วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

สมุยวันที่1

1กรกฎาคม วันหยุดธนาคารวันเที่ยวที่ดีที่สุดในรอบปี เพราะไม่ต้องแย่งใครเที่ยวนอกจากพนักงานธนาคารด้วยกันรอบนี้ติดสอยห้อยตามบ้านจูนมาเยี่ยมน้องเจที่สมุย
03:00 นาฬิกาปลุกดัง โอ้ววว นี่คือวันพักผ่อนที่ตื่นเช้าที่สุด[>_<] ด้วยเป็นคนขับรถต้องตื่นก่อนคนแรก ที่ตื่นตอนนี้เพื่อให้ไปทันขึ้นเครื่องสุวรรณภูมิเที่ยว6โมง
4:00 ออก้เดินทางถนนโล่งดีแท้คิดในใจไปทำงานเวลานี้น่าจะดี โอ้วรู้ยังว่ายังไม่ต่ืนฝันอีกแล้ว ทางไปสนามบินมาทางนี้ทีไรหลงทุกที จำได้แล้วคราวนี้วิ่งไปทางรามอินทรา แฟชั่นไอส์แลนด์ ลงสะพานก่อนถึงแฟชั่นชิดซ้ายขึ้นสะพานวนขวาไปมอร์เตอร์เวย์
5:00 ถึงสนามบิน ต้องจำอีกครั้งจอดรถต้องชิดขวา ส่งคนชิดซ้าย จอดชั้นที่ไม่ต้องขึ้นลิฟท์ให้จอดชั้น5 จอดค้างคืนคิด250ต่อวัน
เคาเตอร์เช็คอิน F BangkokAirways เซเรเนทเข้าVIPได้เลย แต่วันนี้คนน้อยช่องธรรมดาก็ได้ ขึ้นเครื่องที่ Gate A3A หน้าเลาท์เลย ดูเวลามีเวลา20นาที 5:20ขึ้นเครื่องมีเวลาชิลล์ที่ Boutique louge
วันนี้ลูกสาวเอากระเป๋ามา คนมองทั้งสนามบิน(อีกแล้ว) ขี่กระเป๋าซ่ิงกันสองพ่อลูก ตกกระเป๋ากลิ้งไป1ครั้งพ่อโดนด่าตามระเบียบ55
7:00 ถึงสนามบินสมุย เป็นสนามบินชั้น1 เพราะมีชั้นเดียว 555(มุขควายมาก) รับกระเป๋าแล้วถ้ามีคนมารับเลี้ยวซ้ายแต่ถ้ารถเช่าก็ออกมาเจอเลย
เป้าหมายแรก "กิน" อยากกินอะไรที่ง่ายๆพื้นเมือง จอดร้านโจ๊กติ่มซำ ภูน้อง อู้วววได้ใจมากกาแฟโบราณ โจ๊กอร่อยราคาไม่แพง กินอ่ิ่ทจุก6คน300 เมนูไม่น่าพลาด กาแฟ,ชาโบราณ โจ๊ก ติ่มซำงั้นๆแต่น้ำจิ้มพริกอร่อย
Published with Blogger-droid v1.7.2

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

อิชิตันเล่นแรง!! ย้อนรอยเจ้าพ่อตำนานขายพ่วง อิชิตัน+ดับเบิ้ลดริ๊ง ลูบคมเสี่ยเจริญ??

จากทวิตนี้ อิชิตันเล่นแรง!! เดินเกมส์ค้าส่งในร้าน 7-11 อิชิตัน+ดับเบิ้ลดริ๊ง ยกลังจากราคา 864 บาท เหลือ 504 บาท http://t.co/WJTfJQL (via @oweera) มีคนRtร่วม100 แสดงว่าคนสนใจอะไรที่เกี่ยวกับคุณตันมาก ก็เลยอยากเสนออีกมุมมองหนึ่งที่คิดบวกจินตนาการ ว่าใช้วิชานี้นี่ต้องการลูบคมเสี่ยเจริญ ไทยเบฟรึป่าว

โออิชิเป็นบริษัทที่คุณตันสร้างมากับมือด้วยน้ำพักน้ำแรงและวิถีเถ้าแก่มีโอกาสก็คว้า การเจรจาขอซื้อกิจการคราวนั้นจบแบบหอมหวานแต่ไม่เป็นดังที่คาดทั้งหมด
ข้อเสนอซื้อกิจการเหมือนมี2ทางเลือกคือเปลี่ยนผู้บริหารเป็นทีมบริหารไทยเบฟเลย หรือให้คุณตันบริหารต่อแต่ต้องให้สิทธิขาดเหมือนเดิม เพราะการบริหารคุณตันคงไม่มีทางยอมอยู่สถานะลูกจ้างทำตามนายแน่ๆ
คำตอบคือคำหวานที่คุณเจริญเคยให้คุณตัน "โออิชิ ถ้าไม่มีคุณตันบริหารด้วย ให้ฟรียังไม่เอาเลย"

