สนทนาหัวข้อ "The Connection Mania" แขกรับเชิญได้แก่ ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ นักเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางชาลอต โทณวณิก ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาลแห่งสถาบันพระปกเกล้า นอกจากนั้น ยังมีรายการแนวฮาวทูธุรกิจ ตลอดจนไลฟ์สไตล์ของซีอีโอและคนธุรกิจที่โดดเด่นให้ชมตลอดวัน ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.bangkokbiznews.com

ทั้งหมดนี้ เพื่อสะท้อนจุดยืน "ทีวีธุรกิจเต็มรูปแบบของไทย" ที่มีความมุ่งมั่นสร้างสรรค์และนำเสนอเนื้อหาธุรกิจ เศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย กรุงเทพธุรกิจทีวีแพร่ภาพออกอากาศ 24 ชั่วโมง เป็นรายการสด มากถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน และออกอากาศครั้งแรกมากกว่า 15 ชั่วโมงต่อวัน เข้าถึงได้ทุกแพลตฟอร์ม ทุกช่องทางรับชม ผ่านกลุ่มจานดาวเทียมและกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ทั้ง C Band ,KU Band หรือจะดูจากแทบเล็ต โมบาย ผ่านแอพ และดูทีวีออนไลน์เรียลไทม์ผ่านระบบสตรีมมิ่งในเว็บไซต์ bangkokbiznews.com และ www.adintrend.com

สำหรับกิจกรรมวันเปิดสถานีเต็มรูปแบบ ช่วงเช้าจะเป็นกิจกรรมภายในกอง บก.กรุงเทพธุรกิจ และนับแต่ 10.00 น.เป็นต้นไป เป็นช่วงเปิดบ้านต้อนรับท่านผู้มีเกียรติ ที่จะมาแสดงความยินดีตลอดวัน โดยสถานีกรุงเทพธุรกิจทีวีตั้งอยู่ที่ชั้น 30 อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ถนนบางนา-ตราด

Top Executive Seminar for Food Sector “ตีแตก...จุดอ่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาด AEC”


สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดสัมมนา Top Executive Seminar for Food Sector “ตีแตก...จุดอ่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาด AEC” ในวันพุธที่ 19 กันยายน 2555 เวลา 13.00 - 17.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย หม่อมราชวงศ์พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ยุทธศาสตร์ภาครัฐเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมอาหารไทยก้าวสู่ผู้นำอาเซียน” ร่วมด้วย ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “วิกฤต และโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารไทยภายใต้ AEC” พร้อมรับฟังผลงานวิจัยสำรวจตลาด พม่า ลาว เวียดนาม เพื่อการวางแผนยุทธศาสตร์อาหารของไทย และเจาะลึกจุดอ่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยโดยผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรที่มีชื่อเสียงในวงการอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อเปิดมุมมองทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้มองเห็นถึงทิศทางและแนวโน้มของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงแนวทางการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และการระดมเงินทุนจากตลาดทุนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงิน
ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กรุณาแจ้งสำรองที่นั่งล่วงหน้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณกมลรัตน์ พงศ์กิจวรสิน งานสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ สถาบันอาหาร โทร. 0-2886-8088 ต่อ 9201 – 9205 โทรสาร. 0-2883 5854 E-mail Address: numpung@nfi.or.th หรือที่ www.nfi.or.th ด่วนรับจำนวนจำกัด!

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

ทีม KSME Partnership ร่วมสนับสนุนกิจกรรมหอการค้าจังหวัดนนทบุรี

ทีม KSME Partnership คือ หน่วยงานในฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าผู้ประกอบการ ธนาคารกสิกรไทย ประสานงานเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนเพื่อสนันสนุนธุรกิจSME มีโอกาสได้ เชิญกูรูด้านการตลาดและกูรูด้านการเงินมาให้ความรู้ผู้ประกอบการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์OTOPจังหวัดนนทบุรี โดยการบรรยายแบ่งเป็น2ส่วน
การบรรยายหัวข้อ “เครื่องมือการตลาดยุคใหม่ได้ใจผู้บริโภค”
โดย คุณชูศักดิ์ เดชเกรียงไกรกุล บริษัท มาร์เก็ตติ้ง กูรู แอสโซซิเอชั่น
การบรรยาย หัวข้อ “วิธีบริหารเงินอย่างชาญฉลาด”
​โดย คุณวสุ ศรีธิมาสถาพร ที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย
กิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการ“กิจกรรมพัฒนาศักยภาพและผลิตภัณฑ์ชุมชน”
โดยสำนักพัฒนาชุมชนจังหวัด หอการค้าจังหวัดนนทบุรีและธนาคารกสิกรไทย
วันที่ 5-6 กันยายน พ.ศ. 2555
โรงแรมโกลเด้น ดรากอน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี

ผู้ประกอบการOTOPของจังหวัดนนทบุรีมีจำนวนประมาณ300รายมียอดขายรวมกันกว่า120ล้านบาทต่อปีถือเป็นกลุ่มOTOPที่มีศักยภาพ การคัดเลือกจะม่การคัดเลือกใหม่ทุกๆสองปี ปีนี้จะมีการขึ้นทะเบียนOTOPครั้งใหม่ภายในเดือนกันยายนนี้ แบ่งผู้ประกอบการรับการสนับสนุนเป็นสองกลุ่ม ได้แก่
1กลุ่มที่สินค้าดีผลิตได้น้อย จะได้รับการสนับสนุนด้านการพัฒนากระบวนการผลิต
2กลุ่มที่ผลิตสินค้าได้มาก จะพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและช่องทางจัดจำหน่าย