เดือนมีนา2006 ไทยเบฟฯเลือกข้อหลัง ส่วนหนึ่งจากการที่ต้องการรักษาPositioningเดิมไว้(ก่อน) คุณตันจึงรับบริหารต่อ แต่ด้วยความเป็นคุณตันที่ไม่อยู่นิ่งอยู่แล้วไม่ใช่วิสัยที่จะมานั่งกินเงินเดือนบริหาร คุณตันบริหารโออิชิไป ลงทุนธุรกิจตัวเองควบคู่ไปด้วยจะมีเถ้าแก่คนไหนเห็นดีเห็นงามที่มีผู้จัดการบริษัทตัวเองไปเป็นเจ้าของธุรกิจอื่น และการออกProductใหม่หลายตัวก็มีอาการแป๊ก ทั้งFunctional drink และกาแฟ การตรวจสอบหรือการดูแลใกล้ชิดควบคุมมากขึ้นทำให้คุณตันค่อนข้างอึดอัดแถมยังลดอำนาจการตัดสินใจหรือส่งคนมาร่วมตัดสินใจด้วยแล้ว "และเริ่มไม่เชื่อใจการตัดสินใจด้วยสัญชาติญาณแบบตัน" คำหวานที่เคยได้ไม่หวานเหมือนเคย แถมคู่ค้าต่างๆที่เคยซื้อขายวัตถุดิบการผลิตต่างๆตามระบบความสัมพันธ์ก็ทำไม่ได้ดังใจ อึดอัดนักแถมเงินทุนพร้อม เมื่อหมดเวลาตามสัญญาใจ คุณตันจึงประกาศลาออกพร้อมแผลในใจ(ตามความคิดผม)

ย้อนไปปี2535 ปีสำคัญประวัติศาสตร์เบียร์ไทยเมื่อ "ช้างกระทืบสิงห์" เบียร์สิงห์ที่เคยครองตลาด90%โดนช้างไล่ทับเหยียบกระทืบซะจนเซเกือบน๊อค จากกลยุทธ์ขายเหล้าพ่วงเบียร์กับเหล้าขาวทำให้เกิดการขายเบียร์ที่ถูกพ่วงมาด้วยในราคาถูกมากๆ4ขวด100ก็มี จนเป็นกรณีศึกษาที่ทุกคนต้องเรียน

กลับมาปีปัจจุบัน ไม่รู้ด้วยความบังเอิญหรือไรมิทราบได้ คุณตันกำลังใช้กลยุทธ์เดียวกันแต่ทำที่ร้านค้าปลีกเพื่อให้เกิดผลโดยทันทีคือเบียดคู่แข่งชาเขียวอันดับหนึ่งให้ได้ แย่งพื้นที่วางของในร้าน7-11ให้ได้ โดยการขายพ่วงสินค้าในราคาที่ต่ำมากๆ แถมยังให้ intentive กับพนักงานจนเห็นการเชียร์จนออกนอกหน้าใน7-11
ทำให้มีพื้นที่วางทั้งในตู้ บนเคาเตอร์ ถังแช่นอกตู้ และบางสาขาถึงกับเอามาวางเป็นลัง ติดป้าย Hard Sale สุดๆ ถือเป็นการเล่นแรงส์ประกาศตัวเป็นคู่แข่งโดยตรงกับชาเขียวโออิชิด้วยกลยุทธ์ที่บาทใจย้อนรอยเจ้าพ่อขายพ่วงไทยเบฟ งานนี้สนุกแน่ครับพี่น้อง


ย้อนรอยตำนานกันได้ที่นี่ครับ

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

12อุตสาหกรรมไทยที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก AEC

อุตสาหกรรมไทยในตลาดอาเซียนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก AEC
1. อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง
2. อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป
3. อุตสาหกรรมสิ่งทอ
4. อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
5. อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ
6. อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน
7. อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์
8. อุตสาหกรรมยาง
9. อุตสาหกรรมพลาสติก
10. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ไม้
11. อุตสาหกรรมเหล็ก
12. อุตสาหกรรมอโลหะ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
Link http://www.oknation.net/blog/chainoy70/2011/06/06/entry-1
"การรวมตัวของกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะเป็นตลาดเดียวในปี 2558 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า
จะส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรีมากขึ้น
ดังนั้นทุกภาคส่วนของสังคมไทยจะต้องเตรียมพร้อมรองรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
เพื่อสร้างโอกาสต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชาติ"
การรวมตัวของกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะเป็นตลาดเดียวกันภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
หรือ AEC ในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือในปี 2558 ถือเป็นส่วนสำคัญที่ภาคธุรกิจไทย รวมถึงคนไทย
ต้องปรับตัว เพราะจะเป็นการเปิดประตูตลาดการค้าระหว่างกัน โดยอาเซียนมีประชากรรวมกัน
มากกว่า 700 ล้านคน โดยการรวมกลุ่มอาเซียนจะเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เศรษฐกิจโลกมีอัตราการ
ปรับตัวที่ดีขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจไทย
ไทยมีเป้าหมายที่จะต้องดำเนินการยกเลิกภาษีสินค้าภายใน Inclusion List ทั้งหมดให้กับ
ประเทศสมาชิกอาเซียน ปี 2553 ซึ่งไทยได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว การรวมตัวเป็นประชาคม
เศรษฐกิจอาเซียนจึงไม่ทำให้ไทยต้องลดภาษีใด ๆ เพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า
อุตสาหกรรม ซึ่งจะมีตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน (single market and production
base) และมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรีมากขึ้น
(free flows of goods, services, investment, skilled labors and free flow of capital)
องค์ประกอบสำคัญของ AEC
1. การเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตร่วม โดยจะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน
และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรีและการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีมากขึ้น
2. การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจอาเซียน ด้วยการสร้างความสามารถ
ในด้านต่าง ๆ เช่น นโยบายการแข่งขัน สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายภาษี และการ
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (การเงิน การขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ)
3. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค ด้วยการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของสมาชิก และลด
ช่องว่างของระดับการพัฒนาระหว่างสมาชิกเก่าและใหม่ เช่น การสนับสนุนการพัฒนา SMEs
4. การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก ด้วยการร่วมกลุ่มเข้ากับประชาคมโลก เน้นการประสาน
นโยบายเศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศภายนอกภูมิภาค เช่น การจัดทำเขตการค้าเสรี
และการสร้างเครือข่ายในด้านการผลิต/จำหน่าย เป็นต้น
การเตรียมตัวของภาคประชาชนและภาคการผลิต
1. ต้องเรียนรู้ว่า AEC คืออะไร เพื่อให้ทราบว่าจะสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างไร และพร้อม
รับการแข่งขันที่สูงขึ้นทั้งจากสินค้าและแรงงานต่างชาติ
2. เรียนรู้ความต้องการของตลาดอาเซียน เพื่อพัฒนาสินค้าให้มีความเหมาะสมกับความ
ต้องการ และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
3. การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ให้มีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้
4. ปรับปรุงทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพในการผลิต การบริหาร และสามารถออกสู่
ตลาดระดับนานาชาติได้
5. เรียนรู้ถึงแหล่งช่วยเหลือด้านผลกระทบจากภาครัฐต่าง ๆ เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้
เมื่อมีความจำเป็น
6. ให้ข้อมูลข่าวสารต่อภาครัฐ เมื่อประสบปัญหาจากการค้าขายในอาเซียน เพื่อภาครัฐจะ
ได้นำไปเจรจาแก้ไขปัญหา

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คนไทยใช้Internet มากขนาดนี้ #googlethailand จะมาโฆษณาให้คนมาonline อีกทำมัย?



ถ้าถามว่า สื่อออกมาแบบSoftsale มากๆจะได้ประโยชน์จริงหรือ???
คนไทยใช้Internet มากขนาดนี้ จะมาโฆษณาให้คนมาonline อีกทำมัย?
ผมคิดว่าคนไทยที่ใช้Internet เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจจริงๆน้อยมาก การเติบโตของการใช้Internet ไทยโตจากเสพความบันเทิง
เอากรณีศึกษาแบบ โอ๊คฑูตมวยไทย ออกมาจะเป็นการจุดประกายให้ SME หันมาสู่โลกของเวปมากขึ้น
ตอนนี้ถาม SME ว่าอยากมาสู่โลกonline มั๊ยคำตอบส่วนใหญ่คืออยาก แล้วจะทำอย่างไร คำตอบหงายท้องคือ อยากมีFacebook.
ผมว่าด้วยกระแสการโหมกระหน่ำด้วยSMทำให้คนไทยหลายคนที่ชอบระบบแดกด่วน คิดว่าFacebook คือเทพองค์ใหม่ที่จะทำให้ธุรกิจรุ่งได้
ออกcampaign ดีๆแบบนี้ออกมาน่าจะเป็นตัวกระตุกต่อมคิดคนที่จะเข้าสู่โลกธุรกิจออนไลน์หันมาใส่ใจทำเวปมากขึ้น
และยิ่งคนเข้าสู่เวปมากขึ้น ไม่ใช่คนเดียวที่จะได้ประโยชน์ แต่ธุรกิจต่อเนื่องอีกมากมายที่จะได้ประโยชน์ มีผลดีต่อศกโดยรวม
ลองคิดดูถ้าcampaign ทำให้SME เข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น ใครจะได้ประโยชน์ร่วมบ้าง
1.ธุรกิจที่ให้ความรู้เรื่องการทำเวปการอบรม หนังสือ ที่ปรึกษาทำเวป น่าจะโตตาม ไปด้วยเพราะคนยังรู้วิธีทำเวปน้อยกว่าวิธีใช้ FB
2 ธุรกิจโปรโมทเวป ที่ปรึกษาSEO SEM Banner บนเวปต่างๆBlog ต่างๆ น่าจะโตตามความสำเร็จของcampaign
3ธุรกิจสนับสนุน e-commerce ไทย อย่างระบบจัดการสินค้าแบบ ระบบชำระเงิน จะได้ประโยชน์จาก มากกว่า FB”
4 ธุรกิจขนส่ง บริการส่งสินค้า บริการถ่ายภาพสินค้า



ดังนั้นจึงรู้สึกว่าการทำ ของ น่าจะสร้างประโยชน์ให้ระบบศก.ไทยได้มาก[หากสำเร็จ]

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เบื่อประชาธิปัตย์ ไม่ชอบเพื่อไทย แต่ไม่อยาก โหวตโน จะทำอย่างไรดี...