หากท่านใดสนใจสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชน




คณะผู้บริหารสำนักงานพัฒนาชุมชมจังหวัดนนทบุรี
ประธานหอการค้า และเลขาธิการร่วมต้อนรับ คณะวิทยากรจากธนาคารกสิกรไทย
อาจารย์ชูศักดิ์ รับของที่ระลึกเป็นช้างหนึ่งในผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดนนทบุรี
งานแรกของน้องโบว์ KSME Partnership ผ่านไปได้ด้วยดี วิทยากรจาก K Expert บรรยายได้ดีมากๆ

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

วันดี วันมงคล วันธงชัย เดือนกันยายน 2555


วันธงไชย (วันดี เหมาะกับการเปิดกิจการ,เริ่มงาน,เข้าบ้านใหม่,มงคลสมรส)
วันจันทร์ที่ 3 ก.ย.
วันพฤหัสที่ 6 ก.ย.
วันอังคารที่ 11 ก.ย.
วันศุกร์ที่ 14 ก.ย.
วันจันทร์ที่ 17 ก.ย.
วันจันทร์ที่ 24 ก.ย.
วันศุกร์ที่ 28 ก.ย.
วันเสาร์ที่ 29 ก.ย.

วันดีราศีแจ่มใส (เหมาะกับการประกอบธุรกิจ ริเริ่มการงาน)
วันศุกร์ที่ 7 ก.ย.
วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ย.
วันจันทร์ที่ 10 ก.ย.
วันพุธที่ 19 ก.ย.
วันอาทิตย์ที่ 23 ก.ย.

วันดี (เหมาะทำการมงคล)
วันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย.(วันไหว้พระจันทร์)

วันกาลกิณี (งดกระทำพิธีสำคัญ)
วันศุกร์ที่ 21 ก.ย.

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

ร้านตัดผมญี่ปุ่น PHY-A Ekamai soi1

มาทำผมกันทั้งครอบครัวกับร้านทำผมญี่ปุ่น ไซย่า เอกมัย ซอย1 เป็นร้านแบบบ้านๆ หมายถึงเอาบ้านมาทำเป็นร้านทำผม โดยมีชั้นข้างเป็นร้านขนม ชั้นสองทำเป็นร้านทำผมมีช่างเป็นคนญี่ปุ่น ช่างตัดผมที่นี้อัทธยาศัยดีมากๆ เจ้าหน้าที่ทุกคนน่ารัก ชอบมาที่นี่เพราะเวลาจูน ทำผมนานๆพ่อลูกมีที่รอสบายๆ  หากนานมากๆก็ไปเล่นกันที่ Playtime สวนสนุกเด็กในร่ม ที่ ParkLaneซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก

การมาร้านไม่ยากหาง่าย วิ่งบนถนนเอกมัย หรือ สุขุมวิท73 ร้านอยุ่ในเอกมัยซอย1 ปากทางเป็นร้านส้มตำ ตรงข้ามกับ HealthLand เอกมัย เข้ามาประมาณ500เมตรร้านเป็นบ้านอยู่ซ้ายมือ จะไปแนะนำให้โทรไปจองก่อน Tel 023916442 , 0858116333 หากจะดูในสตรีทวิว 
ร้านอยู่ในเอกมัยซอย1 เป็นบ้านมีที่จอดรถในร้านประมาณ 7 คัน 


วันนี้นัดช่างอีฟ ไว้บ่ายสองโมง มากันทั้งครอบครัว พ่อแม่ตัดผมแล้วขอแถมหน้าม้าสำหรับเด็กๆด้วย  
ร้านขนมมีของหวานน่าทานหลายอย่างโดยเฉพาะบนตู้
น้องผิงผิงนั่งรอตัดผม
ในร้านสะอาดดีแต่อาจมีกลิ่นน้ำยาดัดผมกลิ่นร้านทำผมทำให้บรรยากาศการนั้งจิบกาแฟชิวๆ ได้ฟิวล์แปลกๆ ในร้านตกแต่งเน้นใช้ไม้ ขึ้นไปบนชั้นสองเป็นร้านทำผมที่แปลกตาด้วยอุปกรณ์ต่างๆแปลกตาไปจากร้านทำผมทั่วไป ไม่มีเตียงสระผมเป็นเก้าอี้ไฟฟ้าปรับเป็นเก้าอี้นอนสระผมได้เลย เวลาตัดผมจะเป็นเก้าอี้ธรรมดา เหมือนเก้าอี้กินข้าวนั่งนานๆก็เมื่อยเหมือนกัน วันนี้ช่างอีฟบอกออกแบบทรงให้ใหม่ ก็ได้ทรงใหม่แปลกตานิดนึง


ม้าโค้งของน้องจิงจิงของแถมจากพี่อีฟ ช่วนทำม้าให้ถูกใจลูกสาวมากๆ


สำหรับค่าบริการตัดผมที่ร้าน PHY-A นี้ราคาประมาณ 1,200บาทต่อคน ก็ถือว่าราคาสูงมากเอาการอยู่แต่ลูกค้าประจำก็มีส่วนลด และมีโปรโมชั่นบ่อยๆ ช่างผมที่แนะนำ ผมขอแนะนำช่างอีฟ ฝีมือดีมากๆงานเนี๊ยบ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของร้าน แนะนำดูใน http://www.facebook.com/phyacolorsophy หลายคนบอกว่าการตัดผมเป็นการลงทุนทางสังคมอย่างหนึ่งเสื้อผ้าลงทุนได้ผมติดอยู่กับเราทุกวันไปกับเราตลอด24ชั่วโมงก็ควรหาร้านที่เป็นที่ปรึกษาทรงผมที่ไว้ใจได้ซักร้านหนึ่ง 




ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...