"เบื่อประชาธิปัตย์" "ไม่ชอบเพื่อไทย" แต่ไม่อยาก "โนโหวต" จะทำอย่างไรดี????? ค่านิยมประชาธิปไตย ต้องไปเลือกตั้ง ค่านิยมประชาธิปไตยต้องมีคารวะธรรม สามัคคีธรรมและปัญญาธรรมการ VOTE NO คือการไม่เข้าใจและไม่มีค่านิยมประชาธิปไตย (เพราะคิดแต่ว่าโลกนี้ไม่มีใครดี ขาดคารวะธรรม ) กระบวนการประชาธิปไตยคือการเลือกผู้แทนไปบริหารประเทศ การ VOTE NO คือการสละสิทธิ์ในการเลือกผู้แทน ก็เลยไม่ได้ผู้แทนที่ตนเองเลือก แล้วจะมาร้องแรกแหกกระเชอที่หลังไม่ได้ ย่อมแปลว่าเป็นคนเอาแต่ใจตนเอง ใจแคบ ขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตย ที่คือสัญญาณอันตรายของประชาธิปไตยของชาติ ที่คนส่วนน้อย คิดว่า ตัวเองเก่ง คนอื่นทุกคนแย่ไปหมด ประชาธิปไตยคือ เมื่อจำต้องเลือก จงเลือกคนที่เลวน้อยที่สุด เพราะการไม่เลือก (VOTE NO) คือ การที่ท่านได้เลือกแล้ว แล้วถ้าพรรคและคนชั่วที่ท่านรังเกียจเข้ามา ก็แปลว่า ท่านเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเหล่านั้นเข้ามาได้ ท่านก็เป็นคนหนึ่งที่ทำร้ายคนไทยและประเทศไทย ท่านที่คิดว่า ถ้าต้องเลือกคนที่เลวน้อยที่สุด มันก็คือคนเลว อย่าเลือกเลยจะดีกว่า ก็แปลว่า ท่านกำลังให้คุณค่ากับคนที่เลวมากที่สุดเท่ากับคนที่เลวน้อยที่สุด เมื่อคนที่เลวน้อยกว่าไม่ได้รับการเลือกตั้ง ก็แปลว่า ท่านคือคนที่มีส่วนสนับสนุนให้คนที่เลวมากที่สุดให้ได้รับการเลือกตั้ง ถ้ามีคนจำนวนมากอาจถึง 4-5 ล้านคน VOTE NO ก็อย่าได้ภาคภูมิใจ หลงใหลได้ปลื้มกับมัน เพราะในที่สุดแล้วแม้มันจะมากแค่ไหน มันก็คือเสียงส่วนน้อยอยู่ดี ประชาธิปไตยคือ ต้องเคารพและอย่าดูถูกเสียงส่วนใหญ่เป็นอันขาด

นี่คือคำว่า “ ประชาธิปไตย ”

--------------------------------------------------------------------------------

คุณเห็นด้วยหรือไม่??
จำเป็นต้อง “เลือก” ระหว่าง
พรรคที่ทำงานช้า และน่าเบื่อ พรรคทำงานเลว แต่น่ากลัว
พรรคที่ดีแต่พูด น่าหมั่นใส้ พรรคที่ดีแต่ทำ แต่เพื่อประโยชน์ตัวเอง
พรรคที่เอาคนหัวโบราณ เอาพวกพ้อง มาทำงาน พรรคที่ร่วมคนเผาเมือง มาร่วมงาน
พรรคที่เป็นระบบเจ้าขุนมูลนาย อนุรักษ์นิยม พรรคที่คนสั่งการคนเดียว วัตถุนิยม
พรรคที่ทำงานเพื่อคนกลุ่มใหญ่ พรรคที่ทำงานเพื่อคนกลุ่มเดียว
พรรคที่เอาภาพ ผู้นำซื่อสัตย์ขาย (แต่คนอื่นก็โกง) พรรคที่เอาผู้นำร่างตัวแทนมาขาย (แต่เอาผลประโยชน์เข้าตระกูล)
พรรคที่ดีแต่กู้มาเพื่อสร้าง (โกงด้วย) พรรคที่ดีแต่กู้ มาเพื่อกลุ่มทุนพวกตัวเอง
พรรคที่ยึดกติกา พรรคที่ยึดกติกู
พรรคที่ทำงานแล้วไม่ได้ ดั่งใจ พรรคที่ทำงานเอาแต่ใจ
พรรคที่ทำงานเชื่อง ช้า เช้าชามเย็นชาม แบบราชการ พรรคที่ทำงานจี้งาน หากไม่สนองคำสั่งก็สั่งย้าย
พรรคที่ขี้กลัว ทำงานตามคำรายงานของ ลูกน้อง ทำตัวเป็นเทวดา ไม่ติดดิน ...พรรคที่กล้าได้กล้าเสีย ใคร ทำตามคำสั่ง ผลตอบแทนเต็มที่
พรรคที่เอาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข...... พรรคที่ปกครองระบบประชาธิปไตย แต่เอาสถาบันกษัตริย์เป็นเพียงสัญลักษณ์ และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
มีอีกหลายอย่าง ที่เป็นเหตุผล ที่ต้องทำให้จำเป็นต้อง “เลือก”..............เพราะความจำเป็น.................
ขอเชิญชวนให้ทุกท่าน "พลังเงียบ" ออกไปเลือกตั้ง ออกไปกา "๐๑ หรือ ๑๐" “เลือกเพียง สองพรรค”
เกลียด "ประชาธิปัตย์" ก็เลือก "เพื่อไทย" ไม่ชอบ " เพื่อไทย ก็เลือกประชาธิปัตย์"
อย่าไปสนใจเลือกพรรคอื่นให้เสียเวลา และมาเป็นเงื่อนไขให้สองพรรคนี้ต้องทำงานลำบากเลย ให้สองพรรคนี้ ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวไปเลย อย่าไปสนใจ พรรคเล็กพรรคน้อย เพราะพรรคเหล่านั้น คือ กลุ่มผลประโยชน์ ที่ไว้ต่อรอง ผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น ให้สองพรรคนี้ได้ทำงาน ตามแบบฉบับของตัวเอง อย่างเต็มที่
การเลือกตั้ง ครั้งนี้หลายคนคิดว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ประเทศไทย การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงคือ “จุดผ่าน” ทางการเมืองประเทศไทยเท่านั้น จุดเปลี่ยนประเทศไทยจะอยู่ที่การ “ เลือกตั้งครั้งต่อไปอีกไม่เกินสองปีข้างหน้า ” ออกไปเลือกเถิด เพื่ออนาคตของทุกท่าน เพราะ การเมืองคือปากท้อง และอนาคต ของเราทุกคนจริง
จะเลือก ผู้หญิง หรือ จะเอา ผู้ชาย เป็นนายกฯ หญิงชายสิทธิ์เท่าเทียมกัน จะเลือก เด็ก ที่ขี้กลัว ลังเล หรือเอา ทารก ที่รอฟังคำสั่ง เป็นนายกฯ
จะเลือก “อภิสิทธิ์” ซึ่งจะมีพวกเคี้ยวลากดิน ข้างหลังคอยจะตามมาขี่คอ จะเลือก “ยิ่งลักษณ์” ซึ่งจะมี คนเผากรุง และอันตพาล ตามมาขี่ประเทศไทย ออกไปเลือกเถิดครับ
ไม่ เพื่อไทย ก็ ประชาธิปัตย์ เท่านั้น แล้วพัฒนาการ ประชาธิปไตย ของประเทศไทย จะดีขึ้นเอง
เราจะรู้เองว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศไทย เข้าใจการเมือง ประเทศไทย มากน้อยแค่ไหน


บทความจาก Ramita Sripanya

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554

K SME Franchise Day 23 มิ.ย. แฟรนไชส์ Smart Smart Brain







สมาร์ท เบรน คือ ระบบฐานข้อมูลที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อต้องการขยายฐานสมองให้เรียงลำดับเชื่อมโยงกัน เส้นสมองจะกว้างและแข็งแรงขึ้น เปรียบเสมือนระบบ Hard Ware ของ Computer หรือ Main Frame ของระบบ Computer เมื่อเรียน Smart Brain สมองก็จะถูกเรียงลำดับและพร้อมที่จะรับข้อมูลอื่นๆ ได้อย่างดี นักเรียนจะรับ Soft Ware ภาษาอังกฤษก็รับได้ รับ Soft Ware วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ก็รับได้ดี ดังนั้น เมื่อตัวรับหรือ Hard Ware ถูกวางให้มีระบบแล้ว วิชาอื่นๆ ซึ่งเปรียบเหมือน Soft Ware วิชาใด วิชาหนึ่ง ก็พร้อมที่จะรับได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้นเช่นกัน สมาร์ท เบรน เป็นหลักสูตรพัฒนาสมองทั้งสองฝั่ง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้ตัวเลขเป็นสื่อ ใช้ลูกคิดเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน เหมาะสำหรับผู้เรียนที่มีอายุ 5 – 13 ปี * ลงทุนน้อย คืนทุนเร็ว * คุณภาพมาตรฐาน มั่นคง * ไม่ทอดทิ้งผู้ประกอบการ * บริหารงานแบบบูรณาการตลอด * กิจกรรมวัดคุณภาพตลอดปี
ชิงแชมป์ระดับภาค ทุกภาค ทุกปี
ชิงแชมป์ระดับประเทศไทยทุกปี
ลักษณะกิจการ โรงเรียนจินตคณิต, คณิตคิดเร็ว
ชื่อธุรกิจ (ไทย) บริษัท สมาร์ท เบรน จำกัด
ชื่อธุรกิจ (อังกฤษ) Smart Brain
ความเป็นมา
โดยการก่อตั้งของอาจารย์สวาสด์ มิตรอารี สถาบันสมาร์ท เบรน เมื่อต้นปี พ.ศ.2539 ด้วยความปรารถนาที่จะพัฒนาสมองของเด็กๆเพื่อความสามารถในการเรียนรู้และคุณภาพชีวิตของผู้เรียนโดยรวม หลักสูตรจินตคณิต ภายใต้การบริหารงานของบริษัท สมาร์ทเบรน จำกัด จึงกำเนิดขึ้นและเริ่มเป็นรูปเป็นร่างของธุรกิจการศึกษาในระบบแฟรนไชส์ที่ดีที่สุด ยืนหยัดอยู่ด้วยประสบการณ์ 14 ปี กว่า 280 สาขาทั่วประทศไทย, 11 ประเทศทั่วโลก และ 4 รางวัลมาตรฐานในประเทศ การันตีถึงคุณภาพ ประสบการณ์ และมาตรฐาน ทำให้ สมาร์ท เบรน ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้ประกอบการและผู้ปกครอง มากขึ้นทุกๆ ปี เครือข่าย สมาร์ท เบรน ต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อินเดีย คูเวต โอมาน อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ ไอร์แลนด์เหนือ จีน ซาอุดิอาราเบีย
ลักษณะสินค้าและบริการ
หลักสูตรพัฒนาสมองสำหรับเด็กอายุ 5 – 13 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่สมองเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนา ให้มีความจำเป็นเลิศ และรู้จักใช้จินตนาการโดยใช้สมาธิอย่างต่อเนื่องเป็นหลัก คือฟังและคิดคำนวณ สอนให้นักเรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง และมีความคิดกว้างไกล โดยจะใช้ตัวเลขเป็นสื่อในการสอน ซึ่งเด็กๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนของเด็กๆ ในโรงเรียนภาคปกติ อาทิเช่น เพิ่มความจำในการอ่านตำรา เพิ่มความเข้าใจและมีสมาธิในการเรียนดีขึ้น คิดเลขได้เร็วขึ้น ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการดี
จัดอบรมครูและผู้ประกอบการ โดยทีมอาจารย์ผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง
มีประกาศนียบัตรมอบให้หลังเรียนจบทุกๆ ระดับ
หลักสูตรได้รับการรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ หลักสูตร “ จินตคณิต”
ประเทศ Thailand
ค่าแฟรนไชส์ 190,000 บาท
จำนวนสาขา 280 สาขา
รายละเอียดสาขา 280 กว่าสาขาทั่วไทย และอีก 11 ประเทศทั่วมุมโลก
นโยบายการขยายสาขา ขายแฟรนไชส์ ขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ ที่มีความต้องการของลูกค้า
การลงทุน ค่าแฟรนไชส์ 190,000 บาท + (Vat 7% 13,300 บาท) รวม 203,300 บาท
อายุสัญญา 7 ปี
หมายเหตุ การจัดหาและการตกแต่งสถานที่เป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ
ระยะเวลาคืนทุน 5 เดือน - 1 ปี
คุณสมบัติผู้ลงทุน
สุภาพบุรุษ หรือ สุภาพสตรี
มีความพร้อมในการลงทุน
มีความสามารถในการบริหารดูแลจัดการสาขา
สถานที่ตั้งสาขาต้องอยู่ในทำเลที่ดี
สิ่งที่แฟรนไชส์ซี่จะได้รับ
สิทธิในการใช้ชื่อและเครื่องหมายการ (โลโก้)
ระบบฐานข้อมูลนักเรียน ออนไลน์
อบรมผู้ประกอบการที่สำนักงานใหญ่ 1 ท่าน ฟรี ตลอดหลักสูตร
อบรมครูผู้สอนที่สำนักงานใหญ่ 2 ท่าน ฟรี ตลอดหลักสูตร
CD Presentation สถาบันสมาร์ท เบรน 1 ชุด
แฟ้มข้อมูล สถาบัน สมาร์ท เบรน 1 ชุด
CD ภาพกิจกรรมต่างๆ ของสมาร์ท เบรน
CD เพลงมาร์ช สมาร์ท เบรน, ป้ายผ้าต่างๆ
โบรชัวส์ 1,000 แผ่น
โปสเตอร์ต่างๆ 2 ชุด
สติกเกอร์
แบบฟอร์มการลงทะเบียน, แบบฟอร์มขอใบประกาศนียบัตร, แบบฟอร์มรับสมัครนักเรียน
ไวนิลโลโก้ ขนาด 2 x 3 เมตร 1 ผืน
ไวนิลโฆษณาติดหน้าอาคาร ขนาด 2.5 x 1.2 เมตร 1 ผืน
ป้ายธงตั้งพื้น พร้อมขาตั้ง 2 ชุด
อื่นๆ

ชื่อผู้ติดต่อ
บริษัท สมาร์ท เบรน จำกัด
ที่อยู่
80 ถนนพัฒนาการ 20 แยก 8 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพ ฯ 10250
โทร.
02-3147712-8
โทรสาร
02-3194204
อีเมล์
contact@smartbrain.com
เว็บไซต์
http://www.smartbrain.com/


วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

@googlethailand เปิดตัวแคมเปญ “เว็บคือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์” ฉลองฮีโร่เว็บรุ่นใหม่และสร้างแรงบันดาลใจด้วยการแชร์เรื่องราวของเขาให้ทั่วโลก




วันนี้ Google ประเทศไทยเปิดตัวแคมเปญ “เว็บคือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์” ซึ่งเป็นแคมเปญออนไลน์และออฟไลน์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร เพื่อฉลองโอกาสที่ผู้คน ชาวไทยและทั่วโลก ได้นำความสร้างสรรค์และความชื่นชอบหลงใหลในใจมารวมเข้ากับอานุภาพของเว็บเพื่อสร้างสรรค์ สิ่งดีๆ ขึ้นมากมาย เว็บคือแพลตฟอร์มที่ทรงพลัง ซึ่งผ่านการพัฒนาขึ้นมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากเว็บเพจที่มีแต่ข้อความเรียบง่าย มาเป็นประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟที่มีลูกเล่นหลากหลาย Google Chrome เป็นเบราว์เซอร์ที่สร้างมาเพื่อเว็บรุ่นใหม่ - เว็บที่ทุกสิ่งเป็นไปได้ เว็บที่ทำให้คนเลิกนั่งดู แต่เริ่มลงมือทำ และเว็บที่เป็นอะไรก็ได้ตามที่ใจคุณอยากให้เป็น Google Chrome ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นสะพานให้ผู้คน ก้าวไปสู่สิ่งที่พวกเขาอยากทำบนโลกออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย ปัจจุบัน ผู้คนกว่า 160 ล้านคนทั่วโลกใช้ Chrome เพื่อขับเคลื่อนชีวิตออนไลน์ และแคมเปญ “เว็บคือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์” เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนอื่นๆ ในการเชื่อมต่อออนไลน์และทำสิ่งดีๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้น่าอยู่มากขึ้น Google ยกย่องฮีโร่บนเว็บในโลกสมัยใหม่ในรูปแบบของวิดีโอสั้นๆ ตั้งแต่ซูเปอร์สตาร์ในวงการบันเทิง ไปจนถึงพ่อและลูกสาว โดยแบ่งปันเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และเรื่องราวเล็กๆ เรื่องไร้สาระและเรื่องจริงจัง และแสดงให้เห็นว่าทุกคนสามารถทำทุกสิ่ง ได้ด้วยพลังของเว็บ ประเทศไทยคือตลาดต่างประเทศแห่งแรกที่เปิดตัวแคมเปญนี้ พร้อมด้วยเรื่องราวจากฮีโร่เว็บของไทย ซึ่งถ่ายทอดแนวคิด เกี่ยวกับครอบครัว ชุมชน และการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม โดยวิดีโอชุดแรกมีชื่อว่า “จากใจพ่อ” ซึ่งเปิดฉายเป็นครั้งแรก ในรายการ ‘เช้าดู วูดดี้’ และได้รับแรงบันดาลใจจากอีเมลและเรื่องราวมากมายที่ Google ได้รับจากพ่อแม่ผู้ปกครองทั่วโลก ที่ใช้เว็บเพื่อกระตุ้น ส่งเสริม และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชีวิตของบุตรหลาน ชมวิดีโอชุดแรก “จากใจพ่อ” คลิก http://www.youtube.com/watch?v=emklHU_DzRw วิดีโอชุดที่สองมีชื่อว่า “ทูตมวยไทย” จะเริ่มออกอากาศในเดือนมิถุนายน 2554 โดยบอกเล่าเรื่องราวของ วุฒินันท์ สังข์อ่อง เจ้าของธุรกิจ Muay Thai Stuff พร้อมความหลงใหลในกีฬามวยไทยที่เริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก และเพิ่มพูนขึ้นจนนำไปสู่ธุรกิจ ออนไลน์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวาง ซึ่งนอกจากจะให้บริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นทูตเผยแพร่ศิลปะมวยไทยสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย คุณพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาดประเทศไทย ประจำ Google เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อธิบายที่มาที่ไปของแคมเปญ นี้ โดยกล่าวว่า “เราได้พยายามค้นหาตัวอย่างที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงการที่ผู้คนใช้เว็บเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในเมืองไทย และเราพบเรื่องราวที่น่าประทับใจแล้วมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้แก่ผู้คนทั่วโลก Google หวังว่าเรื่องราวของเว็บฮีโร่นี้จะสร้างแรงบันดาลใจในการแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจ และเราเชื่อว่าประสบการณ์การใช้เว็บ ที่ดีขึ้นนี้จะมีส่วนช่วยปรับปรุงโลกของเราให้น่าอยู่มากขึ้น” หัวใจหลักของแคมเปญ ‘เว็บคือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์’ คือ ผู้คน เพราะผู้คนแสดงให้เห็นว่าเว็บคือแพลตฟอร์มที่ไร้ขีดจำกัด และเมื่อถูกใช้เต็มศักยภาพ เว็บก็จะเสริมสร้างความสามารถให้ทุกคนทำทุกสิ่งที่ใจต้องการได้ Google หวังว่าแคมเปญนี้ จะช่วยสื่อให้คนเข้าใจว่าไม่ว่าเป็นใครก็สามารถใช้เว็บเพื่อสร้างความสัมพันธ์ สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างผลกระทบต่อโลก ของเราในทางที่สร้างสรรค์และสดใส และเชิญชวนให้ทุกๆ คนเข้าสู่โลกออนไลน์เพื่อใช้เว็บให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ Google ประเทศไทย ร่วมมือกับบริษัทวูดดี้ เวิลด์ เพื่อเชิญชวนผู้ใช้แชร์ประสบการณ์ดีๆ และเรื่องราวส่วนตัวที่น่าประทับใจ เกี่ยวกับเว็บ ด้วยการอัพโหลดวิดีโอ ภาพถ่าย และข้อความไปยัง woodytalk.com/googlechrome รายละเอียดเพิ่มเติมมีอยู่ที่ www.thewebiswhatyoumakeofit.com หรือแบ่งปันเว็บสตอรี่ของคุณร่วมกับเราได้ที่ @googlethailand และ @googlechome


วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ธุรกิจไทยแห่พึ่งงานวิจัยตลาด เผย 6 เทรนด์ผู้บริโภคมาแรงปีนี้

ธุรกิจไทยแห่พึ่งงานวิจัยตลาด เผย 6 เทรนด์ผู้บริโภคมาแรงปีนี้ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 มิถุนายน 2554 21:39 น.
บ้านเมืองสงบ ธุรกิจวิจัยตลาดบูม โตแน่ 8% กลุ่มธนาคารครองแชมป์ใช้งบสูงสุด บริษัทเลือดไทยหันมาใช้วิจัยตลาดสูงขึ้น “ซินโนเวต” ชี้ 6 เทรนด์ผู้บริโภคในปัจจุบัน พร้อมชูเครื่องมือเข้าถึงผู้บริโภคช่วยลูกค้ากระตุ้นรายได้ มั่นใจทั้งปีโตอีก 5-10% นางสาวรัตตยา กุลประดิษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท ซินโนเวต ประเทศไทย จำกัด บริษัทวิจัยด้านการตลาดระดับโลก เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ พบว่า ธุรกิจด้านการวิจัยตลาดเติบโตขึ้นปีละประมาณ 8% ส่วนสำคัญมาจากแต่ละธุรกิจมีการขยายการลงทุน จึงต้องการผลวิจัยทางการตลาดเพื่อต้องการนำมาพัฒนาสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันพบด้วยว่า บริษัทของคนไทย หันมาใช้ผลวิจัยการตลาดมากขึ้นด้วย อีกทั้งยังพบว่า ปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น ธุรกิจงานวิจัยตลาดเติบโตมากกว่าปีก่อนมาก ซึ่งปีนี้มองว่าจะเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 8% โดยในปีนี้ พบว่า กลุ่มธุรกิจด้านแบงค์กิ้ง หรือ กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน และเทเลคอม เป็นกลุ่มที่หันมาใช้ผลวิจัยการตลาดสูงสุด รองลงมา คือ กลุ่มรถยนต์ หลังจากช่วง 2-3 ปีก่อน อุตสาหกรรมรถยนต์ซบเซา และอันดับสาม คือ อสังหาริมทรัพย์ จากกระแสการใช้งานวิจัยการตลาดเพิ่มสูงขึ้นนี้ ล่าสุดทางซินโนเวต เวิลด์ไวด์ จึงได้จัดทำผลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคขึ้นมา สำรวจใน 28 ประเทศทั่วโลก พบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน แบ่งออกได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ คือ 1. Enjoying life จำนวน 32.6% เป็นกลุ่มใหญ่สุด เกิดจากการเติบโตของเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการแชร์ข้อมูลต่างๆผ่านเทคโนโลยี เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงสุด ส่วนใหญ่เป็นคู่แต่งงานที่ยังไม่มีบุตร 2. Sharing with others จำนวน 31.1% ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ที่รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมร่วมกัน 3. Looking to Go beyond my Limits จำนวน 9.6% เป็นกลุ่มที่ใช้ชีวิตไม่จำกัด ต้องการพัฒนาพัฒนาศักยภาพตัวเองอย่างต่อเนื่อง ชื่นชอบการผจญภัย 4. Avoiding Fear จำนวน 6.6% ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่ไม่ค่อยสงบ ต้องการความแน่ใจในชีวิต 5.Yearning for Status จำนวน 5.5% เป็นกลุ่มประเทศที่มีคนยากจนสูง จึงต้องการปัจจัยช่วยให้มีชีวิตต่อไปได้ 6. Looking for Shelter จำนวน 4.9% เป็นกลุ่มคนในประเทศที่เพิ่งมีเงิน จึงต้องการการยอมรับในสังคม สำหรับประเทศไทยพบว่า ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคจะอยู่ตรงกับกลุ่มที่ 3 มากที่สุด เห็นได้จากเทรนด์ท่องเที่ยว ผจญภัย เพิ่มสูงขึ้น รองลงมา คือ กลุ่มที่ 1 แต่ยังติดในเรื่องเทคโนโลยี และแอพพลิเคชั่นที่ยังพัฒนาไม่ตรงกับคนไทย อย่างไรก็ตาม จากผลวิจัยที่เกิดขึ้น ปีนี้ทางบริษัทได้นำเสนอ 6 โซลูชั่น ได้แก่ 1.The Censydiam 2.BrandLife 3.Connections 4.Market Barriers 5.True Customer View (TCV) และ 6. Edge Technology เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าจะส่งผลให้ภาพรวมการเติบโตปีนี้ จะเพิ่มขึ้นอีก 5-10% ขณะที่ซินโนเวตทั่วโลก ในไตรมาส1 ที่ผ่านมา เติบโต 6%

LinkWithin

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...